เข้าสู่ระบบ257 1-2
ตอนที่ 465 โฉมหน้าที่แท้จริงของจางซีซี
หลังจากที่หลินจิงซูออกจากห้องทำงานของอธิการบดีไป ความจริงทั้งหมดจึงได้ถูกเปิดเผย ทุกคนในรั้วมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะเป็นเหล่าคณาจารย์หรือนิสิตนักศึกษา ทุกคนต่างก็ได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของจางซีซีชนิดหมดเปลือก
ใครจะไปคาดคิดว่า คุณหนูคนสวยที่ภายนอกดูไร้เดียงสาไร้พิษภัยอย่างจางซีซี เบื้องลึกเบื้องหลังจะกล้าเล่นสกปรก ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อแย่งชิงผู้ชายของคนอื่นไปครองเช่นนี้ ถึงขั้นส่งมิจฉาชีพไปสร้างปัญหาถึงที่โรงแรมของหลินจิงซู โดยไม่คำนึงเลยว่า หากเกิดปัญหาเดือดร้อนขึ้นมาจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่หลินจิงซูเท่านั้นที่จะย่ำแย่ แต่ยังรวมไปถึงพนักงานอีกนับร้อยชีวิตที่ต้องพลอยโชคร้ายไปด้วย
ทุกคนที่รู้เรื่องราวเหล่านี้ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ทำไมคนใจบุญมีจิตใจดีชอบช่วยเหลือผู้อื่นอย่างหลินจิงซู จะต้องมาพบเจอกับความอยุติธรรมเช่นนี้ด้วย บางคนถึงขั้นนัดกันไปศาลเจ้าเพื่อสวดมนต์ หวังขอพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไปจากชีวิตของเธอก็มี!
“จางซีซี นังตอแหลนี่ทำเกินไปจริงๆ! โชคยังดีที่ท่านอธิการบดีของเรายังมีคุณธรรมมากพอ!”
“นังตัวดีนี่กะเล่นประธานของเราถึงตายเชียวนะ! ฉันว่าคนที่สมควรถูกไล่ออกจริงๆน่าจะจางซีซีมากกว่า!”
“แต่ทำไงได้ล่ะ ย่าของจู้หยานก็ทำตัวน่ารังเกียจเหลือเกิน! แค่ถูกจางซีซีพูดจาออดอ้อนหว่านล้อมเข้าหน่อยก็หลงเชื่อเป็นตุเป็นตะ หรือคำพูดที่ว่ายิ่งรวยยิ่งโง่จะเป็นความจริงกันนะ?”
“ได้ยินมาว่าย่าของจู้หยานเลือกจางซีซีมาเป็นว่าที่หลานสะใภ้ด้วยตัวเองเชียวนะ! ถึงได้ยอมทำทุกอย่างเพื่อกำจัดหลินจิงซูให้พ้นทางแบบนี้! แก่จะลงโลงอยู่แล้วยังทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจไปได้! สงสัยจะวัยกลับละมั้ง! ฮ่าฮ่าฮ่า…”
“ได้ข่าวว่าเย็นนี้พวกเธอจะไปศาลเจ้ากันใช่มั้ย ฝากสาปแช่งยัยแก่หน้าโง่นั่นด้วยนะ จะได้รีบๆตายไปซะที!”
“ตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้เลยนะ! ถ้าจู้หยานมาได้ยินเข้าจะทำยังไง? ถึงยังไงนั่นก็ย่าเขานะ!”
“จะกลัวอะไรล่ะ แม้แต่หลานชายแท้ๆอย่างจู้หยานยังแทบไม่อยากนับญาติด้วยแล้ว!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า…”
ทุกคนต่างออกหน้าปกป้องหลินจิงซูกันอย่างเปิดเผย จางซีซีที่ยืนฟังผลลัพธ์อยู่หน้าห้องทำงานของอธิการบดีพร้อมกับนิสิตคนอื่นๆ ถึงกับหน้าเสียและอับอายอย่างที่สุด!
และที่น่าอัปยศไปกว่านั้นก็คือ ตอนนี้ทุกคนรอบข้างต่างพากันซุบซิบนินทาเธอในระยะเผาขนทีเดียว เรียกได้ว่าไม่คิดจะรักษาน้ำใจเธอเลยแม้แต่น้อย บางคนถึงขั้นชี้หน้าสาปแช่งขอให้เธอตายๆไปซะก็มี!
ทั้งที่จางซีซีอุตส่าห์หมายมั่นไว้ว่า หลังจากหนทางสะดวกไร้เสี้ยนหนามอย่างหลินจิงซูแล้ว จากนี้ต่อไป ชีวิตของจู้หยานก็จะต้องอยู่กับเธอคนเดียวตลอดเช้าจรดเย็น! อย่างไรเสียอีกฝ่ายย่อมต้องหลงรักเธอได้ในสักวันอย่างแน่นอน! ทว่ากลับเหนือความคาดหมาย สำหรับอธิการบดีคนนี้ แม้แต่ย่าของจู้หยานก็ยังไม่สามารถบีบบังคับเขาได้อย่างนั้นหรือ? ทำไมคนบ้านนอกพวกนี้ถึงกล้าปฏิเสธเงินนับล้านที่กำลังโปรยลงมาจากฟ้าได้ลง?!
“พวกแกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ! ขืนใครยังกล้าซุบซิบนินทาฉัน ฉันจะฟ้องท่านอธิการบดีให้ไล่พวกแกออกจากมหาวิทยาลัยให้หมดเลย! รู้รึเปล่าว่าพ่อแม่ของฉันเป็นใคร!? ถ้าอยากท้าทายกันนักก็ลองดูได้!!”
จางซีซีชี้หน้ากราดใส่ทุกคน พร้อมกับตะคอกเสียงดังข่มขู่ด้วยความเดือดดาล
และแน่นอนว่า ไม่มีใครหลงเชื่อคำพูดไร้สาระจากปากจางซีซีอีกต่อไป ในสายตาของทุกคน เธอก็แค่เด็กเลี้ยงแกะคนหนึ่งเท่านั้น
“โอ๊ยๆ กลัวจังเลย! กลัวจังเลย! ได้โปรดเถอะคุณหนูจาง อย่าทำอะไรพวกเราเลยนะ! ฮ่าฮ่าฮ่า…พอใจรึยังล่ะนังคนตอแหล? ต่อให้ครอบครัวของแกร่ำราวยแล้วยังไง? แน่ใจเหรอว่าจะสู้ประธานหลินของพวกเราได้? แล้วพวกเราก็ไม่เชื่อด้วยว่า ท่านอธิการบดีจะกล้าไล่นักศึกษาออกสุ่มสี่สุ่มห้าโดยไม่สนใจฟังเหตุผล? ที่บ้านเอาอะไรให้กินตั้งแต่เด็กเหรอ โตมาถึงได้โอหังแบบนี้?”
“อย่าคิดว่าการที่ตัวเองทำเพื่อจู้หยานด้วยการย้ายมาเรียนที่นี่ จะเป็นเรื่องที่น่าประทับใจล่ะ แล้วสุดท้ายเป็นไง? อุตส่าห์ยอมย้ายตามผู้ชายมาแท้ๆ แต่ผู้ชายกลับไม่สนใจใยดีด้วยซ้ำ! สมน้ำหน้า!”
“แล้วอย่าให้รู้นะว่า แกกล้าใช้วิธีสกปรกทำเรื่องชั่วๆลับหลังประธานหลินอีก ไม่อย่างนั้น แกได้โดนพวกเรารุมประชาทัณฑ์แน่!”
จางซีซีทั้งอาฆาตแค้นทั้งอัปยศใจอย่างที่สุด เธอส่งเสียงกรีดร้องออกมาดังลั่นราวกับคนคลุ้มคลั่ง แล้ววิ่งจากออกไปทันที
เมื่อหลินจิงซูกลับมาถึงห้องเรียน จู้หยานรีบพูดขึ้นว่า
“จิงซู ครั้งนี้คุณย่าท่านทำเกินไปมากจริงๆ ผมต้องขอโทษแทนด้วย”
ได้ฟังคำขอโทษจากปากของจู้หยาน หลินจิงซูกลับส่ายหน้าไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะเธอเข้าใจดีว่า ตัวกลางที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดก็คือจางซีซี และจุดประสงค์ก็เพื่อกำจัดเธอให้พ้นทางโดยไม่สนวิธีการ
อีกอย่าง แค่ลูกไม้ตื้นๆที่จางซีซีใช้ทำลายเธอนั้น มันแทบไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อชื่อเสียงโรงแรมของเธอเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับเป็นโรงแรมของเธอมากกว่าที่จะได้ผลประโยชน์หากเกิดการฟ้องร้องกันขึ้น
และหากมีหลิวหมิงเป็นผู้นำทัพขึ้นศาลแล้วล่ะก็ มั่นใจได้เลยว่าน่าจะสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากตระกูลจางได้เป็นจำนวนเงินมหาศาลทีเดียว! ได้ข่าวว่ารวยนักรวยหนาคงต้องจัดให้หนัก!
“นายไม่ต้องทำหน้าตารู้สึกผิดขนาดนั้นก็ได้จู้หยาน นายไม่ได้ทำผิดอะไรเลย เพียงแต่แผนการที่จางซีซีกับย่าของนายร่วมมือกันคราวนี้ มันออกจะเกินไปมากจริงๆ หลังจากนี้ฉันควรต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น”
หลังจากได้ฟังคำพูดของหลินจิงซู จู้หยานก็ได้แต่พยักหน้าด้วยความโล่งอก นับตั้งแต่ที่ย่าของเขามาถึงผิงเฉิง และเริ่มสร้างวีรกรรมต่างๆนานานับครั้งไม่ถ้วนนั้น กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนติดหนี้บุญคุณหลินจิงซูมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากความช่วยเหลือที่เธอหยิบยื่นให้ และความหวังดีที่มอบให้กัน
“ฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้ดีที่สุด และจะไม่ยอมปล่อยให้คุณย่าทำอะไรตามอำเภอใจแบบนี้อีกแล้ว! ส่วนจางซีซี ต่อให้เธอต้องติดคุกติดตาราง ผมก็ไม่มีทางเห็นใจและหันมาสนใจผู้หญิงพรรค์นั้นแน่! จิงซู ในใจของผมมีแค่คุณจริงๆนะ”
ทันทีที่คำบอกรักประโยคสุดท้ายหลุดออกมาจากปากของจู้หยาน ก็ได้สร้างเสียงกรีดร้องวี้ดว้ายจากเหล่าเพื่อนนิสิต ที่รู้สึกอิจฉาในฉากรักหวานหยดย้อยของคนทั้งสอง และบรรยากาศในตอนนี้ก็ได้สร้างความสุขและรอยยิ้มของทุกคนให้ปรากฏขึ้นได้อีกครั้ง เว้นแต่…จางซีซีที่กำลังแอบมองผ่านช่องประตู สีหน้าของเธอบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ ดูน่าเกลียดน่ากลัวเกินพรรณนา ความอาฆาตแค้นที่มีต่อหลินจิงซูยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น!
ไม่เพียงนังบ้านนอกนี่จะไม่ถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่มันยังได้ใช้ชีวิตที่มีความสุขกับจู้หยานเย้ยหยันกันอีกด้วย! ตอนนี้ ทั้งสองคนได้กลายมาเป็นคู่รักหงสาที่ใครๆต่างก็ร่วมส่งกำลังใจให้!
ในสายตาของทุกคนเวลานี้ จางซีซีเปรียบเสมือนสุนัขข้างถนนเพศเมียที่น่ารังเกียจ ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ก็ล้วนแล้วแต่มีเสียงก่นด่าสาปแช่งตามมาไม่มีเว้น ทางด้านอธิการบดีก็ได้เรียกเธอไปพูดคุยตักเตือน และห้ามไม่ให้ทำเรื่องเลวร้ายอีกเป็นอันขาด ภาพฉากที่ทุกคนในมหาวิทยาลัยพร้อมใจกันลุกฮือปกป้องหลินจิงซูเช่นนี้ ได้ทำให้จางซีซีรู้สึกไม่มีความสุขอย่างที่สุด
หลังเลิกเรียนในวันนั้น จางซีซีได้เฝ้ามองจู้หยานและหลินจิงซูเดินเคียงข้างกันออกจากประตูรั้วมหาวิทยาลัยไปอย่างมีความสุข เธอบีบกำปั้นกระชับแน่นจนสั่นสะท้าน ดวงตาทั้งคู่ราวกับมีดวงไฟลุกโชน!
“พวกแกสองคนคอยดูไปเถอะ! ถ้าฉันจางซีซีไม่มีความสุข พวกแกก็อย่าหวังว่าจะได้มีความสุขเหมือนกัน!!”
