เข้าสู่ระบบ246 2-2
ตอนที่ 446 ดูตัว
“ถ้าแกอยากเริ่มทำธุรกิจเพื่อพิสูจน์ความสามารถให้ฉันเห็นจริงๆล่ะก็ เดี๋ยวฉันจะคอยสนับสนุนช่วยเหลือแกเอง! แต่ขอร้องเถอะนะ กลับบ้านเราเถอะอาหยาน กลับไปแล้วฉันจะนัดหลานสะใภ้ที่เลือกไว้ให้มาเจอแก!”
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น จู้หยานก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลง เขาไม่คิดไม่ฝันเลยว่า ย่าจะจับตัวเขาคลุมถุงชนตีกรอบชีวิตเขามากถึงเพียงนี้ นี่ยังไม่ทันได้เรียนจบเลยด้วยซ้ำ ก็จะให้ดูตัวหมั้นหมายกันเลยแบบนี้ มันรวดเร็วเกินไปจริงๆ!
หลินจิงซูกลับดูสงบนิ่งกว่ามาก และมองเรื่องนี้ราวกับไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร มีหลายครอบครัวที่ตัดสินใจให้ลูกแต่งงานตั้งแต่อายุ 18-19 ปีด้วยซ้ำ มิหนำซ้ำยังกดดันบีบบังคับให้มีลูกโดยเร็วด้วย เพราะต้องการจะอุ้มหลาน สรุปก็คือ ในสายตาของผู้ใหญ่ จู้หยานที่อยู่ในช่วงอายุ 20 ปีนั้น นับเป็นวัยเจริญพันธุ์และเหมาะแก่การสร้างครอบครัวที่สุดแล้ว
หากเขาเกิดเร็วกว่านี้อีกสักหน่อย สักช่วงยุคปี 70หรือ 80 ไม่แน่ว่าจู้หยานอาจต้องแต่งงานมีครอบครัวไปตั้งแต่อายุเพียง 17-18ปีด้วยซ้ำไป
อย่างไรก็ตาม สำหรับจู้หยานที่ถูกครอบครัวบีบบังคับให้ต้องทำโน่นทำนี่มาตลอดชีวิต รวมถึงเรื่องไปเรียนต่อที่อังกฤษ เพราะฉะนั้น เขาย่อมไม่มีทางจะไปร่วมงานดูตัว ที่ย่าของเขาพยายามจะจับคลุมถุงชนอย่างแน่นอน!
ทั้งที่เส้นทางชีวิตบทใหม่ของเขากำลังเริ่มต้นได้อย่างสวยแล้วแท้ๆ ทำไมเขาจะต้องกลับไปใช้ชีวิตในเส้นทางที่ตัวเองไม่สามารถกำหนดอะไรได้อีกเล่า?
“เลิกพูดเรื่องไร้สาระสักที ผมไม่มีวันไปงานดูตัวอะไรนั่นแน่ๆ! ยังมีเรื่องสำคัญให้ผมต้องทำอีกเยอะแยะไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน หรือเรื่องตามล่าฝัน ผมไม่มีเวลาว่างไปทำอะไรที่ไร้สาระแบบนั้นหรอก!”
“ผมตัดสินใจแล้วว่า ต่อให้สุดท้ายจะไม่ได้ครองคู่กับหลินจิงซูก็ตาม แต่ผมก็จะไม่ขอกลับไปใช้ชีวิตตามใจใครอีก ถ้าต้องแต่งงานกับผู้หญิงอื่นที่ผมไม่ได้รัก ผมขออยู่คนเดียวไปจนตายดีกว่า!”
เห็นจู้หยานยังคงขัดขืนและโต้เถียงอย่างไม่ยอมแพ้ หญิงชราก็ถึงกับตบะแตก ยกมือขึ้นชี้หน้าหลินจิงซูพร้อมกับด่าว่าให้เธอต้องอับอาย
“แล้วแกอยากจะใช้ชีวิตลำบากลำบนอย่างแม่นี่เหรอ? แกพอใจกับการใช้ชีวิตอยู่นอกบ้าน พอใจกับการซุกหัวนอนในหอพักโทรมๆ แล้วต้องคอยอดอยากปากแห้ง ไม่มีของอร่อยให้กินเหมือนอยู่ที่บ้านจริงๆเหรอ?! แกจะทรมานตัวเองแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน? รับรองได้ว่า ตอนนี้แกมีเงินติดตัวไม่ถึงพันหยวนด้วยซ้ำ!”
“แกเคยคิดบ้างรึเปล่าว่า ด้วยคุณภาพชีวิตของแกในตอนนี้ จะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่กว่าที่แกจะประสบความสำเร็จอย่างที่ฝันไว้? เลิกยุ่งเกี่ยวกับแม่หลินจิงซูนี่ได้แล้ว! แกเป็นหลานชายของฉันนะ! เพราะฉะนั้น แกจะต้องเชื่อฟังฉัน!”
หญิงชราผู้เดือดดาลขาดสติหวังเพียงให้จู้หยานยอมกลับบ้านไปพร้อมกันกับเธอ แต่ยิ่งพูดออกมามากเท่าไหร่ สายตาที่หลานชายของเธอมองมานั้น กลับยิ่งอัดแน่นไปด้วยความสมเพชและขยะแขยง จนท้ายที่สุด กลับเป็นหลินจิงซูที่ต้องเข้าห้ามปรามสงบศึกครั้งนี้ เธอจับมือจู้หยานเดินจากไป และเลี่ยงวลีไม่ขอเสวนาใดๆกับหญิงชราอีกแม้แต่คำเดียว
“นี่ก็ดึกมากแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ”
หญิงชราที่เฝ้ามองภาพฉากนี้ได้แต่กำหมัดบีบแน่นจนสั่นสะท้าน เสี้ยวอึดใจนั้น เธอก็ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ร้องตะโกนข่มขู่ด้วยน้ำเสียงอาฆาตแค้นว่า
“จู้หยาน! ถ้าแกไม่ยอมกลับบ้านไปดูตัวหลานสะใภ้กับฉัน ฉันจะสั่งปิดโรงแรมนั่นซะ! ฉันไม่เชื่อหรอกว่า ความรักโง่ๆของพวกแกสองคน มันจะช่วยประคองกันและกันให้อยู่ตลอดรอดฝั่งได้!”
จู้หยานทำหูทวนลมเพิกเฉยต่อคำข่มขู่ของผู้เป็นย่า พร้อมก้าวเท้าฉับออกจากบ้านหลังนั้นไปกับหลินจิงซูด้วยท่าทีเด็ดเดี่ยว
บนท้องถนนเปล่าเปลี่ยว ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างเดินกันไปอย่างเงียบงัน ก่อเกิดเป็นบรรยากาศชวนให้รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
“จิงซู ไม่ต้องกังวลไปนะ ผมจะไม่ยอมกลับไปดูตัวผู้หญิงที่คุณย่าเลือกให้แน่นอน ตอนนี้ผมยังต้องเรียนต้องทำงานเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว”
รับฟังคำอธิบายของจู้หยานที่ดูจริงจังถึงเพียงนั้น กลับกลายเป็นหลินจิงซูมากกว่าที่ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรในตอนนี้
ในยุคนี้ ตระกูลจู้ค่อนข้างมีอิทธิพลในประเทศจีนมาก แม้กระทั่งประธานหลินที่ว่าใหญ่สุดในเมืองนี้ ยังนับว่าเป็นรองหญิงชราอยู่หลายขุม
ดูเหมือนว่าถ้าไม่รีบหาทางพึ่งพาตัวเองให้ได้โดยเร็ว อีกไม่ช้าตัวเธอเองจะต้องได้รับผลกระทบตามไปด้วยอย่างแน่นอน
“ไม่เป็นไรจู้หยาน นายไม่ต้องคิดมากหรอก ถ้าได้เงินปันผลของปลายปีมา ตัวฉันเองก็น่าจะมีเงินทุนมากพอที่จะเริ่มต้นธุรกิจใหม่ของตัวเองแล้วล่ะ”
“ไม่ว่าย่าของนายจะมีอิทธิพลมากมายขนาดไหน แต่รับรองว่าไม่มีทางโค่นฉันลงได้อย่างแน่นอน”
“ส่วนเรื่องเรียนของนาย พรุ่งนี้ลองไปปรึกษาท่านอธิการบดีหน่อยดีกว่า เผื่อว่าเขาจะพอหาทางช่วยเหลืออะไรได้บ้าง”
หลังจากตกลงกันเสร็จสรรพ ต่างฝ่ายต่างก็พยักหน้าให้กันอย่างเข้าใจ เธอและเขาต่างแยกย้ายกันกลับบ้านพักผ่อนตามปกติ และเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นมาถึง หลินจิงซูก็รีบพาจู้หยานไปที่มหาวิทยาลัยทันที
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







