เข้าสู่ระบบ195 1-2
ตอนที่ 388 ก่อจลาจลในโรงแรม
“อะไรนะ? เด็กนั่นจะปลดพวกเราออกเหรอ?!”
“นังเด็กนี่ชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว! เราทำงานอยู่ที่นี่มาตั้งกี่สิบปี มันคิดว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหนกัน ถึงได้กล้าถีบหัวส่งพวกเราแบบนี้?!”
“นั่นน่ะสิ! ทำไมท่านประธานถึงได้รักได้หลงเด็กนั่นจนหัวปักหัวปรำแบบนี้นะ! กับเพียงแค่รู้วิธีผสมเหล้าเบียร์นิดๆหน่อยๆ ก็ทำมาเป็นอวดเบ่ง! นังเด็กนี่มันมีดีอะไรนักหนา?”
“ถูกต้อง! เด็กนั่นข่มเหงพวกเรามากเกินไปแล้ว!”
“…”
เวลานี้ โรงแรมหลี่เจียต้องลุกเป็นไฟจากแรงเดือดดาลของเหล่าพนักงาน ทั้งหมดรวมตัวกันเพื่อประท้วงการบริหารจัดการที่ไม่เป็นธรรมของหลินจิงซู
แม้เงินเดือนของพวกเขาจะดีดทะยานเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงที่โรงแรมเติบโตนี้ ย่อมเป็นที่แน่นอนว่า ไม่มีใครอยากจะถูกไล่ออกในช่วงเวลาทองคำแบบนี้เช่นกัน
“พวกเราจะทำยังไงกันดีล่ะ? เธอยิ่งเป็นลูกรักของท่านประธานซะด้วยสิ ต่อให้พวกเราจะรวมตัวกันประท้วงแบบนี้ก็คงไม่มีใครสนใจหรอก! มิหนำซ้ำอาจจะถูกไล่ออกเร็วขึ้นด้วย!”
ขณะเดียวกันนั้น ได้มีพ่อครัวสูงอายุคนหนึ่งที่ไม่สู้จะชอบขี้หน้าหลินจิงซูมาตั้งแต่แรก ในฐานะที่เขาทำงานอยู่ที่นี่มานานนับหลายสิบปี การมีข่าวเรื่องไล่พนักงานออกหลุดมาเช่นนี้ จึงนับเป็นเพียงเรื่องตลกขบขันสำหรับเขาเท่านั้น
“ทุกคนไม่ต้องกังวลไปหรอกน่า ถ้าสาเหตุที่นังเด็กนั่นต้องการจะไล่พวกเราออก เป็นเพราะเพิ่งรับพนักงานชุดใหม่เข้ามาล่ะก็ หน้าที่ของพวกเราก็ง่ายมาก แค่ขัดขวางไม่ให้คนพวกนั้นทำงานได้เป็นสุข แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วจริงมั้ย?”
ทุกคนที่ได้ฟังต่างพยักหน้าเห็นชอบ แต่ถึงอย่างนั้น ใช่ว่าจะทำให้ทุกคนที่กังวลรู้สึกดีขึ้นได้เท่าไหร่นัก
“พูดง่ายไปรึเปล่า? คุณเป็นพ่อครัวนี่ ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรมาก ไม่เหมือนฝ่ายบริการอย่างพวกเรา! ถ้าขืนจงใจสร้างปัญหาให้พนักงานใหม่ แล้วพวกมันเอาไปฟ้องล่ะ? คนที่ซวยก็เป็นพวกเราน่ะสิ!”
“ไม่สิ เราก็ต้องหาทางทำให้นังเด็กตัวดีนั่นถูกไล่ออกก่อนพวกเรายังไงล่ะ! เอาให้มันรู้ซึ้งไปเลยว่า คิดจะสร้างปัญหาให้พวกเราไม่ใช่เรื่องง่าย! หรือทุกคนจะยอมถูกนังเด็กนั่นข่มเหงแบบนี้ต่อไปเหรอ?”
“ฉันเองก็ไม่ชอบหน้านังเด็กนั่นสักเท่าไหร่เหมือนกัน อายุน้อยกว่าลูกสาวของฉันตั้งหลายปี แต่มีสิทธิ์อะไรมาชี้นิ้วสั่งงานฉัน!”
ความคิดเห็นของทุกคนในที่นี้ล้วนแล้วแต่มีมติเป็นเอกฉันท์ คือต้องการคว่ำบาตรหลินจิงซู
“ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ พวกเราควรจะสามัคคีกันเข้าไว้! อย่าปล่อยให้นังเด็กนั่นได้โอกาสกำจัดพวกเราทิ้งอย่างเด็ดขาด!”
“ไม่รู้ล่ะ! ไหนๆพวกเราก็จะถูกมันไล่ออกอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้น ทำไมพวกเราไม่นัดหยุดงานพร้อมกันไปเลยล่ะ? ปล่อยลอยแพโรงแรมนี่ไปเลยหนึ่งวันเต็มๆ เอาให้ท่านประธานหลิวนั่งกุมขมับกลุ้มใจกันไปเลย!”
