เข้าสู่ระบบ๑๓
ไม่เคยเป็นที่หนึ่ง
การรอคอยเหมือนจะยาวนานในความรู้สึกเธอ ทราบจากธนนท์ปภพว่าวันนี้บุตรชายจะกลับบ้านก็ลุกแต่เช้ามาเตรียมอาหารไว้เรียบร้อย ถึงร่างกายของตัวเองจะระบมจากเมื่อวันก่อนที่ถูกเขารังแกตั้งแต่บ่ายจนถึงดึก แล้วปล่อยให้เธอนอนหลับไปทั้งอย่างนั้น
ตื่นมาพบความว่างเปล่าก็ต้องหอบร่างกายบอบช้ำกลับมาทำความสะอาดร่างกายที่ห้องของตัวเอง ร้องไห้ปริ่มขาดใจกับความเจ็บปวดที่ได้รับ คล้ายวิญญาณถูกกระชากไปบางส่วนพบเพียงความหมองเศร้าที่ทำให้ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ
แต่แล้วลูกชายก็มาฉุดรั้งหัวใจที่แตกสลาย ประกอบกลับขึ้นมาใหม่ให้ใช้ได้ดังเดิม จำต้องยอมทุกอย่างเพื่อให้ได้พบหน้าลูก
เพราะรวิกานต์คือแสงสว่างเดียวในชีวิตของหล่อนตอนนี้...
คนเดียวที่รักเธออย่างจริงใจ...
“แม่ครับบบบ!” นั่งรอลูกชายอย่างใจจดจ่อ ก่อนได้ยินเสียงคุ้นเคยทำให้รีบวิ่งออกมาหน้าบ้าน แย้มยิ้มกว้างมองเด็กน้อยที่วิ่งเข้ามาแล้วโผกอดกันด้วยความคิดถึง เธอยิ้มกว้างด้วยความสุขโดยที่มีน้ำตาคลอเต็มเบ้า
ความรู้สึกคิดถึงเอ่อล้นใจ พร้อมกับรู้สึกได้ว่าที่พึ่งเดียวของตัวเองกลับมาแล้ว เธอไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าการมาของเด็กชายทำให้พลังกายที่แทบจะหมดไปถูกเรียกกลับมาใหม่อีกครั้ง กลายเป็นความสุขที่หญิงสาวไม่อยากให้ถูกพรากไปไหน
อยากกอดลูกชายแบบนี้ตลอดไป...
“รวิ กลับมาแล้ว” กระซิบข้างหูเด็กน้อยเหมือนต้องการพูดกับตัวเอง
“คิดถึงแม่มากๆ เลยครับ” เจ้าตัวได้ยินก็โอบกอดแม่เอาไว้พร้อมบอกด้วยน้ำตาคลอเบ้า อุตส่าห์กลั้นเอาไว้ได้ตลอดการเดินทาง แต่เพียงแค่พบแม่ก็ทำให้เผยด้านอ่อนแอออกมา อยู่ด้วยกันตลอดเวลาเพิ่งได้ห่างกันไม่แปลกที่จะคิดถึง
ทั้งที่บอกพ่อว่าไม่ร้องไห้ ไม่กล้าพูดความจริงว่านอนกอดรูปแม่ร้องไห้ทุกคืน อยากกลับบ้านก็ต้องอดกลั้นเอาไว้ บอกตัวเองว่าโตแล้วห้ามสร้างปัญหาเด็ดขาด จนถึงวันที่ได้สวมชุดสีขาวที่มีเกียรติกลับมาบ้านให้แม่เห็นครั้งแรก
“แม่ก็คิดถึงรวิ” เธอผละออกก่อนจะมองลูกเต็มตาเป็นครั้งแรก รีบปาดน้ำตาออกอย่างรวดเร็วแล้วจับจูงมือกันเดินเข้าบ้าน โดยที่ร่างสูงซึ่งยืนอยู่ข้างหลังเหมือนคนไร้ตัวตนจนเขานึกหงุดหงิดเพราะโดนเมินจากร่างบาง
ตนไม่ได้เรียกร้องความสนใจ กลับหันไปมองคนรถให้ยกกระเป๋าของรวิกานต์เข้าไปในบ้าน สองแม่ลูกได้โอกาสพูดคุยด้วยความคิดถึง
“ทำทอดกระดูกหมูไว้ให้ด้วยนะ ข้าวเหนียวนุ่มๆ ก็มีเต็มกระติ๊บเลย” ของโปรดที่ทำเตรียมไว้สร้างความดีใจแก่บุตรชายเป็นอย่างมาก กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจส่วนเธอก็มองเด็กน้อยแล้วยิ้มกว้างเช่นเดียวกัน
“เย้ๆๆ”
ปล่อยให้ลูกไปล้างไม้ล้างมือ ส่วนตนก็นำกระเป๋าของรวิกานต์ไปเก็บบนห้อง เมินเฉยต่อชายหนุ่มร่วมบ้านเพราะยังจดจำต่อสิ่งที่เขาทำกับตนได้เป็นอย่างดี นึกโกรธเขาแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าหัวใจยังรักอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน
เธอเกลียดตัวเองที่ความรู้สึกขัดแย้งกันมากขนาดนี้
“อร่อย...แม่ทำอร่อยทุกอย่างเลย” นั่งเฝ้าลูกกินอาหารแล้วก็ยิ้มอย่างมีความสุข เธอทำกับข้าวเพื่อลูกชายโดยเฉพาะ ทำให้ร่างสูงจำต้องระเห็จตัวขึ้นไปอยู่บนห้องของตัวเอง ปล่อยสองแม่ลูกใช้เวลาร่วมกันเพราะไม่ได้พบหน้าเกือบเดือน
“ปรับตัวได้แล้วใช่ไหม”
“ครับ อยู่กับเพื่อนก็สนุกดี” พยักหน้าแล้วยิ้มกว้างไม่อยากให้แม่เป็นห่วง เธอได้ยินอย่างนั้นก็ค่อยเบาใจ
“ดีแล้วล่ะ...” ชวนลูกคุยอย่างสนุกสนานจนอีกฝ่ายกินข้าวอิ่ม แล้วชวนกันไปปลูกต้นไม้ที่หลังบ้านเพราะเธอได้เมล็ดพันธ์ผักจากที่ฝากธนนท์ปภพซื้อ จึงใช้เวลาร่วมกับลูกชายเหมือนที่ผ่านมา สร้างเสียงหัวเราะจนคนที่อยู่บนบ้านต้องเปิดม่านมามองว่าสองแม่ลูกทำอะไร
ภาพที่เห็นสร้างความอบอุ่นในหัวใจของเขาได้ในทันที ครอบครัวที่เคยฝัน ภาพที่อยากเห็นมาตลอด แต่น่าเสียดายที่หล่อนหักหลังกันอย่างเลือดเย็น เขาจึงไม่คิดจะให้ความรักอยู่เหนือการควบคุมอีกต่อไป
เจ็บแล้วก็ต้องจำ เธอไม่ใช่คนที่ควรเอามาอยู่เคียงข้าง...
สองแม่ลูกใช้เวลาด้วยกันอย่างมีความสุข ก่อนเด็กชายจะทราบข่าวดีว่าบิดากำลังจะพาไปเที่ยวน้ำตก สร้างความดีใจเป็นอย่างมากจนกระโดดโลดเต้นยกใหญ่ เข้ามาถามธนนท์ปภพแววตาเป็นประกายต่างจากร่างบางที่อยากอยู่บ้าน ไม่ต้องการไปเที่ยวไหนทั้งสิ้นเพราะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว
ความจริงก็เป็นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว อาจเกิดจากการถูกรังแกทางร่างกายอย่างหนัก แล้วเธอยังอาบน้ำนานอีก พอมาวันนี้ก็ลงสวนปลูกผักกับลูกเกือบทั้งวัน จนตอนนี้ร่างกายเริ่มประท้วงว่าไม่ไหวจนอยากล้มตัวลงนอน แต่เขากลับมาบอกว่าจะพาไปเที่ยวซะอย่างนั้น
“จริงเหรอครับ! พ่อจะพาไปเที่ยวน้ำตกจริงเหรอ” เห็นลูกตื่นเต้นดีใจก็ไม่กล้าพูดอะไร
ตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยพารวิกานต์ไปเที่ยวไหนเลย ไกลสุดก็แค่สวนน้ำในเมืองหลวง แต่ตอนนี้จะได้ไปเที่ยวธรรมชาติซึมซับบรรยากาศ มีพ่อแม่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาทำไมจะไม่อยากไป หล่อนเข้าใจหมดทุกอย่างเพียงแต่ไม่อยากออกจากบ้าน
“จริง” เขาย้ำแล้วเหลือบมองร่างบางที่เงียบไม่ยอมเปิดปาก
“เย้ๆ ผมจะรีบไปเก็บของครับ” ไม่เพียงแค่พูดเปล่าเขายังเลือกจะชวนไปตอนนี้ซึ่งก็เป็นช่วงบ่ายแก่แล้ว หล่อนเหนื่อยเกินกว่าจะเดินทางแต่รู้ดีว่าลูกชายคงไม่ปล่อยให้ตนอยู่บ้านเป็นแน่ ลอบถอนหายใจเสียงเบาด้วยความเหนื่อยหน่าย
ขณะที่ลูกชายรีบเดินแกมวิ่งขึ้นไปชั้นบนอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงผู้ใหญ่สองคนที่ยืนตามลำพัง เธอคิดจะเดินขึ้นชั้นบนตามรวิกานต์เพื่อเก็บของ กลับถูกมือหนาคว้าแขนเอาเสียพร้อมกับดึงเข้ามาใกล้แล้วถามเสียงเข้ม
“อย่าทำหน้าไม่เต็มใจไปได้ไหม ฉันทำเพื่อรวิไม่ได้อยากไปกับเธอมากนักหรอก” คำพูดแทงใจดำกับสายตาของเขาที่มองมายิ่งทำให้เธอเจ็บปวดมากกว่าเดิม ปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นจ้องเขากลับไม่ยอมหลบสายตา
“ค่ะ” ตอบสั้นกลัวว่าถ้าพูดยาวน้ำตาจะร่วงหล่นประจานความอับอายให้ตัวเอง
ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั
เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า
“อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่
๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว
ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล







