แชร์

บาดเจ็บแทน ตอนปลาย

ผู้เขียน: หนูเหมยจ้า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-01 09:48:17

ขณะที่กำลังเดินลมรับชมธรรมชาติอยู่นั้น ดวงตาของคนเพิ่งฟื้นไข้ก็เหลือบไปเห็นทหารชั้นผู้น้อยรายหนึ่ง เดินถืออุปกรณ์ก่อสร้างผ่านหน้าบริเวณที่พัก

นายทหารผู้นั้นเดินก้มหน้าก้มตาตามปกติวิสัยของทหารชั้นผู้น้อยแต่เสี่ยวหน้าด้านข้างของเขากลับให้ความรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างไรพิกล

ยังไม่ทันที่ผู้คุ้มกันจะเอ่ยถามไถ่ความเป็นมา เรือนร่างปราดเปรียวคล้ายบุรุษก็วิ่งเข้าหาคนที่กำลังเดินรับลมธรรมชาติทันที

กึก!

“โอ๊ย!”

คนถูกแทงทรุดลงไปนอนกับพื้นทันที เพราะถูกแทงจมลึกเข้าบริเวณหน้าอกด้านขวา มือข้างซ้ายของเขากอบกุมมีดสั้นเอาไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างออกแรงกดไหล่ของคนร้ายไม่ยอมปล่อย เลือดสีแดงสดไหลทะลักเต็มอุ้งมือข้างที่กอบกุมอาวุธร้าย

“ใต้เท้าซ่ง!”

หลังจากนั้นก็เกิดเสียงทุบตีนายทหารผู้นั้นหลายรอบ จนคนถูกรุมกระทืบรีบส่งเสียงให้รู้ว่าตนเป็นสตรี

“พะ…พอแล้วข้าเป็นสตรีนะ พวกเจ้าช่างไร้ความปรานี”

เพี้ยะ! เพี้ยะ!

เสียงฝ่ามือเรียวตบเข้าข้างแก้มของคนร้ายสองครั้งติดกัน ทว่ายังไม่หนำใจนางยังใช้กำปั้นหนัก ๆ ชกเข้าที่จมูกโด่งรั้น จนได้ยินเสียงดังกึก!

“กรี๊ด!!! จมูกข้า หะ…หักแล้ว”

คนถูกทุบเข้าที่จมูกรีบใช้ฝ่ามือกุมไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนไปมา น้ำตาเม็ดเล็กหลั่งไหลออกมาด้วยความเจ็บปวดเจียนขาดใจตาย

นางเกลียดชังที่ศัตรูรอดพ้นเรื่องเลวร้าย อีกทั้งยังได้รับความห่วงใยจากคนผู้นั้นอย่างล้นเหลือ จึงตัดสินใจเลือกปลิดชีวิตคนด้วยมือตนเอง

ขอแค่ให้ฉีเหม่ยหลันสิ้นลมหายใจนางก็มีความสุขแล้ว!

“ไม่สังหารตรงนี้ก็นับว่าบุญ”

เสียงราบเรียบมาพร้อมกับสายตาชิงชัง นางจดจำเสียงของสตรีผู้นี้ได้ต่อให้ปลอมตัวมาอย่างแนบเนียนแล้วก็ตาม

“ตามหมอมาโดยเร็วที่สุด คุมตัวซูชิงโม่ไปขังไว้รอการไต่สวน แจ้งเรื่องให้บิดานางรับรู้ด้วย ที่เหลือรีบไปแจ้งท่านพ่อให้เข้ามาจัดการ”

“ขอรับคุณหนูใหญ่”

ผู้คุ้มกันจากจวนเสนาบดีฝ่ายขวา รับคำสั่งด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดไม่แพ้กัน

พวกเขาอุตส่าห์ระมัดระวังภัยอันตรายเป็นอย่างดี แต่คนร้ายยังหาทางลอบเข้ามาในเขตกระโจมจนได้ ใครจะคาดคิดว่าสตรีจะปลอมเป็นบุรุษได้แนบเนียนมากถึงเพียงนี้

สั่งการเสร็จฉีเหม่ยหลันก็นั่งลงข้าง ๆ คนตัวใหญ่ ซึ่งยามนี้ร่างกายอาบท่วมไปด้วยเลือดสีแดงสด

ขนาดเขาสวมอาภรณ์สีเข้มไปทั้งตัว ยังมองเห็นรอยเลือดได้อย่างชัดเจน

เขาเสียเลือดมากขนาดนี้ จะมีชีวิตรอดกลับมาสะสางเรื่องราวกับนางแน่หรือ!

“ฮือ ฮือ ท่านอา ท่านไม่น่าเข้ามารับมีดแทนข้าเลย”

คำเรียกขานในวันวาน ถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากปากคนหวาดกลัวสุดชีวิต

นางเกรงว่าจะไม่มีโอกาสกล่าวคำนี้ต่อหน้าเขาอีก จึงรีบเรียกขานอย่างที่ใจอยากเรียกมาโดยตลอด

“อึก! อึก!”

เสียงกระอักเลือดของคนเจ็บ ตอบรับคำเรียกที่เขาไม่ได้มานาน เลือดสีแดงสดหลั่งไหลออกข้างมุมปากอย่างห้ามไม่อยู่ คนใกล้ตายอาการเช่นนี้หรอกหรือ ในใจได้แต่คิดวนไปเวียนมา

มือข้างที่ไม่เปื้อนเลือดเอื้อมมากอบกุมมือนุ่มนิ่มเอาไว้เต็มรัก มุมปากซึ่งแต่เดิมมักจะเรียบเฉยค่อนไปทางบึ้งตึง ยามนี้กลับอมยิ้มบางเบาบ่งบอกให้รู้ว่าเขาไม่เสียใจเลยที่ตัดสินใจเช่นนี้

“เหม่ยหลัน ใช้ชีวิตให้ดี ไม่ต้องรู้สึกผิด ข้าดีใจที่ครั้งนี้สามารถปกป้องเจ้าได้”

เสียงแหบแห้งอ่อนแรง พยายามเปล่งวาจาให้พ้นก้อนเลือดซึ่งยังคงไหลทะลักออกมาไม่หยุด

“ท่านอาไม่ต้องพูดอันใดแล้ว ประเดี๋ยวหมอก็มา ข้าจะใส่ยาห้ามเลือดให้ก่อน”

สองมือเร่งรีบโรยผงยาห้ามเลือดลงบนแผลสด นางไม่รู้การแพทย์เลยสักนิด แต่พยายามใช้ยาต่าง ๆ ตามที่เถ้าเนี้ยร้านขายยาแนะนำ

“มะ..ไม่ ข้าต้องพูด ขะ..ขอโทษกับทุกเรื่องที่ผ่านมา ไม่มีข้าแล้วเจ้าต้องใช้ชีวิตให้ดี อึก! อึก!”

คนเจ็บพยายามพูดกับเจ้าของอุ้งมือนุ่มนิ่ม ยามที่ชีวิตใกล้ปลิดปลิวเต็มทีถึงได้เข้าใจแล้วว่าที่ผ่านมา เขามีนางเพียงคนเดียวในใจมาโดยตลอด

แต่เขามันคนเจ้าทิฐิ ปากหนัก ปากแข็ง ยึดแต่หลักธรรมเนียมโบราณ เรื่องที่อาบุญธรรมห้ามคิดเกินเลยกับหลานสาวนอกไส้

ครั้นเกิดเหตุร้ายแรงจนถูกเมินเฉยถอยห่าง เลยกลายเป็นฝ่ายแหงนเงยมองนางแต่เพียงฝ่ายเดียว ใจเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ไม่กล้าบอกกล่าวให้ผู้ใดรับรู้

ขนาดมีสัมพันธ์ลับกันอย่างลึกซึ้งหลายต่อหลายรอบ นางยังไม่ยอมให้เขารับผิดชอบเลย คิดมาถึงตรงนี้เลือดก้อนใหญ่ก็ไหลมาจ่อตรงลำคอเข้าพอดี

หรือเขากำลังจะตายแน่แล้ว หากรอดไปได้สาบานเลยว่าจะรีบแต่งเมียมานอนกอดให้อุ่นใจ ไม่ขอรีรอสิ่งใดอีกต่อไป

ฉีเหม่ยหลันหากเราสองคนยังคงหลงเหลือชะตาร่วมกันในภพชาตินี้ ได้โปรดรอคอยข้าอีกสักประเดี๋ยวเถิด!

“ฮือ ฮือ ห้ามหลับนะเจ้าคะ ถ้าท่านหลับข้าจะมีสามีใหม่”

ฉีเหม่ยหลันทั้งพูดทั้งร้องไห้อย่างไม่อายใคร เมื่อเห็นบุรุษผู้ร่วมชะตากรรมมาหลายภพหลายชาติกำลังจะจากไป ลมหายใจของเขาแผ่วเบาจนเกือบไม่ได้ยินเสียงเต้นของหัวใจ

นางยังไม่รู้เลยว่าสามชาติสามภพที่ผ่านมา เรื่องราวในตอนท้ายสรุปแล้วเป็นเช่นไรกันแน่ แต่ชาติที่สี่คนผู้นี้กลับจะมาทิ้งกันไปง่าย ๆ

ช่างไม่สมกับความเจ็บปวดที่สร้างแผลในใจให้กันเลย สมควรลืมตาตื่นมาสู้รบกันสักสี่สิบห้าสิบปี ถึงจะสาสมกับความผิดของเขา

“เหม่ยหลันข้าเหนื่อย”

สิ้นคำกล่าวสั้น ๆ เปลือกตาของคนเจ็บได้ปิดลงทันที ในจังหวะนั้นหมอประจำฐานก่อสร้างก็มาถึงจุดเกิดเหตุพอดี

“พาคนเจ็บเข้าไปในกระโจม คุณหนูฉีถอยออกมาก่อน” 

น้ำเสียงเคร่งเครียดของหมอผู้มากด้วยฝีมือเอ่ยขึ้น สภาพของผู้บาดเจ็บทำให้เขาคิดเป็นอื่นไม่ได้เลยนอกจากต้องทำใจ

แต่เหนือสิ่งอื่นใดปาฏิหาริย์ของคนไข้มักจะมาจากกำลังใจ เพราะกำลังใจสำคัญไม่ต่างจากสารพัดยาที่นำเข้าสู่ร่างกาย

“ข้าขอเข้าไปด้วยนะเจ้าคะ ฮึก! ฮึก! ข้าขอร้อง”

คนวิงวอนนั่งคุกเข่าลงก้มหัวคำนับท่านหมอ เพื่อร้องขอไม่ให้กันนางออกห่างคนเจ็บ ในช่วงเวลาแห่งชีวิตนางอยากอยู่กับเขาให้นานเท่าที่จะเป็นไปได้

“พี่ใหญ่”

น้ำเสียงห่วงใยปนสงสารเอ่ยเรียกพี่สาว ดวงตาของผู้มาใหม่ทั้งสองคนแดงก่ำไม่ต่างกัน เพราะภาพตรงหน้าช่างรุนแรงกว่าที่คิดเอาไว้

ฉีเฟยเฟิ่งกับสาวใช้รีบวิ่งมาจากโรงครัวทันที หลังจากผู้คุ้มกันไปกระซิบแจ้งเหตุร้ายให้รับรู้

“เฟิ่งเอ๋อร์ฝากจัดการเรื่องต่อด้วยนะ ข้าจะเข้าไปดูคนเจ็บพร้อมท่านหมอ”

“เจ้าค่ะ ท่านไม่ต้องห่วง ข้ากับท่านพ่อจะจัดการทุกอย่างเอง ทำใจให้สบายตั้งใจดูแลใต้เท้าซ่งให้ดี”

ในยามเช่นนี้นางกับบิดาต้องเข้มแข็งและเข้าไปช่วยสะสางเรื่องราวแทนคนทั้งคู่ และที่สำคัญคนร้ายต้องถูกลงโทษโดยเร็วที่สุด หาญกล้ามาทำร้ายคนในยามกลางวันแสก ๆ สตรีผู้นั้นช่างวิปลาสไปแล้วจริง ๆ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเสษ 4 มีแค่สองเรา NC ตอนปลาย

    ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 3 มีแค่สองเราNC ตอนต้น

    “เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 2 เรื่องระหว่างสองเทพ

    ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 1 ยังมีอีกถ้ำ

    หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   บทส่งท้าย (ตอนจบ)

    ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   โอกาส ตอนปลาย NC

    “เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status