Masukแม่ทัพเฉินมองเด็กสาวใบหน้าหวานปานจะล่มเมือง ที่เอ่ยเชิญชวนให้เขาดื่มน้ำแกงของนางด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอ่อนหวานเขาจึงอดใจอ่อนไม่ได้ ยอมดื่มน้ำแกงของนางขณะที่อิงฮัวเดินไปด้านข้างโต๊ะที่ท่านแม่ทัพกำลังนั่งอยู่นางยกโถเทน้ำแกงลงในถ้วยเพื่อจะให้ท่านแม่ทัพดื่มนั้น นางสะดุ้มล้มนั่งลงบนตักของเขา นางตกใจตะลึงงันอยู่อย่างนั้น
ฝ่ายแม่ทัพเฉินอึ้งงันเมื่อสัมผัสถึงสะโพกอวบอั๋นบนตักหนาของเขามันอ่อนนุ่มเย้ายวนน่าสัมผัสมันนัก ทั้งสองมองตากันและกันนิ่งอยู่นาน นางเห็นแววตาสั่นไหววูบหนึ่งของเขา เมื่อแม่ทัพเฉินระลึกบางอย่างขึ้นมาได้ มือหนาจึงยกร่างอวบออกไปจากตักของเขาทันที
“อิงฮัววันหลังอย่าทำแบบนี้อีก ถ้าผู้อื่นมาเห็นจะเข้าใจผิดเอาได้ อาไม่ชอบหญิงเจ้ามารยาชอบหว่านเสน่ห์บุรุษเช่นนี้ อย่าทำแบบนี้ให้เห็นอีกนะ ” แม่ทัพเฉินดุอิงฮัว
ใบหน้าหวานสลดลงทันตา นางมิได้ตั้งใจจะหว่านเสน่ห์เขาเลย นางตั้งใจจะเอาน้ำแกงมาให้เขาจริงๆเพียงแต่นางสะดุดขาโต๊ะเท่านั้นเอง เขาก็ดุนางเสียมากมายอย่างคิดว่านางจะหว่านเสน่ห์เขาเช่นนั้น นางจึงโมโหกรุ่นขึ้นมาทันทีตอบโต้เขาไว้ว่า
“ ข้าไม่ได้คิดจะหว่านเสน่ห์ท่านอาหรอกเจ้าค่ะ หากข้าคิดจะหว่านเสน่ห์ท่านอาจริงๆ ข้าจะปั่นหัวท่านอาให้หัวหมุนหลงไหลข้าจนโงหัวไม่ขึ้นเลย ไม่ทำเพียงเท่านี้หรอกเจ้าค่ะ”
แม่ทัพเฉินซึ่งโมโหกรุ่นเช่นกันตอบโต้ออกไปทันควันอย่างไม่ได้คิดว่า
“ ทุกวันนี้ข้าก็หัวปั่นเพราะเจ้าอยู่แล้วไม่รู้หรือไง ”
อิงฮัวอึ้งงันไปทันทีจากถ้อยคำของแม่ทัพเฉิน นางมองหน้าเขาอย่างตกตะลึงฝ่ายแม่ทัพเฉินก็ตกตะลึงกับวาจาของตนเองเช่นกัน จึงเอ่ยขึ้นว่า
“ เอาละเจ้าออกไปจากห้องนี้ได้แล้ว ข้าจะรีบทำงาน ” อิงฮัวสะบัดหน้าเดินออกไปจากห้องหนังสือทันที นางพยายามทำดีกับเขาแท้ๆเชียวก็ถูกต่อว่าเสียมากมายอย่างกับนางเป็นหญิงแพศยาร่านรักอย่างนั้น เที่ยวหว่านเสน่ห์ให้ชายไปทั่ว ดีล่ะถ้าเขาคิดว่านางเป็นหญิงแพศยาเที่ยวหว่านเสน่ห์ให้ชายไปทั่วล่ะก็นางจะทำให้เขาเห็นเองว่าหญิงแพศยาต้องทำตัวเช่นไร
หลังจากวันนั้นอิงฮัวไม่พยายามไปยุ่งเกี่ยวกับแม่ทัพเฉินอีกนางพยายามหักใจและทำเป็นลืมว่าเขาอยู่ที่จวนเดียวกันพยายามคิดเสียว่าเขาออกไปรบที่ชายแดนเหมือนปกตินางจะได้มิต้องคิดถึงเขาอีก รองแม่ทัพซ่งอู่หลงมาชวนนางไปเดินเที่ยวชมตลาด
นางก็รับคำชวนเขาอย่างง่ายดายซึ่งรองแม่ทัพซ่งก็อดแปลกใจนิดๆที่นางเปลี่ยนไปหน่อยๆที่ปกติเขาชวนนางมักบ่ายเบี่ยงแต่ครั้งนี้นางตกลงอย่างง่ายดาย และออกไปกับเขาทันที ทั้งสองเดินเที่ยวชมข้าวของที่วางขายสองข้างทางอิงฮัวซึ่งไม่ค่อยออกมาเดินตลาดนักอดตื่นตาตื่นใจไม่ได้กับข้าวของแปลกตาหลายๆอย่าง
นางหยุดเลือกผ้าปักลายแปลกๆที่ชนพื้นเมืองนำมาวางขายเลือกมาได้สองสามผืนรองแม่ทัพซ่งควักถุงเงินออกมาจ่ายให้นางจนได้แม้นางปฏิเสธไม่รับก็ตามเขาก็ยัดเยียดมันให้คนขายจนได้ อิงฮัวเดินต่อไปนางเลือกซื้อกำไลหยกราคาไม่แพงที่ลวดลายน่ารักมาสองอันส่ง ให้ซื่อหลันหนึ่งอันและนางลองใส่เองหนึ่งจากนั้นก็เดินชมข้าวของไปเรื่อย ๆ
จนถึงร้านเครื่องแต่งกายอิงฮัวเดินเข้าไปเลือกชุดสำเร็จรูปมาสองสามชุดเพราะนางไม่ค่อยได้ซื้อหามันมานานพักใหญ่แล้ว และให้ที่ร้านนำไปส่งที่จวนแม่ทัพเฉิน
จากนั้นก็พากันเดินไปที่ร้านขายเครื่องประทินผิวอิงฮัวมาสั่งเครื่องประทินผิวที่นางเคยใช้ประจำตอนนี้นางนึกได้ว่าหมดกำลังจะหมดแล้วจึงให้เขาไปส่งให้ที่จวนแม่ทัพเช่นกัน ทั้งหมดนี้รองแม่ทัพซ่งก็แย่งจ่ายเงินอีกเช่นเดิม จนอิงฮัวเกรงใจจึงเลิกจะซื้อข้าวของก่อนเพราะไม่อยากให้เขาแย่งจ่ายเงินอีก
จากนั้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีงิ้วมาแสดงที่หน้าศาลเจ้าท้ายตลาดจึงชวนรองแม่ทัพซ่งเดินไปดูงิ้วกัน เพราะนางไม่ได้ชมการแสดงเหล่านี้มานานแล้ว ทั้งหมดจึงพากันเดินไปดูงิ้วที่หน้าศาลเจ้าท้ายตลาดกัน ทั้งหมดพากันไปนั่งดูงิ้วที่รองแม่ทัพซ่งเองก็ไม่ค่อยได้ดู วันนี้งิ้วแสดงเรื่องรักที่ต้องต่อสู่ฝ่าฟันกว่าจะสมหวังของพระเอกนางเอก
ทั้งสามซาบซึ้งใจน้ำตาไหลไปกับตัวละครในเรื่องลุ้นให้พระเอกนางเอกที่จะได้สมหวังในรักกัน จนงิ้วจบการแสดงก็ล่วงเลยเข้ายามสวี (ช่วงหนึ่งทุ่มถึงสองทุ่ม) แล้วจึงพากันเดินกลับบ้าน รองแม่ทัพซ่งเดินไปส่งทั้งสองถึงในจวนแม่ทัพแล้วเขาก็ลากลับไปเพราะมืดค่ำแล้ว อิงฮัวเดินนำหน้าซื่อหลันผ่านเรือนใหญ่ของแม่ทัพเฉินเพื่อตรงไปยังเรือนเล็กของตนเองที่ด้านหลัง
แม่ทัพเฉินยืนมองอิงฮัวตั้งแต่ที่รองแม่ทัพซ่งพานางมาส่งที่หน้าจวนแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงอย่างมากที่อิงฮัวไปเที่ยวเล่นกับบุรุษกลับเสียค่ำมืดจนเลยเวลาอาหารเย็นแล้ว นางชักจะทำตัวเหลวไหลขึ้นทุกวัน เขาอยู่ที่จวนแท้ๆนางยังไม่เกรงกลัว ยังทำตัวระริกระรี้ออกไปหว่านเสน่ห์บุรุษข้างนอกอีก ไม่สนใจคำเตือนของเขาเลยด้วยซ้ำ นางอยากจะลองดีกับเขาใช่ไหม
