แชร์

เสนอผลงานหรือเสนอหน้า ตอนปลาย

ผู้เขียน: หนูเหมยจ้า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-01 09:40:52

“ใต้เท้าซ่งมาไม่ให้เสียงข้าตกใจหมด พวกข้ากำลังกล่าวถึงท่านอยู่พอดี เชิญมาพูดคุยปรึกษาหารือกันทางด้านนี้เถิด ข้าอยากสอบถามความคิดเห็นของใต้เท้าซ่งอยู่พอดี”

“ยินดีขอรับ”

บุรุษอายุน้อยก้มหัวลงน้อมรับคำเชิญเสนาบดีรุ่นพี่ หางตาของเขาเหลือบไปมองชายอาภรณ์สีดำสนิท หากมองไม่เห็นรองเท้าถักสีม่วงอ่อนเขาคงไม่รู้เช่นกันว่ามีคนอยู่ข้างใน

เมื่อคนทั้งสี่เดินจากไปแล้ว ผู้ที่หลบซ่อนอยู่ในซอกของโขดหิน จึงเดินออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด

“เฮ้อ! เกือบไปแล้ว ทำไมต้องมาพูดคุยกันตรงที่ข้ายืนอยู่ด้วยเล่า ท่าทีมีพิรุธถึงเพียงนั้นข้าก็ต้องแอบฟังเป็นธรรมดา”

ดวงหน้าหวานงอง้ำขัดใจ แต่เมื่อนึกถึงท่าทีเข้าหาเพื่อเสนอผลงานเกินพอดีของศัตรูคู่แค้น ดวงตาเรียบเฉยก็ฉายแววดุดันออกมาทันที

“หรือจะเป็นเจ้าซูชิงโม่ ที่เข้ามายุ่งกับแบบก่อสร้างจนเกิดความเสียหายครั้งใหญ่”

เสียงหวานพึมพำแผ่วเบากับตนเอง

เสนาบดีฝ่ายขวารับแบบก่อสร้างจากเสนาบดีกรมโยธามาอ่านด้วยความสนใจ เมื่อรู้ว่าเป็นฝีมือของสตรีที่เขามอบตำแหน่งยอดพธูให้จึงกล่าวชื่นชมอย่างจริงใจ

“คุณหนูซูช่างมากฝีมือ เหมาะสมแล้วที่ได้รับตำแหน่งยอดพธู”

“แสดงว่าแบบของข้าได้รับการยอมรับใช่หรือไม่เจ้าคะ”

น้ำเสียงดีใจเปิดเผยอย่างห้ามใจไม่อยู่ นางคาดหวังมากเหลือเกินเพราะอยากขึ้นที่สูงพร้อม ๆ กับผลักความตกต่ำให้ศัตรูไปในตัว

“คงยังด่วนตัดสินใจไม่ได้ เพราะพื้นที่แห่งนี้ต้องค่อย ๆ สร้างและแก้ไขปัญหาหน้างานไปทีละส่วน แต่การมีแบบย่อมดีกว่าไม่มี เห็นด้วยหรือไม่ขอรับไต้เท้าเหลียน”

วาจาคล้ายยอมรับและไม่ยอมรับ แต่หากเคยร่วมงานกันมาก่อนย่อมรู้ว่าเสนาบดีฝ่ายขวาผู้นี้ตอบรับหรือไม่

“เอ่อ… ข้าก็คิดเช่นกัน เอาอย่างนี้ดีหรือไม่คุณหนูซูมอบแบบแผ่นนี้ให้ข้าเก็บไว้ หากสบโอกาสเหมาะข้าจะนำออกมาให้ช่างดูเรื่อย ๆ”

“เท่านี้ก็เกินความคาดหมายมากแล้วเจ้าค่ะ ข้าน้อยเป็นเพียงผู้ฝึกหัด แค่ถูกยอมรับก็ดีใจมากแล้ว”

ใบหน้าเรียวก้มลงต่ำ เพื่อหลบซ่อนประกายโกรธเคืองในแววตาอย่างแนบเนียน

เหตุใดเสนาบดีซ่งจือหานจึงเข้ามาขัดคอนางเช่นนี้ หรือว่าหลงเสน่ห์สตรีปากร้ายผู้นั้นเข้าแล้ว!

หลังจากสองพ่อลูกตระกูลซูเดินจากไปแล้ว ซ่งจือหานจึงขอแบบก่อสร้างมาศึกษา เพราะรู้สึกได้ว่าใครบางคนอยากเห็นแบบแผ่นนี้มากยิ่งกว่าเขาผู้มีหน้าที่ในส่วนงานก่อสร้างโดยตรง

“ข้าขอแบบไปอ่านดูสักสองคืนได้หรือไม่ขอรับ ฝ่าบาทชื่นชมผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านนี้ยิ่งนัก”

อ้างผู้เป็นใหญ่เข้าไว้เรื่องที่เขานำแบบไป จะได้ไม่ถูกแพร่งพรายออกไปถึงหูเจ้าของผลงาน

“โอ้ เชิญตามสบายเลยใต้เท้าซ่ง อยากคืนเมื่อไหร่ค่อยคืน ข้ามีแบบจากช่างก่อสร้างอยู่แล้ว”

“อีกสองวันข้าจะนำมาคืนนะขอรับ ดีไม่ดีใต้เท้าเหลียนอาจจะได้แบบที่สมบูรณ์กว่านี้”

ไม่รู้สิ่งใดดลใจให้เขาเชื่อมั่นแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยเห็นคนข้างจวนขีดเขียนแบบเลยสักครั้ง

“หากเป็นเช่นนั้นนับว่าดียิ่ง แบบแผ่นนี้ดูสมบูรณ์มากก็จริงแต่ยังขาดหลาย ๆ องค์ประกอบ หากก่อสร้างตามนี้โดยไม่ได้พิจารณาให้ถี่ถ้วนอาจมีภัยอันตราย”

“ข้าเห็นด้วยขอรับ ใต้เท้าเหลียนสายตาช่างกว้างไกลยิ่งนัก มองแค่ไม่กี่ลมหายใจยังสามารถวิเคราะห์ได้ถึงเชิงลึก”

น้ำเสียงชื่นชมกล่าวออกมาจากใจ เป็นความโชคดีของแคว้นซ่งที่ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ต่างมากล้นด้วยฝีมือ และมีใจภักดีต่อแว่นแคว้นโดยแท้จริง

“ประสบการณ์สั่งสมและผลักดันให้เรียนรู้ทั้งนั้น”

คนถูกชมยิ้มกว้างอย่างถูกใจ ต่อให้เป็นขุนนางตงฉินแต่หากไร้ซึ่งคำสรรเสริญเยินยอ ย่อมห่อเหี่ยวไม่ต่างจากปลาที่ขาดน้ำ

“ที่นี่มีปัญหาเรื่องใดหรือไม่ขอรับ ข้ารู้สึกได้ว่าสตรีในโรงครัวทำตัวแปลก ๆ เมื่อพบเจอคนแปลกหน้า”

ซ่งจือหานเดินไปตรวจตราความความปลอดภัยในโรงครัว เพราะวันรุ่งขึ้นหลานสาวต่างแซ่ทั้งสองคน จะเข้าไปช่วยเหลืองานในหน้าที่ผู้ช่วยแม่ครัว

ท่าทางแตกตื่นตกใจของชาวบ้านในโรงครัวเมื่อพบเจอบุรุษแปลกหน้า จึงไม่อาจรอดพ้นสายตาช่างสังเกตไปได้

“สถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้แหล่งซ่องสุมของโจรป่า ท่านต้องดูแลเด็ก ๆ ในปกครองให้ดี ไม่กี่วันที่ผ่านมามีชาวบ้านผู้หญิง ที่เข้ามาช่วยดูแลเรื่องอาหารการกินถูกฉุดไปหนึ่งราย”

