เข้าสู่ระบบคนที่กำลังรดน้ำต้นไม้หลังกลับจากที่ทำงานค่อนข้างตกใจพอสมควรเมื่อรถคันหรูแล่นมาจอดด้านหน้า ชุดที่เธอสวมเป็นเพียงเสื้อยืดกางเกงขาสั้นและมัดผมลวกๆ สำหรับอยู่บ้าน ใบหน้าไม่ได้แต่งแต้มนอกจากทากันแดดอย่างเดียว
ไม่พร้อมสำหรับการต้อนรับแขกและไม่คาดคิดว่าเขาจะมาตอนนี้ ทำให้เธอเริ่มทำตัวไม่ถูกว่าควรทำอย่างไร แต่ก็รีบวิ่งไปปิดก๊อกน้ำก่อนจะเปิดประตูให้ชายหนุ่ม พร้อมตะโกนเรียกอีกฝ่ายเสียงดังด้วยรอยยิ้มหวาน
“พี่หนึ่ง!” เขาสวมชุดไปรเวทที่ค่อนข้างสุภาพ ส่งยิ้มน้อยให้เธอไม่ใช่การแย้มยิ้มกว้างเหมือนทุกครั้งที่เจอกัน ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าช่องว่างของเราขยายกว้างขึ้นจนเธอนึกสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า
ธนนท์ปภพไม่ได้ชวนคุยมากนัก เลือกจะเดินเข้ามาในบ้านโดยมีร่างแบบบางเดินตาม เธอนึกสงสัยว่าเขามาบ้านของตนทำไม เมื่อวานก็เพิ่งพบกันคิดว่าวันนี้อีกฝ่ายจะยุ่งเสียอีก ก่อนนึกขึ้นได้ว่าเราคุยกันถึงสถานะที่กำลังจะขยับมาเป็นคู่รัก เขาต้องการพูดกับบุพการีของตนเรื่องนี้
เพียงแค่คิดหัวใจของหล่อนก็เต้นแรง แย้มยิ้มมากกว่าเดิมจนลืมคิดถึงปฏิกิริยาของอีกฝ่ายที่ต่างจากเวลาปกติ เท้าเรียวก้าวยาวขึ้นเพื่อให้เดินทันที โชคดีที่วันนี้พ่อแม่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา รวมถึงน้องสาวของหล่อนที่กำลังนั่งเล่นอยู่ห้องรับแขก
โดยไม่มีใครทราบว่าแขกกิตติมศักดิ์จะมาเยี่ยมเยือนถึงบ้าน...
“สวัสดีครับคุณอา ผมมารบกวนหรือเปล่าครับ” เข้ามาในบ้านก็ยกมือไหว้คุณปวัตรที่นอนเอกขเนกบนโซฟาอย่างมีความสุข หลังจากโรงงานได้โรงแรมนครเฟื่องรัตน์เป็นลูกค้ารายใหญ่ ก็เริ่มกลับมาเป็นที่รู้จักมีคนเข้ามาสอบถามและใช้บริการค่อนข้างเยอะพอสมควร
เรียกว่าเขาคือคนทำให้ครอบครัวของตนผ่านพ้นวิกฤตก็ไม่ผิดนัก จึงอยากให้ลูกสาวได้ดองกับธนนท์ปภพที่อีกไม่นานคงได้ครองธุรกิจทุกอย่างของเฟื่องรัตน์ภักดี แค่คิดก็มีความสุขจนหุบยิ้มไม่อยู่แล้วให้การต้อนรับอีกฝ่ายอย่างดี
“ไม่เลย ไม่รบกวนเลยสักนิด” เชื้อเชิญคนอายุน้อยกว่าให้นั่งลงที่โซฟา อรสินีเห็นอย่างนั้นก็พยายามเข้ามานั่งข้างเขา เธอยิ้มกว้างอย่างมีความสุขเพราะหนึ่งเดือนที่ผ่านมาได้รับข้อความของชายหนุ่มสม่ำเสมอ โดยไม่รู้เลยว่าข้อความเหล่านั้นเขาให้คนอื่นเป็นคนพิมพ์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับหล่อนหวังให้พี่น้องแตกแยก
สวมบทเป็นพญาเทครัวเต็มรูปแบบ...
“อัญไปเอาน้ำเอาท่ามาเสิร์ฟพี่เขาสิ” คุณภัตติมาหันมาบอกลูกสาว ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่หนุ่มรูปหล่อแล้วยังฐานะร่ำรวยมาเยี่ยมเยือนถึงบ้าน
ช่วงหลังลูกสาวคนโตทำงานหนักจึงไม่ได้ไปรับประทานอาหารกับผู้ชายที่ท่านเลือก แล้วยังหาข้ออ้างอีกมากมายที่จะไม่ยอมรับงานทานข้าวอีก บังคับก็ไม่ได้เอาเรื่องงานมาอ้างจนหงุดหงิด ยังดีที่โรงงานกำลังไปได้สวยจึงไม่อยากบังคับเท่าไหร่
“ค่ะ” เธอตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ทราบว่าเขากำลังจะพูดเรื่องอะไร รีบเดินเข้าห้องครัวเพื่อรินน้ำสำหรับแขก
ขณะที่ดวงตาคมก็มองตามหล่อนแล้วเห็นว่าหญิงสาวหายลับเข้าห้องครัว ก็ไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ เขายังต้องเข้าไปเคลียร์งานที่ห้างสรรพสินค้าแล้วต้องเข้าโรงแรมอีก จึงอยากรีบพูดให้จบโดยเร็วจงรีบเข้าเรื่องสำคัญทันที
มาวันนี้ก็เพื่อเคลียร์ให้จบ เบื่อจะเล่นละครกับเธอเต็มทน รังเกียจและสะอิดสะเอียนผู้หญิงอย่างอัญชิสาแทบแย่ หรืออีกอย่างก็คือกลัวใจตัวเองจะถลำลึกอีก การตัดใจไม่ใช่เรื่องง่ายยิ่งมีทั้งรักทั้งเกลียดจนต้องแก้แค้นเขากังวลว่าตัวเองอาจแยกความรู้สึกไม่ออก
แล้วยอมให้อภัยหล่อน...ทั้งที่คนแบบเธอไม่สมควรได้รับการให้อภัยด้วยซ้ำ!
“ผมขอเข้าเรื่องเลยนะครับ” ไล่สายตามองคนทั้งสาม ดูเหมือนว่าทุกคนจะลุ้นพอสมควรว่าเขาจะพูดอะไร โดยเฉพาะอรสินีที่จ้องร่างสูงตาเป็นประกาย เธอนั่งติดเขาแทบไม่เหลือช่องว่างให้อากาศผ่านด้วยซ้ำ ความคาดหวังในคำพูดของร่างหนาทำให้บรรยากาศรอบข้างกดดันเป็นอย่างยิ่ง
ไม่มีเรื่องอะไรต้องทบทวน ร่างสูงคิดและรอคอยอยากเห็นใบหน้าเจ็บปวดของหล่อน จ้องไปยังประตูทางเข้าห้องครัวไม่วางตา ก่อนเกริ่นนำเรื่องเพื่อจะได้เห็นถึงผลลัพธ์หลังจากที่เขาปูเรื่องราวมาเป็นเดือนเพื่อให้เธอพบกับความเจ็บปวด
เรื่องการทำงานที่บริษัทเขาก็จงใจทำให้เธอพิเศษกว่าคนอื่น เพื่อหญิงสาวจะได้เป็นแกะดำในกลุ่มและไม่มีความสุขในการทำงาน ดูเหมือนว่าแผนของเขาจะประสบความสำเร็จ ในแผนกไม่มีใครต้อนรับหญิงสาว หล่อนทำงานด้วยความทุกข์มากว่าหนึ่งเดือน แล้วเขาก็เฝ้ารอดูอย่างใจเย็น
เป็นความสุขให้เธอและเป็นที่พึ่งเดียว จนอัญชิสาเกาะติดเขาเห็นเขาคืออนาคตและความหวัง
มาถึงวันนี้เขาจะพรากทุกอย่างจากเธอเอง...
“ที่ผมมาวันนี้เพราะมีเรื่องอยากมาขออนุญาตคุณอาทั้งสอง...ผมอยากจะคบหากับลูกสาวของคุณอาอย่างเปิดเผย หรืออาจถึงขั้นหมั้นหมายก่อนน้องจะเรียนจบ” พูดชัดถ้อยชัดคำโดยที่มองไปยังประตูทางเข้าห้องครัวตลอด จนเห็นว่าหล่อนเดินถือถาดน้ำดื่มสำหรับแขกออกมา เขายิ้มให้เธอแล้วสบตากับหญิงสาวตลอดจนอรสินีเริ่มใจเสีย
อยากยกมือกอดแขนเขาเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ แต่ถูกมารดาปรามด้วยสายตาจึงต้องนั่งนิ่งเพื่อรอคำตอบอย่างเดียว เธอคุยกับเขาทุกวันค่อนข้างมั่นใจว่าจะต้องถูกเลือกอย่างแน่นอน
ขณะเดียวกันอัญชิสาก็มั่นใจว่าเขามาพูดเรื่องของเรา เธอยังไม่ได้ก้าวเข้าไปเสิร์ฟน้ำ เลือกจะยืนสบตากับเขาด้วยความหวังเต็มเปี่ยม การตัดสินใจของเขากำลังจะเปลี่ยนผู้หญิงสองคนไปตลอดกาล แต่เหมือนว่าร่างสูงจะไม่ได้คิดถึงจิตใจของพวกเธอ
นอกจากความสะใจของตัวเองที่ได้แก้แค้น...
“ลูกสาว...คนไหนล่ะ”
คำถามของคุณปวัตรทำให้บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบ เขาก้มหน้ามองพื้นแล้วยิ้มเล็กน้อย ตัดสินใจอย่างดีแล้วว่าจะตอบอะไรและรู้ว่าต้องกระทบกับจิตใจของอัญชิสาอย่างแน่นอน
เธอคือผู้หญิงที่เขาอยากให้เจ็บปวดที่สุด!
“น้องอรครับ ผมอยากคบกับน้องอร” สิ้นคำตอบของเขาคนที่ยืนถือถาดแก้วน้ำก็มือไม้อ่อนปล่อยของตกลงบนพื้นเรียกสายตาคนที่เหลือให้หันมามอง
ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั
เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า
“อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่
๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว
ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล







