เข้าสู่ระบบ“เราอยู่กับพ่อตลอดไปเลยไม่ได้เหรอ ผมอยากอยู่กับพ่อเหมือนกัน” ลูกได้ยินก็มีสีหน้าสลดลง ถามอย่างไร้เดียงสาทำให้เธอนึกสงสารเด็กน้อยที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาของผู้ใหญ่ เธอไม่ได้ตอบคำถามนั้นแต่เลือกจะถามกลับ
“แล้วไม่อยากอยู่กับแม่หรือไง”
“อยาก อยากอยู่กับแม่แล้วก็มีพ่อด้วยครับ” รีบเข้ามากอดแขนมารดาเพื่อเอาใจ พอดีกับที่เดินมาถึงรถยนต์ซึ่งจอดคอยท่า กระเป๋าถูกนำไปไว้หลังรถเป็นที่เรียบร้อย ลูกชายจึงนั่งประจำที่ตัวเองคือตรงกลาง โดยมีหล่อนนั่งฝั่งขวาและเขานั่งด้านซ้าย
“ไปบ้านพักส่วนตัวของผมครับ” บอกจุดหมายปลายทางเป็นอันรู้กัน
“ครับคุณหนึ่ง”
พาหนะเคลื่อนไปตามเส้นทางที่คุ้นเคย ก่อนออกจากเมืองหลวงไปยังจังหวัดบ้านเกิดของหล่อน ซึ่งอัญชิสาไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว สิบเอ็ดปีเห็นจะได้แต่ก็ทราบข่าวว่าบุพการีเลือกจะไปอยู่ต่างประเทศไม่หวนกลับไทย ส่วนน้องสาวหายเข้ากลีบเมฆไม่รู้ข่าวคราวอีกเลย
แค่ทางเข้าจังหวัดก็ทำให้เธอน้ำตาคลอแล้ว บีบมือตัวเองแล้วมองนอกกระจกหวนคิดถึงอดีตที่หลงลืมไปแล้ว สถานที่ในความทรงจำผุดขึ้นมาเรื่อยๆ ก่อนที่เรื่องของเราจะกลับมาชัดเจนในความรู้สึกของหล่อนจนน้ำตาร่วงหล่นต้องรีบปาดออกรวดเร็ว
พยายามทำตัวเป็นปกติที่สุดแล้วรอจนรถแล่นเข้ามาในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่เธอไม่รู้จัก น่าจะเพิ่งสร้างได้ไม่นานแต่เป็นทำเลที่ดีพอสมควร ด้านหน้ามีตลาดและซุปเปอร์มาเก็ต ผ่านเข้ามาด้านในก็มีบ้านหน้าตาเหมือนกันหลายหลัง กระทั่งขับมาสุดซอยจนพบบ้านหรูสไตล์อังกฤษที่มีรั้วรอบขอบชิดอยู่ติดกับบ้านอีกหลังซึ่งเป็นคนละแนว ไม่เหมือนบ้านจัดสรรด้านหน้า
คิดว่าน่าจะเป็นการซื้อพื้นที่เพื่อสร้างบ้านมากกว่า โดยหล่อนไม่ได้สังเกตว่าชื่อบ้านจัดสรรคือนามสกุลของชายหนุ่ม นั่นหมายความเป็นหนึ่งในโครงการที่ธนนท์ปภพรับผิดชอบ
“ถึงแล้ว” รถจอดลงด้านหน้าพร้อมกับเสียงทุ้มที่บอกสองแม่ลูก เด็กชายรีบลงจากรถแล้ววิ่งเล่นตรงสวนหน้าบ้านที่ค่อนข้างกว้างขวางพอสมควร ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มก่อนหยุดยืนมองบ้านสองชั้นหลังใหญ่ที่สวยจนต้องเอ่ยปากชม
“โอ้โห บ้านของพ่อหลังใหญ่จังเลยครับ”
คนรถขนของเข้าบ้านให้เธอแม้ว่าหญิงสาวจะพยายามแย่งมาถือก็ไม่สำเร็จ เขาไขกุญแจเข้ามาข้างในพบว่าได้รับการทำความสะอาดจากแม่บ้านเป็นที่เรียบร้อย พร้อมสำหรับเข้าอยู่แล้วยังมีของสดเตรียมไว้เพื่อทำอาหาร ข้าวของเครื่องใช้เตรียมไว้ครบหมดแล้ว
“อยู่ที่นี่ไปก่อนแล้วกัน เอาไว้ผลออกเมื่อไหร่ค่อยมาคุยกันอีกทีว่าจะเอายังไงต่อไป” เขาหันมาบอกหล่อนก่อนจะเดินไปหยุดตรงหน้าลูกชาย
“ค่ะ” เธอตอบรับง่ายดาย ก่อนมองสองพ่อลูกที่พูดคุยกัน
“พ่อจะไปไหนเหรอ” มาส่งแม่ลูกถึงบ้านก็ถึงเวลาที่ต้องจัดการบางอย่าง เขาจึงต้องเข้าบริษัทหลังจากให้คนของตัวเองไปสืบเรื่องของเธอตลอดระยะเวลาสิบเอ็ดปีที่ผ่านมา อยากรู้ว่าหญิงสาวใช้ชีวิตอย่างไร
ผ่านผู้ชายมาเยอะแค่ไหนแล้ว...
“ทำงาน เสร็จแล้วจะกลับมา” วางมือลงบนศีรษะบางแล้วลูบไปมาด้วยความเอ็นดู แม้จะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นพ่อเด็กหรือเปล่าก็ตาม เพราะความน่ารักของรวิกานต์ที่ต่างจากคนเป็นแม่อย่างเห็นได้ชัด เขาจึงมองเด็กชายด้วยแววตาอ่อนโยน และภาพตรงหน้าทำให้หล่อนต้องเบือนไปมองทางอื่น
ไม่คิดว่าสองพ่อลูกจะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ที่สำคัญไม่นึกว่าจะได้เข้ามาในชีวิตของธนนท์ปภพ สวรรค์กลั่นแกล้งหล่อนหรืออย่างไร
“ครับ ผมจะรอพ่อนะ!” เด็กน้อยบอกเสียงตื่นเต้น เขาจึงพยักหน้าก่อนเดินออกจากบ้านไม่เหลียวมองหล่อนด้วยซ้ำ
“เรื่องวันนี้ห้ามแพร่งพรายบอกใครเด็ดขาด เข้าใจใช่ไหมครับ” ขึ้นมานั่งบนรถก็กำชับคนของตัวเอง แล้วดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะรีบรับคำแข็งขัน
“ครับคุณหนึ่ง”
เรื่องของเขากับอัญชิสายังคงเป็นความลับ จะไม่ให้ใครล่วงรู้เป็นอันขาด!
บ้านหลังใหญ่ที่สองแม่ลูกได้มาอาศัยค่อนข้างต่างจากชีวิตสิบเอ็ดปีที่ผ่านมา ถึงเธอจะไม่ได้ร่ำรวยเงินทองแต่ก็ไม่ได้เลี้ยงลูกให้ลำบาก มีงานสอนรำซึ่งทำประจำแล้วก็รับทำงานบัญชีเป็นรายได้เสริม มีเงินเก็บบางส่วนเพื่อสนับสนุนในการเรียนและใช้ชีวิตของบุตรชายเพียงคนเดียว ส่วนตัวเองไม่ค่อยใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายเท่าไหร่
เจ้าของบ้านที่มาส่งพวกเขาไว้หายไปกว่าหนึ่งสัปดาห์ ไม่อาจทราบได้ว่าอีกฝ่ายหายไปไหนหรือทำอะไร สิ่งที่ทำได้อย่างเดียวก็คือรอคอย เธอไม่ได้รู้สึกว่าต้องรอคอยเท่ารวิกานต์ที่ชะเง้อมองหาบิดาแทบทุกวัน มักจะมาถามเสมอว่าตอนไหนพ่อจะมาซึ่งหล่อนก็ไม่มีคำตอบให้อีกฝ่าย ตนก็ไม่ทราบเช่นเดียวกัน
แต่ละวันจะมีแม่บ้านมาทำความสะอาดและทำอาหารให้พวกเธอ แต่หญิงสาวก็จัดการทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว เธอใช้เวลาว่างทำงานบ้านและทำอาหารให้ลูกชายและเผื่อคนที่ไม่ได้กลับมาด้วย หากเขามาโดยไม่บอกจะได้ไม่ต้องทำอาหารเพิ่ม
กลับกลายเป็นว่าอาหารเหลือจนได้แจกให้คนที่มาดูแลตนนำกลับไปรับประทานที่บ้าน
เพราะธนนท์ปภพไม่โผล่มาเลย...
ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั
เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า
“อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่
๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว
ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล







