แชร์

๑๔ นกต้องโบยบิน (๓)

ผู้เขียน: Kaowsethong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-25 17:40:17

“มึงมีลูกชายหรือไง ขนาดเมียยังไม่มี...กำลังจะมีนี่หว่า” เพิ่งนึกได้ว่าธนนท์ปภพประกาศแต่งงาน จึงได้เปลี่ยนคำพูดอย่างรวดเร็ว แต่คนที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กลับหน้านิ่วคิ้วขมวด เขาคิดไม่ตกกับความรู้สึกของตัวเอง

            นานแค่ไหนแล้วที่ไม่เคยพูดเรื่องความรักกับใคร แต่ตอนนี้ไม่อาจเก็บไว้คนเดียวได้อีกต่อไป จึงเลือกจะถามเพื่อนที่น่าจะสันทัดเรื่องนี้มากกว่าตน

            “กูถามหน่อยสิ ถ้าผู้หญิงคนหนึ่งเคยทำร้ายมึงในอดีต นอกใจ หลอกเอาเงิน ผลักสถานะชู้ให้มึง...เป็นมึงจะยอมยกโทษให้หรือเปล่า” คนฟังขมวดคิ้วมุ่นแล้วคิดตามคำพูดนั้น ก่อนตอบในทันทีตามความรู้สึกและอารมณ์ร่วมอันแสนรุนแรง

            “ไม่สิ ทำขนาดนั้นต้องตายกันไปข้าง ซึ่งคนที่ตายไม่ใช่กูแน่” เขาแสยะยิ้มร้ายทำให้คนมองยิ่งหนักใจมากกว่าเดิม

            เขาเลือกจะเดินออกมา คิดทบทวนแล้วว่าวิธีนี้ดีกับทุกฝ่าย เพราะเขาไม่มีทางลืมเรื่องในอดีต และไม่อาจยกโทษให้อัญชิสาได้ ถ้ากลับไปก็มีแต่จะทะเลาะกัน ไม่ส่งผลดีต่อบุตรชายอย่างรวิกานต์เป็นแน่

            ที่สำคัญเขาไม่รู้ว่าจะเชื่อใจเธอได้มากน้อยแค่ไหน...

            “เครียดมากเหรอวะ” เห็นหน้าเพื่อนจึงได้ถามด้วยความเป็นห่วง

            “ไม่รู้ สมองกับหัวใจเหมือนจะสวนทาง แต่กูเคยเลือกหัวใจแล้วมันเจ็บคราวนี้เลยต้องเลือกสมอง มึงว่าไง...กูทำถูกไหม” เขาเคยเจ็บมาแล้วและมันสาหัสเป็นอย่างมากจนไม่อยากกลับไปเจ็บแบบนั้นอีก จึงพยายามหาทางให้ตัวเองไม่ต้องพานพบกับความทุกข์อย่างในอดีต

            หล่อนไม่น่ากลับเข้ามาในชีวิจของเขาเลย

            “ไม่รู้ว่ะ กูไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่จะตัดสินใจอะไรได้ ขนาดของกูยังเกือบไม่รอดเลย” เรื่องความรักค่อนข้างเข้าใจยากพอสมควร จะให้คำปรึกษาเพื่อนทั้งที่ในอดีตตัวเองก็ไม่ได้เก่งเรื่องนี้ก็ดูเหนือความสามารถเกินไป

            ไม่มีคำตอบจากธนนท์ปภพนอกจากความเงียบเพียงอย่างเดียว หนุ่มชาวไร่เห็นอย่างนั้นก็ขยับเข้ามาใกล้ ถามตามประสาคนอยากรู้เรื่องเพื่อน เพราะเริ่มมั่นใจแล้วว่าการแต่งงานของคนข้างกายไม่ได้เกิดจากความรัก

            “ตกลงกับคนนี้ไม่ได้รักเหรอ”

            “ไม่ได้รัก” ตอบตามความจริงไม่ปิดบัง เล่นเอาไตรเตชินไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไร จึงทำได้เพียงส่งเสียงครางรับทราบ จนคนที่กำลังพ่นควันต้องหันมามองแล้วถามเสียงหงุดหงิด

            “เออ...อ่า...อ้อ...”

            “ครางเหี้ยอะไร”

            “ไม่มีอะไรจะพูดนี่หว่า มึงก็เหี้ยมเหมือนกันนะ จะแต่งงานแล้วยังมานั่งเครียดเรื่องความรักอีก” ยอมรับโดยดุษณีไม่มีสิ่งใดจะปฏิเสธ เขาสับสนกับการตัดสินใจครั้งนี้เป็นอย่างมาก แต่เมื่อเลือกแล้วก็ไม่คิดที่จะกลับไปแก้ไขอีก

            เขาไม่อยากเดินถอยหลังแล้วพบว่าตัวเองจะตกเหวอีกแล้ว...

            แต่การจะมูฟออนไปข้างหน้าทั้งที่ยังมีความรู้สึกติดค้างในใจมันก็ยากเหลือเกิน

            “เหนื่อยว่ะ” บ่นพึมพำแล้วบดขยี้บุหรี่จนไฟดับ เอามือล้วงกระเป๋าแล้วถอนหายใจก่อนเหม่มองฟ้ากว้างที่เป็นสีดำทึบ ไร้แสงจากดวงดาวกระทั่งแสงนวลของพระจันทร์ยังส่องไม่ทั่วฟ้า เหมือนกับใจของเขาที่มืดครึ้มไม่รู้ว่าวันไหนจะกลับมาสว่างได้อีกครั้ง

            “กูไปก่อน เมียเรียกแล้ว” อยากให้คำปรึกษาแต่ภรรยาก็ส่งข้อความมาตามเพราะอยากกลับบ้านไปหาลูกสาว เขาจึงเลือกจะปลีกตัวออกมา แต่ก็ไม่วายตบบ่าเป็นการให้กำลังใจเพื่อนสนิท

            “อือ ไว้เจอกัน”

            เขาโบกมือลากับไตรเตชินก่อนยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นหลายนาทีเพื่อไล่กลิ่นบุหรี่ออกจากกาย ค่อยตัดสินใจกลับเข้ามาในงานเหมือนเดิม ทักทายผู้คนที่เข้ามาคุยด้วยตามมารยาท แล้วพาน้องสาวกลับบ้านในเวลาต่อมา

            ไม่รู้ว่าป่านนี้หล่อนจะเป็นอย่างไรบ้าง...

            ทั้งที่บอกตัวเองไม่ให้คิดถึง แต่ก็อดไม่ได้จะนึกถึงตลอด...

            “คุณหนึ่ง ทำไมมาดึกนักล่ะคะ” จนเขาไม่อาจต้านทานความคิดถึงไหว ตกเย็นของวันต่อมาแทนที่จะกลับบ้านของตัวเอง ก็เลือกจะไปยังเส้นทางที่ให้หญิงสาวพักอาศัย บ้านหลังใหญ่ที่ปล่อยให้เงียบตอนนี้กลับเต็มไปด้วยร่องรอยของหล่อน

            สวนหลังบ้านที่เคยมีเพียงหญ้าขึ้นก็แปรเปลี่ยนเป็นส่วนพืชผัก สองแม่ลูกช่วยกันปลูกแล้วเธอเป็นคนดูแลจนตอนนี้มันเติบใหญ่

            เดินเข้ามาในบ้านก็พบถึงความอบอุ่นไม่ว่าจะม่านที่เธอเป็นคนปัก ผ้าถักปูโต๊ะรับแขก ปลอกหมอนที่เธอเป็นคนถักลายดอกไม้เช่นเดียวกัน เขาปรายตามองก่อนเมินสิ่งที่ชวนอบอุ่นเพื่อไม่ให้ตัวเองไขว้เขว

            “ง่วง ขับรถกลับบ้านไม่ไหว” ร่างบางออกจากหัวครัวทันทีเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์ พบดวงหน้าหล่ออันคุ้นเคยก่อนเหลือบมองนาฬิกา พบว่าเป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มแล้ว ค่อนข้างดึกพอสมควรจนไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาด้วยซ้ำ

            เขาเคยบอกจะไม่มาที่นี่อีก...

            แล้วทำไมวันนี้ถึงเปลี่ยนคำพูด

            “กินอะไรมาหรือยังคะ” ถามเหมือนทุกครั้งแล้วเขาก็เลือกจะมองหน้าเธอ ไม่ได้ตอบในทันที

            “ยัง” ไม่รู้อะไรดลใจให้ตอบแบบนั้น แต่เขารู้ดีว่าตอนนี้ตนต้องการใช้เวลากับเธอให้มากกว่าเดิม หักห้ามใจตัวเองมากเท่าไหร่ สุดท้ายหัวใจก็ทรยศคอยแต่จะโบยบินกลับไปหาคนที่ทำตัวเองเสียใจเหมือนเดิม

            “เดี๋ยวฉันตั้งโต๊ะให้ค่ะ”

            เธอเลือกจะนำอาหารออกมาอุ่นแล้วตั้งขึ้นโต๊ะให้ชายหนุ่ม ทำอาหารไว้คอยท่าอีกฝ่ายเป็นประจำจนเคยชินไปแล้ว ค่อยทยอยนำอาหารมาเสิร์ฟโดยที่ร่างสูงก็นั่งคอยมองทุกการกระทำของหล่อนด้วยความเจ็บปวด

            ถ้าหล่อนไม่เคยทรยศจนความไว้ใจทั้งหมดของเขาถูกทำลาย เราอาจจะมีวันคืนที่ดีกว่านี้ก็เป็นได้ เขาคงไม่ต้องมานั่งคิดมากอยู่แบบนี้หรอก

            “ฮัลโหล...พรุ่งนี้เหรอ อือ...ว่างพอดี” ระหว่างรับประทานอาหารเธอก็เลี่ยงมานั่งที่ห้องรับแขก ถักนิตติ้งไปพลางโดยไม่เอ่ยอะไร แต่ก็ยังได้ยินเสียงพูดคุยของร่างสูงโดยไม่ต้องคาดเดาก็ทราบในทันทีเพราะน้ำเสียงของเขาค่อนข้างอ่อนโยนกว่าปกติ

            “นัดเจอกันที่สนามกอล์ฟก็ได้ มีกิจกรรมทำด้วยกันน่าจะไม่เบื่อ ชวนเพื่อนมาเล่นด้วยสิยิ่งหลายคนก็ยิ่งสนุก” คนฟังกลืนก้อนสะอื้นลงคอเมื่อได้ยินทุกอย่างกับหูตัวเอง การแต่งงานของเขาคงไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ชายหนุ่มจริงจังกว่าที่เธอคิดเอาไว้เสียอีก

            “ครับ เจอกันพรุ่งนี้”

            วางสายจากพิรมลก่อนที่เขาจะเหลือบมองร่างบาง เห็นว่าหล่อนกำลังตั้งสมาธิอยู่กับงานถักของตัวเอง ปล่อยให้บรรยากาศระหว่างเราสองคนเต็มไปด้วยความเงียบ เขาเกลียดความรู้สึกตอนนี้ที่ทำให้อึดอัดกับความสัมพันธ์ของเรา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status