หน้าหลัก / โรแมนติก / ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90 / ตอนที่23 ย้ายไปอยู่ในบ้านโทรมๆ (2)

แชร์

ตอนที่23 ย้ายไปอยู่ในบ้านโทรมๆ (2)

ผู้เขียน: Chawin
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-11 12:23:02

            ตอนที่23 ย้ายไปอยู่ในบ้านโทรมๆ (2)

            “แม่คะ ในเมื่อย้ายออกมาจากบ้านตระกูลหลินแล้ว เราก็ไม่จำเป็นต้องทนต่อความอยุติธรรมใดๆอีก ด้วยจำนวนเงินที่เรามีอยู่ในมือ พวกเราสองแม่ลูกอยากกินอยากดื่มอะไรก็ใช้ให้เต็มที่”

            “แต่เงินก้อนนี้…”

            ติงเสวี่ยเหม่ยคุ้นชินกับการเก็บออมจนเคยตัว แม้ว่าเงินจำนวนครึ่งหนึ่งจะเป็นส่วนที่ฉกมาจากมือของอู๋ซิวเหลียน แต่เธอก็ยังรู้สึกไม่สบายใจแม้แต่น้อยหากต้องหยิบใช้มัน เธอรู้สึกว่าการมีเงินอยู่กับตัวจำนวนมากๆ ทำให้รู้สึกอุ่นใจกว่า

            “แม่คะ ถ้าไม่อยากใช้จ่ายเงินจำนวนนี้ขนาดนั้น พวกเราก็เก็บเอาไว้ก่อนก็ได้”

            หลินจิงซูทนดูไม่ได้เช่นกันที่เห็นติงเสวี่ยเหม่ยต้องลำบากอยู่ตลอดเวลา เธอรู้สึกสงสารที่แม่ของเธอไม่เคยได้กินอาหารดีๆเลยสักมื้อ

            ในชีวิตของติงเสวี่ยเหม่ย อาหารดีที่สุดที่เธอเคยกิน ดูเหมือนจะเป็นกับข้าวเหลือๆจากร้านอาหารที่คนตระกูลหลินห่อกลับมาฝากเท่านั้น หลินจิงซูทนเห็นแม่ตัวเองใช้ชีวิตอย่างลำบากต่อไปไม่ได้แล้วจริง จึงเป็นเหตุผลว่าเพราะอะไรเธอถึงอยากให้แม่หัดใช้เงินบ้าง

            จ้องมองหลินจิงซูที่อยู่ตรงหน้าแล้ว ติงเสวี่ยเหม่ยเหมือนเห็นภาพสะท้อนถึงความยากลำบากของตนเองในอดีต ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านตระกูลหลินนั้น เธอเหน็ดเหนื่อยมามากแล้วจริงๆ และสิ่งเดียวที่เธอปรารถนาก็คือ ขออย่าให้ชีวิตนี้ของลูกสาวต้องมาตกระกำลำบากซ้ำรอยอย่างที่ผู้เป็นแม่เคยผ่านมาเลย

            เธอขอเพียงแค่นั้น แม้สักวันจะต้องตายจากไป อย่างน้อยเธอก็จะได้ตายตาหลับเสียที

            คิดได้เช่นนั้น น้ำตาของติงเสวี่ยเหม่ยแทบไหลล้นออกมา ในใจลึกๆได้แต่ตั้งปณิธานกับตัวเองว่า เธอจะใช้ชั่วชีวิตที่เหลือทั้งหมดผลักดันลูกสาวให้ใด้มีชีวิตที่ดีขึ้น และจะไม่มีวันยอมให้ลูกสาวของเธอต้องพบพานกับประสบการณ์เลวร้ายอย่างที่ตัวเธอเองประสบมา

            “หลังจากจัดบ้านเรียบร้อยแล้ว พวกเราไปตลาดซื้อของดีๆมาทำอาหารกินกันดีกว่า เงินก้อนนี้พวกเรามาแบ่งกันคนละครึ่ง เงินจำนวน1,600หยวนนี้ ลูกนำไปใช้ได้ตามใจเลย”

            จู่ๆ ติงเสวี่ยเหม่ยก็เอ่ยเช่นนี้ออกมา

            หลินจิงซูอดยิ้มอย่างมีความสุขไม่ได้ แม้ว่าแม่ของเธอจะยังเปิดใจในเรื่องนี้ได้ไม่เต็มที แต่นี่ก็นับเป็นก้าวแรกที่ดีเหนือความคาดหมายไปมาก เธอกระโดดโผเข้ากอดผู้เป็นแม่พร้อมกับร้องบอกว่า

            “แม่ของหนูใจดีที่สุดเลยค่ะ!”

            หลังจากสองแม่ลูกเข้าไปในบ้านโทรมๆหลังนี้แล้ว ทั้งคู่ก็เริ่มเก็บกวาด และช่วยกันจัดสรรเป็นห้องต่างๆ

            เดิมทีสองแม่ลูกวางแผนไว้ว่าจะแยกห้องนอนกัน แต่โชคร้ายที่แม้ว่าบ้านโทรมๆหลังนี้จะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ ทว่าห้องที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่เสียหายเลย กลับมีเพียงไม่กี่ห้อง หลังจากปรึกษากันจนได้ข้อสรุปแล้ว ทั้งคู่จึงตัดสินใจร่วมกันว่าจะนอนห้องเดียวกันไปก่อน จนกว่าบ้านจะบูรณะซ่อมแซมเสร็จสมบูรณ์ สองแม่จึงลูกค่อยแยกย้ายกันไปคนละห้อง

            กว่าที่ทั้งสองจะทำความสะอาดบ้านเสร็จ ก็ปาไปช่วงเย็นแล้ว สองแม่ลูกจัดการล็อกประตูบ้าน แล้วเดินออกไปจ่ายตลาด

            หลินจิงซูไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องอาหารสำหรับตนเองนัก หลักๆเธอจะมุ่งเน้นไปในสิ่งที่เจ้าสาหร่ายชอบกินเสียมากกว่า เธอเลือกซื้อวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารแมวมามากมายจนเต็มมือ ในขณะที่ติงเสวี่ยเหม่ยจะให้ความสนใจกับข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันและเนื้อหมูเป็นหลัก

            ติงเสวี่ยเหม่ยเอ่ยถามขึ้นระหว่างเลือกผลไม้บนแผงตรงหน้า

            “แม่ไม่แน่ใจว่าจู้หยานชอบกินผลไม้อะไร? ไม่รู้ว่าเขาจะชอบกินสตรอเบอรี่มั้ย?”

            หลินจิงซูตอบแบบคาดเดา

            “หนูว่าน่าจะชอบนะคะ”

            ติงเสวี่ยเหม่ยเลิกคิ้วเล็กน้อย “ลูกรู้ได้ยังไง? เคยถามเขาเหรอ?”

            “ก็เด็กในวัยเดียวกับเขาชอบกินสตรอเบอร์รี่กันทั้งนั้น”

            หลินจิงซูยักไหล่ตอบอย่างช่วยไม่ได้ ทำตัวราวกับเป็นป้าข้างบ้าน ผ่านไปครู่หนึ่ง จึงเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่า ตอนนี้ตัวเธอเองก็ยังเป็นเด็กอยู่เช่นกัน

            ติงเสวี่ยเหม่ยยิ้มตอบ “ลูกเองก็ยังเป็นเด็กไม่ใช่เหรอ? พูดอย่างกับตัวเองเป็นคนแก่ไปได้”

            เธอสั่งเจ้าของแผงผลไม้ให้จัดสตอรเบอร์รี่มาสองสามกล่อง หลังจากรับถุงมา ก็หยิบลูกหนึ่งใส่ไว้ที่มือของหลินจิงซู

            “ลองชิมดูว่าหวานมั้ย?”

            หลินจินซูจ้องมองไปที่สตรอเบอร์รี่บนฝ่ามือลูกนั้น ดวงตาหยีย่นเมื่อจินตนาการถึงรสเปรี้ยวจับใจของมันขึ้นมา แต่สุดท้ายก็ยิ้มสู้และฝืนยัดทั้งลูกใส่ปากไป

            เธอเคี้ยวได้่ครู่หนึ่งก็ผงกศีรษะรัวๆ

            “แม่คะ สตรอเบอร์รี่พวกนี้หวานเจี๊ยบเลย! แม่เองก็ต้องลองชิมดูบ้าง”

            “แม่ไม่กิน แม่โตขนาดนี้แล้ว ไม่กินขนมของเด็กๆหรอก”

            “โถ่ แม่…ทำไมไม่ลองดูสักคำ…”

            หลินจิงซูเริ่มแสดงท่าทีออดอ้อนติงเสวี่ยเหม่ย ผู้เป็นแม่จนปัญญาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากหยิบเอาสตอรเบอร์รี่ลูกหนึ่งขึ้นมาโยนเข้าปากตัวเอง พร้อมกับลิ้มรสความหวานฉ่ำที่แตกกระจายอยู่ทั่วทั้งปาก

            สองแม่ลูกเดินหอบตะกร้าพร้อมถุงพะรุงพะรังทั้งใบใหญ่ใบเล็ก ประหนึ่งว่ากำลังจะกลับบ้านไปเฉลิมฉลองปีใหม่ก็ไม่ปาน

            ระหว่างทางกลับนั้น ทั้งสองก็บังเอิญพบเข้ากับหลินเสวี่ยที่กำลังกลับจากเรียนพิเศษพอดี 

            หลินเสวี่ยอยู่ในช่วงกำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ช่วงนี้จึงต้องอาศัยอยู่กับอาจารย์ที่เธอเรียนพิเศษด้วยเป็นส่วนใหญ่ เฉพาะวันแรกที่ได้ร่วมทานข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา หลังจากนั้น เธอก็ไม่รู้แล้วว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นภายในบ้านบ้าง ทันทีที่เห็นติงเสวี่ยเหม่ยกับหลินจิงซูเดินหอบตะกร้าใบใหญ่และถุงมากมาย เธอก็หลงคิดไปว่า ที่บ้านคงจะจัดเทศกาลอะไรสักอย่าง 

            หลินเสวี่ยรีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือทันที และหยิบถุงที่ใส่กล่องสตรอเบอร์รี่จากมือหลินจิงซูก่อนเป็นอันดับแรก เหลือบเห็นผลไม้สีแดงมันวาวภายในนั้น เธอก็ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่และพูดขึ้นว่า

            “จิงซู ให้ฉันช่วยถือนะ”

            เห็นหลินเสวี่ยเหยียดมือพุ่งตรงเข้ามา หลินจิงซูก็เบี่ยงหลบฉับพลัน

            “ไม่เป็นไร ถ้าอยากจะช่วยจริงๆ ก็ไปช่วยถือของพวกนี้แทนดีกว่า”

            หลินจิงซูยื่นถุงอีกใบที่มีหม้อและกระทะกองโตบรรจุอยู่ภายในให้แทน และพูดอะไรบางอย่างที่ฟังดูกำกวมชอบกล

            “สตรอเบอร์รี่พวกนี้แม่ซื้อให้ฉันคนเดียว เพราะฉะนั้นฉันถือเองดีกว่า”

            ได้ฟังประโยคคำพูดเหล่านั้นของหลินจิงซู แม้ว่าหลินเสวี่ยใจจะไม่เต็มใจสักเท่าไหร่ แต่ก็ต้องจำใจต้องรับถุงกระทะและหม้อหนักๆจากอีกฝ่าย ระหว่างเดินไปตามทางกลับบ้าน ยังมีหลายครั้งหลายคราวที่เธอแอบมองถุงสตอรเบอร์รี่ในมือหลินจิงซูเป็ยระยะๆ พลางเบะปากหน้าบึ้งง้ำงออย่างไม่พอใจเงียบๆ

            เดินมาจนมาสุดทาง ในที่สุดพวกเธอทั้งสามก็มาถึงหน้าประตูบ้านตระกูลหลิน 

            เมื่อหลินเสวี่ยกำลังจะเดินหอบถุงหนักๆเข้าบ้านไป จู่ๆหลินจิงซูก็หยุดเธอเอาไว้กะทันหัน

            เธอหยิบถุงเหล่านั้นออกจากมือของหลินเสวี่ยไป พร้อมกับเอ่ยขอบคุณ

            หลินเสวี่ยปั้นหน้างุนงงสับสนไม่เข้าใจ และหันไปถามติงเสวี่ยเหม่ยว่า

            “คุณป้าใหญ่ จิงซูจะไปไหนเหรอคะ? วันนี้ไม่กลับบ้านเหรอ?”

            หลินจิงซูยิ้มพร้อมกับอธิบายให้อีกฝ่ายฟัง

            “พี่เสวี่ย ถือว่าเป็นการตอบแทนที่ช่วยถือของมาให้ฉันก็แล้วกัน จะบอกอะไรดีๆให้ฟัง ตอนนี้ครอบครัวของเราแยกกันอยู่แล้ว กลายเป็นว่าตอนนี้มีสองบ้าน ส่วนอาหารพวกนี้คือของฉันกับแม่เท่านั้น”

            ทันทีที่ได้ฟัง หลินเสวี่ยถึงกับหน้าถอดสีหน้าตาเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดขึ้นทันที ประหนึ่งว่าปากของเธอกำลังอมขี้สุนัขก้อนโตอยู่

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status