ทันทีที่พูดจบ จางซีซีก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว ในมุมมองของเธอตอนนี้ เหตุผลเพียงข้อเดียวที่ทุกคนต่างพร้อมใจกันปกป้องหลินจิงซูถึงเพียงนี้ ยังจะเป็นอะไรไปได้อีกนอกจากว่าเธอคือนายทุนใหญ่ ที่คอยบริจาคทุนการศึกษาให้กับพวกนักศึกษายากจนล่ะ!
อาศัยทรัพย์สินความมั่งคั่งที่ตัวเธอมีในตอนนี้ อย่าว่าแต่เศษเงินที่หลินจิงซูบริจาคให้เลย สำหรับเธอแล้ว ต่อให้จ่ายค่าเล่าเรียนให้กับนักศึกษาทุกคน เธอก็ยังสามารถทำได้ไม่ยาก!
ทันทีที่จางซีซีล่วงรู้จุดอ่อนของหลินจิงซูข้อนี้แล้ว เธอก็รีบไปพบย่าของจู้หยานทันที และก่อนจะเปิดประตูเข้าไปนั้น เธอย่อมรู้ดีว่าต้องแสร้งปั้นหน้าให้ดูไร้เดียงสาและน่าสงสารเข้าไว้!
“ฮืออ…ฮือออ…คุณย่าขา วันนี้เกิดอะไรขึ้นที่มหาวิทยาลัยกันแน่คะ? ไหนสัญญากับหนูว่าจะให้ท่านอธิการบดีไล่นังจิงซูออกวันนี้ไงล่ะคะ?”
“ตอนนี้เพื่อนๆทุกคนในมหาวิทยาลัยต่างก็เห็นหนูเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว! มีแต่คนรังเกียจขยะแขยงในตัวหนู ตอนนี้แทบไม่มีใครกล้าเดินใกล้หนูแล้วค่ะคุณย่า! ฮืออ…ฮือออ…ทำไมหลินจิงซูต้องข่มเหงหนูขนาดนี้ด้วย หนูคงไม่มีหน้าอยู่ประเทศนี้อีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ ฮือออ…ฮือออ…”
จางซีซีบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยวันนี้ให้หญิงชราฟังทั้งหมด
เฝ้ามองจางซีซีผู้น่าสงสาร หญิงชราก็พลอยรู้สึกเศร้าเสียใจตามไปด้วยเช่นกัน เธอคิดไม่ถึงจริงๆว่า ต่อหน้าหลินจิงซูจะเป็นอย่างหนึ่ง แต่ลับหลังกลับเป็นอีกอย่าง
นังผู้หญิงตีสองหน้าไร้ยางอาย ปากบอกว่าตัวเองบริสุทธิ์ใจไม่ได้คิดอะไรกับจู้หยาน แต่ลับหลังกลับหันไปคบหาจู้หยาน และสร้างเรื่องให้จางซีซีดูเลวร้ายในสายตาของเขา!
คงถึงเวลาแล้วจริงๆ ที่ยายแก่อย่างเธอจะต้องจัดการขั้นเด็ดขาดเสียที จากนั้น ก็หันไปบอกกับจางซีซีทันที
“ไม่ต้องห่วง ย่าจะไม่ปล่อยให้จู้หยานได้สมหวังกับนังสารเลวหลินจิงซูแน่นอน! ต่อให้มันจะเจ้าเล่ห์เพทุบายแค่ไหนก็ตาม แต่ย่านี่ล่ะจะทำให้ชีวิตของนังผู้หญิงคนนั้นต้องพินาศเอง!”
แม้ปากจะพูดออกไปแบบนั้น แต่หญิงชรากลับไม่รู้สึกมั่นอกมั่นใจเหมือนก่อน เพราะไม่รู้ว่าเช่นกันว่า เด็กสาวคนนั้นจะเล่นแร่แปรธาตุอะไรได้อีก นี่ก็ถึงกับดึงคนตระกูลจ้าวเข้าไปเป็นพันธมิตรได้แล้ว คิดจะเคลื่อนไหวอะไรต่อจากนี้ คงต้องใคร่ครวญวางแผนให้ดี
ทางด้านของจางซีซีนั้น เมื่อได้ยินคำพูดของหญิงชรา เธอก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกเช่นกัน
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







