เข้าสู่ระบบ“มึงดูนี่” ราฟาเอลล้วงหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่ราฟาเอลจะยื่นโทรศัพท์มาให้ลูเซียโน่ดูพร้อมกับบอกกล่าว
“อะไรวะ” ใบหน้าหล่อเหลาของลูเซียโน่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย แต่มือแกร่งของเขายื่นไปคว้าโทรศัพท์เครื่องหรูของราฟาเอลมาดู
หน้าจอโทรศัพท์แสดงภาพกล้องวงจรปิดภายในห้องนอนของลูกชายราฟาเอลกับเอวาที่มีพี่เลี้ยงเด็กสามคนอยู่ในห้อง และมีเด็กชายตัวน้อยผิวขาวอมชมพูอีกสองคนกำลังนอนดูดขวดนมอยู่บนเปลนอนทั้งสองอันที่อยู่ข้างกัน
“ลูกของอัญญา” คำพูดของราฟาเอลทำให้ลูเซียโน่ชะงักเล็กน้อย
“ลูกของเธอ?” ลูเซียโน่ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์และตวัดสายตาขึ้นมาสบตากับเพื่อน
“หน้าเหมือนมึงไหมล่ะ” สิ้นเสียงราฟาเอล ลูเซียโน่จึงซูมภาพเข้าไปใกล้เด็กชายอีกคนมากยิ่งขึ้น
“เออ…เหมือน” ทั้งจมูก คิ้ว ปาก และโครงหน้า ทุกอย่างบนใบหน้าของเด็กชายเหมือนลูเซียโน่หมดทุกอย่าง จนแทบจะไม่มีเค้าโครงของอัญญาเลยล่ะ
เด็กคนนั้น…คือ ลูกของเขาแน่ๆ
“กูสงสัย ก็เลยให้พี่เลี้ยงแอบตัดเล็บเด็กคนนั้นมาเพื่อที่จะตรวจดีเอ็นเอ” ราฟาเอลเอ่ยต่อ ตอนนี้เพื่อนของเขาคงพอจะจับต้นชนปลายทุกอย่างได้บ้างแล้วล่ะ
“แล้วทำไมไม่บอกกู”
“เพราะกูยังไม่แน่ใจไง…แต่กูก็คิดว่าคนอย่างมึงน่าจะไม่พลาด” ราฟาเอลรู้จักเพื่อนของตัวเองดีทุกคน แต่ละคนนิสัยยังไง ซึ่งโดยปกติไอ้ลูเซียโน่มันจะไม่มีทางพลาดเรื่องแบบนี้เด็ดขาด แต่มันคงเหมือนกับเขาที่ทำเรื่องแบบนั้นกับเอวานั่นแหละ
“ไม่พลาดอะไรล่ะ กูไม่ได้ป้องกันเลยล่ะ” ชายหนุ่มนัยน์ตาสีเทาเข้มตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา ที่ผ่านมาเขาป้องกันตลอดเพราะว่าเขากลัวจะติดโรคจากผู้หญิงพวกนั้น แต่กับอัญญาเขาไม่จำเป็นต้องกลัวเรื่องแบบนั้น เนื่องจากเธอยังบริสุทธิ์ เขาจึงไม่ได้คิดจะป้องกันเลยสักนิด
“มึงรู้สึกยังไงกับเธอว่ะ” เสียงทุ้มของราฟาเอลเอ่ยถามอย่างนุ่มลึกและหนักแน่น และคำถามนี้เหมือนจะไม่ได้เป็นคำถามที่มันจะตอบแค่กับเขา แต่เขาถามเพื่อให้มันตอบตัวเองให้ได้ด้วย
“กูไม่รู้ว่ะ” ลูเซียโน่นิ่งไปชั่วครู่พลางครุ่นคิด ก่อนที่เขาจะตอบกลับ
“งั้นมึงก็ควรที่ไปทำความเข้าใจกับความรู้สึกของตัวเองก่อนนะ แล้วค่อยมาคุยกันต่อว่าจะเอายังไงกับเรื่องนี้”
“กูไม่อยากเสียเธอไปอีกแล้ว ตั้งแต่ที่เธอหนีไป กูก็คิดถึงเธอแทบทุกวัน…กูตามหาเธอมาเป็นปีๆ นะไอ้ราฟ” น้ำเสียงของลูเซียโน่ดูจริงจังมากกว่าครั้งไหน เพราะคำถามของเพื่อน มันเหมือนเป็นประโยคคำถามที่กระชากสติของเขาได้เป็นอย่างดี
“มึงก็เอาความจริงใจเข้าหาเธอสิวะ ไม่ใช่ทำตัวทีเล่นทีจริงแบบนี้ จะมีผู้หญิงคนไหนเชื่อใจมึงไอ้ลูเซียน” ชายหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าครามแนะนำเพื่อนสนิท เพราะเขาเองเคยง้อเมียมาก่อน
“อายุขนาดนี้แล้ว…เลิกทำตัวแบบเดิมได้ละ” เมื่อเห็นว่าลูเซียโน่นิ่งเงียบไป ราฟาเอลจึงพูดต่อ
“กูรู้แล้ว”
“แล้วก็อย่าเพิ่งบุ่มบ่ามทำอะไรอีก รอจนกว่าผลตรวจจะออก” ราฟาเอลทิ้งท้ายประโยค ลูเซียโน่จึงนิ่งเงียบไปชั่วขณะเพื่อคิดหาทางต่อ
แล้วเขาควรจะทำอย่างไรต่อดีละ ในเมื่อทั้งอัญญา ทั้งพี่สาวของเธอ ต่างก็ไม่ชอบหน้าเขา เรียกได้ว่าเกลียดเขาเข้าไส้เลยล่ะ
ไม่กี่วันต่อมา
อัญญานั่งอุ้มอาร์โนด์ที่เพิ่งตื่นขึ้นมาได้ไม่ถึงสิบนาที เธออยู่บนโซฟามุมห้องของลูกชายเจ้าของบ้าน โดยมีพี่เลี้ยงเด็กอีกสามคนอยู่ในห้องนั้นกับเธอ พี่เลี้ยงคนหนึ่งอุ้มโรลองด์และพาเดินเล่นไปรอบห้อง ส่วนพี่เลี้ยงอีกสองคนช่วยกันทำความสะอาดห้อง
อาร์โนด์เด็กทารกตัวจิ๋วนั่งอยู่บนตักของอัญญาที่นั่งหลังตรงมั่นคง นิ้วเล็กๆ ของเด็กชายไขว่คว้าไปในอากาศพร้อมเสียงร้องอ้อแอ้ตามประสาเด็ก
อัญญาครุ่นคิดไปถึงวันนั้น วันที่เธอได้เจอกับลูเซียโน่อีกครั้ง หญิงสาวคิดเอาไว้อยู่แล้วล่ะว่าตัวเองกับเขาต้องเจอกัน แต่เธอไม่จำเป็นต้องหนีเขาอีกแล้ว เธอไม่ต้องการให้ลูกชายกลับไปลำบากอีกแล้ว
ในขณะที่อัญญานั่งไตร่ตรองเรื่องราวต่างๆ อยู่ในหัวอยู่นั้น ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับเอวาและสามีของเธอที่เดินเคียงข้างกันเข้ามาในห้อง เอวายิ้มให้อัญญาเล็กน้อย ก่อนที่พี่เลี้ยงจะอุ้มลูกชายของเอวาส่งให้ราฟาเอลอย่างรู้หน้าที่ เนื่องจากทุกครั้งที่ราฟาเอลเข้าห้องมา ชายหนุ่มมักจะเป็นคนอุ้มโรลองด์ด้วยตัวเองเสมอ
เอวายกมือขึ้นมาจับมือเล็กของลูกชายที่อยู่บนอ้อมแขนแกร่งของสามี โรลองด์จับนิ้วมารดาเอาไว้แน่น ใบหน้าสวยสดจึงส่งยิ้มหวานให้ลูกชาย ราฟาเอลลอบมองภรรยาสลับกับลูกชายให้วงแขนแกร่ง ก่อนที่มือแกร่งอีกข้างจะเลื่อนไปลูบเรือนผมของภรรยาอย่างแผ่วเบา
“อัญญา…กินข้าวหรือยัง” เอวาเอ่ยถามน้องสาวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“ฉันกินแล้ว” อัญญาตอบกลับ
“อือ…อยากได้อะไรไหม พอดีพี่กับคุณราฟาเอลต้องออกไปทำธุระนะ”
“ไม่เป็นไร” สิ้นเสียงอัญญา เอวาจึงพยักหน้าให้น้องสาวเบาๆ ก่อนที่เธอจะหันมาเล่นกับลูกชายต่อ
อัญญาแอบมองภาพครอบครัวที่อบอุ่นของพี่สาว เธอดีใจนะที่พี่สาวของตัวเองมีความสุข และมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้ สปายสาวครุ่นคิดอยู่ภายในใจ ก่อนที่เธอจะก้มลงมองเด็กชายตัวจิ๋วที่อยู่บนตัวของเธอ โดยที่มือบางกอดรัดและจับตัวเด็กชายเอาไว้อยู่เพื่อไม่ให้เขาตกลงไปยังพื้น
