เข้าสู่ระบบถ้าเขาตัดสินใจแต่งงานแล้วทิ้งเธอไป ประวัติศาสตร์ก็จะซ้ำรอยรอบสอง โดยที่หญิงสาวเป็นผู้ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว มองเธอน้ำตาซึมก่อนวางทุกอย่างไว้เหมือนเดิม รับรู้เรื่องทุกอย่างแต่คิดจะเก็บเงียบเอาไว้
คิดว่าวันไหนหล่อนพร้อม...ก็จะบอกเขาเอง
หัวเรือใหญ่ของเฟื่องรัตน์ภักดีลางานเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ทำให้คนในบ้านต่างตกใจเป็นอย่างมาก นำทีมด้วยมนัสกรที่อยากทราบเรื่องทุกอย่างจึงไปเค้นเจตน์จนสุดท้ายก็ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อีกฝ่ายไม่ได้บอกทั้งหมด พูดเพียงแค่พี่ชายกำลังตามง้องอนคนรักที่เคยคบกันเมื่อสิบเอ็ดปีก่อน แล้วยังมีลูกชายที่เติบโตขึ้นจนเข้าโรงเรียนชายล้วน
ยังไม่ได้พบหน้าหลานชายเลยสักครั้ง ตอนนี้ขอเจอหน้าว่าที่พี่สะใภ้ก่อนแล้วกัน แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้คนที่แอบมาเมียงมองหน้าร้านขายส้มตำถึงกับอึ้ง
บ้านเฟื่องรัตน์ภักดีมากันครบโดยเฉพาะแฟนของน้องสาวที่ขอมาด้วย ทุกคนแอบอยู่หลังเสาขนาดใหญ่ โดยที่ย่อกายลงแล้วโผล่มาเพียงใบหน้าไล่จากมนัสกรที่นั่งแทบติดพื้น ถัดมาก็เป็นติณณภพ คีตภัทรและปิดท้ายด้วยน้องสาวคนเล็กอย่างหทัยวาริน ซึ่งหล่อนดูจะตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษที่เห็นพี่ชายตัวเองกำลังเดินเสิร์ฟอาหารอย่างขยันขันแข็ง
“คนเล็กอย่าดันพี่สิคะ” ติณณภพบอกน้องสาวที่พยายามจะชะโงกหน้าไปมองให้เห็นชัดกว่าเดิม
“เล็กอยากเห็นนี่คะ ไม่เคยเห็นพี่หนึ่งยอมใครขนาดนี้มาก่อนเลย” ยิ่งดูก็ยิ่งเหลือเชื่อ
พี่ชายที่สวมสูทผูกไทมีมาดผู้นำตลอดเวลา จะสลัดตำแหน่งประธานบริษัทมาทำงานในร้านขายอาหารเล็กๆ ในซอยได้ เธอคิดว่าเป็นภาพเหมือนของเขาเสียอีก
“พี่หนึ่งเสิร์ฟอาหาร!” มนัสกรพูดเสียงดังจนพี่สองถึงกับต้องตบศีรษะน้องกลัวว่าพี่ชายคนโตจะออกมาเห็นแล้วไล่กลับ ยังอยากมองภาพตรงหน้าให้นานกว่านี้อีกสักหน่อย จึงต้องเตือนกันไม่กระโตกกระตากกลัวพี่จะเห็น
“เบาหน่อย” น้องชายคนเล็กจึงปิดปากเงียบ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะยกโทรศัพท์ขึ้นมาซูมแล้วถ่ายคลิปเอาไว้ดูเล่นคลายเครียด
“ถ่ายคลิป ถ่ายไว้เดี๋ยวนี้เลย”
ใครจะคิดว่าพี่ชายสุดเคร่งขรึมของตัวเองจะกลายเป็นพ่อค้ายิ้มหวานได้ แต่น่าเสียไม่เห็นพี่สะใภ้ มีเพียงลูกจ้างสองสามคนที่เดินช่วยงาน ความจริงระดับธนนท์ปภพจะไม่ทำเองก็ได้ กลับทำทุกอย่างไม่เกี่ยงงอนจนนึกสงสัย
พี่สะใภ้ของพวกเขาทำได้อย่างไรถึงเอาพี่ชายผู้ทระนงตนได้อยู่หมัด
“แน่ใจใช่ไหมคะว่าเป็นพี่หนึ่ง เราไม่ได้ตาฝาดไปเองใช่หรือเปล่า” น้องสาวเริ่มไม่แน่ใจจึงถามย้ำ มองภาพตรงหน้าก่อนจะขยับออกห่างเพื่อมาจับกันเป็นกลุ่มก้อน สามพี่น้องยืนนิ่งยกมือกอดอกแล้วเลือกวิเคราะห์กับสิ่งที่เห็น
“ตาฝาดอะไรคะคนเล็ก พี่หนึ่งชัดๆ เลย เสื้อยืดกางเกงยีนส์ ไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพนี้...พี่สะใภ้เรานี่ไม่ธรรมดาเลยนะ” มนัสกรเป็นคนเอ่ยขึ้นมา เขาเหลือเชื่อกับภาพตรงหน้าแล้วดูคลิปอีกรอบเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นพี่ชายของตนไม่ใช่ตัวแสดงแทน
“นั่นสิ” ติณณภพเอ่ยเสียงเบา
“ไหนคะพี่สะใภ้ พี่สองได้สืบมาไหมว่าชื่ออะไร” เธอชะโงกหน้าไปดูคลิปของพี่ชายว่าถ่ายพี่สะใภ้มาด้วยหรือเปล่า แต่มนัสกรก็ส่ายหน้าพร้อมกับบอกข้อมูลที่ทราบมาเพียงน้อยนิดจากเจตน์ กว่าจะง้างปากอีกฝ่ายได้ก็ใช้เวลามากพอสมควร
ต้องขอบคุณความสามารถในการหว่านล้อมของตัวเอง สุดท้ายก็ได้ข้อมูลมาจนได้ เสียดายที่ไม่มีรูปของพี่สะใภ้แต่ไม่เป็นไรวันนี้ก็ต้องเห็นกันอยู่แล้ว
“ชื่ออัญชิสา แต่พี่ไม่เห็นรูปหรอกกว่าจะเค้นจากคุณเจตน์มาได้ก็ทำเอาเหนื่อยเหมือนกัน” พยักหน้าเป็นอันรับทราบ ก่อนเหลือบมองไปยังคีตภัทรที่ยืนนิ่งไม่พูดกับใคร เอาแต่หยิบโทรศัพท์มาถ่ายคลิปไว้ไม่มารวมตัวกับคนอื่น
“เงียบเลยนะไอ้คีน” เพี่อนสนิทแตะที่บ่าแกร่งแล้วเอ่ยล้อ
“ถ่ายคลิปอยู่” หันมาบอกโดยไม่สามารถปิดความสุขในแววตาได้มิด รอคอยวันนี้มาแสนนานที่พี่ชายของแฟนสาวจะมีแฟน วันนี้ทุกอย่างเป็นจริงแล้วเชื่อว่าอีกไม่นานหทัยวารินจะถูกปล่อยอย่างแน่นอน
“มึงมีความสุขที่สุดเลยนะ”
“นิดหน่อยน่า” หัวเราะในลำคอแล้วเม้มปากไม่ยอมพูดอะไรอีก กลัวว่าจะหลุดยิ้มออกมาดูก็รู้ว่ามีความสุขมากแค่ไหน
พวกเขาคุยกันถึงเรื่องของธนนท์ปภพโดยไม่ได้ดูว่าคนที่ตกเป็นหัวข้อบทสนทนาเดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ “มาทำอะไร” เสียงคุ้นเคยทำให้คนที่เหลือต่างหันมามองหน้ากันอย่างพร้อมเพรียง แล้วยังเรียกชื่อของอีกฝ่ายเสียงดังอีกต่างหาก
“พี่หนึ่ง!!” น้องอีกสามคนยืนเรียงหน้ากระดาน คีตภัทรก็รีบเดินไปยืนอยู่ข้างหลังแฟนสาวอย่างรวดเร็ว ยิ้มแหยะให้คนอายุมากกว่าแล้วรู้สึกว่าเหงื่อซึมตามไรผม บรรยากาศเริ่มเย็นยะเยือกทั้งที่เหงื่อชื้นมือ เขารู้ตัวแล้วว่ายังคงกลัวพี่ชายของหทัยวารินเหมือนเดิม
โดนหมัดครั้งเดียวน่าจะจดจำไปจนวันตาย...
ไม่กล้ามีเรื่องกับธนนท์ปภพอีกแล้ว
“คือว่า...ไอ้คีนอยากกินส้มตำน่ะครับ” มนัสกรรีบชี้ไปยังเพื่อนสนิทของตัวเอง พยักหน้าแล้วยิ้มเมื่อมีข้ออ้าง ขณะที่เจ้าของชื่อถึงกับเบิกตากว้าง เอื้อมไปหยิกแผ่นหลังของเพื่อนแต่ก็ถูกปัดมือออกรวดเร็ว
“ค่ะ พี่คืนอยากกินส้มตำ” รีบสนับสนุนคำพูดนั้นอย่างรวดเร็ว เขาถึงกับมองเธอแววตาเว้าวอน
“คนเล็ก...ทำไมทำกับพี่แบบนี้ล่ะ” กระซิบข้างหูเธอเสียงเบา แต่เจอสายตาของคนที่สวมผ้ากันเปื้อนก็ต้องยิ้มแหยะ ไม่กล้าพูดอะไรอีกนอกจากยืนนิ่งตัวแข็งเป็นหิน
“เข้าไปกินสิ” ไม่รู้ว่าพูดจริงหรือประชดเขาแยกไม่ออก จึงต้องหาทางเอาตัวรอดไปจากตรงนี้
“เอ่อ ผมเหมือนจะอิ่มแล้วครับ ร่างกายไม่ค่อยต้องการอาหารเท่าไหร่...” รีบขยับเข้ามาใกล้แฟนสาวอย่างรวดเร็ว คิดจะเดินหลีกหนีซึ่งน้องทั้งสามคนก็พยายามจะเดินตามเขาออกไปเช่นเดียวกัน กลับถูกร่างหนาสั่งเสียงเข้มจนไม่มีใครก้าวขาออก
“เข้าไป”
เหมือนประกาศิตที่พี่น้องต้องทำตาม คีตภัทรรีบเดินไปควงแขนแฟนสาวของตัวเองเอาไว้ ขณะที่มนัสกรก็กอดแขนติณณภพเช่นเดียวกัน
ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั
เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า
“อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่
๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว
ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล







