เข้าสู่ระบบ๙
กรงขังใหม่
ระยะเวลากว่าสิบเอ็ดปีที่ผ่านมาทำให้เขาเติบโตเป็นคนใหม่ที่แข็งแกร่งมากกว่าเดิม ทิ้งคราบของชายหนุ่มผู้มองโลกในแง่ดีออกเป็นนักธุรกิจที่เฉียบขาดและน่าเกรงขามในสายตาคนภายนอกแม้จะอยู่ในวัยสามสิบสามปีก็ตาม ธุรกิจทั้งหมดของครอบครัวเขาเป็นคนดูแลก่อนส่งต่องานให้น้องชายอีกสองคนและน้องสาวผู้ที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของคนทั้งบ้าน
ไม่เคยมีใครเห็นรอยยิ้มของเขาอีกนอกจากคนในครอบครัว ชีวิตรักของชายหนุ่มก็ถูกล้างออกไปจากสารบบไม่มีใครกล้าเอ่ยถึง เหมือนเป็นเรื่องต้องห้ามใครเอ่ยขึ้นมาอาจสิ้นชื่อก็เป็นได้ เขาครองตัวโสดมากกว่าสิบปีไม่ใช่เพราะไม่มีคนเข้าหาแต่ไร้ซึ่งศรัทธาในความรัก
แต่ก็ใช่ว่าจะปล่อยให้ตัวเองเหงาในยามค่ำคืน มีบางครั้งที่เด็กสาวมักถูกส่งมาบำเรอความสุข เขารับบ้างปฏิเสธบ้างแล้วแต่ว่าจะถูกใจหรือเปล่า อย่างเช่นวันนี้ที่ปลดปล่อยความต้องการของร่างกายเสร็จก็ลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่มีการโอบกอดหรือพูดคุยนอกเหนือจากนั้น เขาขีดเส้นกั้นความสัมพันธ์ไว้ชัดเจนกับคนอื่น
ใบหน้าคมเคร่งขรึมอยู่เสมอจนดูน่ากลัว แต่ยามอยู่บนเตียงกลับเปลี่ยนเป็นเร้าร้อนจนหญิงหลายคนอยากเป็นมากกว่าคู่นอน ลีลาน่าประทับใจกับเซ็กส์ที่ถึงใจซึ่งเขาปรนเปรอให้เจ้าหล่อน ไหนจะฐานะร่ำรวยมหาศาลกับอำนาจล้นมือ ใครบ้างจะไม่อยากเข้ามาเป็นภรรยาของหัวเรือใหญ่แห่งเฟื่องรัตน์ภักดี
น่าเสียดายที่เขาไม่มีความคิดอยากแต่งใครเข้าบ้าน ครอบครัวให้อิสระในการเลือกคู่ครอง บิดายกธุรกิจทั้งหมดให้บรรดาลูกทุกคนก่อนบินไปใช้ชีวิตที่ต่างแดนกับความสงบสุขในไร่อันอบอุ่น นานครั้งจะกลับบ้านแต่ก็มาทุกเทศกาล
โดยเฉพาะวันครบรอบการจากไปของมารดา...
ทุกคนในครอบครัวต่างเสียศูนย์ไปพักใหญ่ ท่านไปกะทันหันจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เขาเป็นพี่ใหญ่เสียใจมากไม่ได้ต้องคอยประคองน้องอีกสามคน ส่วนบิดาถึงกับทิ้งทุกอย่างให้ลูกจัดการแล้วปลีกวิเวกไปอยู่ลำพัง
นั่นคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของครอบครัวพวกเขา คือการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักโดยไม่มีวันหวนกลับ...
“คุณหนึ่งจะไปแล้วเหรอคะ” สวมชุดไปรเวทออกมาจากห้องน้ำ เดินมาหยิบของสำคัญแล้วทิ้งเงินไว้ให้สำหรับการบริการตลอดสามชั่วโมงที่ทำให้เขาผ่อนคลายได้บ้าง แม้จะไม่มีความสุขทางใจแต่ก็เต็มอิ่มทางกาย
หล่อนรั้งเขาไว้ด้วยการลุกจากเตียงโดยสวนเพียงชุดชั้นในสองชิ้น เดินเข้ามากอดแขนหนาเอาไว้อย่างออดอ้อน ช้อนสายตามองหวานจนร่างหนาต้องปลดมืออีกฝ่ายออกด้วยความรำคาญ ไม่ชอบการใกล้ชิดเกินควรหลังจากกิจกรรมของพวกเราเสร็จสิ้นลง
“อือ” ตอบแบบขอไปทีแล้วคิดจะเดินออกจากห้อง กลับถูกรั้งเอาไว้อีกเหมือนเดิมสร้างความรำคาญแก่เขาเป็นอย่างยิ่ง
“ไว้คราวหน้า”
“ไม่มีคราวหน้า เอาเงินไปแล้วห้ามมาให้ฉันเห็นหน้าอีก” เขารีบบอกปัดพร้อมยัดเงินเพิ่มใส่มือเธอ สายตาดุดันจนเจ้าหล่อนไม่กล้าเซ้าซี้อีก เลือกจะตอบรับเสียงเบาในลำคอพร้อมกับยอมปล่อยให้เขาเดินออกจากห้อง
“ค่ะ” เธอมองเงินด้วยความพึงพอใจ ไม่เคยบริการชายหนุ่มรูปหล่อแล้วยังร่ำรวยขนาดนี้มาก่อน ประทับใจจนอยากขอเป็นขาประจำแต่เหมือนจะรู้กันว่าชายหนุ่มไม่คิดสานสัมพันธ์มากเกินกว่าคู่นอน และไม่มีใครได้นอนเตียงเดียวกับเขามากกว่าสองครั้ง
ปิดกั้นตัวเองจนยากเข้าถึง ขนาดน้องทั้งสามยังไม่มีใครทราบเรื่องส่วนตัวของพี่ชาย เขาเปิดเผยเท่าที่อยากให้รู้เท่านั้น
“วันนี้ผมต้องไปไหนอีกหรือเปล่า” ขึ้นมานั่งเบาะหลังเตรียมไปงานพบปะสังสรรค์นักธุรกิจ ช่วงนี้เขาเข้ามาดูแลกิจการสนามกอล์ฟแทนน้องชายอย่างมนัสกรที่ไม่ค่อยจะทำงานสักเท่าไหร่ เก่งแต่เรื่องหนีไปเที่ยวเมืองหลวงมากกว่า
นอกจากเจตน์ที่เป็นเลขานุการข้างกายแล้ว เขาเปิดรับผู้ช่วยอีกคนอย่างศักดิ์ชัยซึ่งอายุน้อยกว่าตนห้าปีแต่การทำงานไร้ที่ติ คอยติดตามข้างกายแล้วให้คนสนิททำงานเอกสารเพราะอายุของอีกฝ่ายก็เพิ่มมากขึ้นทั้งยังมีปัญหาเรื่องเข่าเดินเหินไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่
“ไม่ครับ นัดตีกอล์ฟถูกเลื่อนเป็นสัปดาห์หน้า” หนุ่มอายุยังน้อยแต่ความสามารถไปไกลกว่าอายุอย่างศักดิ์ชัย ไววิทยาเอ่ยขณะที่เปิดสมุดนัดของเจ้านายดูรายละเอียด เขามักจะนั่งด้านหน้าข้างคนขับรถเพื่อคอยอำนวยความสะดวกให้แก่ธนนท์ปภพ ซึ่งส่วนมากก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรนอกจากบริการเรื่องเล็กน้อย คอยจดจำรายละเอียดจุกจิกอย่างวันเกิดลูกค้าที่สนิทสนมกัน หรือวันสำคัญที่ต้องคอยส่งของไปให้เชื่อมไมตรี
แน่นอนว่าเรื่องพวกนี้เขาไม่ถนัดเอาเสียเลย โยนทุกอย่างไปให้คนติดตามอย่างเดียว ส่วนตนก็เอนกายพิงเบาะแล้วพรูลมหายใจด้วยความเหนื่อยล้า
“คุณหนึ่งจะกลับบ้านเลยไหมครับ” เขานั่งหลับตาเมื่อรู้ว่าตัวเองจะไม่ต้องไปปั้นยิ้มแย้มต้อนรับลูกค้าหรือพูดคุยเรื่องธุรกิจ นึกอยากกลับไปเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ทำอะไรก็ได้ตามใจตัวเอง ไม่ต้องเคร่งเครียดแบกทุกอย่างไว้บนบ่าเหมือนตอนนี้
ทั้งที่ความจริงเขาก็ไม่ได้อายุมาก เพิ่งเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แต่เหมือนผ่านโลกมาเยอะจนทำให้ปลงกับทุกอย่าง
“ยังดีกว่า ผมอยากไปขับรถเล่นสักหน่อย...ช่วยขับรอบเมืองสักชั่วโมงให้หน่อยได้ไหม” เหลือบมองเวลาพบว่าเพิ่งบ่ายแก่เท่านั้น อารมณ์เขาไม่คงที่ยังไม่อยากกลับบ้านตอนนี้ ความคิดฟุ้งซ่านนึกถึงอดีตอีกครั้งหลังจากฝันถึงใครบางคนที่ไม่ได้คิดถึงหล่อนนานแล้ว
เขาใช้ชีวิตแต่ละวันด้วยการทำงานและออกกำลังกายอย่างชกมวย จนได้ขึ้นชกเวทีใหญ่ของต่างประเทศแล้วได้แชมป์ติดต่อกันสองสมัย ความน่าเกรงขามแผ่ขยายออกไปเป็นที่เลื่องลือจนไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งกับชายหนุ่มอีก
“ครับ”
รถเคลื่อนตัวไปตามเส้นทางรอบเมือง โดยที่เขาเหม่อมองนอกกระจกพร้อมกับความคิดที่ย้อนกลับไปวันวานหลังจากทราบข่าวของผู้หญิงที่หนีหายจากบ้าน ทุกอย่างมันกะทันหันจนเขาไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ ค่อนข้างตกใจพอสมควรแต่ก็ไม่ได้ร้อนรนหลังฟังจากปากคนเป็นน้องสาวอย่างอรสินี
ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั
เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า
“อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่
๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว
ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล







