เข้าสู่ระบบ167 2-2
ตอนที่ 333 พวกคนจนกระจอกๆ
สรุปว่าคนร่ำรวยมีนิสัยสันดานเยี่ยงไร ก็ยังคงต้องเป็นอย่างนั้นวันยังค่ำ! ไม่ผิดไปจากที่หลินจิงซูดคาดเดาไว้จริงๆ
ดั่งสุภาษิตที่ว่า มวลมนุษย์สู้เพื่อลมหายใจ พืชไม้สู้เพื่อยืนต้น
หากจ้าวเสี่ยวย่ายอมขอโทษเธอดีๆตั้งแต่แรก มีหรือที่หลินจิงซูและแม่ของเธอจะต้องมาขับเคี่ยวกัน จนเกิดเป็นเรื่องเป็นราวไม่จบไม่สิ้นเหมือนเช่นปัจจุบัน?
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ใช่ว่าหลินจิงซูจะเป็นพวกยอมใครง่ายๆ ในเมื่อเหตุการณ์เรื่องราวได้พัฒนามาไกลจนถึงจุดนี้แล้ว เธอเองก็จะขอแลกเลือดสู้ตายเช่นเดียวกัน!
“หนูว่าคุณป้ากลับไปดีกว่าค่ะ เราไม่มีความจำเป็นต้องพูดคุยอะไรกันอีกแล้ว”
ยิ่งถูกสาวน้อยเหยียดยิ้มอย่างดูแคลนพร้อมสะบัดมือขับไล่ต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ แม่ของจ้าวเสี่ยวย่าก็ยิ่งโมโหเลือดพล่านจนควันออกหู ในขณะเดียวกันนั้น พ่อของจ้าวเสี่ยวย่าที่แอบฟังอยู่หน้าประตูมาตั้งแต่เริ่มแรก เขาเองก็ทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน จึงได้ผลักประตูเดินเข้ามาด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว
“ได้! อยากได้เงิน 10,000 หยวนนักฉันก็จัดให้! แต่คิดจะรีดไถเงินจากตระกูลจ้าวของเรา บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด!”
รัศมีแรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของผู้ชายคนนี้ทั้งรุนแรงและแข็งแกร่งมาก แต่กลับไม่มีผลใดๆเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าหลินจิงซู
“แกรู้อะไรมั้ย แค่ฉันยกหูโทรกริ๊งเดียว ก็สามารถดับอนาคตแกได้ทั้งชีวิตแล้ว! คนจนกระจอกๆอย่างพวกแกมันช่างน่าสมเพชสิ้นดี! ถึงกับยอมทำเรื่องชั่วๆทุกอย่างเพื่อเงิน!”
เผชิญหน้าต่อคำข่มขู่และถ้อยคำเหยียดหยันรุนแรงจากพ่อของจ้าวเสี่ยวย่า คู่คิ้วของหลินจิงซูถึงกับกระตุกขึ้นทันควัน อารมณ์พุ่งเดือดพล่านไม่ต่างกัน
เป็นอย่างที่เธอคาดคิดไว้ไม่ผิดจริงๆ ธาตุแท้ของคนในครอบครัวนี้ ล้วนแล้วแต่ชอบดูถูกดูแคลนคนอื่นเหมือนกันหมด! ในที่สุด คนพวกนี้ก็เผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมา!
ต่อหน้าสองสามีภรรยาที่กำลังเดือดดาล หลินจิงซูกลับพลิกตัวหันหลัง แล้วนอนห่มผ้าอยู่บนเตียงอย่างสบายอกสบายใจ
“เสร็จธุระของพวกคุณรึยัง? นี่มันห้องผู้ป่วยนะคะ กรุณาอย่ารบกวนเวลาพักผ่อนของคนอื่น ไม่อย่างนั้นหนูจะกดกริ่งเรียกพยาบาลให้มาเชิญตัวพวกคุณออกไปซะ”
แต่ฝ่ายที่ดูจะตื่นตระหนักยิ่งกว่ากลับเป็นแม่จ้าวเสี่ยวย่า เธอหันขวับสาดสายตาเดือดดาลใส่ผู้เป็นสามีอย่างไม่สบอารมณ์ ภายใต้สภาวะวิกฤตทางการเงินของครอบครัวเวลานี้ หากต้องเสียเงินก้อนโตจำนวน 10,000 หยวนไป อนาคตของพวกเขารวมถึงลูกสาวคงต้องถึงคราวสั่นคลอนแล้ว!
“หิวเงินนักใช่มั้ยแกน่ะ! หมื่นนึงก็หมื่นนึง! แค่เศษเงินเท่านั้นล่ะ! ตราบใดที่แกยอมยกฟ้องลูกสาวฉัน ฉันเองก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับแกเหมือนกัน ขอให้เราหมดเวรหมดกรรมกันแค่นี้เถอะ!”
หลินจิงซูไม่แม้แต่จะพลิกตัวหันกลับไปมองด้วยซ้ำ เพียงแค่ยักไหล่ตอบส่งๆไป พร้อมโบกมือไล่ด้วยความรำคาญ
“ เงินมางานเดินค่ะ อย่าดีแต่พูด”
ถูกปรามาสหยามเกียรติกันขนาดนี้ พ่อของจ้าวเสี่ยวย่ารีบควักเงินสดจำนวน 10,000 หยวนออกมาทันที แล้วจัดการปาใส่หน้าหลินจิงซูด้วยความโมโหสุดขีด เขายอมกินแกลบดีกว่าปล่อยให้นังเด็กยาจกคนนี้สบประมาทดูแคลนได้!
จ้าวเสี่ยวย่ายังคงเฝ้าสอดแนมอยู่นอกห้อง ทันทีที่พบว่าพ่อแม่ของเธอเสียท่าอีกฝ่ายเข้าแล้ว ทั้งคู่ถูกนังสารเลวนั่นไถเงินไปได้จริงๆ วินาทีนั้น เธอเองก็ถึงกับสติแตกจนแทบคลั่ง
โดยไม่สนใจคำตักเตือนใดๆอีก เธอถีบประตูอย่างแรงพร้อมพุ่งกระโจนเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“ฉันจะฆ่าแก! นังชั่ว! นังคนสารเลว!! แกกล้าดียังไงถึงได้มาหลอกเอาเงินพ่อแม่ฉันแบบนี้! ฉันจะฆ่าแกให้ตายเดี๋ยวนี้เลย!!”
เพราะความโมโหเดือดดาลจนขาดสติ โดยไม่ยั้งคิด จู่ๆจ้าวเสี่ยวย่าก็ควักมีดสั้นที่เตรียมไว้ออกมา วิ่งตรงเข้าไปกระซวกใส่ร่างหลินจิงซูหวังจะฆ่าแกงกันให้ตายจริงๆ
พบเห็นภาพฉากที่ไม่คาดฝันเช่นนี้ สองสามีภรรยาตระกูลจ้าวถึงกับตกใจเสียขวัญจนแทบเป็นลมล้มพับหมดสติไป
ก่อนที่สถานการณ์จะดำดิ่งสู่ความเลวร้ายมากไปกว่านี้ หลินจิงซูเร่งตอบสนองอย่างฉับไว เธอยกเท้าขึ้นถีบเข้าใส่ยอดอกของจ้าวเสี่ยวย่าอย่างแรง จนอีกฝ่ายถึงกับหงายหลังกระเด็นออกไป ร่างเพรียวบางของสาวน้อยกลิ้งไปไกลหลายตลบ
“ยังจะมีหน้ามาทำตัวแบบนี้อีกเหรอ? ดูท่าจะไม่ใช่แค่ทำร้ายร่างกายแล้วล่ะ นี่มันเจตนาฆ่ากันชัดๆ!”
กระดูกช่วงชายโครงของจ้าวเสี่ยวย่าส่งเสียงลั่นดังเปรี๊ยะ กระแสความเจ็บปวดสุดแสนแผ่ซ่านกระจายไปทั่วทั้งกายร่าง เธอร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด คร่ำครวญเรียกหาพ่อและแม่หวังให้ช่วยเหลือ
“พ่อคะ! แม่คะ! ฮืออ…ช่วยหนูด้วย! นังสารเลวนี่มันถีบหนู! หนูเจ็บมากเลย! ฮือออ…ฮือออ…หนูจะแจ้งตำรวจมาจับมัน!!”
ศิลปะป้องกันตัวที่หลินจิงซูหยิบใช้เมื่อครู่ ทำเอาสองสามีภรรยาตระกูลจ้าวถึงกับอ้าปากค้างพูดไม่ออกอยู่นาน พวกเขาทั้งโกรธและประหลาดใจในคราวเดียวกัน
คล้อยหลังจัดการกับจ้าวเสี่ยวย่าเรียบร้อยแล้ว หลินจิงซูก็ยกมือขึ้นปัดฝุ่นเล็กน้อย จากนั้นจึงค่อยเอนตัวนอนลงบนเตียงคนไข้ดังเดิม สองมือผสานไว้ที่ท้ายทอย หลับตาพริ้มพักผ่อนอย่างสบายอารมณ์
“นี่แก!! นังขยะชั้นต่ำ! แกกล้าดียังไงมาทำร้ายร่างกายฉันแบบนี้! ฝากไว้ก่อนเถอะ! แกรู้มั้ยว่าพ่อฉันเป็นใคร! พ่อฉันน่ะมีเส้นสายใหญ่โต รู้จักตำรวจทั้งสถานี! แก.. แกเตรียมถูกขังลืมได้เลยนังชั่ว!”
หลินจิงซูไม่แยแสใส่ใจ ทำราวกับอีกฝ่ายเป็นอากาศธาตุ มิหนำซ้ำยังผิวปากฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์ด้วย
“พวกคุณสองคนน่ะ หัดรู้จักสั่งสอนลูกสาวตัวเองบ้าง ไม่ใช่เที่ยวปล่อยให้ออกไปทำตัวน่ารังเกียจเป็นมะเร็งสังคมอยู่แบบนี้ คิดว่าตัวเองวิเศษวิโสมาจากไหนกัน? คิดอยากจะทำร้ายใครก็ทำ อยากจะใช้มีดแทงใครก็แทงได้งั้นเหรอ? อยากรู้จริงๆว่า ถ้าหนูเอาเรื่องนี้ไปแจ้งความอีกกระทง ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายถูกขังลืม?”
วินาทีนั้นเอง สองสามีภรรยาตระกูลจ้าวเพิ่งจะตระหนักได้ว่า หลินจิงซูที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขาขณะนี้ กลับหาใช่สาวน้อยธรรมดาทั่วไปไม่!
คิดจะจัดการกับนังเด็กนี่กลับไม่ใช่เรื่องง่าย!
ทางด้านแม่ของจ้าวเสี่ยวย่าเหมือนจะไม่กล้ามีปัญหาไปมากกว่านี้แล้ว บทบาทของเธอจึงได้ผันเปลี่ยนไปอีกครั้ง กลับกลายมาเป็นคุณนายผู้สร้างสันติในทันที
“เอาล่ะ เอาล่ะ ในเมื่อทางเราก็ได้จ่ายเงินจำนวน 10,000 หยวนให้แล้ว หวังว่าเธอจะไม่ลืมข้อตกลงที่คุยกันไว้นะ จากนี้ไป พวกเราก็ต่างคนต่างอยู่!”
เป้าหมายในใจของหลินจิงซูได้บรรลุไปส่วนหนึ่งแล้ว เธอยิ้มพร้อมกับพยักหน้าตอบ
“แน่นอน เชิญพวกคุณทุกคนไสหัวกลับไปได้แล้วค่ะ”
“อ่อ อีกอย่าง ถ้าลูกสาวของพวกคุณยังกล้าโผล่หน้ามาให้หนูเห็นอีกล่ะก็ ครั้งต่อไป รับรองว่าเรื่องจบไม่สวยแน่ๆ!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