ป้าคนหนึ่งจากแผนกแม่บ้านร้องบอกแผนการชั่วร้ายที่ผุดขึ้นมาในหัว และทันทีที่เธอเสนอเช่นนี้ ก็ได้รับแรงสนับสนุนจากทุกคนอย่างพร้อมเพรียง
“ป้าพูดถูกต้องแล้ว! ฉันเอาด้วย! อยากจะรู้นักว่านังเด็กนั่นจะมีปัญญาทำอะไรได้อีก!”
“กล้าดียังไงจะมาไล่พวกเราออก? มันสมควรได้รับบทเรียนแล้ว!”
หลังจากปรึกษาหารือถึงแผนการกันเสร็จสรรพแล้ว แต่ละคนก็แยกย้ายกันกลับไปทำงานตามปกติดังเดิม
และตามที่ทุกคนคาดไว้ไม่มีผิด หลินจิงซูได้เรียกประชุมเป็นการด่วนในวันรุ่งขึ้น
เว้นแต่แก๊งค์วัยรุ่นอันธพาล ทุกคนที่เหลือต่างมีสีหน้าเย็นชา เดินเข้ามานั่งประจำที่โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น และไม่แม้แต่จะกล่าวทักทายหลินจิงซูด้วยซ้ำไป
หลินจิงซูมาพร้อมกับหนังสือสัญญานับไม่ถ้วนในมือ ภาพฉากตรงหน้าทำเอาทุกคนถึงกับใจสั่นระทึกพอควร
หลังจากนำเรื่องข่าวลือที่ได้ยินก่อนหน้าเข้ามาพิจารณาผนวกรวมกันกับภาพตรงหน้า ก็ชัดเจนยิ่งกว่าอะไรแล้วว่า สิ่งที่หลินจิงซูถืออยู่ในมือนั้น จะต้องเป็นเอกสารไล่พนักงานออกอย่างแน่นอน!
“เหตุผลที่ดิฉันเรียกทุกคนมาประชุมกันในวันนี้ เพราะมีข่าวสำคัญที่อยากจะแจ้งให้ทราบ โรงแรมของเรากำลังจะมีการปฏิรูปครั้งใหญ่เกิดขึ้น รวมไปถึงตำแหน่งหน้าที่ของทุกๆคนในตอนนี้ ที่จำเป็นจะต้องปรับมาตรฐานกันใหม่หมด”
“ดิฉันทราบดีว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกคุณได้ทำงานกันหนักเพียงใดเพื่อโรงแรมของเรา และนับเป็นเรื่องน่าเจ็บปวดใจไม่น้อยที่ได้เห็นอัตราเงินเดือนของทุกคนอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ ทั้งที่เมื่อเปรียบเทียบกับเนื้องานที่ทำจริงแล้ว พวกคุณควรจะได้รับค่าตอบแทนที่มากกว่านั้น”
แน่นอนว่า ในสายตาของทุกคนเวลานี้ คำพูดสวยหรูที่หลินจิงซูกำลังพ่นออกมานั้น เป็นเพียงลมปากไร้สาระที่มาจากการเสแสร้งแกล้งทำ กลอุบายตื้นๆเช่นนี้มีหรือที่พวกเขาทุกคนจะมองไม่ออก!
“เลิกพูดอ้อมค้อมได้แล้วครับ! ถ้ามีอะไรอยากจะพูดก็รีบๆพูดมาเถอะ ในเมื่อมีเรื่องด่วนถึงขั้นต้องเรียกพนักงานทุกคนในโรงแรมให้มาประชุมกันพร้อมหน้าแบบนี้ แสดงว่าต้องเป็นที่สำคัญมากจริงมั้ยล่ะ? เลิกเสแสร้งแล้วก็พูดออกมาตรงๆดีกว่า คิดจะทำอะไรกับพวกเรากันแน่?”
หลินจิงซูระบายยิ้มเล็กน้อยทันทีที่ได้ยิน ก่อนจะพยักหน้าและพูดต่ออย่างสงบเยือกเย็นว่า
“ดิฉันคิดว่าทุกคนคงจะทราบข่าวกันมาบ้างแล้ว ประธานหลิวได้มอบสิทธิ์การบริหารโรงแรมนี้ทั้งหมดให้ดิฉันอย่างเป็นทางการแล้ว และฉันต้องขอความร่วมมือทุกคนให้ช่วยกันปฏิรูปโรงแรมแห่งนี้เพื่อนำไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น…”
“นังเด็กเมื่อวานซืน! เลิกเสแสร้งได้แล้ว! อย่าคิดว่าพวกเราไม่รู้ทันแผนการเลวๆของแก! แกตั้งใจจะใช้โอกาสนี้เฉดหัวพนักงานเก่าๆในโรงแรมทิ้งไปให้หมดใช่มั้ยล่ะ! คงเหม็นขี้หน้าพวกเรามานานแล้วสินะ?”
ป้าลี่จากแผนกแม่บ้านคนนั้นลุกขึ้นยืน พร้อมชี้หน้าโวยวายด่าทอหลินจิงซูฉอดๆ
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







