เข้าสู่ระบบตอนที่ 36 พวกต้มตุ๋น
จากที่หลินจิงซูเคยร่ำเรียนวิชามาจากเหลาหวางโถวในชีวิตก่อนหน้า เขาไม่ได้มุ่งสอนเพียงแค่วิชาโกงไพ่ร้อยรูปแบบเท่านั้น แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยประกอบให้การโกงสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีกก็คือทักษะการแสดง
ในวงไพ่ไม่ว่าเมื่อไหร่หรือที่ไหน เรามีโอกาสที่จะถูกจับได้เสมอ แต่ก็แน่นอน เราย่อมไม่สามารถเปิดเผยกลโกงเหล่านั้นให้ทุกคนล่วงรู้ได้
เพราะเช่นนั้น ทักษะการแสดงจึงสำคัญยิ่ง และต้องรู้จักโกหกหน้าตายให้เป็นด้วย
ภายใต้แรงกดดันของมวลชนรอบด้าน หลินจิงซูกวาดตามองไปที่ไพ่คิงทั้งห้าใบบนโต๊ะอย่างใจเย็น แล้วจึงเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า
“ทุกครั้งที่เล่นจบ คุณน้าก็ขอไพ่จากหนูกลับคืนไปทุกครั้ง แล้วตอนแจกไพ่ คุณน้าก็เป็นคนเดียวที่แกะไพ่สำรับใหม่ ถ้าจะถามว่าทำไมถึงมีไพ่คิงตั้งห้าใบแบบนี้ ควรต้องถามคุณน้าถึงจะถูกไม่ใช่เหรอคะ?”
ทางฝ่ายเจ้ามือนั้นมั่นใจอย่างยิ่งว่า หลินจิงซูจะต้องโกงไพ่ในตานี้อย่างแน่นอน นั่นเพราะจากการแจกไพ่ของเขานั้น เขาไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสได้แต้มสูงกว่าเลย เพราะฉะนั้น นังเด็กคนนี้จะต้องเล่นตุกติกอะไรลับหลังอย่างแน่นอน!
“แกนั่นล่ะนังหนูที่โกงฉันแน่ๆ!”
เจ้ามือยกมือขึ้นชี้หน้าหลินจิงซู พร้อมกับร้องตะโกนด่าสาปแช่งต่อว่า
“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันรังแกเด็กก็แล้วกัน! ถ้าไม่คืนเงินจำนวนนั้นมา ก็อย่าหวังว่าจะได้ออกไปจากที่นี่เลย!!”
ขณะเดียวกันนั้น ป้าผางเองก็ได้กระโจนขึ้นหน้า พร้อมกับแหกปากร้องโวยวายเสียงดังลั่น
“แก! ไอ้สารเลว! ตอนได้เงินฉันไปเอาแต่ยิ้มแย้มไม่พูดอะไรสักคำ! ตอนนี้เป็นฝ่ายแพ้เสียเงินบ้าง กลับจะมาแหกปากงอแงใส่ร้ายคนอื่นว่าเล่นโกง! โตเป็นควายขนาดนี้แล้ว ยังจะทำตัวเอาแต่ใจเป็นเด็กๆไปได้!”
“นังป้า! แกด่าใครห๊ะ?!”
กลุ่มชายฉกรรจ์บีบวงล้อมแคบลงเรื่อยๆ เสียงหักกระดูกนิ้วมือดังลั่น ราวกับจะประกาศว่าพร้อมจะลงมือได้ทุกเมื่อ แต่จู่ๆก็มีคนร้องตะโกนลั่นขึ้นท่ามกลางฝูงชนว่า
“ตำรวจมา! ตำรวจมา!!”
ทันทีที่เจ้ามือและเหล่านักต้มตุ๋นได้ยินเช่นนั้น ก็เหมือนกับพบเจอของแสลงใจ ต่างคนต่างหน้าซีดขาวเป็นเผือกต้ม และร้องตะโกนลั่นเสียงหลง
“เก็บๆๆ!! รีบเก็บข้าวของแล้วแยกย้าย เร็วเข้า!!”
