เข้าสู่ระบบดาบสุดแสนล้ำค่าของคนร้าย ถูกสตรีที่พวกมันมองเป็นเหยื่อสาวแสนหวาน เก็บรวบรวมแย่งชิงไปทั้งสามเล่ม ไม่เหลือให้พวกมันไว้ดูต่างหน้าเลย
ยิ่งฐานะยากจนอยู่แล้วคราวนี้อดอยากเข้าไปใหญ่ ต่อให้วันข้างหน้ารอดพ้นจากการถูกจองจำ แล้วพวกมันจะหาตำลึงจากที่ใดไปซื้อดาบเล่มใหม่มาใช้งานกันเล่า!
“ผู้ใดบงการให้พวกเจ้ามาทำร้ายข้า”
ถึงแม้จะมั่นใจไปมากกว่าครึ่งว่าผู้ใดจ้างวานมา แต่ขอถามเพื่อความมั่นใจเต็มส่วนสักหน่อยเถอะ
“เป็นสตรีสวมหมวกปกคลุมหน้าขอรับ นางเดินเข้าไปหาพวกข้าถึงกลางป่าลึก เหมือนรู้ที่ซ่อนอย่างไรอย่างนั้นทั้ง ๆ ที่พวกข้าไม่เคยบอกใครมาก่อน”
“แล้วรู้จักข้าได้อย่างไร”
จะบอกว่าพวกมันมาแอบดูจนจดจำใบหน้าได้ก็คงไม่ใช่ เพราะผู้คุ้มกันของนางตามติดอยู่ตลอด
มีแค่ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ที่บิดาของนาง จำเป็นต้องแบ่งคนไปช่วยเหลืองานด้านการก่อสร้าง
“สตรีผู้นั้นให้พวกข้าดูรูปวาดของคุณหนูขอรับ แล้วสั่งให้ข้านำยาเม็ดนั้นให้คุณหนูกิน นางบอกว่าต่อให้มียาถอนพิษก็ไม่มีผล นอกจากยอมร่วมรักกับบุรุษถึงจะรอดชีวิต”
หัวหน้าโจรป่าก้มหน้าลงซ่อนประกายคาดหวังบางอย่าง หากเป็นดังที่ผู้จ้างวานบอกกล่าว รออีกสักครู่คงได้รู้กันว่าคำกล่าวเป็นจริง หรือแค่คำลวงเพื่อให้พวกมันตอบรับทำงาน
แต่มันไม่รู้เลยว่าคนที่พลาดในครั้งแรก ย่อมระมัดระวังไม่ให้พลาดซ้ำสองอีก แค่ทำน้ำเสียงขลาดเขลายอมแพ้เพียงเท่านี้ หลอกนางให้ตายใจไม่ได้หรอก!
“แสดงว่าไร้ประโยชน์”
น้ำเสียงเรียบเฉยเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ไร้ประโยชน์ก็นอนสลบรอถูกทางการจับกุมไปเถิด
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
สันมือทรงพลังของผู้ควบคุมสถานการณ์ ตรงเข้าทุบท้ายทอยเพื่อให้คนร้ายทั้งสามหมดสติ
นางจะผูกพวกมันไว้บริเวณนี้ รอคอยให้ผู้คุ้มกันมาช่วยจัดการในภายหลัง
คนโมโหใช้ดาบกรีดอาภรณ์ช่วงล่างของโจรป่าจนขาดวิ่นมาถึงโคนขา กลายเป็นภาพอุจาดตาอยู่ไม่น้อย
ร่างปราดเปรียวรีบนำเศษอาภรณ์มามัดแขนมัดขาคนร้ายแทนเชือก จากนั้นจึงลากร่างหมดสติมัดรวมเข้ากับต้นไม้อีกทอดหนึ่ง
นางไม่ลืมมัดปากพวกมันอย่างแน่นหนา จะได้ไม่ส่งเสียงร้องให้สตรีคนอื่น ๆ แตกตื่นตกใจกลัว
ขณะกำลังจะเดินกลับเข้าไปในโรงครัว อาการแปลก ๆ บางอย่างก็เกิดขึ้นกับร่างกายแสนบริสุทธิ์
นางเหงื่อแตกเปียกชื้นเต็มกลางหลัง อีกทั้งหัวใจยังเต้นเร็วกว่าปกติ และที่สำคัญมีความต้องการในเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อยากลองอยากได้ในสิ่งที่ไม่เคยนึกถึง!
“หรือว่าโจรพวกนั้นจะพูดเรื่องจริง”
“แย่แล้วยาถอนพิษกำหนัดราคาสูงลิ่วยังใช้ไม่ได้ผล หากกลับเข้าไปในฐานข้าคงขาดสติวิ่งโร่หาบุรุษมาช่วยเหลือ ปล่อยให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้เด็ดขาด”
สารพัดความหวั่นเกรงเกิดขึ้นภายในใจ เมื่อไม่รู้จะจัดการปัญหาอย่างไรจึงเดินถอยห่างมุ่งหน้าไปตามแนวลำธาร ซึ่งสายน้ำเลือนหายเข้าไปในป่า เพื่อหาแหล่งน้ำลึกสำหรับนั่งแช่ตัว
เผื่อว่าความเย็นจากน้ำในลำธาร จะทำให้ร่างกายของนางสดชื่นขึ้นบ้าง
………………………………
ผู้คุ้มกันอีกคนซึ่งรับหน้าที่คอยตามติดคุณหนูใหญ่เดินกลับมาประจำตรงจุดเดิม หลังจากพาทหารสองนายที่ล้มลงต่อหน้าต่อตาไปส่งที่กระโจมรักษา
“อาฟงไปไหน เหตุใดจึงไม่ยืนรอที่เดิม”
เมื่อรู้สึกไม่ชอบมาพากลจึงเดินเข้าไปในโรงครัว สายตาเฉียบคมกวาดมองไปรอบ ๆ เห็นเพียงคุณหนูรองกับสาวใช้ยืนแจกอาหารให้นายทหารชั้นผู้น้อย ซึ่งคอยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมารับอาหารมื้อกลางวัน
“แย่แล้วต้องรีบไปแจ้งท่านเสนาบดี”
ผู้คุ้มกันตั้งใจรีบไปแจ้งบิดาของคุณหนู ระหว่างทางเขาเดินสวนกับเสนาบดีจวนข้าง ๆ เข้าพอดี จึงถูกคนผู้นั้นเรียกสอบถาม
“เกิดอะไรขึ้นสีหน้าท่าทางเร่งรีบ หรือเกิดเรื่องกับเหม่ยหลัน!”
ซ่งจือหานเพิ่งปลีกตัวจากเหล่าเสนาบดีคนอื่น ๆ เพื่อมารับอาหารที่โรงครัวด้วยตนเอง เขาไม่ได้เจอหน้าผู้ช่วยในโรงครัวมาหลายวันเลยรู้สึกห่อเหี่ยวใจอย่างไรพิกล
“อาฟงกับคุณหนูใหญ่หายไปขอรับ ข้ากำลังจะไปแจ้งใต้เท้าฉี เผื่อมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นจะได้นำกำลังออกตามหา”
“ไม่ต้อง เดี๋ยวข้าพาคนของข้าออกตามหาเอง เจ้าไปอยู่สมทบกับผู้คุ้มกันของฉีเฟยเฟิ่ง ห้ามบอกกล่าวเรื่องนี้ให้ผู้ใดรู้อย่างเด็ดขาด ประเดี๋ยวเรื่องราวจะถูกต่อเติมจนห้ามปรามไม่ได้ ใครถามหาฉีเหม่ยหลันบอกว่านางมาคุยธุระกับข้า”
น้ำเสียงเคร่งเครียดเอ่ยสั่งการอย่างเฉียบขาด ต่อให้ไม่มีเรื่องร้ายเกิดขึ้น แต่หากข่าวการหายตัวไปของสตรีในห้องหอเล็ดรอดออกไป พวกไม่หวังดีย่อมนำความไปพูดต่อในทางเสียหายอย่างแน่นอน
“ขอรับ ฝากคุณหนูด้วยนะขอรับใต้เท้า”
ผู้คุ้มกันนามอาห้าวตอบรับอย่างเข้าใจ เพราะชื่อเสียงของคุณหนูสำคัญไม่ต่างจากเรื่องอื่น
เขารู้สึกเบาใจลงหลายส่วน เพราะคนของเสนาบดีฝ่ายขวาล้วนมากด้วยฝีมือ และมีจำนวนมากกว่าพวกตนอีกเท่าตัว
“อย่าเพิ่งบอกเสนาบดีฉีจินผิง คนของข้าจะกลับไปรายงานเอง แม้กระทั่งฉีเฟยเฟิ่งก็อย่าเพิ่งบอก สตรียามตกใจอาจจะเผลอแสดงท่าทีให้คนอื่นสงสัย”
ซ่งจือหานไม่ลืมเอ่ยย้ำในเรื่องที่สำคัญ เขามั่นใจว่าตนจะพาหลานสาวข้างจวนกลับมาได้อย่างปลอดภัย
“เข้าใจแล้วขอรับ”
เสนาบดีฝ่ายขวายกมือขึ้นเป่าปากเป็นสัญญาณรู้กันในหมู่ผู้คุ้มกัน รอเพียงชั่วครู่บุรุษชุดดำจำนวนแปดคน ก็มาหยุดยืนรอรับคำสั่งจากผู้เป็นนาย
“รีบกระจายกำลังอย่างลับ ๆ ออกตามหาฉีเหม่ยหลันกับอาฟง ทั้งสองหายไปจากโรงครัว เจอใครก่อนให้รีบส่งสัญญาณ เป่าปากหนึ่งครั้งเจอบุรุษ เป่าปากสองครั้งเจอสตรี”
“ขอรับใต้เท้า”
บุรุษทั้งแปดตอบรับคำสั่งด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาในลำคอ เพราะไม่อยากให้ผู้อื่นรับรู้ถึงความผิดปกติ
จากนั้นจึงรีบแยกย้ายกันอย่างรวดเร็ว ทั้งแปดมุ่งหน้าตรงไปยังด้านหลังโรงครัว เพราะจุดนั้นเป็นสถานที่ลับสำหรับสตรี พวกเขาเลยไม่ได้วางกำลังเอาไว้
แม้กระทั่งเสนาบดีหนุ่มก็รีบมุ่งหน้าตรงไปทางลำธารทางด้านหลังโรงครัวไม่ต่างจากผู้คุ้มกัน ร่างสูงใหญ่เคลื่อนไหวเข้าไปในป่าด้วยความคล่องแคล่ว เพราะฝึกฝนร่วมกับผู้คุ้มกันมาโดยตลอด
ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร
“เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน
ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั
หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั
ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ
“เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช






![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