“ถูกโจรป่าฉุด! ศิษย์พี่ไม่เห็นเล่าให้ข้าฟังเลย”

คนหน้านิ่งขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะเขาต้องดูแลหลานสาวถึงสองคน ส่วนสตรีคนอื่น ๆ ยกให้เป็นหน้าที่ของผู้คุ้มกันแต่ละจวนเถิด

“รายนั้นมัวแต่ยุ่งเรื่องการเบิกจ่าย เลยยังไม่รู้เรื่องโจรป่าลักลอบเข้ามาใกล้ฐานของพวกเรา ในช่วงพลบค่ำของวันนี้ข้าจะเรียกประชุมเหล่าเสนาบดีจะได้บอกกล่าวให้รู้โดยทั่วกัน”

“ขอบคุณใต้เท้าที่บอกกล่าวขอรับ เด็ก ๆ ในปกครองของข้าล้วนแล้วแต่เป็นสตรี”

ส่งกลับเมืองหลวงตอนนี้เจ้าตัวคงไม่ยินยอมโดยเฉพาะคนพี่ นิสัยดื้อรั้นขนาดนั้นหากยังไม่บรรลุเป้าหมาย คงไม่ยอมล่าถอยกลับไปอย่างแน่นอน

“โดยเฉพาะแม่หนูแซ่ฉีคนพี่ ท่านต้องดูแลให้ดีนางรูปโฉมงดงามกว่าผู้ใด ย่อมถูกตาต้องใจพวกคิดชั่ว คนของข้ายังตามจับพวกมันได้ไม่ครบ พวกเราจึงต้องระมัดระวังกันให้มาก”

“ขอรับ ข้าจะระมัดระวังให้ดี”

ส่วนคนที่เพิ่งออกมาจากโขดหินรู้สึกได้ว่าพื้นหินมีปัญหา พื้นหินบริเวณนี้เปราะบางมากเกินไป จำเป็นต้องเสริมความแข็งแรงก่อนก่อสร้าง

“หากไม่ถมหินเข้าไปเพิ่ม คงยากที่จะรองรับน้ำหนักสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่”

“คุณหนูฉีช่างเป็นสตรีที่รอบคอบโดยแท้จริง”

เสียงนุ่มทุ้มของบุรุษดังอยู่ทางด้านหลัง เขามาทันได้ยินนางกล่าวถึงความแข็งแรงของพื้นหินพอดี

“อะ เอ่อ คุณชายคือ…”

ฉีเหม่ยหลันมัวแต่คิดการใหญ่ จึงเผลอวิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงที่ดังเป็นปกติ นับว่ายังโชคดีเพราะเรื่องที่เผลอกล่าวออกไปไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด

“บุรุษผู้นี้คือองค์ชายรองซ่งไคหยวน ส่วนข้าสือป๋อเหวินสหายขององค์ชายรอง” บุรุษหน้าตาดีอีกคนเป็นผู้กล่าวแนะนำตัว

“ถวายพระพรองค์ชายรองเพคะ”

ศีรษะซึ่งปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมดำยาวสลวยก้มลงต่ำพร้อมกับย่อตัวลง จากนั้นจึงกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพ

ส่วนบุรุษอีกคนนางทำเพียงก้มหัวลงเล็กน้อย เพื่อทักทายกันตามมารยาทระหว่างบุรุษกับสตรี

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเสษ 4 มีแค่สองเรา NC ตอนปลาย

    ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 3 มีแค่สองเราNC ตอนต้น

    “เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 2 เรื่องระหว่างสองเทพ

    ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 1 ยังมีอีกถ้ำ

    หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   บทส่งท้าย (ตอนจบ)

    ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   โอกาส ตอนปลาย NC

    “เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status