เข้าสู่ระบบ253
ตอนที่ 458 ความจริงปรากฏ
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เธอจำต้องคำนึงถึงผลประโยชน์และชื่อเสียงของโรงแรมเป็นหลัก หลินจิงซูทำได้เพียงก้มหน้าทนต่อความอัปยศอดสู เธอคำนับพร้อมเอ่ยขอโทษแขกท่านนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า โดยคาดหวังเพียงว่าอีกฝ่ายจะไม่ตีคลื่นน้ำทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตกว่านี้
เพราะท้ายที่สุด หากไม่ยอมกัดฟันอดทนอดอดกลั้นตั้งแต่ตอนนี้เพื่อทำให้เรื่องราวจบลงโดยเร็วแล้ว ผลกระทบย่อมต้องไม่หยุดอยู่เพียงแค่ชื่อเสียงของโรงแรมที่ต้องเสียหาย แต่อาจมีเจ้าหน้าที่จากกรมอนามัยเข้ามาตรวจสอบ และพวกเขาก็มีอำนาจสั่งปิดโรงแรมได้หลังจากนั้น
แต่ถึงแม้หลังกรมอนามัยตรวจสอบแล้วจะให้ผ่านมาตรฐานสากล ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า เมื่อภาพฉากเหล่านี้ได้ถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณชนแล้ว ย่อมต้องเกิดความกังขาเคลือบแคลงสงสัยกับแขกที่เข้าพักโดยรวมอย่างแน่นอน แล้วหลังจากนั้น ยังจะมีใครกล้าวางใจมาพักผ่อนทานอาหารที่โรงแรมของเธออีกล่ะ?
หลินจิงซูที่ตระหนักถึงมหันต์ภัยที่จะตามมาได้อย่างชัดเจน เธอจึงได้เชื้อเชิญแขกท่านนั้นที่กำลังยืนเอะอะโวยวายอยู่ด้านนอก ให้เข้าไปพูดคุยกันสองต่อสองภายในห้องอาหารส่วนตัวที่ว่างอยู่
“คุณลูกค้าได้โปรดใจเย็นๆก่อนนะคะ เรามาเจรจาหาทางออกในเรื่องนี้กันดีกว่ามั้ยคะ? หาจุดลงตัวที่ต่างฝ่ายต่างพอใจด้วยกันทั้งคู่? ขอเพียงคุณลูกค้ายอมหลับตาข้างหนึ่ง ไม่ว่าต้องการสิ่งใด ทางโรงแรมของเราก็ยินดีมอบให้แทนคำขอโทษค่ะ”
ได้ยินคำว่า ‘ยินดีมอบให้’ หลุดออกมาจากปากของหลินจิงซู แขกคนนั้นก็ถึงกับตาเป็นประกายด้วยความโลภขึ้นทันที
“ฉันก็ไม่ได้อะไรมาก ถ้าทางโรงแรมยินดีจ่ายทำขวัญให้กับฉัน บางทีเรื่องนี้อาจจะพอคุยกันได้บ้าง!”
“ฉันเองก็ไม่รู้ว่าตุ๊กแกนั่นมีพิษร้ายแรงแค่ไหน ฉันจำเป็นต้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลอย่างละเอียดก่อน นอกจากค่าใช้จ่ายพวกนั้นแล้ว ก็ต้องให้คูปองพักฟรีกับฉัน แล้วทางโรงแรมก็ต้องจ่ายค่าทำขวัญให้ฉันเป็นเงิน 50,000 หยวนด้วย! ถ้าตกลงตามนี้ทุกอย่างก็จบ! ฉันเองก็ยินดีที่จะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ!”
เลขาที่ยืนคุมสถานการณ์อยู่ข้างเคียงกันนั้น ถึงกับสะดุ้งโหยงทันทีที่ได้ยินจำนวนเงินค่าทำขวัญที่แขกคนนั้นเรียกร้อง เงินจำนวนตั้ง 50,000 หยวนไม่ใช่ตัวเลขน้อยๆเลย รายได้ต่อหนึ่งวันของโรงแรมก็ไม่ได้มากมายมหาศาลพอที่จะจ่ายเงินพร่ำเพรื่อแบบนี้ได้!
