แชร์

๔ เต็มที่กับรัก (๒)

ผู้เขียน: Kaowsethong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-25 17:20:28

“ครับ”

            รับประทานอาหารจนอิ่มก็เลือกไปส่งเธอถึงบ้านโดยที่หญิงสาวก็ร่ำลากับเขาพักใหญ่ โชคดีที่ได้รับโทรศัพท์จากคนสนิทจึงได้ใช้เป็นข้ออ้างรีบขับออกมา แล้วตรงกลับบ้านหลังใหญ่อย่างรวดเร็ว สีหน้าแสดงออกชัดเจนว่าเหนื่อยแค่ไหน

            กำลังจะขึ้นบนบ้านกลับต้องชะงักเมื่อพบบุพการีนั่งเล่นอยู่ห้องรับแขกด้านหน้า ท่านยังคุยกันหวานแหววเหมือนเพิ่งเริ่มปลูกต้นรัก จนคนที่คิดไม่ตกเรื่องความรักถึงกับต้องถอนหายใจ ก้าวเข้ามานั่งลงข้างมารดาแล้วเอนกายพิงพนัก อาการบ่งบอกว่าเหนื่อยล้ามากแค่ไหน

            “ไงหนึ่ง กลับบ้านมาทำไมหน้าตาเศร้าสร้อยขนาดนั้นล่ะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” คุณอวัชเห็นท่าทีของลูกชายก็ถามด้วยความเป็นห่วง ไม่รู้ว่าเครียดเรื่องงานหรือเรื่องอื่นกันแน่ ปกติไม่เคยเห็นบุตรชายหมดสภาพขนาดนี้มาก่อน

            มือหนายกขึ้นนวดขมับไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอย่างไรกับชีวิตรักที่ยังไม่เริ่มก็ส่อแววจะล่มเสียแล้ว ฝ่ายหญิงไม่ได้คิดอะไรกับเขาเหมือนมีเพียงตนที่คิดไปไกลฝ่ายเดียว

            เธอมีคนอื่นขณะที่เขามองแค่อัญชิสา...

            “เปล่าครับ ผมแค่ไม่รู้จะจัดการความคิดของตัวเองยังไงดี” ไม่ได้ตอบตามตรงแต่เหมือนคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนจะทราบดี

คุณมาลาตียกมือขึ้นลูบบ่าแกร่งด้วยความเป็นห่วง พอจะคาดเดาเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ้างต่างจากสามีที่ไม่รู้เรื่องราวกับเขาบ้างเลย

            “มีเรื่องอะไรหนักใจเหรอ...งานหรือเปล่า”

            “ไม่ครับ” ปฏิเสธตามความจริงเพราะตอนนี้เขาถึงทางตันเกินกว่าจะคิดวิเคราะห์ทุกอย่างเองได้

            พ่อกับแม่หันมองหน้ากันทันที คุณมาลาตียกยิ้มพึงพอใจที่ตอนนี้ลูกชายผู้เย็นชามีความรักกับเขาบ้างแล้ว น้องชายทั้งสองมีแฟนแล้วเลิกไปหลายคนแต่พี่ชายยังไม่มีเลยสักคน พอมีคนแรกก็เจอเรื่องหนักอกจนต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ

            ดูจากสีหน้าท่าจะหนักจริง คนอาบน้ำร้อนมาก่อนจึงไม่อาจปล่อยให้ธนนท์ปภพนั่งเครียดได้ อย่างน้อยก็ช่วยพูดคุยเพื่อหาทางออกให้ลูก เพราะดูเหมือนคนที่แข็งแกร่งมาตลอดจะอ่อนไหวกับเรื่องนี้เหลือเกิน

            “ความรักสินะ” มารดาเอ่ยเพียงแค่นั้นเขาก็หัวเราะในลำคอที่ถูกท่านมองออกอย่างง่ายดาย คงปิดไม่มิดเพราะตนรู้สึกมากมายเหลือเกิน

            เพิ่งรู้ว่าการรักใครสักคนมันยากขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาหรือเธอกันแน่ที่ทำให้เรื่องราวมันไม่เป็นอย่างที่ควรจะเป็น เขามั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง แต่ไม่มั่นใจในตัวหล่อน จากที่ผ่านมาเหมือนว่าจะมีชายมากหน้าหลายตาเข้าหาอัญชิสา แล้วเธอก็ปฏิบัติกับทุกคนเหมือนกันหมด

