แชร์

๘ เสียรักไป (๑)

ผู้เขียน: Kaowsethong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-25 17:30:36

เสียรักไป

            ผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนที่หล่อนไม่ได้รับการติดต่อจากวินธา สร้างความดีใจปนหวาดหวั่นแก่ตนเป็นอย่างยิ่ง ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหนเพราะคลิปของเธอก็ยังไม่ถูกลบ แต่ตอนนี้ทุกอย่างยังปกติก็ไม่อยากเอาเรื่องน่าปวดหัวมาคิดให้ว้าวุ่น

            เธอได้งานทำที่ห้างสรรพสินค้าของธนนท์ปภพ แน่นอนว่าฝ่ายชายเป็นคนช่วยให้เข้าแผนกบัญชีแล้วยังมาหาเธอบ่อยจนคนอื่นเริ่มนินทาถึงความมีอภิสิทธิ์ของอัญชิสา ไม่ว่าจะมีห้องส่วนตัวหรืองานน้อยกว่าคนอื่น จนไม่มีใครอยากเข้ามาคบค้าสมาคมหรือพุดคุยด้วย กลายเป็นดาบสองคมเสียอย่างนั้นจนเธอต้องพูดกับเขาอย่างจริงจังแต่ชายหนุ่มก็ปัดตก

            บอกว่าอยากทำทุกอย่างให้เธอสบาย พอจะค้านกลับถูกน้อยใจจึงต้องปล่อยตามเลย ไม่อยากตื่นไปทำงานด้วยซ้ำก็ต้องทำเพื่อจะได้มีเงินมาใช้จ่ายแล้วก็จ่ายหนี้อีกฝ่าย แม้ชายหนุ่มจะบอกว่าไม่ต้องการรับเงินคืนก็ตาม

            หล่อนยังพยายามจะคืนเงินเขาเหมือนเดิม...

            เสียงหอบหายใจหลังเสร็จกิจกรรมแสนหวานก่อนคนทั้งสองจะนอนข้างกันแล้วมองเพดานสีขาว หลังจากมีครั้งแรกก็มีครั้งต่อไปไม่ว่างเว้น ใช้ห้องพักของธนนท์ปภพที่ชั้นบนเป็นสถานเริงรักของเราสองคน สร้างความหรรษาและความแปลกใหม่แก่หล่อนเป็นอย่างยิ่ง

            ทุกครั้งที่จบความสัมพันธ์ทางกายเขามักจะทิ้งเธอไว้บนเตียงแล้วลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่ได้หันมามองหรือถามว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เหมือนทำให้เสร็จตามอารมณ์ไม่ใช่เพราะความรัก จนบางครั้งหญิงสาวก็นึกน้อยใจเหมือนกัน แต่เชื่อว่าอีกฝ่ายรักตนจึงไม่อยากหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดให้อารมณ์เสีย

            “พี่หนึ่งคะ” เธอยังนอนบนเตียงโดยที่ร่างกายเปลือยเปล่า หยิบผ้าห่มมาคลุมกายเอาไว้พร้อมเรียกคนที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำ ใบหน้าเรียบเฉยยิ้มให้เธอแล้วเดินมานั่งลงข้างเตียง ก่อนสอดกายเข้ามาใต้ผ้าห่มแล้วประคองกอดหล่อนเอาไว้ จนหญิงสาวเผยรอยยิ้มด้วยความดีใจกับเรื่องเล็กน้อยที่เขาทำ

            “ครับ” กลิ่นหอมจากกายหนาทำให้เผลอสูดกลิ่นเข้าปอดด้วยความสุข เธอบดเบียดร่างกายเข้าใกล้เขามากกว่าเดิม โอบรอบเอวสอบเอาไว้เช่นเดียวกัน ไม่เคยใกล้ชิดกับชายใดขนาดนี้มาก่อน แม้แต่วินธาเองก็ตามเพราะเธอมักจะระมัดระวังตัวตลอดเวลา

            เหตุผลหนึ่งที่ยอมมอบกายให้แก่ธนนท์ปภพก็เพราะต้องการให้ชายผู้เป็นที่รักลบเลือนร่องรอยของวินธาให้หมดไป จนตอนนี้ในหัวของหล่อนมีเพียงการร่วมรักของเราสองคนเท่านั้น ซึ่งมันสร้างความสุขให้แก่หญิงสาวเป็นอย่างมาก

            “อัญจะพยายามหาเงินมาคืนพี่หนึ่งนะคะ” จุมพิตที่ไหล่หนาเมื่อสัมผัสเขาบ่อยจนเคยชิน เป็นฝ่ายเริ่มก่อนบ้างในบางครั้งแต่ส่วนใหญ่ให้เขานำเพราะหล่อนมักจะเขิน แต่ตอนนี้อยากอยู่ใกล้ชิดกับชายหนุ่มจึงมีความกล้ามากกว่าทุกครั้ง

            “ไม่เป็นไรหรอก พี่ให้ก็คือให้...” เงินห้าแสนและเครื่องเพชรที่เขาให้ยังคงติดอยู่ในใจเธอ โชคดีที่เช็คหนึ่งล้านไม่ได้ถูกนำไปขึ้น หล่อนนำไปคืนเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพราะวินธาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ในใจภาวนาให้เขาหายไปตลอดกาลยิ่งดี

            ซึ่งเงินจำนวนที่เขาให้เธอไม่น้อยเลยสักนิด ไม่อยากได้มาฟรีจึงคิดจะหามาคืนแม้ว่าอาจจะใช้เวลาหลายปีก็ตาม

            “ไม่ได้หรอกค่ะ อัญจะพยายามหามาคืนให้ได้” เงยหน้ามองเขา กอดเอวสอบเอาไว้พร้อมยิ้มให้ชายหนุ่ม ก่อนเขาจะกระชับกอดเธอแน่นขึ้นเช่นเดียวกัน พอได้ใช้เวลาร่วมกันก็ทำให้หล่อนยิ่งหลงรักอีกฝ่ายมากกว่าเดิม

            รักจนถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว...

            “แค่พี่ได้กอดอัญแบบนี้ก็ชื่นใจแล้ว” ก้มลงฟัดแก้มนุ่มแล้วผละออก นอนกึ่งนั่งให้หญิงสาวกอดแล้วแววตาก็เริ่มแปรเปลี่ยน แต่เธอไม่เห็นเพราะกำลังมองไปยังโทรทัศน์ปลายเตียงเพื่อรวบรวมความกล้าจะได้พูดเรื่องของเราสักที

            ทุกอย่างพัฒนาไปไกลแต่สถานะยังไม่เดินหน้าไปด้วย ไม่มีคำบอกรักหรือขอเป็นแฟน เธอรอมาสักพักเขาก็ไม่ยอมพูดสักที จนหญิงสาวคิดว่าตัวเองควรเป็นฝ่ายถามชายหนุ่ม แต่ยังไม่ทันเอ่ยออกมาก็ถูกเขาขัดเสียก่อน

            “อัญเรียนจบแล้ว…อยากเรียนต่อหรือเปล่า” หล่อนเงยหน้ามองเขาแล้วทำหน้าครุ่นคิด

            “คิดไว้เหมือนกันค่ะ อยากต่อปริญญาตรีแต่คงทำงานเก็บเงินก่อนค่ะ ค่าเรียนไม่ใช่น้อยอัญไม่อยากรบกวนเงินทางบ้าน” มีหลายเรื่องที่ปิดบังเขาเอาไว้ไม่ว่าจะความจริงเรื่องครอบครัว หรือเรื่องของวินธาก็ตาม ไหนจะเคยไปกินข้าวกับชายมากหน้าหลายตา กลัวว่าถ้าเอ่ยออกไปอีกฝ่ายจะรับไม่ได้

            แล้วเธอก็คงเป็นฝ่ายถูกเขาทิ้ง...

            ซึ่งตนไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น จึงพยายามยืดระยะเวลาออกไปก่อน หลังจากเป็นคนรักเชื่อว่าเขาต้องเข้าใจตนอย่างแน่นอน

            แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ถูกขอขยับสถานะก็ตาม หล่อนเชื่อว่าสักวันเขาจะต้องพูดมัน มองออกว่าแววตาชายหนุ่มเต็มไปด้วยความรักและหลงใหลในตัวเอง เธอไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองแต่เขาเคยพูดว่าชอบ อีกไม่นานก็คงขอคบ

            อัญชิสาแทบจะอดใจรอวันนั้นให้มาถึงไม่ไหวแล้ว...

            “สัปดาห์พี่จะไปคุยกับพ่อแม่ของอัญเรื่องเรานะ” หลังจากที่เธอพูดจบเขาก็เงียบไปสักพัก แล้วเอ่ยสิ่งที่หญิงสาวไม่คาดคิด ทำเอาหล่อนถึงกับผุดลุกนั่งจนผ้าห่มร่นมากองอยู่ที่เอว เผยให้เห็นส่วนบนที่เปลือยเปล่าจนเขาต้องเอื้อมมือมาประคองทรวงอกนุ่มเป็นการหยอกล้อ

            “จริงเหรอคะ” ถามแววตาเป็นประกายแล้วตีมือหนาที่หยอกล้อกัน ยกผ้าห่มมาคลุมกายอย่างรวดเร็วแล้วโถมกายเข้ากอดอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้มกว้าง เต็มไปด้วยความสุขที่เต็มตื้นไม่คิดว่าชายหนุ่มจะดีกับตนขนาดนี้

            “จริงครับ”

            “ขอบคุณนะคะพี่หนึ่ง” กายแบบบางเกยอยู่ด้านบน จึงไม่เห็นรอยยิ้มสมเพชกับแววตาเย้ยหยันของเขา เธอมีเพียงฝันหวานคิดว่าเรื่องของเราสองคนจะจบลงด้วยดี

            “ครับ”

            ต่างจากเขาที่อยากเห็นนางฟ้าตกจากสวรรค์ อยากรู้ว่าถึงวันนั้นหล่อนจะเจ็บหนักแค่ไหน

            เจ็บเหมือนที่เขาเคยเจ็บหรือเปล่า...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status