เมื่อต้องเผชิญกับข้อเรียกร้องเป็นเงินที่สูงลิบลิ่วเช่นนี้ หลินจิงซูเองยังถึงกับหน้าเสีย อยากกรอกตามองค้อนใส่อีกฝ่ายสักหลายสิบรอบ
ต่อให้เป็นโลกในศตวรรษที่ 21 ก็ตามทีเถิด เงินทำขวัญตั้ง 50,000 หยวนยังนับว่าเกินไปมาก เรียกร้องกันมากขนาดนี้น่าจะต้องเป็นเรื่องฝ้าเพดานถล่มทับร่างแล้วล่ะ!
เอาเข้าจริง หลินจิงซูก็รู้สึกตงิดใจกับแขกคนนี้ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะภายใต้การบริหารงานมานานหลายเดือนของเธอ เธอยังไม่เคยพบเห็นตุ๊กแกอยู่ในโรงแรมสักตัว
ไม่ว่าจะดูอย่างไร ก็เหมือนแขกคนนี้ได้เตรียมการจัดฉากมาแต่แรกแล้ว เจตนาก็เพื่อกรรโชกทรัพย์จากทางโรงแรม แต่ถึงอย่างนั้น ลูกค้าก็เปรียบดั่งพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็นเธอหรือกระทั่งหลิวหมิงออกหน้ามาเอง ทั้งเธอและเขาก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะสามารถต่อล้อต่อเถียงกับแขกที่เข้าพักได้ สิ่งเดียวที่สามารถทำได้ก็คือการจำยอม
“คุณลูกค้าคะ ทางเรายินดีจ่ายเงินค่าทำขวัญตามที่เรียกร้องให้ค่ะ แต่ก่อนอื่น ทางเราจะต้องขอให้คุณเซ็นสัญญาทำข้อตกลงกันให้เรียบร้อยเสียก่อน ขอเพียงคุณลูกค้ารับปากว่าจะไม่นำเรื่องนี้ออกไปเผยแพร่สู่สาธารณะและยอมเซ็นรับทราบข้อตกลงนี้ ไม่ว่าจะเป็นคูปองที่พักหรือบุฟเฟ่ต์ กระทั่งเงินทำขวัญที่เรียกมา ทางโรงแรมของเราก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะมอบให้ทั้งหมดค่ะ”
ทั้งสีหน้าท่าทางและวาทศิลป์ที่หลินจิงซูใช้รับมือตอบโต้แขกท่านนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นไปอย่างมืออาชีพเจนจัด ทำเอาแขกที่จางซีซีจ้างวานให้มาก่อปัญหาถึงกับทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะหนึ่งเลยทีเดียว
ประการแรก เธอก็แค่ชาวบ้านคนหนึ่งที่ไม่มีความรู้เรื่องข้อกฎหมายใดๆเลย ประการต่อมา มองปราดเดียวก็รู้ว่าหลินจิงซูไม่ใช่คนโง่ที่ใครจะหลอกได้ง่ายๆ สัญญาอะไรนั่นที่อีกฝ่ายพูดแกมบังคับให้เธอเซ็นนั้น ชาวบ้านอย่างเธอยังมองออกว่าจะต้องมีอะไรมากกว่านั้นอย่างแน่นอน!
แขกผู้หญิงคนนั้นถึงกับเหงื่อแตกพลั่ก และรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธโดยเร็ว
“ไม่เห็นจะต้องทำให้เรื่องมันยุ่งยากแบบนั้นเลย! ก็แค่จ่ายเงินทำขวัญให้ฉันมาก็พอ แล้วฉันจะรีบไปให้พ้นๆโรงแรมนี่ทันที! แล้วก็รับปากจะไม่พูดอะไรอีก! เชอะ เอาเรื่องเซ็นสัญญาขึ้นมาอ้างแบบนี้ หมายความว่าทางโรงแรมก็ไม่เชื่อใจแขกที่เข้าพักสินะ? พวกเธอนี่มันยังไง? กระทั่งความจริงใจยังไม่มีให้กันด้วยซ้ำ!”
