เข้าสู่ระบบตอนที่ 37 ตั๋วเที่ยวรีสอร์ท
หลินจิงซูถึงกับสะดุ้งโหยงสุดตัว หันซ้ายทีขวาทีอยู่หลายครั้งจนมั่นใจ เธอจึงค่อยพยักหน้าตอบอย่างเชื่องช้า พร้อมกับกระซิบเสียงเบาว่า
“ชู่ว~ นี่เป็นความลับ”
แม้ว่าเหลาหวางโถวจะถ่ายทอดวิชาโกงไพ่ร้อยรูปแบบให้กับเธอ แต่ทุกครั้งเขาจะเน้นย้ำเสมอว่า จนตายก็ห้ามเปิดเผยเคล็ดวิชานี้ให้คนอื่นล่วงรู้โดยเด็ดขาด!
แต่สำหรับจู้หยานนั้น ในฐานะที่เขาเป็นผู้มีบุญคุณต่อเธอ…เธอจึงไม่สามารถปิดบังเรื่องนี้กับเขาได้จริงๆ
อีกฝ่ายช่วยเหลือเธอหลายต่อหลายครั้ง ผนวกกับเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิตของตัวเขาเองด้วย ทำให้หลินจิงซูรู้สึกเห็นอกเห็นใจจู้หยานอย่างอธิบายไม่ถูกเช่นกัน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอไม่ต้องการมีความลับกับเขา
“เป็นความลับงั้นเหรอ? หมายความว่ามีแค่เราสองคนที่รู้?”
จู้หยานร้องถามออกไป พร้อมกับจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ
หลินจิงซูพยักหน้า
“ถูกต้อง มีแค่นายกับฉันเท่านั้นที่รู้”
สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ หลินจิงซูไม่อาจคาดเดาได้ว่ามีใครบ้างที่สังเกตเห็น แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็จะไม่มีวันที่จะยอมถ่ายทอดวิชาโกงไพ่ร้อยรูปแบบให้คนนอกอย่างเด็ดขาด
มุมปากของจู้หยานกระตุกยิ้มเล็กน้อย เผยให้เห็นฟันเขี้ยวเล็กๆที่ดูมีเสน่ห์ซี่หนึ่ง ชั่วพริบตาต่อมา ใบหน้าของเขาก็กลับสู่ความเย็นชาไร้อารมณ์ดังเดิม
เขาพยักหน้าตอบ
“อืม ผมเข้าใจแล้ว”
หลินจิงซูรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที
“ครั้งนี้นายเองก็ช่วยฉันไว้อีกแล้ว ฉันไม่รู้จะตอบแทนนายยังไงดี”
“ผมไม่ต้องการสิ่งตอบแทนจากคุณ…” / “เดี๋ยวฉันจะเตรียมของอร่อยๆไปให้นายดีกว่า…”
ทั้งคู่เปล่งเสียงพูดออกมาพร้อมกัน น้ำเสียงผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
จู้หยานจึงเปลี่ยนใจเสียดื้อๆ พยักหน้าตอบรับและถามต่อว่า
“ตกลง แล้วจะทำอะไรมาให้บ้างล่ะ?”
“เห็นแบบนี้ฉันสามารถทำอาหารได้หลายอย่างนะ เช่นเห็ดทอดกรอบ สเต็กไก่ย่าง ตีนเป็ดราดซอสXO บะหมี่หอยทาก,,,”
หลินจิงซูสาธยายร่ายยาวกว่าอาหารจานอร่อยกว่าสิบเมนูภายในอึดใจเดียว อีกทั้งยังพูดเสริมต่อท้ายประโยคว่า
“ส่วนของโปรดฉันก็คือชานมไข่มุก!”
ในชีวิตก่อนหน้า หลินจิงซูรักการกินชานมไข่มุกเป็นชีวิตจิตใจ ต้องคลั่งไคล้ขนาดไหนถึงได้ยอมนั่งรถไฟความเร็วสูงข้ามมณฑล เพื่อไปซื้อชานมไข่มุกยี่ห้อดัง
เธอรักชานมไข่มุกยิ่งกว่าอาหารสามมื้อเสียอีก หากเจาะเลือดของเธอออกมาดู อาจจะเห็นเป็นชานมสีน้ำตาลไหลออกมาแทนเลือดสีแดงก็ได้!
ในราวช่วงปี 90 ได้มีนักธุรกิจท่านหนึ่งจากไต้หวัน นำเอาชานมไข่มุกเข้ามาสู่จีนแผ่นดินใหญ่ได้ระยะหนึ่งแล้ว และก็ได้รับความนิยมจากผู้คนเรื่อยมา จนกระทั่งเปลี่ยนผ่านมาสู่ยุคอินเตอร์เน็ต ความสามารถในการกระจายข่าวสารนั้นรวดเร็วขึ้นจากเดิมหลายสิบเท่าตัว ทำให้เมนูชานมไข่มุกยิ่งดังระเบิดเป็นพลุแตก ไม่มีหนุ่มสาวคนไหนที่ไม่เคยได้ลิ้มลองรสชาติของมัน
แต่ถึงอย่างนั้น ตามชนบทเล็กๆเช่นนี้ในช่วงปี 1990 ประสิทธิภาพในการรับรู้ข่าวสารของประชาชนยังนับว่าต่ำมาก หลินจิงซูจึงไม่ค่อยอยากจะพูดถึงเครื่องดื่มอย่างชานมไข่มุกสักเท่าไหร่นัก
พูดออกไปใครกันจะเข้าใจ?
“งั้นเรามากินชานมไข่มุกกันเถอะ” จู้หยานจ้องหน้าเธอและพูดอีกว่า
“ผมอยากดื่มชานมไข่มุก”
“โอ้… ได้สิ เดี๋ยวฉันจะเข้าตลาดไปซื้อพวกวัตถุดิบมาก่อน ลองชิมชานมไข่มุกฝีมือฉัน รับรองว่านายจะต้องติดใจ!”
หลินจิงซูแอบรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยในวินาทีแรก แต่ต่อมาเธอก็พอจะเข้าใจอยู่บ้าง จู้หยานเป็นคนที่มาจากเมืองหลวง การที่เขาจะเคยได้ยินชื่อเสียงของมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก ส่วนเรื่องวิธีการทำชานมไข่มุกนั้นนับว่าเป็นเรื่องขี้ผงมาก เพราะหลินจิงซูเคยนั่งเรียนจากคลิปสอนทำชานมไข่มุกของบล็อกเกอร์อาหารท่านหนึ่งที่มีผู้ติดตามนับสิบล้าน สูตรของบล็อกเกอร์ท่านนี้รับรองได้ว่ารสชาติสามารถท้าชนกับร้านดังๆได้เลยทีเดียว
ครั้งนั้น หลินจิงซูลองทำออกมาได้รสชาติที่ค่อนข้างใกล้เคียงมาก ทั้งเนื้อสัมผัสของไข่มุกและรสชาติของชานม
หลังจากบอกลาจู้หลานแล้ว หลินจิงซูกับป้าผางก็ถูกเชิญตัวไปที่สถานีตำรวจเพื่อสอบปากคำ
เมื่อไปถึงสถานีตำรวจ ป้าผางก็ตระหนักได้ถึงความผิดพลาดที่ตนได้ก่อขึ้น เธอจึงให้สัญญาต่อหน้าตำรวจว่า จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับบ่อนพนันข้างถนนพวกนี้อีก หลินจิงซูเองก็รับปากเช่นกว่า จะไม่เอาตัวเข้าไปพัวพันกับสิ่งเหล่านี้อีก
เจ้าหน้าที่ตำรวจที่นี่พบเจอหน้าหลินจิงซูที่แวะเวียนมาอยู่บ่อยครั้ง จึงค่อนข้างสนิทสนมกันพอควร พวกเขาเน้นย้ำกับเธอด้วยน้ำเสียงเข้มงวดว่า
“ครั้งต่อไปอาจจะไม่ได้โชคดีแบบนี้อีกนะ หนูจะต้องรู้จักระมัดระวังตัวให้ดี อย่าทำให้แม่ต้องเป็นห่วงเข้าใจมั้ย?”
หลินจิงซูพยักหน้าให้คำมั่นสัญญา
“คุณลุงตำรวจตะ หนูสัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับอะไรแบบนี้อีกแล้วค่ะ”
“การพนันทำให้ชีวิตผู้คนพังพินาศมานับไม่ถ้วนแล้ว ชนะได้รางวัลใหญ่วันนี้ ใช่ว่าพรุ่งนี้จะไม่เสีย เคยมีผู้ใหญ่หลายต่อหลายคนที่เป็นแบบหนูนี่ล่ะ คิดว่าตัวเองเก่งกาจมีพรสวรรค์ด้านนี้ ผลสุดท้าย จุดจบไม่สวยเลยสักคนเดียว ไม่ฆ่าตัวตายหนีเจ้าหนี้ ก็นอนเป็นขอทานอยู่ข้างถนน”
“ค่ะ หนูเข้าใจ ครั้งนี้ที่รอดมาได้ก็เพราะโชคช่วยทั้งนั้น”
ตำรวจพยักหน้าพูดต่อว่า
“หนูเข้าใจก็ดีแล้วล่ะ พวกลุงไม่มีธุระอะไรกับหนูแล้ว กลับบ้านไปเถอะ”
ระหว่างที่หลินจิงซูกำลังเดินออกไป ก็บังเอิญสวนกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ถือข้าวกล่องเดินตรงเข้ามาพอดี
หลินจิงซูนั้นจำเธอไม่ได้ แต่ผู้หญิงร่างสูงคนนั้นกลับยิ้มให้พร้อมกับเอ่ยทักทายแทบจะในทันทีที่พบหน้า
“อ้าว? จิงซู ลูกสาวชิงอี้ไม่ใช่เหรอนั่น? มาทำอะไรในสถานที่แบบนี้เหรอจ๊ะ?”
ได้ฟังน้ำเสียงคุ้นหูก็เริ่มเอะใจ หลินจิงซูเงยหน้าขึ้นมองไปตามเสียง หรี่ตาเพ่งสังเกตมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา
เธอคนนี้ก็คือญาติเจ้าของโรงงานที่เป็นหัวหน้าของหลินชิงอี้ไม่ใช่เหรอ? รู้สึกว่าจะชื่อจางหลาน?
จำได้ว่าเมื่อครั้งที่ติงเสวี่ยเหม่ยแกล้งป่วยจนต้องไปนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หลินจิงซูก็เคยไปเยี่ยมเธอที่ห้องคนไข้ข้างกันครั้งหนึ่ง
หลินจิงซูทักถามตามมารยาท
“คุณป้าจางใช่มั้ยคะ? แล้วทำไมถึงมาที่นี่ล่ะคะ?”
“สามีของป้าทำงานอยู่ที่นี่จ้ะ”
ระหว่างที่เอ่ยตอบ เธอก็ยกมือขึ้นชี้ไปทางตำรวจวัยกลางคนที่หลินจิงซูเคยพบเจอที่สถานีตำรวจ และได้เคยช่วยเหลือเธออยู่หลายครั้งหลายครา เห็นเช่นนั้นทำเอาหลินจิงซูถึงกับหน้าถอดสี เธอรีบก้มหน้าลดศีรษะลงด้วยความอับอาย
โลกมันกลมจริงๆ!
จางหลานถามย้ำอีกครั้ง
“จิงซูน้อย แล้วหนูล่ะมาทำอะไรที่นี่?”
“หนู เอ่อ..หนูกับคุณป้าข้างบ้านมีเรื่องนิดหน่อย…”
จากนั้น เธอก็ได้เล่าเรื่องที่ตนเองและป้าผาง ได้ไปพบเจอกับพวกนักต้มตุ๋นให้อีกฝ่ายฟังอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบ
ภายหลังได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด จางหลานก็ระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น เอื้อมมือไปตบไหล่สาวน้อยตรงหน้าหลายที พร้อมกับอดชื่นชมไม่ได้ว่า
“สาวน้อย ป้ากล้าพูดได้เลยว่าเธอเป็นเด็กกล้าหาญมากจริงๆ! ทั้งที่อยู่ท่ามกลางคนอันตรายพวกนั้น เธอยังมีสติดีขนาดนั้นได้! เอาน่า เอาน่า… ถือซะว่าตั๋วเที่ยวรีสอร์ทที่พ่อของเธอได้ไป เป็นรางวัลปลอบขวัญเธอก็แล้วกันนะ เห็นที่นี่เป็นโรงงานเล็กๆ แต่อย่าได้ดูถูกกันเชียว ทางเราก็จัดให้มีสวัสดิการสำหรับพนักงานไว้ครบครัน! กลับมาจากเที่ยวรีสอร์ทแล้ว อย่าลืมมาเล่าประสบการณ์ให้ป้าฟังด้วยล่ะ!”
“คะ? ตั๋วเที่ยวรีสอร์ทเหรอคะ?”
หลินจิงซูจ้องหน้าจางหลานไม่มีลดละ เผยสีหน้าตะลึงงันงุนงงสงสัย
จางหลานเลิกคิ้วพร้อมกับถามขึ้นว่า
“ทำไมมองหน้าป้าแบบนั้นล่ะ? พ่อของเธอยังไม่ได้บอกอีกเหรอ? อืม…ป้าจำได้ว่าให้ไปหลายวันแล้วนะ”
เธอไม่เคยได้ยินหลินชิงอี้พูดถึงเรื่องตั๋วเที่ยวรีสอร์ทอะไรพรรค์นั้นมาก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตก่อนหน้าหรือชีวิตในตอนนี้ เธอก็ไม่เคยได้ยินเรื่องทำนองนี้เลย
แต่ในเมื่อตอนนี้ติงเสวี่ยเหม่ยก็ย้ายออกไปแล้ว ถ้าหลินชิงอี้ได้ตั๋วเที่ยวรีสอร์ทมาจริง แล้วเขา…จะเอาไปใช้กับใครล่ะ?
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







