หน้าหลัก / โรแมนติก / ประกาศิตซาตาน / ๑๙ ภรรยาตามกฎหมาย (๓)

แชร์

๑๙ ภรรยาตามกฎหมาย (๓)

ผู้เขียน: Kaowsethong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-25 17:47:19

จำต้องเดินเข้าไปในร้านอาหารที่พี่ทำงาน ไม่มีใครแตกแถวเลยสักคนเดียว เรียงหน้ากระดานไปนั่งตรงโต๊ะว่างด้านนั้น ซึ่งธนนท์ปภพก็ชี้เข้าไปให้น้องดูว่าสามารถนั่งได้

            “มีโต๊ะว่างพอดี...จะกินอะไรบ้าง” นอกจากเลือกโต๊ะให้แล้วยังถามเมนูที่ต้องการรับประทานอีกต่างหาก มนัสกรถึงกับเบิกตากว้างแล้วถามเพื่อย้ำให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้หูฝาดไป สายตาสี่คู่จับจ้องร่างหนาเป็นตาเดียว

            “พี่หนึ่งรับออเดอร์เองเลยเหรอ”

            “รีบสั่ง” กดเสียงเข้มบอกน้องด้วยแววตาติดรำคาญ สายตาของทุกคนที่มองมาดูทึ่งจนเขาหงุดหงิด เหมือนเห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างไรอย่างนั้น

            “เอาทุกอย่างเลยครับ...พี่เลี้ยงใช่ไหม” คนถามยิ้มกริ่มแต่กลายเป็นว่าเขาชี้ไปยังติณณภพที่นั่งเงียบเหมือนต้องการเก็บภาพตรงหน้าเอาไว้ด้วยตาเนื้อ คิดว่าคงจะไม่ได้เห็นบ่อยๆ เป็นแน่

            “สองเลี้ยง”

            “อ้าว ทำไมผมล่ะพี่” รีบเอ่ยค้านทันที

            “นายอายุเยอะสุดในโต๊ะ”

            “แต่พี่เป็นพี่ชายนะครับ” โยนให้พี่อย่างรวดเร็ว

เขาเห็นอย่างนั้นก็ยกมือเท้าเอวอย่างอารมณ์เสีย ไม่อยากให้น้องมาเห็นตนในสภาพนี้เท่าไหร่ แต่เขาก็ต้องเปิดเผยเรื่องของอัญชิสาอยู่ดี จึงให้เจตน์บอกข้อมูลกับมนัสกรเพื่อให้น้องมาช่วยพูดตะล่อมคนใจแข็ง

            แต่ไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกหรือผิดกันแน่...

            คนที่มาล้วนพร้อมจะล้อเลียนเขาทุกเวลา

            “แล้วฉันไปนั่งกินกับพวกนายหรือเปล่า พาน้องมาก็ต้องเลี้ยงเองสิ ราคาไม่กี่ร้อยจ่ายไม่ได้เลยหรือไง” บอกเสียงหงุดหงิดก่อนสะดุ้งตัวโยนเมื่อมือบางตีลงที่แผ่นหลัง พร้อมกับน้ำเสียงเข้มดุเล่นเอาธนนท์ปภพถึงกับเงียบปากไม่กล้าพูดอะไรอีก

            “คุณ! ทำไมพูดกับลูกค้าแบบนั้น” อัญชิสาเพิ่งลงมาข้างล่างหลังพักผ่อนเพียงพอแล้ว

            ทันได้ยินน้ำเสียงที่เขาเอ่ยกับลูกค้าซึ่งเหมือนจะไล่มากกว่าต้อนรับ จึงต้องรีบเข้ามาปรามรวดเร็ว นึกแปลกใจเหมือนกันที่เขาทำแบบนี้ เพราะปกติอีกฝ่ายเก่งในการเข้าสังคมเป็นอย่างมาก

            แล้วการกระทำของหล่อนก็ตกอยู่ในสายตาอีกสี่คู่ โดยเฉพาะคีตภัทรแทบจะลุกมือขึ้นปรบมือให้เธอด้วยความยกย่อง ไม่เคยเจอใครที่กล้าหาญขนาดนี้มาก่อน สยบเสือร้ายได้ด้วยมือเปล่า อยากไปเรียนรู้วิชาเหลือเกินว่าทำอย่างไร

            เขาจะได้เอาเป็นตัวอย่างบ้าง...

            “ลงมาทำไม พี่บอกให้นอนบนห้องไม่ใช่เหรอ” เข้ามาประคองเธอแล้วถามด้วยความเป็นห่วง

            ให้คนรับสมัครพนักงานและแม่ครัว เฟ้นหาคนที่ฝีมือเหมือนป้าไก่มากที่สุดจนได้แม่ครัวมาสองคนและพนักงานอีกหนึ่งพร้อมคนล้างจานเก็บกวาดอีกหนึ่งคนเช่นเดียวกัน ส่วนเขาก็แค่เดินรับเมนูเท่านั้น ตอนแรกก็ไม่คิดจะทำแต่กลัวหล่อนแอบดูจึงต้องสร้างภาพสักหน่อย

            ทำอะไรก็ต้องหวังผลเสมอนั่นแหละ

            “ดีขึ้นแล้ว...ขอโทษด้วยนะคะเขาเพิ่งมาทำงานอาจพูดขวานผ่าซากไปบ้าง” หันไปเอ่ยขอโทษอย่างรวดเร็ว แต่เขารีบบอกเธอถึงสถานะของคนที่นั่งทำตาปริบแล้วมองหญิงสาวเหมือนเห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกใบนี้

            “นี่น้องชายน้องสาวพี่เอง” ผายมือไปยังคนทั้งสามโดยเว้นคนที่ยังไม่เข้าตาเอาไว้

            “คะ...” คราวนี้หล่อนถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่ได้ทำใจมาก่อนว่าจะได้พบกับคนในครอบครัวของเขา เริ่มทำตัวไม่ถูกแล้วเหลือบมองคนตัวสูงไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร

            “สอง สามแล้วก็คนเล็ก” ผายมือไปยังน้องทีล่ะคน โดยไม่ได้แนะนำชายหนุ่มที่นั่งข้างหทัยวารินให้หล่อนรู้จัก

            “สวัสดีครับพี่สะใภ้/สวัสดีค่ะพี่สะใภ้” ทุกคนยกมือไหว้อย่างพร้อมเพรียง

            “ผมคีนเป็นแฟนของคนเล็กครับ” คีตภัทรที่ถูกเมินเลือกจะยกมือไหว้แล้วแนะนำตัวเองเช่นเดียวกัน เธอพยักหน้าแล้วมองทีล่ะคน จำได้ว่าเคยเห็นภาพครอบครัวติดฝาผนังตอนไปนอนที่บ้านชายหนุ่มเมื่อสิบกว่าปีก่อน

            “อ่า ค่ะ”

            เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก สวยหล่อกันทุกคนโดยเฉพาะน้องสาวที่เขาหวงนักหนา หน้าตาจิ้มลิ้มผิวขาวนวลผู้หญิงด้วยกันมองยังนึกชื่นชม ส่วนน้องชายอีกสองคนก็หล่อเหลาไม่แพ้กัน มีเค้าของพี่ชายหมดแต่ไม่มีใครดวงตาคมดุน่ากลัวเหมือนธนนท์ปภพเลยสักคน

            “พี่รับคนมาแล้วอัญขึ้นไปพักเถอะ ทางนี้พี่ดูแลเอง” พยายามจะให้เธอขึ้นไปบนห้อง เห็นน้องมองตาวาวยามเขาถูกสยบก็รีบดันหลังหล่อนให้ขึ้นบนห้อง

            “บอกว่าหายแล้ว อย่าเซ้าซี้ได้ไหมคะ” บอกเขาเสียงเบาแต่คนที่เหลือก็ได้ยินกันหมด ต่างหันมองหน้ากันแล้วเม้มปากกลั้นยิ้มเอาไว้

            “พี่แค่เป็นห่วง” ที่ตกใจกว่าคือพี่ชายทำท่าทีอ้อนขัดกับบุคลิก ส่วนมากจะได้เห็นภาพนี้ยามอยู่กับน้องสาวเท่านั้น แต่ตอนนี้กลับเพิ่มอัญชิสามาด้วย

            เสือถูกสยบลงแล้ว...

            “มองอะไร” รู้ว่าตนตกเป็นเป้าสายตาจึงหันไปมองน้อง พบว่าทุกคนมองเขาตาไม่กระพริบก็นึกหงุดหงิดจึงถามเสียงเข้ม

            “ต้นไม้ครับ ต้นไม้ข้างนอกสวยดี...” มนัสกรรีบชี้ไปยังต้นไม้แม้ว่าจะไม่น่าเชื่อก็ตาม เขาเห็นอย่างนั้นจึงส่ายหน้าระอาแล้วกวักมือเรียกติณณภพออกไปข้างนอกเพื่อพูดเรื่องสำคัญ มีเพียงคนเดียวที่พอจะช่วยเขาได้แล้วไม่เอาไปพูดมากให้คนอื่นรู้

            “สองมานี่หน่อย”

            “ครับ” ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินตามพี่ชายออกไป ทำให้คนที่เหลือมองตามด้วยความสงสัย แต่ไม่นานก็เลือกจะหันมาสนใจว่าที่พี่สะใภ้คนสวยที่ยืนเก้กังไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร เธอยิ้มให้ทุกคนก่อนมนัสกรจะรีบขยับที่นั่งให้เพราะอยากสัมภาษณ์สักหน่อย

            “พี่อัญนั่งก่อนสิครับ พวกผมยังไม่รู้จักพี่สะใภ้เลย รู้แค่ว่าเป็นคนที่พี่หนึ่งกำลังตามง้อ...พี่เอาพี่ผมอยู่หมัดได้ยังไง เห็นแล้วรู้สึกเคารพเลื่อมใสมากเลยครับ” พูดแล้วก็นึกชื่นชมดวงตาที่มองหล่อนจึงเป็นประกาย หญิงสาวได้ยินก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร

            “เอ่อ...ไม่รู้สิคะ” น้องสาวหันไปปรามพี่ชายเพราะรู้ว่าอัญชิสาเหมือนจะอึดอัด จึงเป็นฝ่ายเข้าไปพูดคุยด้วยพลางเอ่ยชม

            “พี่อัญสวยจังเลยค่ะ ไม่แปลกใจเลยที่พี่หนึ่งชอบ” คนชมก็สวยจนเธอเขินไม่กล้าสบตาหทัยวาริน จำได้ว่าภาพที่เห็นอยู่บ้านหล่อนยังไม่โตขนาดนี้ด้วยซ้ำ เวลาผ่านไปกลับเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก จนนึกชื่นชมน้องสาวเขาไม่นึกแปลกใจที่พี่ชายจะหวง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status