แชร์

๑๕ ปลดหินในใจ (๑)

ผู้เขียน: Kaowsethong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-25 17:40:56

๑๕

ปลดหินในใจ

            ร่างสูงยังคงนั่งนิ่งส่วนเธอก็กระวนกระวายใจอยากเอาของไปเก็บในห้องให้ปลอดภัยกว่านี้ ไม่รู้ว่าสิ่งที่กังวลจะเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า แต่หล่อนกลัวว่าหากเป็นอย่างที่นึกกลัวเขาจะไม่ยอมให้เธอได้จากไป คงถูกเก็บเป็นเมียน้อยในบ้านสักหลังของธนนท์ปภพซึ่งหล่อนไม่ต้องการเป็นที่สองของใคร

            ปกปิดความตื่นเต้นของตัวเองไว้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ขณะที่ร่างสูงดื่มน้ำหมดก็วางแก้วไว้บนโต๊ะตรงหน้า บรรยากาศระหว่างเราเต็มไปด้วยความเงียบ เขาไม่พูดอะไรส่วนเธอก็ไม่ได้ชวนคุยต่างตกอยู่ในภวังค์ของตัวเอง เขานั่งไขว้ห้างแล้วเคาะนิ้วลงบนหน้าขาอย่างใช้ความคิด มองเธอนิ่งพร้อมความรู้สึกบางอย่างที่ผุดขึ้นมา

            ไม่อยากปล่อยหล่อนไป...

            นั่นคือความต้องการแท้จริงที่เขาไม่ชอบเอาเสียเลย มันทำให้รู้สึกอ่อนแอจนนึกรำคาญตัวเองที่กลับเข้าไปในวังวนเดิม

            การเจ็บปวดจากความรัก เพราะสิ่งที่เธอทำในอดีตไม่ใช่เรื่องจะให้อภัยได้ง่าย ทั้งยังความรู้สึกไม่ไว้ใจที่เขามีต่อหญิงสาว มันจะย้อนกลับมาทำลายเราสองคนอย่างแน่นอน ทางที่ดีคือต้องปล่อยหล่อนแล้วคงไว้แค่สถานะพ่อแม่ของลูก

            ถอนหายใจเสียงหนักแล้วเบือนหน้าไปทางอื่น ดวงตาคมหลับนิ่งแล้วเอ่ยกับเธอเสียงเบา ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงทำเช่นนี้ แต่เหมือนว่าเขายังไม่พร้อมจะปล่อยมือ อยากยื้อเวลาที่อยู่ด้วยกันให้นานกว่านี้สักหน่อย

            “เตรียมน้ำไว้ให้ฉันหน่อย” รู้ทันทีว่าเขาต้องการอะไร แล้วหล่อนก็ไม่อยากอยู่ตรงนี้เช่นกัน จึงรีบรับคำชายหนุ่มพร้อมลุกยืนอย่างรวดเร็ว กระชับสายกระเป๋าสะพายแน่นพร้อมกับดวงตาที่หลุบลงมองพื้นไม่กล้าจะสบตาคม หัวใจเต้นรัวกลัวอีกฝ่ายเห็นถึงความผิดปกติของตัวเอง

            “ค่ะ”

            ก้าวเท้าขึ้นบันไดอย่างรวดเร็ว สิ่งแรกที่ทำคือเข้าห้องนอนตัวเองนำที่ตรวจครรภ์ซ่อนไว้ในกองเสื้อผ้าที่ใส่แล้ว ก่อนวางกระเป๋าแล้วรีบไปห้องเขาเพื่อเปิดน้ำใส่อ่างให้ชายหนุ่มได้อาบ สัมผัสอุณภูมิให้แน่ใจว่าอุ่นพอหรือยัง ใส่บาทบอมบ์ลงไปเพื่อให้เกิดฟองและสบู่กลิ่นหอมละมุนที่อีกฝ่ายชอบ

            เมื่อทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จก็คิดจะออกจากห้อง แต่ยังไม่ทันก้าวไปไหนเขาก็มายืนซ้อนหลังโดยทั้งตัวมีเพียงผ้าเช็ดตัวพันกายด้านล่างผืนเดียว หล่อนเห็นอย่างนั้นก็ตระหนกจะเบี่ยงกายหลบแต่ไม่ทันเพราะอีกฝ่ายคว้าไหล่บางเอาไว้แล้วสั่งเสียงเข้ม

            “ถอดเสื้อผ้าแล้วลงมานั่งด้วยกัน”

            “ฉันไม่อยาก...” เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอคิดจะส่ายหน้าปฏิเสธแต่เขากลับไม่ยอม ใช้สายตาบังคับทำตามความต้องการของตัวเอง

            “รีบถอด” มือหนาเริ่มปลดผ้าเช็ดตัวจนร่างกายเปลือยเปล่า หล่อนเบือนหน้าหนีไม่กล้ามองยามที่เขาก้าวลงไปนั่งในอ่างแล้วส่งสายตาเชิญชวน แต่ในใจของอัญชิสาเต็มไปด้วยความกังวล กลัวจะถูกชายหนุ่มรังแกจึงรีบพูดดัก

            “ไม่ทำได้ไหมคะ ฉันรู้สึกไม่สบายตัว” ส่งแววตาเว้าวอนให้เขา แล้วดูเหมือนร่างสูงจะหงุดหงิดที่เธอมองตนว่าเป็นพวกมักมาก จึงพยักหน้าแล้วกวักมือเรียกด้วยความหงุดหงิดเพราะรู้สึกว่ารอนานแต่หล่อนก็ยังอิดออดไม่ยอมถอดเสื้อผ้าสักที

            “ไม่ทำหรอกน่า รีบลงมาได้แล้ว”

            ไม่มีทางปฏิเสธได้เพราะประกาศิตของเขาถือเป็นสิทธิ์ขาด จำต้องถอดเสื้อผ้าจนร่างกายเปลือยเปล่า แม้ว่าอีกฝ่ายจะเห็นหมดแล้วแต่ก็รู้สึกเขินอายจนต้องรีบก้าวลงนั่งในอ่างอาบน้ำที่เคยมีความทรงจำของเรา เคยถูกร่างหนารังแกในนี้แต่ก็ต้องยอมรับว่าเต็มใจให้รังแกมากกว่าถูกบังคับ

            เขาคว้าเธอมานั่งบนตักอย่างรวดเร็ว แผ่นหลังบางจึงสัมผัสกับอกกว้างก่อนที่แขนแกร่งจะกอดเอวคอดเอาไว้ราวหวงแหน ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจในการกระทำของชายหนุ่มแต่สักพักก็ปรับตัวได้นั่งนิ่งอย่างเดียวแล้วภาวนาอย่าให้อีกฝ่ายทำมากกว่านี้

            หล่อนไม่พร้อมกับการถูกล่วงล้ำ...

            “ฉันหาที่อยู่ให้เธอได้แล้ว กลับมาจะพาไปดูบ้านหลังใหม่ อาจจะอยู่ห่างออกไปหน่อยแต่กว้างขวางสะดวกสบาย ใกล้ตลาดแล้วก็ติดถนนใหญ่ เผื่อเธอจะขายของก็ค่อนข้างสะดวกเลยล่ะ” แต่น่าแปลกที่คราวนี้เขาทำแค่กอดเอาไว้เพียงหลวม แล้วเอ่ยในสิ่งที่ทำให้เธอค่อนข้างตกใจพอสมควรเนื่องจากตอนแรกคิดว่าจะถูกเขาปล่อยไปแล้วเสียอีก

            เธอแค่รอเวลาให้ตัวเองได้ออกจากบ้านหลังนี้ กลายเป็นว่าเพียงแค่ย้ายที่อยู่จากบ้านหลังนี้ไปยังอีกหลัง แต่สถานะของหล่อนก็ยังเหมือนเดิม

            เป็นแค่เมียเก็บ...ที่ห้ามมีตัวตนต่อสาธารณะ

            คิดแล้วเจ็บปวดจนต้องเม้มปากตัวเองไว้แน่น ร้อนผ่าวที่ขอบตาก็ยังพยายามจะไม่ร้องไห้ให้เขาเห็น เธออยากแสดงด้านเข้มแข็งของตัวเองมากกว่า

            รู้ดีว่าความรู้สึกของตัวเองคือยังรักพ่อของลูกหมดใจ แต่เขากลับไม่รักกันเลยแถมยังคิดจะกักขังเธอไว้ให้เป็นเพียงของเล่น ยิ้มเยาะตัวเองที่เคยคิดฝันไปไกลว่าเรื่องในอดีตอาจถูกลบล้างเมื่อยอมทำตามคำสั่งของเขา

            แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้นเลย...เขาไม่เคยให้อภัยกันแล้วผลักหล่อนเป็นเพียงเมียเก็บ

            ไม่รักและยังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            “ถ้าวันไหนฉันว่างจะไปหา” เขาดึงเธอเข้ามาใกล้กว่าเดิมแล้วเกยคางที่ไหล่บาง เหมือนตกลงสถานะให้หล่อนเรียบร้อยแล้วว่าควรอยู่ตรงไหน

            ซึ่งเธอไม่เต็มใจจะอยู่ตรงนี้...

            “แล้วภรรยาของคุณจะไม่ว่าเหรอ” ถามเสียงเบาคล้ายละเมอ ใจแตกเป็นเสี่ยงจนไม่สามารถประกอบกลับมาให้เหมือนเดิมได้แล้ว ดวงตากลมเหม่อมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย เธอไม่มีคำใดจะพูดเพราะต่อให้บอกไปว่าไม่เต็มใจก็ถูกบังคับเหมือนเดิม

            “แค่ไปหาตามประสาเพื่อน เขาไม่ว่าหรอก” แสยะยิ้มเมื่อได้ฟังอย่างนั้น ค่อยเอนกายพิงอกกว้างทำให้เขาต้องยืดกายตรง โอบเอวบางเอาไว้เหมือนเดิมแล้วกระชับให้แน่นขึ้น แม้ว่าเราสองคนจะอยู่ใกล้กันแต่เขากลับสัมผัสได้ถึงความห่างเหินและเรากำลังเริ่มไกลกันมากขึ้นเรื่อยๆ

            “ค่ะ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status