LOGINโจวเยว่เทียนตัวร้ายผู้เหี้ยมโหด
“หนิงอันนี่เจ้า....คงไม่ได้นั่งเฝ้าอยู่หน้าห้องข้าตลอดทั้งคืนหรอกใช่ไหม” ? ฮวาซือเล่อเอ่ยถามหญิงสาวที่ยกน้ำมาให้นางล้างหน้าในยามเช้า หลังจากที่สังเกตว่าอีกฝ่ายมีท่าทางอิดโรยราวกับคนไม่ได้นอนทั้งยังสวมใส่อาภรณ์เมื่อวานก็คาดเดาได้ไม่ยาก
“บ่าวกลัวว่าหากนายท่านมาแล้วนายหญิงจะไม่รู้ก็เลยนั่งรอ แต่สุดท้ายนายท่านก็....”
หนิงอันแสดงสีหน้าผิดหวังเพราะนางเคยหวังว่าชายหนุ่มผู้เป็นนายท่านของจวนจะไม่มีวันผิดธรรมเนียม แต่ยามที่เห็นแสงสว่างบนท้องฟ้าก็นึกสมเพชที่ตนเองโง่เขลาเชื่อมั่นในตัวบุรุษผู้นั้น
“เด็กโง่ ข้าบอกให้เจ้าไปนอนไม่ใช่หรือ”
“บ่าวจะนอนได้เช่นไร ฮูหยินเสียใจถึงเพียงนั้น”
“คิดมากไปแล้ว หนิงอันเจ้าจำไว้ให้ดีข้าจะไม่เสียใจเพราะบุรุษผู้นั้นอีกแล้ว”
หนิงอันมองฮูหยินของตนที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงและแววตาแฝงไปได้ด้วยความจริงไร้ซึ่งคำโกหกแต่อย่างใด จนวูบหนึ่งนางอยากเชื่อว่าสิ่งที่ผู้เป็นนายของตนพูดออกมาคือความจริง
แต่มันจะเป็นไปได้หรือ?
สตรีที่หลงรักบุรุษถึงขั้นบีบบังคับมาแต่งงานจะยอมตัดใจได้ง่ายดายเช่นนี้…
“เจ้าไม่ได้นอนมาทั้งคืนวันนี้ก็ไปพักเถิด ให้คนอื่นมาปรนนิบัติข้าแทน”
“บ่าวไหวเจ้าค่ะ บ่าวไม่ต้องพัก”
“หนิงอัน นี่เป็นคำสั่งของข้าเจ้าจะขัดหรือ”
“แต่บ่าวไม่ไว้ใจให้ใครมาดูแลฮูหยิน พวกนางไม่รู้ใจท่านเท่าข้า”
“เด็กโง่ หากเจ้าป่วยขึ้นมาไม่ใช่ว่าข้าต้องให้ผู้อื่นมาปรนนิบัติแทนเจ้าหลายวันหรือ ไปพักเถิดแค่วันเดียว”
“ก็ได้เจ้าค่ะ”
หนิงอันยินยอมที่จะหยุดพักตามที่ผู้เป็นนายสั่งแต่ก็ยังดื้อรั้นที่จะปรนนิบัติฮวาซือเล่อก่อนในช่วงเช้า เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหญิงสาวจึงยอมที่จะกลับไปพักที่ห้องของนาง
หลังจากที่หนิงอันเดินออกไปจากห้องแล้วใบหน้าที่เคยเปื้อนรอยยิ้มของฮวาซือเล่อก็แปรเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย ร่างบางเดินไปหยิบกล่องไม้สีแดงออกมาจากใต้หมอน
ถึงเวลาที่นางจะต้องไปพบโจวเยว่เทียนแล้ว
หอซูเมิ่ง...
หอขายข่าวที่ฉากหน้าเป็นร้านขายเครื่องหอม ว่ากันว่าไม่มีข้อมูลใดที่พวกเขาหามาให้ลูกค้าไม่ได้และหากมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์พวกเขาก็ยินดีรับซื้อในราคาดี
ฮวาซือเล่อย่างกายเดินเข้าไปในหอซูเมิ่งพร้อมสาวใช้ เพราะใบหน้าที่งดงามและโดดเด่นของนางทำให้ผู้คนในร้านหันมาสนใจนางเป็นตาเดียว
“เจ้าไปรอข้าที่รถม้า”
“เจ้าค่ะฮูหยิน” สาวใช้รับคำผู้เป็นนายก่อนจะย่างกายเดินออกจากร้านไปยืนรออยู้ข้างรถม้าตามคำสั่ง
เมื่อเห็นว่าสาวใช้เดินออกไปจากร้านแล้ว ร่างบางก็เดินตรงเข้าไปหาชายชราที่นั่งดื่มน้ำชาอยู่บนเก้าอี้ไม้ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาอย่างเป็นมิตรเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงยหน้ามองนางเช่นเดียวกัน
“แม่นางมีอะไรกับคนแก่อย่างข้าหรือ”
“ฝนกำลังจะตกเจ้าค่ะ”
“อ่าเช่นนั้นหรือ แม่นางต้องการร่มหรือไม่ข้าจะให้คนนำมาให้”
“ข้ามีร่มอยู่แล้วเจ้าค่ะ เป็นร่มสีแดงลายดอกโบตั๋นท่านตาอยากได้หรือไม่เจ้าคะ”
“บังเอิญเสียจริงข้าเองก็มีลายเดียวกัน แม่นางอยากเห็นหรือไม่”
“เจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นมาช่วยพยุงตาแก่คนนี้ไปหลังร้านหน่อยเถิด”
หญิงสาวทำตามอย่างว่าง่ายก่อนจะเข้าไปช่วยพยุงชายชราเดินเข้าไปด้านหลังของร้าน ความจริงแล้วบทสนทนาเมื่อครู่เป็นรหัสลับที่จะเข้าไปใช้บริการหอขายข่าว
หากนางต้องการซื้อข่าวให้บอกว่าต้องการร่ม แต่หากอยากขายให้บอกว่าตนเองมีร่มอยู่
ร่มสีขาวคือข่าวทั่วไป
ร่มสีแดงคือข่าวสำคัญ
ชายชราพาฮวาซือเล่อมาหยุดอยู่ที่ห้องหนึ่ง เขาผลักประตูให้เปิดออกก่อนจะผายมือให้นางเดินเข้าไปด้านใน
“เชิญแม่นาง”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยขอบคุณด้วยรอยยิ้มก่อนจะย่างกายเดินเข้าไปด้านใน นัยน์ตาคู่สวยมองฉากกั้นห้องขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าด้านหลังมีเงาของใครบางคนที่นางไม่อาจเห็นหน้าได้นั่งอยู่
อ่าเหมือนกับที่นิยายบรรยายเลย
“ข่าวที่เจ้าต้องการขายคืออะไร” เสียงเย็นของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังฉากกั้น
ฮวาซือเล่อไม่ได้รู้สึกตกใจหรือหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวคลี่ยิ้มออกมาเพราะรู้ดีว่าบุคคลลึกลับที่อยู่ด้านหลังฉากคือใคร
“รู้ใช่หรือไม่ว่าหากข่าวของเจ้าไม่สำคัญพอให้ข้าซื้อ ค่าตอบแทนที่ทำให้ข้าเสียเวลาคือความตาย”
“วิธีถอนพิษที่อยู่ในกายท่านอ๋องสามนับว่าสำคัญหรือไม่”
เพล้ง!
เสียงของบางอย่างแตกดังขึ้นจากด้านหลังฉาก นัยน์ตาคู่สวยมองเงาของชายหนุ่มที่กำลังกระทำการบางอย่างอยู่ ไม่นานชายผู้หนึ่งที่คาดว่าจะเป็นองครักษ์ออกมาจากหลังฉากกั้นพร้อมกระบี่ที่อยู่ในมือ
ขวับ!
หญิงสาวนิ่งชะงักเมื่อจู่ ๆ ชายแปลกหน้าคนนั้นก็ยกกระบี่ขึ้นจ่อที่ลำคอของนาง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นพยายามข่มความกลัวที่อยู่ในใจ
“เจ้าเป็นใคร” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหลังฉากกั้นเอ่ยถามสตรีตรงหน้าน้ำเสียงไม่มีความเป็นมิตรแต่อย่างใด
“หม่อมฉันเป็นหมอเพคะ หม่อมฉันสามารถกำจัดพิษและรักษาท่านอ๋องจนสามารถกลับมาเดินได้ แต่แน่นอนว่ามีข้อแลกเปลี่ยนเพคะ”
“.......”
“ท่านอ๋องให้องครักษ์ของท่านลดกระบี่ลงแล้วพวกเรามาทำข้อตกลงกันดีไหมเพคะ”
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาใบหน้าที่งดงามของนางตอนนี้ไร้ซึ่งความกลัวถึงแม้จะมีคมกระบี่พาดอยู่บนลำคอสวยก็ตาม
แต่ใครเลยจะรู้ว่าภายในใจหญิงสาวนั้นตื่นกลัวเพียงใด หากไม่ใช่อยากทำข้อตกลงให้สำเร็จนางคงคุกเข่าร้องขอชีวิตจากชายหนุ่มตรงหน้าไปแล้ว
“เสี่ยวอี้ลดกระบี่ลง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เสี่ยวอี้องครักษ์คนสนิทที่เติบโตมาเป็นโจวเยว่เทียนตั้งแต่ในวัยเยาว์ เขาเป็นองครักษ์ที่มีฝีมือเก่งกาจอีกทั้งยังภักดีต่อผู้เป็นนายเพียงผู้เดียว
“เจ้ารู้ได้เช่นไรว่าข้าคืออ๋องสาม ผู้ใดบอกเจ้า”
โจวเยว่เทียนเอ่ยถามหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังฉากกั้น เขาปกปิดตัวตนมาหลายปีว่าตนเองคือเจ้าของหอซูเมิ่งมีเพียงน้อยคนนักที่จะรู้
ผู้ใดส่งนางมากัน!
“เรื่องนั้นหม่อมฉันไม่อาจบอกท่านอ๋องได้ แต่ที่มาวันนี้เพราะต้องการทำข้อตกลงเพคะ”
“ข้อตกลง?”
“หม่อมฉันสามารถถอนพิษในกายของท่านและทำให้ท่านกลับมาเดินได้ เพียงแต่ท่านต้องทำตามหนึ่งคำขอของหม่อมฉันเพคะ”
นัยน์ตาคมมองเงาของหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังฉากกั้น โจวเยว่เทียนไม่ได้รู้สึกตกใจที่สตรีตรงหน้าบอกว่ามีวิธีรักษาเขา แต่เขากลับรู้สึกโกรธเพราะนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีหมอมาทำอวดดีเช่นนี้
หมอมากฝีมือมากมายเข้ามาเสนอตัวรักษาทั้งยังอวดอ้างว่าตนเป็นหมอเทวดา แต่พวกมันก็เป็นพวกละโมบที่หวังเงินทองหรือไม่ก็เป็นนักฆ่าแฝงตัวมาสังหารเขา
“หม่อมฉันขอเวลาเพียงสามเดือนเท่านั้น”
ในตอนแรกชายหนุ่มคิดจะปฏิเสธออกไป แต่เมื่อเห็นท่าทางและน้ำเสียงที่แสนจะอวดดีของสตรีตรงหน้าเขาก็แค่นหัวเราะในลำคอก่อนจะคลี่ยิ้มเย็นออกมา
“สามเดือนหากขาข้ายังเดินไม่ได้ เจ้าจะต้องตายด้วยการถูกถลกหนังทั้งเป็น ว่าอย่างไรรู้เช่นนี้แล้วยังอยากทำข้อตกลงหรือไม่”
หญิงสาวยื่นนิ่งชะงักไปชั่วครู่พลางลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างอยากลำบาก นางย่อมรู้ว่าโจวเยว่เทียนเป็นตัวร้ายที่เหี้ยมโหด แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะพูดสั่งฆ่าคนราวผักปลาเช่นนี้
แต่ข้าเองก็ไม่มีทางเลือกแล้ว
ในเมื่อเข้าถ้ำเสือมาแล้วอย่างน้อยก็ต้องได้ลูกเสือกลับไป
“หม่อมฉันยินดีทำข้อตกลงเพคะ หากหลังจากสามเดือนแล้วหม่อมฉันยังรักษาท่านอ๋องไม่หายก็เชิญสังหารหม่อมฉันได้เลย”
“ดี”
โจวเยว่เทียนเอ่ยออกมาเสียงเย็น เขาไม่ได้มีความหวังว่าสตรีตรงหน้าจะรักษาตนเองหาย ความจริงแล้วเขาเพียงแค่อยากรู้ว่าสตรีแสนอวดดีอย่างนางแท้จริงเป็นพวกละโมบในเงินทองหรือเป็นมือสังหารแฝงตัวมาต่างหาก
“อีกสองวันให้เจ้ามาพบข้าที่นี่ยามซื่อ [1] ”
“เช่นนั้นตอนนี้พวกเราควรเขียนหนังสือสัญญาเพื่อเป็นหลักฐานดีหรือไม่....เพคะ?” เพราะไม่คุ้นชินกับการต้องพูดกับคนในราชวงศ์มีบางครั้งที่ฮวาซือเล่อยังเผลอตัวพูดเป็นกันเองกับอีกฝ่ายออกไป
“สัญญาค่อยมาทำวันที่เจ้ามาหาข้า วันนี้เจ้ากลับไปได้แล้ว”
“เพคะ”
นัยน์ตาคมมองเงาของสตรีที่กำลังเดินออกจากห้องไป ทันทีที่ประตูปิดลงภายในห้องก็ปกคลุมไปด้วยความเงียบ
“ส่งคนติดตามไปอย่าให้นางรู้ตัว ข้าอยากรู้ว่าใครส่งนางมา”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ยามซือ [1] = เริ่มนับตั้งแต่เวลา 09.00 – 11.00 น.
คืนเข้าหอของนางร้าย Nc [END]ช่วงสายของวันบรรยากาศของตลาดภายในเมืองหลวงดูคึกคัก ผู้คนส่วนหนึ่งเดินออกมาจับจ่ายซื้อของตามปกติ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งมาเพื่อจับกลุ่มนินทาเหล่าขุนนางและแน่นอนว่าข่าวเด็ดในวันนี้ย่อมหนีไม่พ้นข่าวของฮวาซือเล่อและท่านอ๋องสาม“สตรีหม้ายเช่นนางแต่งเป็นหวางเฟยได้หรือ”“นั่นสิ นางเคยเป็นภรรยาของท่านแม่ทัพหวังแล้วให้เป็นหวางเฟยจะเหมาะสมหรือ”“แบบนี้ไม่เท่ากับว่าท่านอ๋องสามได้ของเหลือจากจวนแม่ทัพหรือ”ชาวบ้านเริ่มออกความเห็นถึงการแต่งงานในครั้งนี้ ทั้งยังเริ่มกล่าวถึงฮวาซือเล่อในทางที่ไม่ดีกล่าวหาว่านางหวังขึ้นที่สูงโดยไม่รู้จักสถานะตนเองปัก! โคร้ม!บทสนทนาของชาวบ้านหยุดลงฉับพลันหลังจากร่างของชายผู้หนึ่งถูกโยนลงกลางโต๊ะ ไม่นานองครักษ์ของตำหนักท่านอ๋องสามก็ปรากฏตัวขึ้น“ขออภัยพวกท่านด้วยพอดีหัวขโมยที่พวกข้าจับมาเกิดขัดขืนพวกข้าจึงต้องลงมือให้เขาสำนึกสักหน่อย ว่าแต่เมื่อครู่ข้าได้ยินว่าพวกท่านพูดถึงแม่นางฮวาหรือขอรับ”ชาวบ้านที่จับกลุ่มนินทาเมื่อครู่ยามนี้ใบหน้าซีดเผือด เพราะแม้ใบหน้าของอีกฝ่ายจะยิ้มแต่รอบกายของเหล่าองครักษ์กลับอบอวลไปด้วยจิตสังหาร“พะ...พวกข้ากำลังพูดว
ฮวาซือเล่อที่รักเจ้านางตายไปนานแล้ว...จวนสกุลฮวาที่เคยผุพังและมีหญ้าขึ้นรกร้างยามนี้กลับถูกซ่อมแซมจนดูเหมือนใหม่ ฮวาซือเล่อย่างกายเดินเข้ามาในจวนพร้อมกับหนิงอันและเสี่ยวอี้ที่ถูกส่งมาคอยคุ้มกันหากเกิดเรื่องอันตรายกับนางนัยน์ตาคู่สวยกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาเมื่อพบที่นี่เปลี่ยนไปจากที่นางมาครั้งแรกมานักหากให้พูดตามจริงนี่เป็นครั้งแรกที่นางกลับมาที่จวนสกุลฮวาหลังจากที่จวนถูกซ่อมแซมแล้ว หากไม่ใช่เพราะครั้งนี้นางใช้มารยาออดอ้อนว่าอยากมาอยู่ที่จวนก่อนแต่งเป็นหวางเฟย มีหรือว่าโจวเยว่เทียนจะปล่อยให้นางอยู่ห่างจากเขาเช่นนี้“นายหญิงท่านกลับมาแล้ว”พ่อบ้านเสินเป็นบุรุษร่างสูงที่อายุประมาณสี่สิบไร้ครอบครัว เขาและบรรพบุรุษรับใช้คนสกุลฮวามานานจึงรู้สึกผูกพันกับที่นี่ พวกเขารู้สึกยินดีที่ได้กลับมาที่จวนแห่งนี้ ทั้งยังดีใจที่เห็นว่านายของตนมีความสุขดีทั้งร่างกายและจิตใจ“พ่อบ้านเสินหลายเดือนมานี้ลำบากท่านแล้ว” ฮวาซือเล่อพูดน้ำเสียงแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดเพราะนางไม่ได้กลับมาที่จวนเลยทำให้หน้าที่ดูแลจวนทั้งหมดตกอยู่ที่ชายหนุ่ม“ข้าไม่ลำบากเลยขอรับ บ่าวสกุลฮวาทุกคนต่างรู้สึกยินดีท
พี่เยว่ท่านหลงข้าจนโง่งมแล้วบรรยากาศงานเทศกาลซีซีในเมืองหลวงยามค่ำคืนคึกคักทั้งโรงน้ำชา ร้านอาหารชื่อดังต่างมีลูกค้าเข้าไปจับจองแน่นขนัด ผู้คนเดินบนถนนเบียดเสียดเป็นภาพครึกครื้นหาที่ใดเปรียบฮวาซือเล่อสวมใส่อาภรณ์สีม่วงขับกับผิวขาวของนางกำลังยืนเลือกซื้อเครื่องประดับจากร้านค้าแผงลอยที่ตั้งขายบนถนน ข้างกายของนางมีบุรุษสวมหน้ากากปกปิดใบหน้ายืนอยู่“แม่นางต่างหูคู่นี้เหมาะกับเจ้ายิ่งนัก”หญิงชราพูดจบก็ยื่นต่างหูที่ทำจากหยกขาวให้หญิงงามตรงหน้า จากที่ดูอาภรณ์ที่อีกฝ่ายสวมใส่ทำจากผ้าเนื้อดีดูท่าแล้วคงเป็นคุณหนูจากสกุลขุนนางเป็นแน่ฮวาซือเล่อรับต่างหูมาไว้ในมือใช้สายตามองพินิจดูครู่หนึ่งก่อนจะหันกายไปทางชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย มือบางหยิบต่างหูขึ้นมาทาบที่ติ่งหูทั้งสองของตนเองก่อนจะเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม“พี่เยว่ต่างหูนี่เหมาะกับข้าไหมเจ้าคะ”โจวเยว่เทียนหรือที่อีกฝ่ายเรียกขานว่าพี่เยว่ในยามนี้คลี่ยิ้มออกมา นัยน์ตาคมจับจ้องใบหน้าของโฉมงามสายตาแฝงไปด้วยความรักและลุ่มหลง“เหมาะกับเจ้ายิ่งนัก”หญิงชราสังเกตเห็นสายตาที่แสนคลั่งรักของชายหนุ่มก็คลี่ยิ้มออกมา นางหยิบกล่องไม้ด้านในบรรจุแหวนสองว
หวังเพ่ยอิงหัวใจสลายจวนสกุลหวัง“นี่มันอะไรกันเหตุใดรายจ่ายภายในจวนจึงเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าแบบนี้ นี่พวกเจ้ากล้าปลอมแปลงบัญชียักยอกเงินหรือ”หวังเพ่ยอิงปาสมุดบัญชีค่าใช้จ่ายภายในจวนสกุลหวังใส่พ่อบ้านและแม่นมที่ยืนอยู่กลางห้องด้วยโทสะ เพราะความไว้ใจที่เห็นทำงานรับใช้มาตลอดหลายปีเขาจึงไม่คิดว่าทั้งสองจะรวมหัวกันยักยอกเงินแบบนี้“นายท่านข้าและพ่อบ้านทำงานรับใช้สกุลหวังมาหลายปีไม่มีทางทำเรื่องเช่นนั้นเจ้าค่ะ”“หากไม่ใช่เพราะพวกเจ้าปลอมแปลงบัญชีแล้วเหตุใดค่าใช้จ่ายจึงเพิ่มขึ้นมากมายเพียงนี้”“ที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นนั่นก็เพราะ.......”นั่นเพราะอนุหลิวที่ท่านหลงรักจนหน้ามืดตามัวอย่างไรเล่าเจ้าคะแม่นมหลินเพียงพูดในใจไม่กล้าเอ่ยออกไปเพราะรู้ดีว่านายของตนจะต้องออกตัวปกป้องหญิงคนรักอีกเป็นแน่ สตรีผู้นั้นนอกจากหน้าตาแล้วข้ายังไม่เห็นว่ามีอะไรเทียบเคียงอดีตฮูหยินได้เลยเหตุใดนายท่านของข้าจึงตามืดบอดเช่นนี้เล่าเจ้าค่ะเพล้ง!“เหตุใดจึงปิดปากเงียบ! พูดมาสิว่าเพราะอะไร!”กาน้ำชาถูกปาลงพื้นจนแตกกระจายต่อหน้าคนทั้งสอง พ่อบ้านซุนเห็นว่าแม่นมหลินไม่กล้าเอ่ยปากพูดเขาก็ได้แต่ถอนหายใจครั้งหนึ่งก่อนจะเอ่ยป
การชำระแค้นของโจวเยว่เทียนแสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในห้องบรรทม นัยน์ตาคมจับจ้องไปยังใบหน้าของโฉมงามที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ภายในอ้อมกอดของเขา มือหนาลูบที่แก้มเนียนอย่างทะนุถนอมซือซือของข้างดงามยิ่งนัก“อืมมมม”หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แน่นอนว่าภาพแรกที่นางเห็นคือใบหน้ารูปงามของโจวเยว่เทียนที่กำลังคลี่ยิ้มส่งมาให้นาง“ตื่นแล้วหรือ”“เพคะ”“อยากนอนต่ออีกหน่อยหรือไม่”ฮวาซือเล่อส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะซุกหน้าเข้าหาอกแกร่งของชายหนุ่มทำท่าทีออดอ้อนราวกับเป็นลูกแมวตัวน้อย“เด็กดี”ชายหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มพลางกระชับอ้อมกอด คิดเพียงว่าเขาจะต้องแต่งตั้งนางเป็นหวางเฟยให้ถูกต้องโดยเร็วต้องทำให้นางเป็นของข้าโดยสมบูรณ์ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นภายในห้อง โจวเยว่เทียนที่กำลังดื่มด่ำกับช่วงเวลาแสนหวานกับหญิงคนรักปรายตามองเงาของคนผู้หนึ่งที่อยู่ด้านหลังของประตู“มีอะไร”“ฝ่าบาทส่งองครักษ์มาแจ้งให้ท่านอ๋องเดินทางเข้าวังหลวงพ่ะย่ะค่ะ”คำพูดของเสี่ยวอี้ดังขึ้นจากด้านหลังของประตูทำให้โจวเยว่เทียนขมวดคิ้วทั้งสองเข้าหากัน ดูท่าแล้วที่เรียกตัวเขาเข้าวังคงเป็นเพราะเรื่องจัดการกบฏ
เจ้าต้องเรียกข้าว่าท่านพี่สิถึงจะเหมาะสม NCแสงโคมกระเพื่อมไหวตามสายลมบางคราวสว่างบางคราวรุบรู่ราวระลอกคลื่นน้ำ ยามนี้พาดทับเรือนร่างสะโอดสะองเย้ายวนตาของฮวาซือเล่อและร่างกำยำเปลือยเปล่าของโจวเยว่เทียน แม้ว่าอุณหภูมิภายในอ่างอาบน้ำจะอุ่นร้อนเพียงใดกลับไม่อาจเทียบเคียงเพลิงราคะที่โหมกระหน่ำแผดเผากายพวกเขาได้“ซือซือ เจ้างดงามยิ่งนัก...”โจวเยว่เทียนกล่าวน้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป เมื่อปรายนัยน์ตาคู่คมจับจ้องไปยังสตรีงามพิลาศล้ำเบื้องหน้า เขากดจมูกลงกับซอกคอระหงส์เพื่อสูดดมกลิ่นหอมหวานจากหญิงสาว“อ๊ะ..ท่านอ๋อง ตรงนั้นไม่ได้นะเพคะ”ฮวาซือเล่อหลุดครางเสียงหวานปานน้ำผึ้งครั้นถูกโจวเยว่เทียนครอบริมฝีปากบนเม็ดบัวแดงแข็งเป็นไต พลางกระหวัดเรียวไปมาอย่างหยอกเย้าจวนให้นางต้องจิกเกร็งปลายเท้าระบายความกระสันที่ได้รับโชคร้ายที่ยามนี้โจวเยว่เทียนไม่หลงเหลือความยับยั้งชั่งใจ ยิ่งได้ยินเสียงหวาน ๆ ของหญิงสาวยิ่งคล้ายถูกกระตุ้นความดิบเถื่อนที่กดข่มไว้ภายในใจมาเนิ่นนาน เลยดูดดึงเต้าอวบอย่างกระหายขณะเดียวกันก็พลันใช้ฝ่ามือร้อนนวดคลึงอีกข้าง“หวานเสียยิ่งกว่าอะไร โชคดีที







