เข้าสู่ระบบ226 1-2
ตอนที่ 429 จู้หยานขอทำงาน
เป็นเวลาหลายวันติดต่อกันแล้ว ที่หลินจิงซูละทิ้งธุรกิจโรงแรมไว้เบื้องหลัง และอาสาพาจู้หยานเที่ยวชมสถานที่ต่างๆทั้งในและนอกรั้วมหาวิทยาลัย
“จิงซู ดูไปดูมาผมว่าธรรมชาติของที่นี่จะดีกว่าสถานศึกษาในอังกฤษมาก ที่นี่ทั้งเงียบสงบ บรรยากาศก็ดี เหมาะกับการนั่งอ่านทบทวนหนังสือมาก ไม่เหมือนที่นั่น บรรยากาศไม่ต่างจากป่าเปียกชื้น ฝนก็ตกค่อนข้างบ่อย”
ได้ฟังจู้หยานเยินยอประเมินค่ามหาวิทยาลัยที่เธอเรียนสูงเช่นนี้ หลินจิงซูก็พลอยรู้สึกดีใจไปด้วยเช่นกัน นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่นานๆครั้งจะมีคุณชายจากต่างประเทศออกปากชื่นชมแบบนี้
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จู้หยานจะต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่คนหมู่มากต้องประสบพบเจอ
เงินฝากทั้งหมดที่เคยมีในบัญชีธนาคารของจู้หยาน ได้ถูกย่าของเขาถอนออกไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว ส่วนเงินที่มีติดตัวก็ร่อยหรอเต็มทน เรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆในชีวิตประจำวันจึงเริ่มกลายเป็นปัญหาสำคัญในชีวิตของเขาไปแล้ว
ระหว่างนั้นเอง จู่ๆหลินจิงซูก็หยิบซองกระดาษออกมายื่นให้โดยไม่พูดอะไร พร้อมกับสมุดเงินฝากธนาคารเล่มหนึ่ง
“เงินในซองนี้นายเอาไปใช้ได้ตามสบายเลยนะ ส่วนสมุดเงินฝากเล่มนี้ก็เป็นเงินปันผลจากธุรกิจชานมไข่มุกที่ฉันหักเข้าบัญชีให้ทุกเดือน ฉันรู้ว่าตอนนี้เรื่องเงินค่อนข้างเป็นปัญหาสำหรับนาย เพราะฉะนั้น ได้โปรดรับมันไว้เถอะนะ”
พูดกันตามความจริง นี่ก็เป็นเงินส่วนที่จู้หยานควรจะได้รับตั้งนานแล้ว ซึ่งเขาเองก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธแต่อย่างใด แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าตัวกลับไม่เต็มใจที่จะรับเงินจำนวนนี้เอาไว้ แม้หลินจิงซูจะพยายามพูดโน้มน้าวเท่าไหร่ก็ตาม
“จิงซู ผมรู้นะว่าตอนนี้คุณเป็นถึงประธานโรงแรมแล้ว มีทั้งเงินเดือนแล้วก็เงินปันผลจำนวนมากที่ทยอยเข้าบัญชีของคุณทุกเดือน”
“เพราะแบบนี้ยังไงล่ะ ผมถึงต้องการเรียนรู้งานจากคุณ แล้วที่โรงแรมของคุณ…ก็มีอาชีพหนึ่งที่ผมสนใจและอยากจะทำมานานแล้ว เหตุผลที่ผมมายืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่เพื่อคุณเดียว แต่เพื่อความฝันของตัวผมเองด้วยเหมือนกัน”
ได้ยินเช่นนั้นหลินจิงซูย่อมทราบได้ในทันทีว่า จู้หยานกำลังหมายถึงสิ่งใด
“งั้นเหรอ? แล้วอยากจะทำงานในตำแหน่งไหนล่ะ? เริ่มจากผู้ช่วยผู้จัดการ คอยให้คำปรึกษาในการบริหารโรงแรมดีมั้ย? ถึงฉันจะถือหุ้นเพียงครึ่งหนึ่งของที่นี่ แต่ก็มั่นใจว่าน่าจะสามารถคุยให้ได้…”
“ไม่ ไม่ใช่ตำแหน่งอะไรแบบนั้น ผม…ผมอยากเป็นพ่อครัว”
ได้ยินหลินจิงซูลากเส้นวาดฝันไปไกลใหญ่โต จู้หยานก็รีบหยุดความคิดเหล่านั้นไว้โดยเร็ว พร้อมเสนอตำแหน่งพ่อครัวโรงแรมที่ตนต้องการทำแทน
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น หลินจิงซูก็อดที่จะตกตะลึงไม่ได้ ไหนเลยจะคาดฝันว่า คุณชายผู้สูงศักดิ์และมีสง่าราศีอย่างจู้หยาน จะเต็มใจรับบทบาทเป็นพ่อครัวที่ต้องอยู่กับเตาร้อนๆ และมีเหงื่อท่วมตัวแบบนี้ ถ้าย่าของเขารู้เรื่องนี้เข้า มีหวังต้องเอาเธอถึงตายอย่างแน่นอน!
หลินจิงซูขมวดคิ้วถักแน่น เธอส่ายสะบัดหน้าอย่างแรงโดยแทบไม่ต้องคิด
ในสายตาของเธอ ด้วยความฉลาดล้ำเลิศผนวกกับอัจฉริยะภาพในตัวของจู้หยานคนนี้ รับรองว่าทางโรงแรมจะต้องเปิดโอกาสและมอบพื้นที่ให้เขาได้เฉิดฉายถึงขีดสุดอย่างแน่นอน ไม่ใช่ปล่อยให้เขาหมกตัวอยู่แต่ในห้องครัวเล็กๆ ที่ทั้งร้อนและโกลาหลดั่งพายุคลั่งตลอดทั้งวันทั้งคืนเช่นนี้!
นี่ไม่ต่างอะไรจากการนำเพชรไปฝังดินเล่นเลย!
“เท่าที่ผมได้ยินมา อาหารส่วนใหญ่ของโรงแรมเป็นอาหารสไตล์ตะวันตกผสมผสานกับจีน ถ้าคุณเต็มใจเปิดโอกาสให้กับผม ผมจะแสดงให้เห็นเองว่า ตำแหน่งพ่อครัวโรงแรมเหมาะสมกับตัวผมมากแค่ไหน”
“ส่วนเรื่องค่าจ้าง แค่จ่ายให้ผมตามมาตรฐานพนักงานทั่วไปก็พอ หรือถ้าวันใดวันหนึ่งผมเกิดทำอะไรผิดพลาดขึ้นมา ก็สามารถลงโทษหักเงินเดือนได้เหมือนคนอื่นๆ อย่าปฏิบัติต่อผมแบบสองมาตรฐานเป็นพอ”
หลินจิงซูได้แต่ส่ายหัวครั้งแล้วครั้งเล่า ประเด็นสำคัญในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องสถานการณ์ที่จู้หยานกำลังประสบอยู่ตอนนี้ต่างหาก เนื่องจากตำแหน่งพ่อครัวเป็นอาชีพที่ยุ่งวุ่นวายที่สุดในโรงแรมแล้ว ดังนั้น เธอจะจัดตารางการทำงานของเขาไม่ให้กระทบกับการเรียนได้อย่างไร?
จริงอยู่ที่จู้หยานค่อนข้างมีความชำนาญในการทำอาหารสไตล์ตะวันตกในระดับที่ลึกซึ้งพอควร แต่ด้วยเนื้องานของอาหารประเภทนี้ที่ค่อนข้างซับซ้อน เต็มไปด้วยหลากหลายกลวิธีและขั้นตอน ภาระงานที่เขาจะต้องแบกรับจึงออกจะเกินตัวมากไปหรือไม่?
หลินจิงซูได้แต่ครุ่นคิดแล้วครุ่นคิดอีก เอ่ยปากขอให้จู้หยานลองทบทวนดูให้ดีก็แล้ว แต่ทว่าเจ้าตัวยังคงยืนกรานคำเดิม ใช่ว่าเธอจะต้องการดับฝันหรือปิดโอกาสใดๆ แต่ต้องการฟังคำยืนยันจากปากเขาให้แน่ใจจริงๆเสียก่อน
“ฉันยังคงเน้นย้ำคำเดิมนะ ถ้าเงินที่นายต้องกินต้องใช้ไม่พอจริงๆ ก็บอกฉันมาได้ตลอดเวลา เพราะฉันเชื่อมั่นในความสามารถของนายว่า ต่อให้จะเป็นจำนวนเงินที่มากมายสักเท่าไหร่ นายก็จะหามาคืนฉันได้สักวันอย่างแน่นอน”
“เพราะฉะนั้น นายไม่จำเป็นต้องสละเวลาเรียนอันมีค่าของตัวเองไปกับงานพิเศษนอกเวลา เป็นเด็กเป็นเล็กอายุเพียงแค่นี้ หัดสนใจเล่าเรียนจะดีกว่า คิดถึงอนาคตของตัวเองให้มากๆล่ะ”
หลินจิงซูร่ายวาจาสั่งสอนจู้หยานเป็นฉากๆ จนลืมไปเสียสนิทว่า ตนเองก็เป็นเพียงแค่สาวน้อยคนหนึ่งเช่นกัน
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