แม่ทัพเฉินเดินออกไปเรียกนางไว้ขณะที่นางกำลังจะเดินผ่านเรือนของเขาไป
“อิงฮัวอามีเรื่องจะพูดกับเจ้าไปพบอาในห้องหนังสือ ”
แล้วเขาก็หันหลังเดินกลับไปรอนางที่ห้องหนังสือ อิงฮัวหยุดชะงักนางรำพึงมีอะไรทำไมไม่พูดตรงนี้จะเสียเวลาไปพูดที่ห้องหนังสือทำไมกัน ปกติท่านอาก็ไม่อยากจะพูดคุยกับข้าอยู่แล้ว
จากนั้นนางก็เดินตามแม่ทัพเฉินไป ซื่อหลันเดินตามไปหยุดรอด้านนอกเช่นเคย อิงฮัวเปิดประตูเดินเข้าไปในห้องหนังสือนั้น แม่ทัพเฉินยืนหันหลังรอนางอยู่ที่กลางห้อง อิงฮัวเมื่อเข้าไปในห้องนั้นแล้วจึงปิดประตูลง แล้วหันไปเผชิญหน้ากับเขา
“ท่านอามีเรื่องอะไรจะพูดกับข้าหรือเจ้าคะ ” แม่ทัพเฉินหันมามองหน้าอิงฮัวตรงๆ
“ เจ้าก็เคยได้ยินที่ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ชอบหญิงเจ้ามารยาเที่ยวหว่านเสน่ห์ชายไปทั่ว นอกจากเจ้าไม่ฟังที่ข้าพูดแล้ว เจ้ายังทำตัวหนักข้อขึ้นไปอีก ออกไปเที่ยวเตร่กับชายกลับเสียมืดค่ำ หญิงดีๆเขาไม่ทำตัวเช่นเจ้าหรอกนะ ”
เขาเปิดฉากต่อว่านางทันที “
อิงฮัวโมโหกรุ่นที่เขาพูดจาว่าร้ายนางจนเกินความจริง
” ข้าแค่ไปเดินตลาดและไปชมงิ้วกับท่านรองแม่ทัพซ่งและยังมีซื่อหลันไปด้วย ไม่ได้ไปกันแค่สองต่อสอง ท่านอาพูดจาให้ร้ายข้าจนเกินไปหรือไม่เจ้าคะ "
แม่ทัพเฉินโมโหหนักขึ้นที่นางเถียงเขาฉอดๆ จึงจับบ่านางสองข้างแล้วประกบจูบนางทันที อิงฮัวไม่ทันตั้งตัวที่แม่ทัพเฉินดึงนางเข้ามาจูบจึงอ้าปากร้องประท้วงเขา แต่กลับเป็นโอกาสให้แม่ทัพเฉินสอดลิ้นสากเข้าไปในปากของนางอย่างง่ายดาย เมื่อลิ้นสากนั้นได้เข้าไปชิมความหวานในปากของอิงฮัวแล้วนั้นเขารู้สึกมันซาบซ่านอย่างบอกไม่ถูกลิ้นหนาของเขาเข้าพัวพันลิ้นเล็ก
ของอิงฮัวอย่างดูดดื่มอิงฮัวก็ส่งลิ้นเล็กของนางเข้าพัวพันกับชายในดวงใจอย่างไม่ยอมกัน ทั้งสองยืนบดจูบกันอย่างเร่าร้อนความปรารถนาลึกๆที่มีต่อกันมันถูกปลดปล่อยในทันทีแม่ทัพเฉินจูบนางยาวนานเหลือเกิน
หลังจากแต่งงานกันแล้ว อิงฮัวก็ช่วยดูแลจัดการจวนเป็นอย่างดี นางรับเอาบัญชีรายรับรายจ่ายของจวนจากพ่อบ้านเหยามาจัดการตามหน้าที่ของฮูหยินจนเรียบร้อย ด้วยนางมีนิสัยที่ละเอียดรอบคอบจึงทำงานนี้ได้ดีไม่มีปัญหาอะไร การจัดการบ่าวไพร่นั้นพ่อบ้านเหยาก็ทำได้ดีแล้วนางแค่ดูอยู่ห่างๆ และสั่งการแค่บางเรื่องเพราะทุกอย่างในจวนงานเป็นระบบที่ดีอยู่แล้ว และนางคุ้นเคยกับจวนนี้ดังบ้านของตนเองมาเนิ่นนานเพราะอยู่มาตั้งแต่สิบขวบ จึงสนิทสนมและรู้จักบ่าวไพร่ทุกคน จึงไม่ได้ปรับตัวอะไรเลย ผ่านการแต่งงานมาหลายวัน สามีก็เริ่มไปทำราชการข้างนอกบ้างตามปกติ ไปราชการต่างเมืองเป็นบางครั้งคราว แต่เป็นการไปกลับเช้าเย็นหรือบางครั้งก็ค่ำมืดแต่ไม่ได้นอนค้างที่ไหนเลยสักคืนเขาจะกลับมานอนกอดอิงฮัวทุกวันบางวันก็นอนกอดกันเฉยๆแล้วหลับไป อิงฮัวนอนซุกอกแกร่งนั้นนอนหลับฝันดีสบายทุกคืน สามีก็นอนหลับสบายนอนกอดนางไว้อย่างมีความสุขแต่มีคนผู้หนึ่งที่ในอกกลัดหนองมีความทุกข์และมีไฟริษยาสุมในอกเป็นอย่างมากกับชีวิตที่ลงตัวของทั้งสอง คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหยางลี่ผิง นางแม้จะเพิ่งรู้จักแม่ทัพเฉินเพียงไม่นานแต่นางหลงรักเขาอย่างจริงจัง นางเห็น
หลังจากที่อาบน้ำชำระกายให้กันและกันแล้ว ร่างหนาอุ้มคนตัวเล็กออกมาเช็ดตัวให้แล้วสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่ของเขาให้นาง เมื่อเขาจัดการตนเองแล้ว ก็จูงมือพากันออกไปกินข้าวที่ห้องโถงกลางเรือน พ่อบ้านเหยาทักทายอิงฮัวอย่างดีใจ“ นายหญิงกลับมาแล้ว ข้าดีใจจริงๆขอรับ ต่อไปอย่าไปจากที่นี่อีกนะขอรับ สงสารนายท่านตามหานายหญิงแทบทุกวันไม่ได้พักผ่อนเลย นายท่านดื่มสุราจนเมามายแทบทุกวันที่ตามหานายหญิงไม่พบ อย่าไปจากนายท่านอีกเลยนะขอรับ ”พ่อบ้านเหยาบอกกับนาง อิงฮัวเพิ่งรู้ว่าแม่ทัพเฉินดื่มเหล้าเมามายเพราะตามหานางไม่เจอ นางหันไปมองใบหน้าคมคายนั้น หน้าเขาแดงระเรื่อขึ้นมาทันที กระแอมเบาๆ พ่อบ้านเหยาจึงรีบขอตัวออกไปทำงานที่ค้างอยู่ทันที สาวใช้ลำเลียงอาหารมาวางจนเต็มโต๊ะ และตักข้าวใส่ถ้วยวางตรงหน้าของทั้งคู่ และรินน้ำชาวางให้ทั้งคู่ที่ด้านซ้ายมือ แล้วไปยืนรอที่ด้านหลังเผื่อจะมีใครเรียกใช้ แม่ทัพเฉินคีบหมูทอดวางในถ้วยให้นาง“ อิงฮัวกินข้าวเถอะสายป่านนี้เจ้าน่าจะหิวมากแล้ว หมูทอดนี่อร่อยนะ เจ้าชอบกินไม่ใช่หรือ ”อิงฮัวเงยหน้ายิ้มให้เขา นางหายโกรธเขาตั้งแต่พ่อบ้านเหยาบอกว่าเขาตามหานางทุกวันและไม่เจอก็ดื่มเหล้าเมามา
แม่ทัพเฉินก้มลงหอมแก้มนวลปลั่งนั้นอย่างคิดถึงเหลือแสน เขาดีใจที่ได้นางกลับคืนมา เขาคิดว่านางคงยังมิมีบุรุษใดมากล้ำกลายคืนนี้เขาเห็นนางนอนในห้องเล็กๆนั้นโดยมีซื่อหลันนอนในห้องเดียวกัน และเขาให้คนไปสืบมาว่าเจ้าของร้านเป็นผู้ใดกันจนรู้ว่าคือหยางลี่ผิงเขาจึงรู้ว่านางจิ้งจอกร้ายนี่หลอกลวงเขาอย่างหน้าตายว่าไม่รู้ว่าอิงฮัวไปที่ใด นางซ่อนอิงฮัวเอาไว้จากเขาอย่างมิดชิดหากเขาไม่ให้คนตามเฝ้าเหลียวจงฝานจนได้รู้ความจริงก็จะหานางไม่เจออีกนาน เพราะนางไม่ยอมออกจากร้านแห่งนี้เลย ใบหน้าคมซุกไซร์ซอกคอหอมกรุ่นแล้วไล้เลียใบหูเล็กๆนั้นอย่างมันเขี้ยว แล้วยกตัวนางขึ้นถอดชุดนอนของนางออกจนพ้นตัวหมดไม่เหลือเสื้อผ้าติดกายนางแม้เพียงชิ้นเดียวเขาสำรวจร่างกายอวบอิ่มนั้นว่ามีใครมากล้ำกลายร่างอวบที่เป็นของเขานี้หรือไม่ นิ้วแกร่งสอดเข้าไปในรอยแยกของร่องอวบว่ามันยังคงคับแน่นอยู่หรือไม่ เขาพบว่านิ้วแกร่งของเขาสอดเข้าไปได้ยากยิ่งเหมือนมันไม่ได้มีอะไรเข้าไปกล้ำกรายมานานแล้ว คงจะมีเพียงเขาผู้เดียวที่ยังเป็นเจ้าของมันอยู่เหมือนเดิม ร่างหนายิ้มอย่างพอใจ เขาอ้าปากดูดดึงผลอิงเถาสีชมพูเข้มนั้น ดูดมันเข้าไปจนแก้มตอบ ดูดดึงเล
หลินอิงฮัวตะลึงงันที่เห็นเหลียวจงฝาน นางอึกอักไม่รู้จะตอบคำถามเข้าเช่นไร“ ข้ามาทำงานน่ะ เพราะว่าข้าไม่ได้อยู่ที่จวนแม่ทัพเฉินอีกแล้ว ท่านก็รู้ข้าเป็นเด็กกำพร้าท่านแม่ทัพเขาอุปการะมาตั้งแต่เด็กแต่บัดนี้ข้าเติบโตแล้ว อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยตนเองจึงออกมาทำงานอย่างที่ท่านเห็นนี่แหละ ”เหลียวจงฝานอึ้งไปที่นางบอกว่าต้องการทำงานเลี้ยงตนเอง และเขาก็คิดขึ้นมาได้ว่า“ แล้วเจ้าทำไมต้องมาเป็นลูกจ้างเขาเล่าเงินได้เพียงน้อยนิดเมื่อไหร่จะตั้งตัวได้กัน ทำงานทั้งชีวิตเจ้าก็ไม่มีเงินซื้อจวนหรือบ้านเล็กๆเป็นของตนเองหรอก ” อิงฮัวถอนหายใจน้อยๆ“ ท่านพูดเหมือนไม่รู้ว่าข้าไม่มีสมบัติใดติดตัวเลยจะเอาทุนที่ไหนมาทำการค้าเล่า แถมยังไม่ได้เก่งกาจขนาดนั้น ข้าไม่มีความรู้ว่าจะไปหาสิ่งของที่ไหนมาขาย ” เหลียวจงฝานรีบเอ่ยขึ้นทันทีว่า“ ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็มาเป็นหุ้นส่วนกับข้าสิ ข้าออกทุนให้เจ้าและหาของมาเข้าร้านให้เจ้าด้วยเลย เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นบุตรชายคหบดีใหญ่ของเมืองนี้ ย่อมมีเงินทองและช่องทางหาสินค้าเข้าร้านให้เจ้าขายมากมายอยู่แล้ว แถมข้ายังมีตึกแถวมากมายหลายที่ให้เจ้าไปทำการค้าได้สบายเลือกได้เลยว่าอยากจะไปอยู่ที
จากนั้นเขาไปรอฟังข่าวที่จวน เมื่อถึงจวนสั่งให้ค้นทั่วทั้งเมืองว่ามีผู้ใดเห็นหญิงที่มีลักษณะเหมือนเมียเขาที่หายไปหรือไม่ จากนั้นเรียกทุกคนในจวนมาสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นว่ามีใครเห็นอะไรผิดปกติหรือไม่ให้พูดออกมาให้หมดเผื่อสิ่งที่ลอดสายตานั้นอาจจะเป็นประโยชน์บ้างก็ได้ แต่ก็ไม่มีใครเห็นอะไรนอกจากที่พ่อบ้านเหยาเล่าให้แม่ทัพเฉินฟังไปแล้ว เมื่อสอบถามบ่าวไพร่จนอ่อนใจแต่ไม่ได้ความคืบหน้าอะไร เขาหันหลังกลับเข้าไปในเรือนใหญ่ทรุดนั่งลงที่ในห้องโถงหน้าเรือน ในใจร้อนรุ่มกระวนกระวายเป็นที่สุด ห่วงเมียกลัวเกิดอันตรายขึ้นกับนาง และอีกอย่างกลัวมีบุรุษพานางหนีจากเขาไป ข้อนี้ยิ่งคิดขึ้นมาเขายิ่งโมโหอย่างมาก คิดจะมีชู้จะให้ชู้พาหนีหากเรื่องที่เขาคิดเป็นจริงจะจัดการให้หนักทั้งชายโฉดหญิงชั่วนั่น หลายวันผ่านไปก็ยังไร้วี่แววของนาง แม่ทัพเฉินกลุ้มใจอย่างมากแทบไม่เป็นอันทำอะไร งานราชการเขากลั้นใจทำไปตามหน้าที่ แต่เมื่อกลับจวนเขาเป็นดังเช่นนกปีกหัก อย่างนี้แล้วจะหาเมียที่ออกหน้าแล้วให้นางเป็นเมียลับอย่างนั้นหรือ ตอนนี้หากนางจะเป็นเมียออกนอกหน้าเขาก็ไม่สนใจคำผู้ใดแล้วหากได้นางกลับมาเขาจะยกย่องนางเป็นฮูหยินเพี
หลังจากแม่ทัพเฉินเสร็จราชการที่นอกเมืองก็รีบกลับจวนทันที ด้วยเขาเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของอิงฮัวเหมือนนางกำลังหลบหน้าเขา ตั้งแต่วันนั้นที่มีอะไรกัน เขายังไม่พบหน้านางเลย ให้บ่าวไปตามที่เรือนเล็กนางก็อ้างว่ามีเรื่องนั้นเรื่องนี้ต้องทำมากมายหากเสร็จงานแล้วจะไปหาเขาที่เรือนเอง แต่นางก็ไม่เคยมาเลยสักครั้งเดียว เขาไปหานางที่เรือนเล็กก็ไม่เคยพบนาง บางครั้งซื่อหลันบอกว่านางไปข้างนอกแต่ไม่ได้บอกว่าไปที่ไหน เขาก็คิดว่านางยังงอนเขาอยู่เรื่องที่ไม่อยากเปิดเผยว่าเขากับนางเป็นอะไรกัน จึงปล่อยให้นางเย็นลงก่อน แล้วเขาจะไปง้องอนนางเอง แต่หลายวันมาแล้วเขาพยายามชะเง้อคอมองว่านางจะเดินมาหาเขาที่เรือนหรือไม่ หรือมารอรับเขากลับจากราชการหรือไม่ หรือออกมาส่งเขาขึ้นรถม้าไปทำงานก็ไม่เคยเห็นเลยสักวันเขาหยุดอยู่จวนทั้งวันแต่นางก็ไม่อยู่อีก เขารู้สึกว่ามันแปลกๆจนทนต่อไปไม่ไหว วันนี้จะต้องพบนางให้ได้ให้มันรู้กันไปจะหลบหน้าผัวไปได้สักกี่น้ำกัน จะปราบพยศเด็กดื้อวันนี้ให้เข็ดไปเลยทีเดียว เขาคิดอย่างเข่นเขี้ยว อย่างไม่รู้ชะตากรรมตนเอง เมื่อแม่ทัพเฉินมาถึงจวน เมื่อลงจากรถม้าหน้าจวนเขาเดินเข้าไปในจวนพบพ่อบ้านเหยาท่ีหน้







