แชร์

๑๔ นกต้องโบยบิน (๔)

ผู้เขียน: Kaowsethong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-25 17:40:34

“เธอรู้หรือเปล่าเรื่องที่พ่อแม่เธอไปต่างประเทศ” เหมือนว่าระหว่างพวกเราเลือกจะไม่กล่าวถึงประเด็นอ่อนไหวของครอบครัวเธอมาตลอด เป็นครั้งแรกหลังจากได้มาอยู่กับเขาแล้วอีกฝ่ายพูดขึ้นมา ร่างบางจึงละมือจากสิ่งที่ตัวเองทำ

            “ค่ะ พอจะทราบ” แม้จะอยู่ไกลก็รู้ว่าโรงงานของพวกท่านล้มละลาย ทุกอย่างสูญสิ้นในพริบตาจนต้องขายบ้านขายรถแล้วไปอยู่ต่างประเทศกับญาติ ตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ไม่มีช่องทางการติดต่อเหมือนคนที่ตายจากกันไปแล้ว

            “แล้วรู้ไหมว่าคนที่ทำให้ครอบครัวเธอล้มละลายคือฉัน...” คนฟังถึงกับชะงัก

            “ทำไมคะ”

            “แก้แค้นมั้ง...ฉันมันพวกแพ้แล้วพาลไม่ค่อยยอมรับความพ่ายแพ้ของตัวเองเท่าไหร่ อีกอย่างโรงงานของพ่อเธอก็ไม่ได้มาตรฐาน ของที่ทำให้ก็ต่ำกว่ามาตรฐานแต่เรียกเงินสูง แบบนั้นมันทุเรศมากเกินไป” พูดแล้วใส่อารมณ์เข้าไปด้วยโดยที่เธอไม่ได้เอ่ยขัด นั่งฟังอย่างเดียวไม่แสดงความคิดเห็นทำให้เขายิ่งหงุดหงิดกับการนิ่งเงียบของเธอ

            “ค่ะ คุณมีสิทธิ์ทำทุกอย่างนี่คะ”

            “ประชดเหรอ” เขาหันมามองหล่อนที่นั่งทำงานถักอยู่ตรงโซฟา ติดกับห้องครัวที่ตนกำลังรับประทานอาหาร ตอนนี้เริ่มไม่หิวเสียแล้วจึงเลือกจะวางช้อนส้อมก่อนหันมองคนที่ก้มหน้าถักผ้าพันคอราวไม่สนใจสิ่งที่ตนพูด

            “เปล่าค่ะ แค่พูดไปตามความจริง” เงยหน้าสบตาเขา ไร้วาจาเอื้อนเอ่ยมีเพียงความว่างเปล่าชวนใจหาย จนร่างหนาต้องหันกลับมารับประทานอาหาร ปล่อยความเงียบโอบล้อมพวกเราเอาไว้ ก่อนที่เธอจะง่วงจนผล็อยหลับไปบนโซฟา

            ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เปลือกตายังปิดสนิทจนรู้สึกตัวอีกทีเมื่อมือหนาเขย่าที่ไหล่เพื่อต้องการปลุก จึงได้สติกลับมาอีกครั้งแล้วมองไปรอบบ้าน ก่อนหยุดสายตาที่ร่างสูงซึ่งจ้องเธอเหมือนกำลังตำหนิ

            “นี่ ตื่นได้แล้ว...ง่วงอะไรขนาดนั้น”

            “มันดึกแล้วนะคะ” มองไปที่นาฬิกาพบว่าจะเที่ยงคืนแล้ว เพิ่งรู้ว่าตัวเองนอนหลับนานขนาดนี้เกือบชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ

            “ขึ้นนอนเถอะ” เขาเห็นแววตาอ่อนล้าของหล่อนก็ถอนหายใจเสียงหนัก ไม่อยากชวนทะเลาะให้เหนื่อยมากกว่านี้ ร่างบางผงกศีรษะรับคำกำลังจะเดินไปเก็บจานชามเพื่อนำไปล้าง ก่อนพบว่าบนโต๊ะอาหารไม่มีจานเหลืออยู่ จึงได้หันไปถามเขา

            “คุณเก็บจานหมดแล้วเหรอ”

            “ใช่” ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำความสะอาดให้ตนด้วยซ้ำ แต่เธอก็เลือกจะเงียบแล้วจ้องมองเขานิ่ง เผลอเม้มปากยามคิดว่าต้องถามเรื่องสำคัญกับเขาสักที

            “คุณจะให้ฉันออกจากบ้านวันไหนคะ” คนที่เริ่มเรื่องกลับกลายเป็นกลัวการพูดถึงเรื่องนี้ ชายหนุ่มเลือกจะตัดบทอย่างรวดเร็วแล้วเอ่ยประชดประชันจนหล่อนต้องรีบแก้ไขความเข้าใจผิด ไม่อยากถูกเขากล่าวหาว่าเป็นหญิงมักมากหลายใจอีก

            “ตอนไหนก็ตอนนั้นแหละ จะถามเซ้าซี้ทำไม มีคนอยากไปอยู่ด้วยแล้วเหรอ”

            “แค่ไม่อยากให้คุณกับแฟนเข้าใจผิดกัน”

            “ไม่ต้องห่วง เขาเข้าใจฉันดี” เขาพูดเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่คนฟังเจ็บไปถึงขั้วหัวใจแล้วเลือกจะยิ้มให้ชายหนุ่มถึงแววตาจะเศร้ามากเพียงใดก็ตาม

            “ขอไปนอนก่อนนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”

            เลี่ยงจะเดินขึ้นบนบ้านเพื่อซ่อนรอยน้ำตาเอาไว้ แล้วดูเหมือนว่าเขาเองก็ไม่ต้องการเผชิญหน้ากับหล่อนเช่นเดียวกัน เราสองคนต่างต้องการพื้นที่ของตัวเอง

            ก่อนที่อีกไม่นานจะต้องพบกับการจากลา...

           

            กลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วเมื่อตื่นเช้ามาก็โก่งคออาเจียนทันที เหนื่อยจนต้องทรุดนั่งลงกับพื้นแห้งพลางคิดว่าสิ่งทีเกิดขึ้นกับตัวเองตอนนี้มันผิดปกติหรือเปล่า อาการเครียดลงกระเพาะหรือเป็นสิ่งที่เธอไม่ต้องการให้เกิดกันแน่

            “อ้วก...” อาเจียนแทบหมดไส้หมดพุงแล้วหยัดกายลุกขึ้นมาล้างปากจนสะอาด แปรงฟันอาบน้ำแล้วแต่งตัวเพื่อลงมาข้างล่าง พลางคิดกับตัวเองว่าสิ่งนี้มันผิดปกติมากเกินไป เป็นมาเกือบสัปดาห์แล้วเพียงแต่ไม่ได้บอกชายหนุ่ม

            เธอเริ่มกลัวจนค่อยยกมือขึ้นทาบทับบนหน้าท้องแบนราบของตัวเอง จำไม่ได้ว่ากินยาคุมครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ส่วนเขาก็แทบจะไม่สวมถุงยางอนามัยเลยสักครั้ง มองปฏิทินก่อนไล่วันที่เป็นประจำเดือนครั้งล่าสุด

            “ไม่จริงน่า...อย่าเป็นแบบนี้สิ”

            ประจำเดือนไม่มาเกือบสองสัปดาห์แล้ว...

            ใบหน้าหวาดซีดเผือดด้วยความกลัว ไม่รอช้าเธอรีบเดินออกจากบ้านแล้วตรงไปที่ร้านขายยาหน้าหมู่บ้าน ถึงจะถูกห้ามก็ไม่สนใจเพราะความกังวลเกาะกินใจจนไม่สนว่าเขาจะบ่นหรือเปล่า วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในร้านพร้อมกับบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการ

            “ซื้อที่ตรวจครรภ์สองอันค่ะ”

            “ขอบคุณค่ะ”

            ได้รับที่ตรวจครรภ์มาก็เก็บใส่กระเป๋าทันที ขณะที่กำลังจะกลับบ้านก็นึกขึ้นมาได้จึงซื้อยาแก้ปวดหัวไปสองแผง เผื่ออีกฝ่ายทราบว่าตนมาร้านขายยาจะได้ใช้เป็นข้ออ้าง เดินกลับมาที่บ้านหลังใหญ่อีกครั้งก่อนพบรถยนต์ที่คุ้นเคย

            “ไปไหนมา” ยังไม่ทันก้าวเข้าบ้านคนตัวสูงก็เดินออกมาถามด้วยใบหน้าเคร่งขรึม อุตส่าห์มาหาหล่อนกลับพบเพียงบ้านที่ว่างเปล่า จนต้องดูจากกล้องวงจรปิดจึงพบหล่อนออกไปข้างนอกทั้งที่สั่งห้ามไว้แล้ว

            “ซื้อยาแก้ปวดหัวค่ะ” เธอยื่นให้เขาดูว่าไปซื้อยาแก้ปวดหัว ใจเต้นรัวกลัวจะถูกค้นกระเป๋า แต่เหมือนว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้สนใจเท่าไหร่

            “คราวหลังให้คนอื่นไปซื้อก็ได้”

            “ค่ะ” คืนยาให้หญิงสาวแล้วเดินกลับเข้ามาในบ้าน

            อัญชิสาเดินตามเขาแล้วลอบถอนหายใจโล่งอก เธอเดินเข้าครัวเพื่อไปรินน้ำมาดื่มหลังจากเหนื่อยในการเดินไปร้านขายยา ซ่อนที่ตรวครรภ์เอาไว้ในกระเป๋าอย่างมิดชิด ไม่มีวันให้เขารู้เป็นอันขาดว่าตนไปซื้อของสำคัญอะไรมา

            “ฉันจะต้องไปงานที่กรุงเทพฯ อาจจะไม่ได้มาที่นี่หลายวัน...” นำน้ำมาเสิร์ฟชายหนุ่มตามปกติ ก่อนทราบว่าเขากำลังจะไปทำธุระที่อื่น ใบหน้าหวานเรียบเฉยคล้ายไม่ได้สนใจ เลือกจะตอบเขาตามความเข้าใจของตัวเอง

            “คุณก็บอกแต่แรกอยู่แล้วนี่คะว่าจะไม่ค่อยมาแล้ว”

            นั่นสินะ...เขาบอกเธอว่าจะไม่ค่อยมา

            แต่กลับมาหาเธอทันทียามว่าง ทว่าต่อจากนี้คงไม่สามารถมาบ้านหลังนี้ได้อีกแล้ว เพราะตนกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่เหมาะสมและคู่ควร

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status