หน้าหลัก / โรแมนติก / ประกาศิตซาตาน / ๑๐ ถือกำเนิดซาตาน (๒)

แชร์

๑๐ ถือกำเนิดซาตาน (๒)

ผู้เขียน: Kaowsethong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-25 17:33:54

ส่วนโรงเรียนของเด็กน้อยก็ไม่ต้องสงสัยเลย คงเรียนโรงเรียนวัดแถวนี้นั่นแหละ...

            “ทำไมต้องเก็บคะ ฉันจะอยู่ที่นี่...” ยืนกรานไม่ยอมโอนอ่อน เธอคิดว่าเรื่องของเราจบลงไปตั้งแต่สิบเอ็ดปีก่อน เขาไม่มีสิทธิ์เข้ามาออกคำสั่งจึงจ้องตาอีกฝ่ายไม่ยอมหลบ สรรพนามที่เรียกก็ห่างเหินซึ่งเขาค่อนข้างพอใจ

            หากหล่อนเรียกตนว่าพี่หนึ่ง...คงสะอิดสะเอียนมากกว่า

            “เธอไม่มีสิทธิ์เลือกหรือต่อรอง เด็กคนนี้บอกว่าเป็นลูกฉัน สิ่งที่ทำได้คือต้องตรวจดีเอ็นเอแล้วรอผลสองเดือน จนกว่าผลจะออกเธอกับเด็กคนนี้ต้องอยู่ในสายตาฉัน” ชี้ไปที่ลูกชายซึ่งยืนมองพ่อแม่สลับกันไปมา หล่อนเห็นอย่างนั้นก็เม้มปากแน่นไม่ได้เถียงเขาต่อ

            “ไม่ต้องห่วงว่าฉันจะรั้งเธอไว้หรอก ฉันไม่ได้พิศวาสเธออยู่แล้ว แค่อยากให้แน่ใจว่าเด็กเป็นลูกของฉันหรือบรรดาผู้ชายที่เธอมั่วกันแน่” ขยับเข้ามาใกล้หญิงสาวแต่เธอกลับเลือกถอยหนี จนเขาต้องคว้าแขนเรียวแล้วกระชากเข้ามาใกล้ กระซิบที่ข้างหูเธอให้ได้ยินกันแค่สองคน

            ไม่อยากให้เด็กรู้ว่าคนเป็นแม่ส่ำส่อนแค่ไหน!

            “รวิเป็นลูกฉันค่ะ” ใบหน้าหวานเหยเกจากแรงบีบของเขาที่บีบแขนหล่อนแน่น เธอกัดฟันตอบกลับอีกฝ่ายเสียงเข้ม พยายามไม่ร้องไห้ต่อหน้าเขาถึงแม้ว่าจะเสียใจจากคำพูดของอีกฝ่ายก็ตาม ไม่รู้ทำไมเขาถึงมองหล่อนเป็นผู้หญิงแบบนั้นไปได้    

            หล่อนทำอะไรให้เขาเข้าใจในทางนั้น ทั้งที่ตนรักเขาเพียงผู้เดียวมาตลอด...

            “มันเป็นแค่ลมปากของเธอ ฉันต้องการหลักฐาน” ปล่อยหญิงสาวเป็นอิสระก่อนกวาดตามองรอบห้องที่ข้าวของไม่ค่อยเยอะ มีเตียงกว้างวางกลางห้องคาดว่าสองแม่ลูกคงนอนด้วยกัน ข้างเตียงมีโต๊ะเขียนหนังสือและหนังสือเรียน แยกมุมนั่งเล่นเป็นฝั่งซ้ายและมุมครัวฝั่งขวา ตรงข้ามเตียงคือตู้เสื้อผ้าและโต๊ะกระจกเครื่องแปลก

            มองอย่างไรก็รู้สึกว่าเป็นห้องที่ไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลย

            “รีบเก็บของได้แล้ว ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องเอาอะไรไปสักอย่าง” สิ้นคำพูดของอีกฝ่าย หล่อนก็จำต้องเดินไปเก็บข้าวของที่พอจะยัดลงกระเป๋าได้ ส่วนลูกชายก็วิ่งลงไปข้างล่างเพื่อร่ำลากับเพื่อนที่เห็นกันมาตั้งแต่เกิด ปล่อยให้ร่างสูงเดินไปคุยโทรศัพท์เพื่อสั่งงานกับแม่บ้าน

            พอจะเข้าใจว่าเขาต้องการความชัดเจนเรื่องลูก แต่เธออยากรู้เหลือเกินว่าเด็กชายไปหาเขาได้อย่างไร สงสัยคงต้องถามลูกให้รู้เรื่องแล้ว

            ทว่าก็อดยอมรับไม่ได้ถึงการมาของเขาช่วยให้หล่อนรอดพ้นจากภัยที่คุกคาม ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะให้เธอไปอยู่ที่ไหน คิดว่าเขาคงไม่ใจร้ายพอจะจับหล่อนขังเอาไว้ในห้องแคบหรอก

            เก็บเสื้อผ้าเสร็จก็เดินออกมาข้างนอก พบร่างสูงยืดกอดอกรอแล้วปรายตามองเธอกับกระเป๋าสามใบ เขาไม่ได้แย่งมาถือแต่เลือกจะเดินนำลงมาข้างล่าง ทำให้หล่อนจ้องแผ่นหลังกว้างแล้วกระพริบตาปริบ ไล่ความเสียใจออกไป

            ภาพของเขาในอดีตยังชัดเจนในใจ...

            พี่หนึ่งที่อ่อนโยนอ่อนหวานกับหล่อน ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาเปลี่ยนไป กลายเป็นชายผู้แสนเย็นชาทำให้หล่อนรู้สึกหนาวเหน็บยามอยู่ใกล้ เขาเปลี่ยนราวเป็นคนละคนจนนึกสงสัยว่าที่ผ่านมาเรื่องของเรามันคือความจริงหรือเปล่า

            “พ่อแม่มาแล้ว” เด็กชายที่กำลังเล่นกับเพื่อนอย่างสนุกสนานหันมามองแล้วชี้ให้เพื่อนดู ทุกคนจึงได้เห็นบิดาของรวิกานต์เป็นครั้งแรก หลังจากเป็นแค่เด็กไม่มีพ่อของเพื่อนในซอยมาหลายปี  

            “นั่นพ่อมึงเหรอ” เด็กตัวอ้วนกลมเอ่ยถาม เจ้าตัวจึงพยักหน้าแล้ววิ่งเข้าไปจับมือธนนท์ปภพเอาไว้ ยิ้มกว้างแล้วเลือกจะแทนตัวเองด้วยคำสุภาพตามที่มารดาบอก ไม่เคยหลุดคำหยาบสักครั้งแม้ว่าเพื่อนในห้องหรือคนรอบข้างจะพูดจนดูเป็นเรื่องปกติก็ตาม

            “ใช่ๆ พ่อเราเอง ชื่อพ่อหนึ่ง” ร่างสูงก้มลงมองเด็กน้อย น่าแปลกที่รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาเมื่อถูกเรียกว่าพ่อหนึ่ง ความสุขโอบล้อมอย่างรวดเร็วจนเขาเกือบเผยรอยยิ้มที่มุมปากแต่ดึงสีหน้าตัวเองกลับมาเรียบเฉยได้ทันเวลาพอดี

            “โห ตัวสูงจังเลย”

            “โตขึ้นเราก็จะสูงเหมือนพ่อ” รีบบอกเพื่อนแล้วพยายามเขย่งปลายเท้าให้ตัวสูง แต่ก็หยุดเพียงเอวของพ่อเท่านั้นจนเขานึกยิ้มขำ แล้วตีหน้านิ่งเหมือนเดิม

            “รวิ ไปกันได้แล้ว” คนเป็นแม่กวักมือเรียก เด็กชายจึงรีบเดินไปช่วยแม่ถือกระเป๋า โดยร่างสูงนำไปที่รถยนต์ซึ่งจอดคอยท่าอยู่ด้านหน้าทางเข้า ไม่อาจขับเข้ามาจอดด้านหน้าได้เพราะซอยค่อนข้างแคบพอสมควร

            “ครับ”

            เขาเดินนำคนทั้งสองแต่เหมือนว่าบุตรชายจะยังอยากร่ำลาเพื่อน จึงหันมาโบกมือพลางกระโดดโลดเต้นด้วยรอยยิ้มกว้าง ไม่อยากเชื่อนอกจากจะได้แม่กลับมายังได้ย้ายบ้านและมีพ่อเหมือนคนอื่น ถือว่าเป็นโชคดีได้ไหมนะ

            “บ๊ายบายนะทุกคน แล้วจะมาหาบ่อยๆ”

            “เออๆ โชคดีๆ”

            ลากับเพื่อนเรียบร้อยก็เดินเข้ามาหาแม่ ถือกระเป๋าของตัวเองโดยปล่อยอัญชิสาถือกระเป๋าสองใบ เธอยิ้มให้ลูกชายแล้วมองแผ่นหลังกว้างที่เดินนำหน้า ดูก็รู้ว่าเขาไม่ชอบบรรยากาศที่นี่เท่าไหร่ ซึ่งเธอก็เข้าใจเป็นอย่างดี

            แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องให้เธอไปอยู่ด้วยระหว่างรอผลตรวจดีเอ็นเอด้วย ชายหนุ่มต้องการอะไรจากหล่อนกันแน่

            “เราจะไปอยู่บ้านพ่อกันใช่ไหมแม่” หันมาถามแม่ด้วยเสียงตื่นเต้น

            “ชั่วคราว...แค่ชั่วคราวน่ะลูก” เธอตอบรวดเร็วเพราะไม่คิดจะไปอยู่บ้านเขาถาวร ไม่รู้ว่าจะเป็นบ้านหลังใหญ่ที่เขาอาศัยกับพ่อแม่หรือเป็นที่อื่น แต่จะพาไปอยู่ที่ไหนก็คงเหมือนกันนั่นแหละ เมื่อเขามีเพียงความเย็นชาที่มอบแก่กัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status