หลินจิงซูพยักหน้ารับฟังด้วยท่าทีสงบนิ่ง ในฐานะประธานใหญ่ของโรงแรม นี่คือหนึ่งในเรื่องสำคัญพื้นฐานที่ควรต้องคำนึงถึง หากเกิดกรณีเลวร้ายที่สุด มีข่าวเสียหายนี้หลุดออกไปสู่สาธารณะจริงๆ อย่างน้อยเอกสารสัญญาฉบับนี้ก็ยังสามารถใช้เป็นหลักฐานเพื่อสู้กันในชั้นศาลได้
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้หลินจิงซูค่อนข้างมั่นใจอย่างมากว่า แขกคนนี้ต้องเป็นพวกมิจฉาชีพที่สร้างเรื่องมาขูดรีดเงินจากทางโรงแรมอย่างแน่นอน ขอเพียงสามารถหลอกล่อให้ยอมเซ็นสัญญาข้อตกลงได้ หลังจากนี้ หากโรงแรมฟ้องร้องอีกฝ่ายขึ้นมาจริงๆ เธอย่อมต้องได้รับเงินที่จ่ายไปคืนมาอย่างแน่นอน
แม้มองผิวเผินอาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องที่เอาผิดอีกฝ่ายได้ยาก แต่หากพูดกันตามหลักกฎหมายแล้ว นอกจากหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างสัญญาที่กำลังจะเซ็นกับมิจฉาชีพหลังจากนี้ ทางโรงแรมยังมีหลักฐานประกอบอีกมากมายที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า โรงแรมแห่งนี้ไม่มีทั้งตุ๊กแกหรือสัตว์มีพิษใดๆทั้งสิ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถตรวจสอบได้จากความคิดเห็นเก่าๆที่ลูกค้าได้เขียนไว้ให้ ซึ่งทางโรงแรมได้เก็บเอกสารเหล่านี้ไว้เป็นอย่างดี
ไม่แน่บางที วิกฤตครั้งนี้อาจพลิกเป็นโอกาสได้ด้วยซ้ำไป เพราะหากมีข่าวเรื่องนี้รั่วไหลออกสู่สาธารณะแม้แต่นิดเดียว ฝ่ายที่จะเจ็บตัวหนักสุดย่อมหนีไม่พ้นมิจฉาชีพคนนี้ ตามกฎหมายแล้ว ทางโรงแรมมีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายกลับคืนเป็นจำนวนสูงสุดไม่เกินสิบเท่าของเงินที่เคยจ่ายให้ตามสัญญา
แล้วสิบเท่าของเงินจำนวน 50,000 หยวนมันคือเท่าไหร่กันล่ะ?
“คุณลูกค้าเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ เนื่องจากโรงแรมของเรายินดีจ่ายค่าทำขวัญให้กับลูกค้าเป็นจำนวนเงิน 50,000 หยวนตามที่เรียกร้อง ทางเราย่อมต้องการความมั่นใจเช่นกันว่า จะไม่มีเหตุการณ์อะไรที่ส่งผลกระทบกับโรงแรมของเราหลังจากนั้น ที่สำคัญ เมื่อสักครู่คุณลูกค้าก็เป็นฝ่ายรับปากให้สัญญาด้วยตัวเอง นี่ย่อมแสดงให้เห็นถึงเจตนาที่บริสุทธ์ของตัวลูกค้าเอง ในเมื่อลูกค้ามีเจตนาเช่นนั้นอยู่แล้ว การเซ็นสัญญาก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรไม่ใช่เหรอคะ?”“แต่ทางเราก็ขอแจ้งคุณลูกค้าไว้ล่วงหน้าว่า หลังจากเซ็นสัญญาฉบับนี้แล้ว หากมีข่าวลือเรื่องนี้หลุดออกไป และส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของโรงแรมแม้เพียงเล็กน้อย ทางเราย่อมมีสิทธิ์ที่จะดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน แต่ก็อย่างว่านะคะ ในเมื่อครั้งนี้เป็นความประมาทเลินเล่อของทางโรงแรมเราจริงๆ และนอกจากพนักงานต้อนรับ ดิฉัน และคุณลูกค้าแล้ว ก็ไม่มีใครที่รู้เรื่องนี้อีกเลย ดังนั้นสบายใจได้ค่ะ เชิญรับเงินจำนวนนั้นไป แล้วก็ไม่ต้องกังวลอะไรนะคะ!”
หลินจิงซูคลี่ยิ้มอธิบายถึงผลที่จะตามมาให้อีกฝ่ายฟังอย่างละเอียดชัดเจน ทำเอาแขกที่อยู่ตรงหน้าถึงกับเริ่มตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวทันที
“นี่เธอจะอะไรนักหนา! พูดไปเรื่อยปากไม่มีหูรูด! ก็เห็นอยู่ว่ามีตุ๊กแกอยู่ในห้องพักของฉัน! แต่ตอนนี้กลับจะมาบังคับให้ฉันต้องเซ็นสัญญาบ้าบออะไรอีก! ไร้เหตุผลสิ้นดี!”
“แค่จ่ายเงินค่าทำขวัญมาก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ? แล้วฉันจะทำเป็นลืมๆเหตุการณ์ครั้งนี้ไปซะ! อีกอย่าง ทำไมฉันจะต้องไปมีส่วนรับผิดชอบเรื่องชื่อเสียงของโรงแรมด้วย? เป็นความผิดของทางโรงแรมแท้ๆ ยังจะมีหน้าดึงคนอื่นเข้าไปยุ่งเกี่ยวอีก! ไร้ยางอายจริงๆ!”
เผชิญกับเสียงตวาดโวยวายของแขกคนเดิม แต่สีหน้าท่าทางของหลินจิงซูก็ยังคงสงบนิ่งเช่นเคย ใช่ว่าเธอจะไม่ทราบ ขึ้นชื่อว่าเป็นมิจฉาชีพ ล้วนต้องเตรียมการมาเป็นอย่างดีก่อนลงมือแล้ว
ทว่าจู่ๆหลินจิงซูพลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ในฉับพลัน ถ้าแขกคนนี้ไม่ได้สร้างเรื่องเพื่อรีดไถเงินตั้งแต่แรกล่ะ?
นึกถึงความเป็นไปได้ในข้อนี้ ภาพใบหน้าของใครบางคนที่เคยมีปัญหากับเธอพลันผุดขึ้นมาในใจ ดูเหมือนว่าคนที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ คงเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกเสียจาก…ย่าของจู้หยาน!
เพราะจะมีมิจฉาชีพที่ไหนเข้ามาสร้างเรื่องแล้วเรียกร้องเงินค่าทำขวัญมากถึง 50,000 หยวนแบบนี้? ต่อให้เป็นมิจฉาชีพที่ฉลาดรอบคอบและเตรียมการมาดีมาก เป้าหมายของพวกเขาก็คือเงิน ไม่ใช่การต้อนให้เหยื่อต้องจนตรอกเหมือนที่ทำอยู่ และจำนวนเงินอย่างมากที่สุดที่พวกมันจะรีดไถคงไม่เกิน 10,000 หยวนแน่ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองถูกเพ่งเล็งจนเกิดเป็นข้อสงสัยจนต้องสืบหาความจริง
แต่พฤติกรรมของแขกคนนี้ดูผิดปกติจนเกินกว่าจะเป็นแค่มิจฉาชีพธรรมดาทั่วไป
ภายหลังชั่งน้ำหนักครุ่นคิดอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว หลินจิงซูก็สั่งให้เลขาไปนำเงินสดจำนวน 50,000 หยวนมาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าแขกคนนั้นทันที
เมื่อผู้หญิงคนนั้นเห็นเงินสุมกองอยู่ตรงหน้าเช่นนั้น ดวงตาของเธอก็ยิ่งเป็นประกายด้วยความสุขใจเหลือล้น ทว่าชั่วอึดใจขณะ กลับยับยั้งความคิดฉับพลันและกำลังครุ่นคิดว่า สัญญาที่หลินจิงซูกำลังจะนำออกมาให้เซ็นนั้น แท้จริงแล้วเป็นสัญญาอะไรกันแน่? ไม่ใช่ว่าหลังจากที่เซ็นไปแล้วเธออาจต้องติดคุกตลอดชีวิตหรอกนะ? และหากเป็นเช่นนั้นจริง ไม่เท่ากับว่าเธอกลับกลายเป็นเหยื่อไปหรอกเหรอ?
แต่ในขณะที่เธอกำลังลังเลสงสัยอยู่นั้น หลินจิงซูก็กางสัญญาฉบับนั้นออก พร้อมอธิบายให้ฟังไปตามตรงว่า นอกจากพันธะเรื่องห้ามเผยแพร่เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นสู่สังคมภายนอกแล้ว ขอเพียงยอมบอกว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้และเป็นคนจ้างวานเธอมานั้นเป็นใคร เรื่องราวครั้งนี้ก็จะจบลงด้วยดี
หลินจิงซูยืนยันว่าจะยอมให้เธอจากไปพร้อมกับเงินสดก้อนโตนี้ แต่ต้องแลกมาด้วยการขายข้อมูลของผู้จ้างวานให้กับตนเท่านั้น
ผู้หญิงคนนั้นหยิบสัญญาขึ้นมากวาดสายตาอ่าน หลังจากตรวจสอบจนแน่ชัดแล้วว่าไม่มีอะไรมากกว่านั้น เธอจึงยอมเซ็นสัญญาฉบับนั้น และบอกเล่าความจริงทุกอย่างให้หลินจิงซูฟัง ปรากฏว่าแท้จริงแล้วคนที่จ้างวานเธอนั้นคือจางซีซี อีกฝ่ายลงทุนจ่ายเงินให้เธอจำนวนมากแลกกับการมาสร้างปัญหาทำให้โรงแรมต้องเสียชื่อ
แต่เพราะเงินจำนวน 50,000 หยวนที่กองอยู่ต่อหน้าเธอตอนนี้ มากมายกว่าที่สาวน้อยคนนั้นจ้างวานเธอมาก! ใครที่ไหนจะโง่ไม่ยอมแปรพักตร์กันล่ะ?
ผู้หญิงคนนั้นยอมเปิดปากบอกเล่าทุกอย่างให้หลินจิงซูฟังแต่โดยดี
ทางด้านหลินจิงซูที่พยักหน้ารับรู้เรื่องราวทุกอย่างถึงกับตกใจไม่น้อยเช่นกัน
ใครจะไปคาดคิดกันล่ะว่า จางซีซีผู้หญิงที่คลั่งรักคนนั้น แท้จริงแล้วจะร้ายกาจมากพิษสงกว่าที่คิด! กลับกลายเป็นว่า ลับหลังหลินจิงซู ผู้หญิงคนนี้กลับคอยหาทางแอบทำร้ายทำลายเธอมาตลอด ทุกการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายล้วนได้รับการเตรียมการมาเป็นอย่างดี!
“เอาล่ะ เก็บเงินก้อนนี้ไปได้เลย แต่คุณจะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปไหนทั้งนั้น จนกว่าเรื่องราวทั้งหมดจะคลี่คลาย ฉันขอตัวก่อน จะรีบไปจัดการกับผู้หญิงที่ชื่อจางซีซีนั่น!”
เลขาที่อยู่ข้างเคียงกันพยักหน้าตอบรับ และสั่งการให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกลุ่มหนึ่งคอยเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู ไม่อนุญาตให้แขกผู้หญิงคนนี้ออกไปไหนได้ทั้งนั้น ส่วนทางด้านหลินจิงซูเอง ก็ตรงดิ่งไปที่บ้านพักของจู้หยานในทันที
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







