เข้าสู่ระบบ177 2-2
ตอนที่ 353 คำนินทาของพนักงานโรงแรม
“หนูไม่ใช่ลูกสาวของประธานหลิวค่ะ แต่เขามอบอำนาจให้หนูบริหารจัดการแผนกจัดเลี้ยงของทางโรงแรมได้อย่างเต็มที่ ส่วนคุณลุงก็มีหน้าที่คอยจัดส่งสินค้าตามจำนวนที่สั่งในแต่ละเดือนให้ก็พอค่ะ”
ในยุคสมัยนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ผู้ประกอบการธุรกิจไวน์จะเสาะหาช่องทางขายสู่ท้องตลาดได้ การที่มีโรงแรมยักษ์ใหญ่มาขอผูกขาดสินค้าให้ส่งเป็นประจำทุกเดือนเช่นนี้ จึงไม่ต่างอะไรจากการมีเหมืองทองทำเงินอยู่ข้างกายตลอดเวลา!
เจรจาพูดคุยกันเพียงไม่นาน เจ้าของโรงกลั่นคนนั้นก็รับปากบรรลุข้อตกลงร่วมกันอย่างรวดเร็ว ก่อนจากกัน หลินจิงวูยังหยิบไวน์แดงชนิดนั้นติดมือกลับไปอีกสองสามขวดด้วย จากนั้น จึงได้เดินทางกลับบ้านพร้อมกับหวู่ฮ่าวชิง
เด็กหนุ่มคนหนึ่งและเด็กสาวอีกคนหนึ่ง พากันเดินเตร่โยกซ้ายทีขวาทีอยู่บนท้องถนนที่กว้างใหญ่ ทั้งหมดเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ทั้งคู่เพิ่งจะดื่มกันมานั่นเอง
ชั่ววินาทีถัดมา ก่อนที่หลินจิงซูจะทันตอบสนองใดๆด้วยซ้ำ จู่ๆเธอก็ได้ยินเสียง…
“พรวดด…”
สาวน้อยหันขวับอย่างเร็วจนหัวแทบหลุด ปรากฏว่าหวู่ฮ่าวชิงกำลังนั่งยองๆ อาเจียนออกมาเต็มท้องถนน
พบเห็นภาพฉากนี้เข้า หลินจิงซูอดที่จะรู้สึกผิดไม่ได้ เพราะวันนี้นับว่าเธอติดหนี้บุญคุณหนุ่มน้อยคนนี้มากจริงๆ ทั้งที่เขาไม่ใช่ผู้ชายสายดื่มแท้ๆ แต่กลับต้องมาทนทรมานเพราะเธอ!
หลินจิงซูนั่งยองๆลงที่ถนนเคียงข้างเขาอีกคน พร้อมช่วยตบลูบแผ่นหลังให้อีกฝ่าย
“ขอโทษ…ฉันขอโทษด้วยนะประธาน ที่ทำให้ต้องเดือดร้อนไปด้วยแบบนี้”
หลินจิงซูส่ายหน้า
“นายจะโทษตัวเองไปทำไม? ฉันต่างหากที่ผิด ทำให้นายต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้”
หวู่ฮ่าวชิงค่อยๆเคลื่อนสายตาจ้องมองไปที่ไวน์แดงสองสามขวดในอ้อมแขนของหลินจิงซู แล้วก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้
“เจ้านี่น่ะ…ถึงกลิ่นของมันจะหอมและรสชาติไม่น่าชวนอ้วกเท่าเหล้า แต่ราคาค่าตัวของมันกลับสูงมาก เฮ้อ…คิดไปก็รู้สึกเสียดายที่อ้วกออกมา ประธาน ฉันยอมรับในความเด็ดเดี่ยวของเธอจริงๆ ที่กล้าลงทุนกับธุรกิจประเภทนี้ได้!”
เรื่องราคาของไวน์พวกนี้ หลินจิงซูเองยังต้องยอมรับว่าราคาสูงมากจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไวน์แดง ซึ่งราคาค่าตัวของพวกมันนั้นสูงกว่าไวน์ขาวทั่วไปมาก
ฉะนั้นแล้ว หากใครสักคนคิดที่จะเปิดบาร์หรือร้านนั่งดื่มแบบนี้ ต้องโยนเรื่องค่าใช้จ่ายทิ้งออกไปจากหัวได้เลย และเพียงแค่หลับหูหลับตาจ่ายออกไปเป็นพอ
และยิ่งเป็นบาร์ในโรงแรมหรูหรามีระดับเช่นนี้ด้วย เรื่องราคาต้นทุนของไวน์กับวิสกี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะจะทำให้ประสาทเสียเปล่าๆ!
ด้วยเหตุนี้เอง การจะเปิดร้านนั่งดื่มประเภทนี้จึงต้องมีกลเม็ดเคล็ดลับไม่น้อย อย่างเช่น ไวน์หนึ่งขวดเราจะต้องรู้จักแบ่งขายให้ได้อย่างน้อย10แก้วขึ้นไป และราคาต่อแก้วจะต้องคิดเป็นสองเท่าจากปริมาณที่แบ่งสรร เพราะไม่อย่างนั้น ธุรกิจของเราก็จะไม่มีวันทำกำไรได้เลย!
“นายไม่เข้าใจ นี่แหละคือวิถีแห่งนักธุรกิจ!”
หลังจากอาเจียนออกไปชุดใหญ่ หวู่ฮ่าวชิงจึงค่อยรู้สึกดีขึ้นบ้าง ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็เดินทางมาถึงโรงแรมหลี่เจี่ย
ตามคำร้องขอของหลินจิงซู โรงแรมหลี่เจี่ยจำเป็นต้องขยายเวลาการให้บริการเป็น 24 ชม. แม้กระทั่งแผนกพื้นที่จัดเลี้ยงก็ต้องเปิดให้บริการตลอดเช่นกัน
การปรากฏตัวของหลินจิงซูในครั้งนี้ ล้วนแต่สร้างความลำบากให้กับพนักงานของโรงแรมทุกแผนก
“นังเด็กร้านชานมไข่มุกนั่นชักจะเอาใหญ่แล้ว! ปากดี เอาแต่สั่งโน่นสั่งนี่ไปทั่ว! ลองมายืนหลังขดหลังแข็งทำงานแทนดูบ้างสิ! ขยายเวลาการทำเงินเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แต่เงินเดือนที่ได้ก็ยังเท่าเดิมอยู่ดี! แย่ชะมัด!”
“นั่นน่ะสิ ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่า ทำไมท่านประธานหลิวถึงได้เชื่อเด็กคนนี้นัก? เท่าที่ฉันได้ยินมา เห็นว่าเด็กนี่ยังเป็นแค่นักศึกษาเองไม่ใช่เหรอ?”
“ยังจะมีเหตุผลอะไรอีกล่ะ นอกจากว่าท่านประธานหลิวดันตาบอดไปชอบมันเข้าน่ะสิ! มองแว้บแรกก็รู้แล้วว่า นังเด็กนี่ไม่ใช่คนน่าคบหาเลยสักนิด!”
ทันทีที่หลินจิงซูและหวู่ฮ่าวชิงก้าวเข้ามาในโรงแรม ทั้งคู่ต่างก็ได้เห็นพนักงานรอบข้างเริ่มจับกลุ่มซุบซิบนินทากันอย่างสนุกปาก
สีหน้าของหวู่ฮ่าวชิงเปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นทันทีที่ได้ยิน วินาทีเดียวกันนั้น เขาแทบจะตบเท้าก้าวออกไปหยุดคำติฉินนินทาเหล่านั้นด้วยตัวเอง แต่ก็เป็นหลินจิงซูที่ห้ามปรามเอาไว้ก่อน
คิดจะหยุดข่าวลือให้เงียบได้ จะต้องเป็นคนฉลาดเหนือคน เพียงแค่คำอธิบายปลายเหตุน่ะเหรอ พูดให้ตายอย่างไรก็ไม่สามารถหยุดฝีปากผู้คนได้
หลินจิงซูจะรอจนกว่าสิ่งที่ทำอยู่จะประสบความสำเร็จ เมื่อถึงเวลานั้น เธอจึงค่อยเอาความสำเร็จที่ว่านี้ไปอุดปากคนพวกนั้นก็ยังไม่สาย!
ในขณะเดียวกัน เฉินเฉวียนเย่ที่กำลังนั่งรอคอยความคืบหน้าอยู่ในโถงล็อบบี้ เมื่อเห็นคนทั้งสองปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ฉุนมาแต่ไกล รังสีอำมหิตพลันแผ่ซ่านออกจากร่างกายของเขาทันที
เฉินเฉวียนเย่ยืนจ้องตาหวู่ฮ่าวชิงเขม็ง ท่าทางขึงขังบ่งบอกว่ากำลังเดือดดาลอย่างมาก เค้นเสียงเย็นยะเยือกยิงคำถามใส่ทีละคำ
“นี่แก…คิดจะมอมเหล้าลูกสาวฉันงั้นเหรอ?”
“ปะ-เปล่าครับ! ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ! คุณอาเข้าใจผิดแล้วครับ! ผมแค่พาประธานไปตระเวนชิมไวน์องุ่นตามโรงกลั่นก็เท่านั้นเอง!”
“พ่อเฉินคะ หนูดูเหมือนคนจะถูกมอมเหล้าได้ง่ายๆเหรอคะ?”
หลินจิงซูไม่รอช้า รีบพูดแทรกขัดจังหวะคนทั้งสองขึ้นทันที ทันใดนั้น เธอก็หันไปเห็นบาร์เครื่องดื่มที่เหล่าคนงานกำลังรังสรรค์สร้างขึ้น และยิ่งรู้สึกปลื้มปีติมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่า ทุกอย่างล้วนตรงตามแบบที่เธอร่างทุกประการ
“ไม่เลวเลย นี่ถ้าทำให้โทนสีโดยรวมมืดสลัวกว่านี้หน่อย นี่มันเลานจ์ชัดๆเลย!”
เลานจ์?
ทั้งเฉิงเฉวียนเย่ทั้งหวู่ฮ่าวชิงต่างไม่เคยได้ยินศัพท์คำนี้มาก่อน
“พ่อเฉินมาทางนี้เร็วค่ะ หนูรู้ว่าพ่อเฉินชอบดื่มของมึนเมาเป็นที่สุด วันนี้หนูก็เลยเตรียมไวน์ชั้นเยี่ยมมาให้ลองชิมด้วยค่ะ เดี๋ยวหนูจะลองผสมเครื่องดื่มให้ลองชิมดูนะคะ!”
ได้ยินว่าเป็นไวน์ชั้นเยี่ยม เฉินเฉวียนเย่ก็วิ่งสับเท้าตรงดิ่งเข้าไปหาหลินจิงซูอย่างรวดเร็ว และไม่สนใจหวู่ฮ่าวชิงอีกต่อไป
“สาวน้อย สำหรับฉันแล้วการดื่มไวน์ขาวก็ไม่ต่างอะไรจากการน้ำเปล่า! อยากให้ลองสักกี่สูตรก็จัดมาเลย! แค่น้ำผลไม้ให้เด็กกิน เอาอดีตเจ้าพ่อใหญ่แห่งถนนไป๋ฮั่นคนนี้ไม่ลงอยู่แล้ว!”
จากคำพูดคำจาของเฉินเฉวียนเย่ เห็นได้ชัดว่าเขาค่อนข้างดูถูกดูแคลนฤทธิ์เดชของไวน์ประเภทนี้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับไวน์แดงที่มีแอลกอฮอล์รุนแรงเสียยิ่งกว่าไวน์ขาวทั่วไป
หลินจิงซูไม่คิดจะขยายความอะไรต่อเช่นกัน เพียงรินไวน์ใส่ขวดผสมเข้ากับน้ำผลไม้อีกสองสามชนิด จากนั้นก็ปิดฝาเขย่าต่อหน้าชายทั้งสองที่กำลังเฝ้ารับชมด้วยความงุนงง
เธอนำไวน์แดงผสมกับน้ำผลไม้และเหล้าบางชนิด พร้อมบีบน้ำมะนาวตบท้ายเพิ่มความกลมกล่อม
โดยไม่มีพูดพล่ามทำเพลง หลังจากที่หลินจิงซูรินใส่แก้วพร้อมประดับตกแต่งเสร็จแล้ว เฉินเฉวียนเย่ก็เอื้อมมือออกไปคว้าหมับพร้อมกระดกเข้าปากรวดเดียวจนหมดแก้ว
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