“ฉันไปเดินเล่นที่สวนนะ จะพาอาร์โนด์ไปรับลมหน่อย” อัญญาบอกกล่าวพี่สาว
“อือ” เอวาพยักหน้าให้น้องสาวอีกครั้ง
จากนั้น อัญญาลุกขึ้นจากโซฟาพร้อมกับกระชับร่างเด็กชายให้เข้าที่ มือบางอีกข้างหนึ่งสอดไปพยุงใต้ก้นของเด็กทารก ก่อนที่เธอจะก้าวเท้าเดินผ่านเอวากับสามีออกไปจากห้อง แล้วย่างกรายต่อไปยังสวนด้านข้างของคฤหาสน์อย่างเชื่องช้า
“เด็กคนนั้นเป็นลูกชายของไอ้ลูเซียน” ราฟาเอลบอกกล่าวกับภรรยาคนสวยทันที เมื่อน้องสาวของเธออุ้มลูกออกไปจากห้องเรียบร้อยแล้ว
“ฉันรู้แล้ว” เอวามองตาพลางตอบกลับสามี
“อัญญาบอกความจริงกับฉันหมดทุกอย่างแล้ว บอกตั้งแต่วันนั้นแล้ว” เอวาพูดต่อ เนื่องจากเหตุการณ์ในวันนั้น ทำให้เอวาพยายามถามไถ่ความจริงทุกอย่างจากอัญญา ในคราแรกอัญญาไม่ยอมบอกความจริง แต่สุดท้ายเอวาคาดคั้นน้องสาว จนเธอยอมปริปากบอกความจริงทุกอย่างออกมา
อัญญาเดินออกมาจนถึงสวนด้านข้างของคฤหาสน์ เธอพาเด็กชายตัวน้อยเดินเล่นรับลมเย็นๆ อยู่สักพักหนึ่ง ซึ่งเด็กทารกดูจะอารมณ์ดีและชอบใจเป็นอย่างมากเพราะเขาทั้งหัวเราะ ทั้งยิ้ม จนคนเป็นแม่รู้สึกดีที่เห็นลูกชายได้อารมณ์ดีเช่นนี้
“เอเลน่า” ลูเซียโน่เรียกชื่อหญิงสาว ทำให้ร่างผอมบางหันกลับมามองเขาทันที อัญญามองหน้าเขาด้วยสายตาแข็งกร้าว เธอตั้งท่าจะเดินหนีกลับเข้าไปในคฤหาสน์ แต่มือแกร่งยกขึ้นมาขวางเธอเอาไว้เสียก่อน ทำให้หญิงสาวถอยหลังหนีไปสองสามก้าว
“เอเลน่า เด็กคนนั้น…ลูกของฉันใช่ไหม” เสียงทุ้มเอ่ยถามต่ออย่างนุ่มลึก เขามองหน้าหญิงสาวสลับกับเด็กชายในอ้อมแขนของเธอ ซึ่งเด็กทารกตัวน้อยมองหน้าเขากลับมาเช่นกัน
“ไม่ใช่!” แต่เสียงหวานตอบกลับอย่างแข็งกระด้าง
“ขอฉันอุ้มลูกหน่อยได้ไหม” ลูเซียโน่ออดอ้อนหญิงสาว ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้รู้สึกผูกพันอะไรกับเด็กคนนี้ แต่เขามั่นใจว่าคือลูกของเขาอย่างแน่นอน
อันที่จริง…เขาไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นเหมือนกับเขาหรือเปล่า แต่เขาไม่ได้เลี้ยงเด็กคนนี้มา เขาจึงไม่ได้รู้สึกผูกพันสักเท่าไหร่ แต่ที่เขาอยากได้คือแม่ของลูกชายมากกว่า ลองเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่อัญญาสิ เขาคงเอาแต่เด็กมาเลี้ยงดูเองหรืออาจจะให้แค่ค่าเลี้ยงดูให้เธอไปเลี้ยงเอาเอง ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นความคิดของคนเลว และเขาเป็นคนเลวจริงๆ นั่นแหละ เขายอมรับ
“บอกไม่ใช่ไง” อัญญายังคงต่อต้านชายหนุ่ม
“เลิกโกหกได้แล้วเอเลน่า” ไม่พูดเปล่า มือแกร่งอีกข้างหนึ่งยกกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาให้หญิงสาวดูตรงหน้าของเธอ อัญญาไล่สายตาอ่านกระดาษใบนั้นอยู่ชั่วครู่ มันคือใบตรวจดีเอ็นเอที่ยืนยันว่าอาร์โนด์เป็นลูกชายของลูเซียโน่
“ถึงขั้นต้องใช้วิธีสกปรกแบบนี้เลยเหรอ” หญิงสาวต่อว่าชายหนุ่ม
“เพราะฉันรู้นิสัยของเธอไง เธอเป็นพวกชอบหนีปัญหา ไม่ยอมรับความจริง” ด้วยความปากเสียของลูเซียโน่ จึงทำให้เขาเผลอพูดจาไม่ดีใส่หญิงสาว
“ก็ดีกว่าคนสำส่อนเอาไปทั่วแบบคุณก็แล้วกัน” คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกเดือดดาลขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
“สำส่อน? เอาไปทั่ว? เมื่อไหร่?” ท่าทีกวนประสาทของชายหนุ่มเริ่มกลับมาอีกครั้ง ต่างจากเมื่อสักครู่ที่เขาพยายามจะทำตัวเป็นคนดี
“คงมั่วไปเรื่อยจนจำไม่ได้เลยละสิ”
“เธอหึงฉันเหรอ” ชายหนุ่มเอ่ยถามออกไปโดยที่เขาไม่ได้คิดอะไร แต่มันก็ทำให้หญิงสาวชะงักไปชั่วครู่
“ฉันไม่ได้หึง” เธอหลบสายตาของเขาพลางตอบกลับ
“เธอหึง”
“บอกว่าไม่ได้หึง!” เสียงหวานตวาดใส่เขาดังขึ้น ทำให้เด็กชายในอ้อมแขนของเธอสะดุ้ง
“แง้... แง้...” มือจิ๋วกำเข้าหากันแน่นพร้อมเสียงร้องอ้อแอ้ดังขึ้นมา ทำให้อัญญารู้สึกตัวทันที เมื่อสักครู่นี้เธอคงเสียงดังมากเกินไปจนทำให้ลูกตกใจ
“ชู่วๆ แม่ขอโทษลูก…แม่ขอโทษ” อัญญาจับลูกชายพลิกหันหน้าเด็กน้อยกลับมาซบลงบนไหล่แบบบางของเธอ หญิงสาวเขย่าตัวเด็กเบาๆ พลางลูบหลังปลอบประโลมลูกชายด้วยท่าทางอ่อนโยน
ลูเซียโน่มองท่าทีที่อ่อนยวบลงของอัญญาเมื่อเห็นลูกชายร้องไห้ เขาไม่เคยเห็นเธอในมุมนี้มาก่อน เธอคงรักลูกมากเลยสินะ
“เอเลน่า…ขอฉันดูแลเธอกับลูกได้ไหม” ชายหนุ่มปรับโทนเสียงให้อ่อนลง
“ถ้าคิดว่าจะทำเพื่อรับผิดชอบอะไร…ไม่ต้อง! ฉันเลี้ยงของฉันคนเดียวมาตลอด คุณไม่ได้จำเป็นกับชีวิตของพวกเรา” พูดจบ หญิงสาวก้าวเดินหนีลูเซียโน่ทันที
“เอเลน่า” เขาเรียกเธออย่างแผ่วเบา แต่ชายหนุ่มไม่ได้เดินตามเธอไป เพราะเขาควรจะให้เวลาเธอก่อน หากคุยกันตอนนี้ก็มีแต่จะแย่ลง มือแกร่งยกขึ้นมาเท้าเอวทั้งสองข้างพร้อมกับถอนหายใจออกแรง
สองเดือนต่อมาลูเซียโน่อุ้มเด็กชายที่หน้าตาคล้ายคลึงกับเขาเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องน้ำภายในห้องนอนของเขา อาร์โนด์สวมชุดเด็กสีฟ้าดูตัวใหญ่ขึ้นมากเมื่อเทียบกับสองเดือนที่แล้ว ลูเซียโน่จึงไม่ให้อัญญาอุ้มลูกเองเลยสักครั้ง เพราะเขาไม่อยากให้ภรรยาเหนื่อย ร่างกำยำเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องน้ำสักพักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปเคาะประตูน้ำพร้อมกับส่งเสียงเรียกหญิงสาว“ที่รัก…เป็นไงบ้าง” แต่ทว่าก็ไร้เสียงตอบกลับจากคนในห้องน้ำ ชายหนุ่มเคาะประตูห้องน้ำอีกครั้งและเอ่ยเรียกภรรยาต่อ“เอเลน่า”ทันใดนั้นเอง ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก ร่างผอมบางเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยใบหน้านิ่งเรียบจนชายหนุ่มไม่สามารถเดาออก“เป็นไงบ้าง” เขาถามอัญญาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นและดูมีความหวังอย่างเห็นได้ชัดหญิงสาวจึงค่อยๆ ยื่นที่ตรวจครรภ์ที่เธอเพิ่งตรวจในห้องน้ำเมื่อสักครู่นี้ไปให้ชายหนุ่มดู ใบหน้าหล่อเข้มปรากฏรอยยิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นขีดสีแดงสองขีดขึ้นบนที่ตรวจ“น้ำเชื้อพ่อมันดีจริงๆ เลย อาร์โนด์จะมีน้องแล้วนะลูก” ลูเซียโน่อุ้มเด็กน้อยเขย่าเบาๆ พลางบอกกล่าวกับลูกชายด้วยท่าทางดีอกดีใจ และเหมือนว่าเด็กทารกตัวน้อยเหมือนจะ
ในวันต่อมาลูเซียโน่กับอัญญากลับมาที่คฤหาสน์ของมาเฟียหนุ่ม ร่างกำยำสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเดินโอบไหล่ภรรยาคนสวยที่สวมชุดเดรสสีขาวดูอ่อนโยนและน่าทะนุถนอม ตั้งแต่หลังวันที่แต่งงานกัน ชายหนุ่มก็ขอให้อัญญาแต่งตัวแบบนี้ เพราะเขาบอกว่าเธอสวยและดูน่ารักมากกว่าเวลาที่สวมเพียงเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์คู่สามีภรรยาป้ายแดงเดินเคียงคู่กันมาและก้าวขึ้นไปยังบันไดหินอ่อนก่อนถึงหน้าประตูของคฤหาสน์ มือแกร่งโอบไหล่หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่ต่อหน้าสาวใช้ พ่อบ้าน หัวหน้าแม่บ้านที่ยืนรอรับมาดามอย่างเป็นระเบียบ และต้อนรับมาดามอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็มีโคลอี้ยืนอยู่ข้างหัวหน้าแม่บ้านด้วย“กลับมาแล้วเหรอคะมาดาม…นายท่าน” พ่อบ้านเอ่ยทักทายขึ้นมา “ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการนะคะมาดาม” หัวหน้าแม่บ้านเอ่ยต่อ“ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการค่ะมาดาม” เสียงของสาวใช้คนอื่นพูดต่ออย่างพร้อมเพรียงกัน “ขอบคุณทุกคนมากนะ” อัญญาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้รับการปฏิบัติที่ดีและอบอุ่นเช่นนี้จากคนอื่นมาก่อน เมื่อทุกคนพร้อมใจกันต้อนรับเธอด้วยใบหน้าที่สดใสและจริงใจเช่นนี้ มันทำให้อัญญารู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูกลูเซียโน่ลอ
เช้าวันต่อมาลูเซียโน่กับอัญญามาว่ายน้ำกันบนสระว่ายน้ำของโรงแรมหรูที่มองเห็นวิวทะเลได้รอบทิศทาง มาเฟียหนุ่มยังไม่ได้กลับไปทำงาน เพราะอยากดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้ให้ได้มากที่สุดอัญญาสวมชุดบิกินีสีดำผูกคอและหลัง ส่วนช่วงล่างก็สวมเพียงบิกินีตัวจิ๋วที่ผูกด้านข้างสะโพกกลมกลึงเอาไว้ทั้งสองข้าง แค่กระตุกปมทีเดียวก็หลุดออกหมดแล้ว เป็นครั้งแรกที่อัญญาสวมชุดว่ายน้ำให้ชายหนุ่มเห็น ลูเซียโน่จึงตาลุกวาวเป็นพิเศษ ชายหนุ่มท่อนบนเปลือยเปล่าเผยอกแกร่งกำยำ ท่อนล่างของชายหนุ่มสวมเพียงกางเกงว่ายน้ำขาสั้นเท่านั้น เขานอนกอดร่างผอมบางที่เกยอยู่บนตัวของเขา พวกเขานอนมองสระว่ายน้ำที่มีพื้นหลังเป็นทะเลอยู่บนที่นอนข้างสระ “ไปว่ายน้ำกันไหม” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมา “อือ” หญิงสาวจึงพยักหน้าให้เขาเบาๆจากนั้นทั้งสองคนก็ค่อยๆ เดินลงมายังสระว่ายน้ำพร้อมกัน จนกระทั่งตัวของชายหญิงทั้งสองคนลงไปในน้ำอย่างช้าๆ ลูเซียโน่ไม่อยากให้ใครเห็นเรือนร่างของภรรยา เขาจึงเหมาสระว่ายน้ำแห่งนี้เป็นเวลาหนึ่งวัน และแน่นอนว่าแม้กระทั่งพนักงาน เขาก็ไม่ยอมให้เขามาเลยสักคนลูเซียโน่เลื่อนตัวมามองอัญญาในชุดบิกินีสุดเซ็กซี่ แค่ชายหนุ่มมองหญิงเพียงเ
เวลาผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น งานแต่งที่แสนเรียบง่ายของมาเฟียหนุ่มกับอดีตสปายสาวถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายริมหาดทรายสีขาว ที่มีพื้นหลังเป็นทะเลสีฟ้าครามสะท้อนกับแสงพระอาทิตย์ที่อยู่เหนือทะเลสะท้อนพื้นน้ำ ซุ้มดอกกุหลาบสีขาวโปร่งบางตั้งอยู่ตรงจุดที่ทะเลกับท้องฟ้าบรรจบกันพอดี เจ้าบ่าวสุดหล่อสวมชุดสูทดูสง่างามยืนจับมือกับหญิงสาวที่สวมชุดเจ้าสาวสีขาวสายเดี่ยวและเป็นกระโปรงผ้าสั้นเหนือเข่าที่มีบางเบาสบายสยายลงไปจนถึงพื้น คู่บ่าวสาวยืนจับมือกันอยู่ตรงกลางซุ้มดอกไม้โดยมีบาทหลวงที่ยืนอยู่ด้านหลังของพวกเขา เสียงคลื่นซัดเบาๆ กระทบฝั่งดังอย่างต่อเนื่องพร้อมกับกำลังปรบมือให้กับช่วงเวลาสำคัญ เจ้าบ่าวโน้มใบหน้าไปจูบเจ้าสาวอย่างอ่อนโยนเท่าที่เจ้าบ่าวจะทำได้ทันทีที่พวกเขาแลกแหวนแทนใจให้กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่ามือแกร่งของมาเฟียหนุ่มก็แอบบีบเคล้นก้มงอนงามของเจ้าสาวอยู่ดีพิธีแต่งงานของลูเซียโน่กับอัญญาผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นและเรียบง่าย แขกเหรื่อในงานมีเพียงแค่คนที่รู้จักกันเท่านั้น อีกทั้งยังมีบอดี้การ์ดร่างกำยำหลายสิบชีวิตที่ยืนหน้าตานิ่งเรียบอยู่รอบๆ งานแต่งของมาเฟียลูเซียโน่จูบหญิงสาวอ
“กลับมาแล้วเหรอครับ นายท่าน…มาดาม” เสียงของเอเตียนเอ่ยทักทาย เมื่อเจ้านายกับมาดามเดินเคียงข้างกันเข้ามาในคฤหาสน์“กลับมาแล้ว” ลูเซียโน่โอบไหล่แบบบางของอัญญาเอาไว้พลางตอบกลับพ่อบ้าน “นายท่านครับ…สาวใช้คนหนึ่งทำความสะอาดห้องเก็บสะสมของเก่าแก่ แล้วเผลอทำแจกันตกแตกครับ” พ่อบ้านบอกกล่าวกับเจ้านายต่อทันที“ฉันเคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรือไง ใครทำงานพลาดก็ไล่ออกไปสิ” “ถึงขั้นไล่ออกเลยเหรอ” เสียงของอัญญาแทรกขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าสวยคมที่ขมวดคิ้ว ถึงแม้ว่าสาวใช้จะมีความผิดจริง แต่เธอคิดว่าการที่ถึงขึ้นไล่ออกมันรุนแรงเกินไป เธอเองก็เคยใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบาก เธอถึงรู้สึกเข้าอกเข้าใจคนที่ลำบากเหมือนกัน“เอ่อออ” ชายหนุ่มตะกุกตะกักเล็กน้อย เขาไม่รู้จะตอบกลับอัญญาอย่างไรดี เพราะที่ผ่านมาเขาทำเช่นนี้มาตลอด“ฉันว่ามันเกินไปนะ คนเราก็มีผิดพลาดกันได้” เสียงแข็งกระด้างของอัญญาบอกกล่าวชายหนุ่มต่อ“งั้นที่รักคิดว่าเราควรจัดการยังไงดีล่ะ” มือแกร่งลูบไล้ไหล่แบบบางเบาๆ “ก็แค่หักเงินเดือนหรืออะไรก็ได้”“เอ่ออ…ถ้างั้นก็หักเงินเดือนเธอไปก่อน แล้วถ้าทำผิดอีกครั้งก็ค่อยไล่ออก” “ครับนายท่าน” พ่อบ้านก้มศีรษะเล็กน้อยเป็น
ลูเซียโน่กับอัญญาอยู่กินข้าวเย็นกับโลล่าที่ฟาร์ม ก่อนที่พวกเขาจะกลับมาที่คฤหาสน์ อาร์โนด์หลับคาอกอัญญาไปตั้งแต่ตอนที่พวกเขากำลังขับรถออกมาจากฟาร์ม ลูเซียโน่ไม่ได้พาหญิงสาวค้างคืนที่บ้านไม้ เนื่องจากพรุ่งนี้เขามีประชุมกับกลุ่มเพื่อนต่อเมื่อกลับถึงคฤหาสน์ พี่เลี้ยงพาเด็กชายไปที่ห้องนอนของตัวเอง ส่วนลูเซียโน่กับอัญญากลับมาที่ห้องนอนของมาเฟียหนุ่ม พวกเขารีบอาบน้ำและเข้านอนกันทันที และในวันต่อมาพวกเขาก็ต้องรีบตื่น เพราะชายหนุ่มต้องไปทำงานที่กาสิโนก่อนในช่วงเช้า“ทำไมคุณถึงไม่ให้ฉันอยู่คฤหาสน์” เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นมา ในขณะที่พวกเขากำลังนั่งรถคันหรูมุ่งตรงไปยังกาสิโน“ก็อยากอยู่ด้วยตลอดเวลา” ลูเซียโน่หันมามองหน้าหญิงสาวพลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส เขาไม่อยากอยู่ห่างจากเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว “แล้วก็ลากฉันไปนั้นไปนี้ตลอดแบบนี้เนี่ยนะ” “ผัวเมียก็ต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลาสิ” ชายหนุ่มตอบกลับ ก่อนที่เสียงโทรศัพท์จะดังขึ้นมา “ขอรับโทรศัพท์ก่อนนะ” เสียงทุ้มบอกกล่าวหญิงสาว จากนั้นมือแกร่งล้วงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดรับสายทันทีลูเซียโน่รับโทรศัพท์และคุยงานด้วยใบหน้านิ่งเรียบอยู่ตลอดทาง ม