บรรดาหน้าม้าหลายคนที่แกล้งมาเป็นคนดูปะปนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ต่างก็รีบกระโดดเข้าไปช่วยเก็บข้าวของหอบหนีกันยกใหญ่
ป้าผางเห็นภาพฉากเหล่านี้เข้าก็ถึงกับกระจ่างแจ้งทันใด หากไม่ใช่การต้มตุ๋นหลอกลวงก็คงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้แล้ว!
“ไอ้ชาติชั่ว! ไอ้พวกสัตว์นรก กล้าหลอกลวงกันได้! ที่ผ่านมาพวกแกรวมหัวกันหลอกตุ๋นเงินฉันไปงั้นเหรอ?!!”
ป้าผางไม่พูดพล่ามทำเพลง รีบวิ่งไปคว้าม้านั่งบนพื้นที่เจ้ามือเคยนั่งขึ้นมา แล้วเหวี่ยงทุบตะลุมบอนจนเกิดเป็นเหตุการณ์วุ่นวายยกใหญ่
ตำรวจรีบวิ่งเข้ามาระงับเหตุความรุนแรงอย่างรวดเร็ว
“ใครกันที่กล้าก่อปัญหาที่นี่?!”
ตำรวจวัยกลางคนผู้หนึ่งวิ่งเข้ามากลางวงที่กำลังโกลาหล และเมื่อพบเห็นหลินจิงซูอยู่ในที่เกิดเหตุ เขาก็ร้องอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ
“แม่หนู? เป็นหนูอีกแล้วเหรอ?”
หมู่นี้ดูท่าหลินจิงซูจะสนิทกับพวกตำรวจไม่น้อยเลย มีปฏิสัมพันธ์ต้องพบเจอหน้ากันแทบทุกวัน จนแทบจะพูดได้ว่า ช่วงนี้เธอได้กลายมาเป็นคนดังประจำสถานีตำรวจไปแล้ว
หลินจิงซูก้มหน้าหัวเราะระคนเหี่ยใจเล็กน้อย
ไม่นานเกินรอ เหล่านักต้มตุ๋นหลายคนก็ถูกตำรวจจับกุมตัวไป
แต่เริ่มเดิมที ทุกคนต่างคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจโถมกำลังเข้ามาก็เพื่อระงับเหตุความวุ่นวายระหว่างผู้คน แต่ที่ไหนได้ กลุ่มตำรวจกลับเตรียมการบุกมาที่นี่เพื่อทลายโต๊ะพนันเถื่อนตั้งแต่แรกแล้ว ของกลางที่ยึดมาได้นั้นไม่ได้มีเฉพาะไพ่ แต่ยังมีอุปกรณ์กลโกงอีกมากมายหลายชนิดด้วย
หลังจากที่เหล่านักต้มตุ๋นถูกตำรวจนำตัวไป ป้าผางก็ตกอยู่ในภวังค์ความสับสนชั่วขณะ เพราะเรื่องนี้นับเป็นคดีฉ้อโกงอย่างหนึ่ง แล้วเงินจำนวนมากกว่าสองพันหยวนนี้ ป้าผางกับหลินจิงซูจะเก็บไว้กับตัวได้อย่างไรกัน?
มีคำถามมากมายอัดแน่นอยู่ภายในหัวของป้าผาง แต่ตำรวจกลับสั่งให้ยืนนิ่งๆห้ามหนีไปไหน ดังนั้น เธอจึงไม่มีโอกาสแม้แต่จะปริปากพูดสักคำ
ตำรวจวัยกลางคนผู้นั้นหันมาบอกกับหลินจิงซูและป้าผางว่า
“ถือว่าพวกคุณสองคนโชคดีมากเลยนะครับ ที่มีคนไปแจ้งเรื่องนี้ที่สถานีตำรวจได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้น คงจะต้องมีประชาชนถูกคนพวกนี้ต้มตุ๋นจนหมดตัวอีกมาก”
หลินจิงซูเอ่ยถามกับทางตำรวจว่า
“ใครเหรอคะที่เป็นคนไปแจ้งตำรวจเรื่องนี้?”
ตำรวจวัยกลางคนตอบยิ้มๆ
“ก็เพื่อนบ้านของหนูเองนั่นแหละ ศาสตราจารย์หวังกับหลานชายของเขา”
ศาสตราจารย์หวังกับจู้หยานงั้นเหรอ?
แล้วพวกเขาสองคนรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?
หลินจิงซูชะโงกศีรษะเหลียวซ้ายแลขวาสำรวจมองอย่างรวดเร็ว กระทั่งไปพบเข้ากับศาสตราจารย์หวังและจู้หยานที่กำลังยืนอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้
ศาสตราจารย์หวังโบกไม้โบกมือยิ้มทักทายเธอกลับ ส่วนจู้หยานที่สวมเสื้อสีดำกางเกงขายาวสีขาว ยังคงมีสีหน้าที่ราบเรียบเฉยเมยราวกับไร้ความรู้สึกเช่นเคย มองผิวเผินคงคิดว่าเป็นต้นไม้หายใจได้
เธอเดินเข้าไปขอบคุณศาสตราจารย์หวังและจู้หยาน ยิ้มให้พร้อมกับโค้งคำนับอย่างสุภาพ
“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยเหลือ ถ้าแจ้งตำรวจช้ากว่านี้อีกนิด บางทีหนูกับป้าผางอาจถูกคนพวกนั้นทำร้ายจริงๆก็ได้”
ศาสตราจารย์หวังตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม
“สำหรับเรื่องนี้ ฉันไม่ขอรับความดีความชอบจะดีกว่า ทั้งหมดเป็นเพราะจู้หยานเห็นบางอย่างไม่ปกติเกิดขึ้น ก็เลยรบเร้าให้ฉันรีบไปแจ้งตำรวจน่ะ แล้วก็เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นจริงๆด้วย”
“จู้หยาน ขอบคุณมากนะ นายช่วยฉันอีกครั้งแล้ว”
หลินจิงซูหันไปโบกมือยิ้มแย้มให้อีกฝ่ายพร้อมเอ่ยขอบคุณจู้หยาน ครั้งก่อนที่เขาช่วยเธอไว้ เธอตั้งใจว่าจะปรุงอาหารแมวรสเด็ดไปให้เจ้าสาหร่ายกินเยอะๆเพื่อเป็นการตอบแทน แต่กลับคิดไม่ถึงว่า มาครั้งนี้เธอยังจะต้องติดหนี้บุญคุณเขาอีกครั้งแล้ว ทำเอาเธอถึงกับคิดไม่ออกเลยว่าจะตอบแทนจู้หยานอย่างไรดี? ทำสปานวดให้เจ้าสาหร่ายรู้สึกผ่อนคลายดีไหมนะ?
จู้หยานปรายหางตามองเธอเล็กน้อย ริมฝีปากปริอ้าคล้ายต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายกลับนิ่งเงียบภายใต้สีหน้าท่าทางลังเลไม่กล้าเอ่ยออกมา
มองเห็นท่าทีชวนอึดอัดระคนลำบากใจของหลานชาย ศาสตราจารย์หวังจึงรีบออกตัวและพูดขึ้นว่า
“ฉันจะไปคุยกับทางตำรวจหน่อย เด็กๆสองคนก็ตามสบายแล้วกันนะ”
ได้ยินคำพูดประโยคนี้ของศาสตราจารย์หวังเข้า หลินจิงซูถึงกับกัดฟันจนเสียวระบมเล็กน้อย พร้อมกับจ้องมองศาสตราจารย์หวังที่เดินสองมือไพล่หลังไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ เธอปั้นหน้ามุ่ยแสดงความไม่พอใจเท่าไหร่นัก ทำไมศาสตราจารย์หวังต้องพูดอย่างกับเธอเป็นเด็กๆไปได้?
“มีอะไรอยากจะพูดรึเปล่า?”
เธอเองก็สังเกตเห็นจู้หยานตั้งแต่เมื่อครู่แล้วเช่นกัน เมื่อสบโอกาสอยู่กันเพียงลำพัง จึงรีบเปิดประเด็นถามอีกฝ่ายออกไปตามตรง
จู้หยานนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจู่ๆก็ถามคำถามที่ไม่คาดคิดออกมา
“เมื่อครู่เธอโกงไพ่ใช่ไหม?”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







