แชร์

๔ เต็มที่กับรัก (๑)

ผู้เขียน: Kaowsethong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-25 17:20:10

เต็มที่กับรัก

            ประวัติของหญิงสาวยังมาไม่ถึงมือของเขาอีกทั้งเธอหายไปหนึ่งวันไม่มาทำงาน สร้างความสงสัยแก่ชายหนุ่มเป็นอย่างมาก อยากไปหาที่บ้านแต่ก็กลัวว่าจะดูรุกรานมากเกินไป จึงทำได้เพียงรออย่างเดียวเผื่อวันนี้หล่อนจะมารำเหมือนทุกครั้ง

            ทำงานเสร็จก็ลงมาประจำที่ห้องจัดเลี้ยง เหมือนกลายเป็นที่ประจำของเขาไปโดยปริยาย พนักงานต่างทราบกันดีว่าชายหนุ่มจะมาดูการแสดงเสมอ ทั้งยังถูกใจนางบุษบาแสนสวยอีกต่างหาก ถึงไม่เอ่ยปากแต่แววตาก็บอกหมดทุกอย่าง

            แต่เพราะความเคร่งขรึมทั้งยังตำแหน่งของเขาจึงไม่มีใครกล้าเอาไปพูดต่อ รู้กันเพียงคนวงในเท่านั้น

            “พี่หนึ่ง!” กำลังจะเดินไปห้องจัดเลี้ยงเพื่อดูว่าเธอมารำหรือเปล่า แต่ได้ยินเสียงเรียกชื่อตนดังมาแต่ไกล พอหันไปมองก็พบผู้หญิงที่สวมชุดไปรเวทเป็นเดรสยาวแขนตุ๊กตากับผมที่ดัดให้เข้ากับใบหน้า ดูโตกว่าอายุจริงพอสมควร

            แต่เขาก็ไม่ได้มองเธอเปลี่ยนไป เพราะในความรู้สึกหล่อนก็เป็นแค่น้องสาวของคนที่ตนชอบ สีหน้าที่แสดงออกจึงเรียบนิ่ง ก่อนตอบรับอย่างไม่เต็มใจจึงพูดน้อยประหยัดคำกว่าตอนอยู่กับอัญชิสาพอสมควร

            “ครับ” จะเดินหนีก็ไม่ได้ จึงเลือกจะถามเธอเพื่อไปหาคนที่ตัวเองต้องการพบ

            “มาหาอัญเหรอ” เขาไม่อยากอยู่กับเธอสองคนจึงคิดจะชวนเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง แต่กลายเป็นว่าแขนหนาถูกดึงไว้ก่อน พร้อมบอกถึงสาเหตุที่ตัวเองต้องมาหาเขาถึงโรงแรม ต้องการมาให้เห็นกับตาว่าชายหนุ่มร่ำรวยแค่ไหน

            ไม่เคยเจอคนที่หล่อแล้วยังฐานะดี พบแล้วก็ต้องจับให้อยู่หมัดอย่าปล่อยไปถึงคนอื่นเป็นอันขาด โดยเฉพาะพี่สาวของตน

            “เปล่าค่ะ อรมารอพี่หนึ่ง...ลืมแล้วเหรอคะเรื่องที่พี่หนึ่งจะติวหนังสือให้อรไง” กระชับสายสะพายกระเป๋าเป้แล้วแย้มยิ้มกว้าง ทวงถึงสิ่งที่เขาเคยพูดเอาไว้ทำให้ชายหนุ่มไม่รู้ว่าควรจะโต้กลับไปเช่นไร เพราะตนไม่อยากออกไปข้างนอกกับหล่อนเพียงลำพัง

            “พี่ไม่ค่อยว่าง เอาไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะ” คิดจะเดินหนีแต่ก็ถูกหล่อนจับแขนไว้แน่น ดูเหมือนจะไม่ยอมปล่อยถ้าไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ เขาเลือกจะเงียบแล้วมองใบหน้าของหญิงสาวนิ่ง มองออกทะลุปรุโปร่งจนนึกรำคาญ

            ใช่ว่าไม่เคยมีผู้หญิงเข้าหา มีจนนับไม่ถ้วนก็ว่าได้เพียงแต่เขาเลือกเท่านั้น

            ไม่มีใครทำให้ใจสั่นไหวเหมือนที่อัญชิสาทำได้...

            “แต่ว่า...อรต้องสอบแล้วนะคะ แค่หนึ่งชั่วโมงก็ได้ขอร้องล่ะค่ะ” เธออ้อนเสียงหวานแล้วยังพยายามดันหน้าอกเข้าใกล้แขนเขาอีกต่างหาก ชายหนุ่มเห็นถึงความไม่เหมาะสมจึงรีบปลดมือบางออกแล้วตอบรับเพื่อตัดบท

            ถึงไม่อยากไปแต่เขาก็รู้ดีว่าหล่อนคงต้องตื้อจนเขาต้องตกลงอยู่ดี...เป็นผู้หญิงขี้ตื้อคนละขั้วกับพี่สาวเลย

            “ครับ” คำตอบของเขาทำให้เธอเผยรอยยิ้มกว้างมากกว่าเดิม

            “เราไปติวที่ร้านอรรถรสดีไหมคะ อยู่ใกล้แล้วก็บรรยากาศดีด้วย” พูดถึงร้านอาหารไทยที่อยู่ใกล้กับโรงแรม อยากเข้าไปกินหลายครั้งแต่ราคาแพงเกินไปจึงไม่ได้อุดหนุนสักที คราวนี้ไปกับหนุ่มรูปหล่อแถมยังฐานะร่ำรวยจึงไม่พลาดที่จะเอ่ยปากขอ แล้วเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธกลับตอบตกลงโดยง่าย

            “ได้ครับ”

            สุดท้ายก็พาน้องสาวของอัญชิสาออกมารับประทานอาหาร ไม่ใช่เพียงแค่ต้องติวหนังสือให้เธอ เขากลับคิดไปถึงการล้วงข้อมูลของครอบครัว คิดว่าคนอย่างอรสินีไม่สามารถปิดบังได้ เธอดูเป็นคนพูดไปเรื่อยไม่มีความลับและดูเหมือนจะเก็บความลับไม่เก่งอีกต่างหาก

            ถึงร้านอาหารก็เลือกนั่งมุมที่เป็นส่วนตัว ก่อนพนักงานจะรีบเดินเข้ามาบริการเพราะทราบดีว่าชายหนุ่มเป็นใคร เขามักพาลูกค้ามาที่ร้านอาหารบ่อยครั้งเพราะอยู่ใกล้โรงแรมและห้างสรรพสินค้า จนแทบจะกลายเป็นหุ้นส่วนอยู่แล้ว

            “เราสั่งอะไรมาทานก่อนไหม” ยื่นเมนูให้เธอแล้วคนอายุน้อยกว่าก็พยักหน้ารับโดยเร็ว เลือกอาหารที่ตนเองอยากกินเน้นจากราคาที่แพงไว้ก่อน คิดว่าต้องอร่อยอย่างแน่นอน แล้วยังอยากถ่ายรูปไปอวดเพื่อนด้วยว่าตนเองได้มากินข้าวร้านดัง

            คนอื่นต้องอิจฉาอย่างแน่นอน...

            แต่แล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่าการกระทำเช่นนี้อาจไม่ถูกต้องเท่าไหร่ มากับเขาก็ต้องตามใจชายหนุ่มสักหน่อย จึงยื่นเมนูกลับคืนพร้อมมองดวงหน้าคมอย่างชื่นชม แววตาปิดไม่มิดว่าชอบเขามากแค่ไหน ถ้าทำได้ก็อยากจะขึ้นเตียงกับอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด

            อย่างไรตอนนี้เธอก็ผ่านพ้นผู้เยาว์มาแล้ว...ทำอะไรก็ได้ตามใจตัวเอง

            “ดีค่ะ...พี่หนึ่งสั่งเลยก็ได้นะคะ อรตามใจพี่หนึ่งทุกอย่าง”

            “ครับ” สั่งอาหารให้ตนและคนตรงหน้าโดยไม่ขัด

            ระหว่างรออาหารก็ถูกเธอชวนคุยหลายต่อหลายเรื่อง ไม่ว่าจะมหาวิทยาลัยต่างประเทศหรือแฟนในอดีต ซึ่งเขาก็ตอบเท่าที่จำเป็นส่วนใหญ่จะสงวนคำเสียมากกว่า ไม่อยากเปิดเผยเรื่องของตัวเองให้หล่อนทราบมากนัก

            กระทั่งมีเรื่องน่าสนใจเกิดขึ้น เสียงของอรสินีดังขึ้นแต่ก็ไม่ได้ดังมากจนเป็นจุดสนใจ เธอเห็นคนคุ้นเคยเดินเข้ามาในร้านอาหาร เขาจึงหันไปมองก่อนพบกับคนที่ตัวเองคิดถึงมาตลอด คิดว่าหล่อนกำลังทำการแสดงที่ห้องจัดเลี้ยง ไม่คิดว่าหญิงสาวจะควงผู้ชายที่เขาไม่รู้จักเข้ามารับประทานอาหารในร้าน

            ฝ่ายชายยิ้มแย้มส่วนผู้หญิงทำเพียงพยักหน้าไม่ได้แสดงอาการตื่นเต้นดีใจ จนเขาไม่รู้ว่าทั้งสองคนเพียงแค่รู้จักหรือมีสถานะมากกว่านั้น

            “นั่นพี่อัญนี่คะ วันนี้มากินข้าวกับ...หือ ใครอ่ะไม่คุ้นหน้าเลย ครั้งก่อนไปกับพี่เจม หลายวันก่อนพี่อัต อรยังไม่รู้เลยค่ะว่าตกลงพี่สาวตัวเองชอบใครกันแน่ ยังมีอีกหลายคนเลยนะคะที่เข้ามาหาพี่อัญ อย่างว่าแหละค่ะพี่อัญสวยนี่น่า” หันไปมองก่อนจะกลับมาพูดคุยเรื่องราวทุกอย่างให้เขาฟังแบบลื่นไหล ยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบพลางสังเกตสีหน้าคนฝั่งตรงข้าม

            ช่างเหมาะเจาะเสียเหลือเกินที่พี่สาวเข้ามาในร้านพอดี ยิ่งทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นเพราะรู้ว่าธนนท์ปภพคิดเช่นไรกับอัญชิสา ตนจึงอยากตัดไฟแต่ต้นลมบอกทุกอย่างให้หมดเปลือกเพื่อเขาจะได้เลิกสนใจคนพี่ แล้วหันมาหาตนสักที

            “ความจริงอรกับพี่อัญไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ หรอกนะคะ พ่อกับแม่รับพี่อัญมาเลี้ยงแต่เด็กเพราะสงสารน่ะค่ะ แต่เราสองพี่น้องสนิทกันมากนะคะ” เรื่องใหม่ที่เขาไม่ทราบมาก่อน เธอเล่าให้ฟังแล้วแสร้งทำหน้าเศร้าแต่แววตากลับเป็นประกายขัดกับคำพูด ซึ่งเขาไม่ค่อยสนใจเรื่องนั้นเท่ากับหันไปมองผู้หญิงที่มาดินเนอร์กับชายอื่น

            “ครับ”

            เราสองคนมีความรู้สึกดีให้กันไม่ใช่เหรอ ทำไมหล่อนถึงมีชายมากหน้าหลายตาเข้าหาไม่หยุดหย่อน ทั้งเมื่อวานที่มีคนมารับไปส่งบ้าน ไหนจะวันนี้ผู้ชายอีกคนพามากินข้าว ถึงพยายามมองในแง่ดีแค่ไหนก็ยังมีข้อกังขามากมาย

            พวกเขาไม่ได้คุยอะไรกันอีกพอดีกับอาหารเริ่มทยอยมาเสิร์ฟ เขาพยายามไม่มองไปทางที่เธอนั่งแล้วกินข้าวอย่างไม่รู้รส นึกหงุดหงิดไปหมดทุกอย่างแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร กระทั่งได้ยินเสียงของอรสินีที่เอ่ยขึ้นพลางยิ้มไปด้วย

            “คนนี้น่าจะตัวจริง ไม่ค่อยเห็นพี่อัญยิ้มหรือหัวเราะให้ใครขนาดนี้มาก่อน” เขาเผลอกำช้อนส้อมแน่นเมื่อได้ยินอย่างนั้น อยากทิ้งทุกอย่างแล้วเดินไปถามหล่อนให้รู้แล้วรู้รอดเสียเลย แต่ก็พยายามห้ามใจเอาไว้

            เพราะตอนนี้เราไม่ได้เป็นอะไรกัน...

            มีเพียงเขาที่คิดเกินเลย ขณะที่เธอแทบไม่มีปฏิกิริยาตอบรับเท่าไหร่ คิดย้อนไปแล้วก็ยิ่งสับสนมากกว่าเดิม

            เขาควรเดินหน้าดีไหม หรือหยุดแค่นี้ที่หัวใจยังไม่ถลำลึกจนเกินไป

            “เพื่อนอรก็ชอบพี่อัญเหมือนกันค่ะ ครั้งก่อนอรบอกว่าเพื่อนอยากจีบก็รีบเอาเบอร์ให้เพื่อนอรเลย พี่อัญค่อนข้างเปิดตัวเองไม่ค่อยปิดกั้น” เขาฟังสิ่งที่เธอพูดก็ยิ่งโมโหมากกว่าเดิม พลอยไม่อยากอาหารไปด้วยจนอยากรีบกลับเสียเดี๋ยวนี้

            เงยหน้าสบตากับคนอายุน้อยกว่าพลางเอ่ยเสียงขรึม เหมือนต้องการบอกให้เธอหยุดพูดสักที แล้วเหมือนอรสินีจะรับรู้ได้จึงปิดปากเงียบ เลือกรับประทานอาหารอย่างเดียว

            “ครับ”

            “จะเอาอะไรเพิ่มไหม” ชายหนุ่มหมดอารมณ์จะติวหนังสือให้หล่อน กินข้าวอิ่มก็คิดจะหาข้ออ้างเพื่อกลับบ้าน เขาเหนื่อยเกินกว่าจะปั้นยิ้มแย้มแต่ยังเลือกถามคนตรงหน้า

            “ไม่แล้วค่ะ แค่นี้ก็น่าจะทานไม่หมดแล้ว” ปฏิเสธเสียงเบา รับรู้ถึงความน่ากลัวของเขาที่ทำให้เธอนึกกดดันจนไม่กล้าพูดอะไรออกมาด้วยซ้ำ เหลือบมองไปทางพี่สาวที่กินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยกับผู้ชายที่พ่อเป็นคนหามาให้

            ต่างจากเธอที่ต้องหาเอง...

            แบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status