            ไม่เว้นแม้แต่เขา...ก็ได้รับการปฏิบัติเหมือนพี่ชาย

            ไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นเลย

            จึงไม่มีสิ่งใดทำให้มั่นใจว่าสุดท้ายแล้วตนจะได้เลื่อนสถานะหรือเปล่า ต้องทุ่มสุดตัวแค่ไหนถึงจะได้รับความรัก เหมือนว่าวิ่งเข้าไปใกล้เท่าไหร่อยากคว้าไว้แค่ไหนก็เหมือนห่างไกลกว่าเดิมทุกที จนเขาหมดแรงหมดพลังจะคาดหวัง

            “ผมไม่รู้ว่าควรไปต่อหรือพอแค่นี้ บางทีก็เหมือนอยู่ใกล้แต่บางครั้งก็คล้ายกับถูกผลักให้ห่างมากกว่าเดิม มันทำให้ผมไม่เป็นตัวเองเลยครับ ผมเกลียดความรู้สึกแบบนี้” เหนื่อยจนเผยด้านอ่อนแอให้พวกท่านเห็น หนทางรักถึงทางตันทั้งที่ยังไม่ทันได้เริ่ม ความรู้สึกเขาก็ตีกันระหว่างพอแค่นี้หรือไปให้สุด

            แต่ในใจก็ไม่อยากพบความเจ็บปวด จึงคิดจะหยุดความสัมพันธ์ของเราเอาไว้เพียงแค่นี้...

            “ลองทำตามหัวใจตัวเองก่อนสิ ไม่ต้องไปกังวลเรื่องอื่น พยายามดูสักครั้งสุดความสามารถ ถ้ามันจะเจ็บก็เจ็บให้สุด ดีกว่าเราไม่ได้ลองแล้วมาเสียดายทีหลัง”

            ทว่าคำพูดของมารดากลับทำให้เขาหวนกลับมาคิดได้อีกครั้ง...

            ใช่ว่าจะมีความรู้สึกแบบนี้เข้ามาบ่อยเสียเมื่อไหร่ เป็นครั้งแรกที่ตกหลุมรักใครจริงจังด้วยซ้ำ จึงคิดหลายรอบว่าควรทำอย่างไรเพราะดูเหมือนเธอจะไม่ได้คิดเช่นเดียวกัน ชายหนุ่มหลับตาลงเมื่อในหัววุ่นวายเกินกว่าจะคิดสิ่งใดออก ก่อนที่ใบหน้าของหล่อนยามแย้มยิ้มจะเด่นชัดขึ้นในหัว ทำให้รู้ว่าตัวเองคงไม่อาจสลัดความรักที่มีต่อหล่อนได้

            หรือเขาจะลองทำตามความรู้สึกของตัวเอง ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็คงต้องยอมรับให้ได้ เพราะเป็นทางที่ตนเลือกเอง

            “ครับแม่” ลืมตาขึ้นแล้วตอบรับคำของมารดา

            ตัดสินใจได้ในทันทีว่าจะทำเช่นไรต่อจากนี้ เมื่อหัวใจบอกว่ารักก็ต้องลุยให้สุดกำลัง ถ้าจะอกหักก็ถือเป็นบทเรียนให้ตัวเอง

            “ว่าแต่ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอ” คราวนี้พ่อแม่ต่างมองลูกเป็นตาเดียว เหมือนคุณมาลาตีจะทราบว่าหญิงผู้นั้นเป็นใครเพราะเคยเห็นตาเป็นประกายของบุตรชายยามมองหล่อนร่ายรำ แต่ท่านเลือกจะให้ธนนท์ปภพเป็นคนพูดเอง ไม่ยอมเฉลยให้สามีทราบ

            “เอาไว้ผมมั่นใจแล้วจะพามาให้รู้จักนะครับ” เลือกจะหลบสายตาแล้วเลี่ยงการเอ่ยถึงอัญชิสา แม้ว่าใบหูจะเริ่มแดงก่ำด้วยความเขินเพราะไม่เคยพูดเรื่องความรักของตัวเองกับพ่อแม่เลยสักครั้ง คราวนี้กลับต้องเอ่ยถึงจึงทำตัวไม่ถูก

            “สองจะกลับเมื่อไหร่ น้องได้บอกลูกหรือเปล่า” ถามถึงติณณภพที่ไม่กลับไทยมานานแล้วเนื่องจากติดเรียน ส่วนใหญ่ถ้าท่านทนคิดถึงไม่ไหวก็บินไปหา ต่อด้วยเที่ยวกับสามีเหมือนคู่รักทั่วไปที่ยังหมั่นเติมความหวานให้แก่กัน

            เขาจึงอยากมีความรักแบบพวกท่านบ้าง...

            “เห็นบอกว่าปีนี้ไม่กลับไทยครับ ยุ่งกับเรื่องเรียนขี้เกียจบินไปกลับ” คำตอบไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ จึงถามถึงลูกชายอีกคน

            “สามล่ะ” แค่ได้ยินชื่อก็ถึงกับต้องส่ายหน้าทันที

            “รายนั้นเน้นเล่นไม่ค่อยเรียนยังดีที่ไม่ติดเอฟ” ทุกวันนี้แค่เรียนรอดมาได้ก็ถือว่าบุญแค่ไหนแล้ว โทรไปหาทีไรไม่อยู่ร้านเหล้าก็ชวนเพื่อนมาเล่นเกมที่บ้านตลอด จนคร้านจะพูดด้วยจึงแทบไม่โทรคุยกับมนัสกรให้อารมณ์เสีย

            “โทรคุยกับน้องอยู่ใช่ไหม”

            “โทรคุยตลอดแหละครับถ้าว่าง แต่พวกนั้นไม่ค่อยจะรับสายผมเท่าไหร่” เป็นพี่ชายคนโตที่พยายามสอดส่องให้นอกอยู่ในร่องในรอย ซึ่งบางครั้งก็ถูกตัดสายแล้วส่งข้อความมาบอกว่ากำลังยุ่งแทน เขาจึงไม่ค่อยได้ติดต่อน้องสองคนในช่วงหลัง

            “ก็เราทำตัวโหดขนาดนี้ เคร่งยิ่งกว่าพ่ออีก ผ่อนคลายบ้างก็ได้นะคนโตของแม่” ลูบศีรษะมนมองเขาเหมือนยังเป็นเด็ก จนชายหนุ่มหลุดยิ้มขำแล้วยอมทำตัวอ่อนกว่าวัยเพื่ออ้อนมารดาที่ยังมองเขาด้วยแววตารักใคร่

            “ครับ”

            เขาเองก็รักและเคารพท่านมากเหมือนกัน อยากให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้ากันรอเวลาเพียงน้องเรียนจบ จะได้กลับมาอยู่ด้วยกันสักที...

           

            ตัดสินใจจะเดินหน้าเพื่อจีบหล่อนก็เริ่มขั้นตอนแรกด้วยการซื้อช่อดอกไม้ไปให้หญิงสาว ไม่รู้ว่าเธอชอบดอกอะไรเขาจึงเลือกดอกทิวลิปสีชมพูเพราะดูเข้ากับหล่อน ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะชอบหรือเปล่าแต่ตนก็ถือมันมายืนรออยู่ด้านหลังห้องจัดเลี้ยง หวังว่าการแสดงจบลงหล่อนจะเดินออกมาแล้วพบกับเขาเป็นคนแรกพร้อมรอยยิ้มกว้าง

            นึกเขินอายอยู่เหมือนกันกับการกระทำของตัวเอง ไม่เคยทำเช่นนี้ให้ใครมาก่อน แต่มาถึงตอนนี้เขาก็ต้องสู้ไปให้สุดเช่นเดียวกัน ข้อมูลของเธอที่ให้เจตน์ไปหายังคงวางไว้ในลิ้นชักไม่ถูกเปิดอ่าน เขาสั่งด้วยอารมณ์ชั่ววูบแต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าอยากจีบด้วยตัวเองก็ต้องเรียนรู้ความเป็นอัญชิสาผ่านทางสายตาของตน

            ไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกป้อน...

            ไม่คาดคิดมาก่อนว่าตนจะเป็นเพียงตัวเลือก เพราะส่วนใหญ่มักจะเป็นฝ่ายได้เลือกเสียมากกว่า แต่ชายหนุ่มก็เลือกจะลองดูสักตั้ง ไม่ได้รู้สึกแบบนี้มาก่อนจึงอยากทุ่มให้สุดตัวดูสักครั้ง

            “พี่หนึ่ง...อะไรคะเนี่ย” เธอเดินออกมาด้วยชุดไปรเวทที่แสนธรรมดาแต่กลับดูน่ารักในสายตาคนมอง เขายิ้มตามก่อนจะเดินเข้าไปหาอัญชิสาแล้วยื่นดอกไม้ให้เธอ ไม่สนใจว่ามีสายตากี่คู่กำลังมองมา เพียงแค่อยากแสดงความรู้สึกของตัวเองให้หล่อนรู้เท่านั้น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status