เข้าสู่ระบบผู้คุ้มกันนามอาห้าวมองตามคนเหล่านั้นตาไม่กะพริบ เขารู้สึกทึ่งในฝีมือของเหล่าผู้คุ้มกันจวนข้าง ๆ จนอยากร่วมฝึกฝนด้วยสักครั้ง
“หลังจากนี้คงต้องขอฝึกร่วมกับคนของใต้เท้าซ่งบ้างแล้ว”
กลุ่มผู้ติดตามหาคนสูญหายทั้งเก้าคน เดินมาหยุดอยู่แถวลำธารที่คาดว่าฉีเหม่ยหลันน่าจะเดินออกมาทำธุระส่วนตัว
ทั้งเก้าคนกระจายกำลังกันเดินหาบริเวณนั้นเป็นอันดับแรก ผู้คุ้มกันสองคนเดินแยกออกไปทางโขดหินขนาดใหญ่ เพราะมองเห็นรอยลากจาง ๆ บนพื้นหิน
ทันใดนั้นสายตาของผู้คุ้มกันคนหนึ่ง ก็สะดุดเข้ากับสิ่งมีชีวิตสามคน ซึ่งอยู่ในสภาพหมดสติถูกมัดไว้กับต้นไม้
ส่วนผู้คุ้มกันอีกคนที่เดินมาด้วยกัน ได้กวาดสายตามองไปอีกทางจึงพบเห็นผู้คุ้มกันตระกูลฉีนามอาฟง นอนหงายไม่ได้สติอยู่หลังโขดหินบริเวณนั้น
ปี๊ด!!!!
เสียงเป่าปากยาว ๆ หนึ่งครั้งเรียกให้คนอื่น ๆ ตามมาสมทบอย่างรวดเร็ว
“ปลุกสามคนนั้นมาสอบสวน ส่วนเจ้าสองคนรีบพาอาฟงกลับไปหายาแก้พิษ แจ้งข่าวเสนาบดีฉีไปตามจริง และบอกว่าข้าจะพาฉีเหม่ยหลันกลับมาอย่างปลอดภัย เตือนทางนั้นว่าห้ามแตกตื่นเด็ดขาด”
“ขอรับใต้เท้า”
ผู้คุ้มกันสองคนรีบแบกคนหมดสติขึ้นหลัง แล้วพาเดินกลับไปยังทิศทางที่ไม่ต้องเดินผ่านโรงครัว ถึงแม้จะต้องเดินอ้อมไปบ้างสักหน่อยแต่ดีกว่าเดินผ่านโรงครัว
ซ่า!!!!
เสียงสาดน้ำใส่หน้าคนหมดสติโดยไร้ซึ่งความปรานี พวกมันไม่ถูกเจ้านายสั่งตัดหัวนับว่าเมตตามากแล้ว
เฮือก! เฮือก! เฮือก!
โจรป่าสามคนถูกสายน้ำสาดเข้าหน้าเต็ม ๆ จึงเบิกตากว้างขึ้นทันทีทันใด แล้วรีบสูดอากาศหายใจเข้าเต็มปอด
“ฉีเหม่ยหลันอยู่ที่ใด ตอบมาให้หมดหากยังอยากรอดชีวิต”
น้ำเสียงเยือกเย็นดั่งพญามัจจุราช เอ่ยขึ้นเหนือศีรษะผู้เพิ่งฟื้นคืนสติ
ดาบคมกริบพาดผ่านลำคอของพวกมันทั้งสามคน เหล่าผู้คุ้มกันต่างเตรียมพร้อมรับคำสั่งสังหาร หากไม่ได้คำตอบตามที่ต้องการ
“มะ…ไม่รู้เลยขอรับ ยะ…อย่าทำอะไรพวกข้าเลย พวกข้าถูกคุณหนูผู้นั้นทำให้หมดสติแล้วจับมัดไว้ดังที่พวกท่านเห็น ยังไม่ทันได้ทำอันใดเลยขอรับ”
ชายผู้เป็นหัวหน้าโจรรีบละล่ำละลักตอบด้วยความหวาดกลัว มันจดจำได้ว่าบุรุษตรงหน้าคือเสนาบดีคนสำคัญของแคว้นซ่ง
ดีเท่าไหร่ที่พวกมันไม่ได้สังหารผู้คุ้มกันของคุณหนูคนงาม ไม่อย่างนั้นคงได้ตามไปสะสางแค้นกันในปรโลกเป็นแน่!
“พวกเจ้าทำอะไรฉีเหม่ยหลัน เหตุใดนางจึงไม่กลับเข้าไปในฐาน”
หากเป็นดังที่ผู้ร้ายบอกกล่าว เหตุใดผู้ที่เป็นฝ่ายชนะจึงไม่กลับฐาน ดูจากสภาพใบหน้าที่เริ่มบอบช้ำ บ่งบอกว่าพวกมันถูกทำร้ายมาสักพักแล้ว
“ข้าน้อยถูกจ้างวานจากสตรีลึกลับสวมหมวกปกคลุมหัว ให้เอายาปลุกกำหนัดชนิดรุนแรงให้คุณหนูผู้นั้นกินขอรับ”
“แล้วอย่างไรต่อ”
สันกรามของคนถามขบกัดเข้าหากันแน่น ผู้ต้องสงสัยมีอยู่ไม่กี่รายหรอก เขาจะกลับไปเค้นเอาคำตอบให้ได้
“เอ่อ… คุณหนูผู้นั้นมียาแก้พิษ นางรีบกินยาถอนพิษทันทีแล้วพวกข้าก็ถูกซ้อมปางตายอย่างที่ท่านเห็น ไม่ทันได้ทำการใดตามคำสั่งของผู้จ้างวานเลยสักนิด”
“มีผู้จ้างวานให้วางยาปลุกกำหนัดชนิดรุนแรง!”
เสียงเข้มตะคอกใส่หน้าผู้ร้ายด้วยอารมณ์เดือดดาล พวกมันเป็นใครถึงคิดอยากล่วงล้ำของสงวน!
“ใต้เท้าใจเย็น ๆ ก่อนขอรับ พวกข้าไม่ได้แตะต้องคุณหนูเลย แต่ผู้จ้างวานบอกพวกข้าว่าต่อให้มียาถอนพิษก็ไม่รอดขอรับ อย่างไรต้องยอมร่วมรักกับบุรุษไม่อย่างนั้นอาจถึงแก่ชีวิต”
คนพูดเตรียมใจยอมรับการลงทัณฑ์ แต่ดีกว่าปิดปากเงียบไม่บอกกล่าว หากคนผู้นี้รู้ทีหลังไม่แคล้วคงถูกตัดหัวเข้าจริง ๆ
“บัดซบสิ้นดี!”
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
เป็นอีกครั้งที่โจรป่าถูกฝ่าเท้าหนัก ๆ กระทืบซ้ำลงกลางหลัง พวกมันเจ็บจนรู้สึกเข็ดหลาบไปตลอดชีวิต
“พะ…พอเถิด พวกข้าน้อยยอมแล้ว แค่นี้ยังไม่รู้เลยว่าจะเดินได้อีกหรือเปล่า ไม่กล้าทำชั่วอีกแล้วขอรับ พวกข้าเป็นเพียงชาวบ้านผู้ขัดสนเลยกลายเป็นโจรกระจอก ขอใต้เท้าได้โปรดเมตตาชาวบ้านตาดำ ๆ ด้วย”
ทั้งสามชีวิตก้มกราบกรานลงแทบเท้าบุรุษผู้มากอำนาจ สาบานได้ว่าหากรอดชีวิตจะทำแต่ความดีชดเชยความผิด
“ใต้เท้าต้องรีบตามหาคุณหนูใหญ่แล้วขอรับ ข้าน้อยเคยได้ยินฤทธิ์ของยาปลุกกำหนัดชนิดนี้อยู่บ้าง หากไม่ได้รับการถอนพิษทางกาย หัวใจจะเต้นแรงนานเข้าถึงขั้นเสียชีวิต”
ผู้คุ้มกันที่รอบรู้ด้านยาพิษเดินเข้ามากระซิบข้างหูผู้เป็นนาย สีหน้าท่าทางของเขาเคร่งเครียดอย่างหนัก เพราะเคยได้ยินว่ามีผู้เสียชีวิตภายในไม่กี่ชั่วยาม
“พวกเจ้าสามคนพาพวกมันไปขังไว้ในฐาน สอบสวนไปเรื่อย ๆ จนกว่ามันจะชี้ตัวผู้จ้างวานได้ อย่าลืมให้คนไปจับตาดูซูชิงโม่ไว้ด้วย”
เสียงเข้มรีบสั่งการอย่างเร่งด่วน จากนั้นจึงให้ผู้คุ้มกันที่เหลือแยกย้ายกันออกตามหาผู้สูญหาย
เขาเดาว่าฉีเหม่ยหลันกำลังถูกฤทธิ์ยาเล่นงาน เลยตัดสินใจไม่กลับเข้าไปในฐาน
เด็กโง่! กลับไปให้เขาช่วยเหลือระบายพิษ มันแย่ยิ่งกว่าไปหาบุรุษในป่าหรืออย่างไร!
สถานการณ์ในโรงครัวหลังจากที่ฉีเหม่ยหลันหายตัวไปยังคงอยู่ในความสงบ เพราะอาฟงเดินเข้าไปแจ้งให้ฉีเฟยเฟิ่งรับรู้ตามที่เสนาบดีฝ่ายขวาสั่งการเอาไว้
น้องสาวเลยไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจ ที่พี่สาวหายตัวไปจากโรงครัวนานกว่าปกติ สองมือยังคงเร่งรีบจัดสำรับให้ผู้ที่มายืนต่อแถวด้วยความตั้งใจ หันมองไปข้าง ๆ ก็มีบุรุษหน้าตาหล่อเหลา เข้ามาช่วยหยิบจับเฉกเช่นทุก ๆ วัน
คนผู้นี้ยังตามตอแยไม่เลิกทั้ง ๆ ที่นางบอกแล้วว่าไม่ชอบบุรุษมากรัก แต่เขายังยืนกรานว่าพึงใจนางผู้เดียว ไม่เคยมองสตรีอื่นเลยสักคน
ทว่าสตรีอีกคนที่รอคอยโอกาสนี้มานานแล้ว กลับกดยิ้มตรงมุมปากอย่างพอใจที่เห็นศัตรูหายไปจากโรงครัว สายตาเย้ยหยันแอบชำเลืองมองบุรุษสูงศักดิ์ ซึ่งยามนี้กำลังเดินเข้ามาในโรงครัวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
หากเขารู้ว่าสตรีผู้นั้นหยำฉ่ามากบุรุษเพียงใด คนผู้นี้จะยังตามมาตอแยร้องขอความเห็นใจอีกหรือไม่ ถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่ายังเดินหน้าเข้าหาไม่หยุดหย่อน!
ยิ่งคิดยิ่งอยากรู้จุดจบของคนที่หาญกล้าแย่งชิงบุรุษกับตน ป่านนี้ไม่ใช่ว่าแหลกลาญนอนจมกลิ่นคาวเฉพาะของบุรุษอยู่หรอกหรือ!
ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร
“เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน
ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั
หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั
ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ
“เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช







