เข้าสู่ระบบ“ปล่อยหนูไปสักที! ป๊ามีเมียแล้ว!!มีเมียแล้วจะมายุ่งกับหนูทำไม!?” “ใช่!มีเมียแล้ว แล้วป๊าก็จะยุ่งเพราะหนูคือเมียป๊า”
ดูเพิ่มเติม“ป๊าเมามากแล้วหนูขอพาป๊าไปนอนก่อนนะคะ”คะนิ้งขออนุญาตเฮียอาทิตย์ที่นั่งดื่มกันอยู่ เมื่อตอนกลางวันปะป๊าพาเธอไปจดทะเบียนสมรสอย่างที่ว่าจริง ๆ บทจะใจร้อนก็ห้ามไม่อยู่ พอกลับมายังบ้านพักหลังเดิมก็ฉลองกันยกใหญ่ ส่วนคุณแม่เข้านอนไปเรียบร้อยแล้ว“ครับ เอามันไปนอนเถอะ” เฮียอาทิตย์มองน้องชายเพียงแวบเดียวก็ยกยิ้มบนมุมปากทีหนึ่ง เหมือนกับมองบางสิ่งบางอย่างออก“เอิ้ก~~”“อย่าเพิ่งอ้วกนะคะ”คะนิ้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงฟังดูเป็นห่วง เธอแบกร่างหนาที่หนักมากเข้ามาในห้องนอนได้สำเร็จ แต่กว่าจะมาถึงได้ก็เล่นเอาเธอเหงื่อไหลซิก เหนื่อยเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน“เดี๋ยวหนูถอดชุดให้นะคะ”“อื้ม~~”คะนิ้งลงมือถอดเสื้อผ้าเขาออกทีละชิ้นอย่างบรรจง ภูผาก็เอาแต่นอนแผ่หลารอรับการปรนนิบัติจากเธอ เขานอนตาปรือแต่ทว่ากลับยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คะนิ้งถอดส่วนบนเสร็จก็ต่อด้วยส่วนล่างทันที กางเกงขายาวสีดำถูกถอดออก เหลือเพียงกางเกงตัวในที่ปกปิดเจ้าภูผาสาขาย่อยไว้ อีกนิดเดียวก็จะถอดสำเร็จแล้ว แต่...
สามเดือนผ่านไป...“คุณแม่ไม่ต้องกลัวนะคะ เฮียอาทิตย์กับพี่ผาจะอยู่ช่วยคุณแม่ตลอดแน่นอน” คะนิ้งเอ่ยให้กำลังใจผู้เป็นแม่แฟนซึ่งนั่งวีลแชร์อยู่ตอนนี้ท่านอาการดีขึ้นมากแล้ว แม้จะยังเดินเหินไม่สะดวกแต่ก็พูดจาได้ เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ทุกคนต่างเฝ้ารอวันนี้ วันที่จะได้ขึ้นศาลเอาผิดคนชั่วซะที“แล้วนิ้งล่ะลูก?”“หนูจะนั่งรออยู่ข้างหลังค่ะ ไม่หนีไปไหนแน่นอน ถ้าทุกอย่างจบแล้วเรากลับบ้านกันนะคะ”เธอดูแลคุณแม่ดีจนท่านรักและเอ็นดูเธอมาก เมื่อก่อนเธอไม่มีโอกาสได้ดูแลแม่แท้ ๆ ตัวเอง น่าเสียดายอยู่บ้าง เธอเห็นคุณแม่เวลาพูดจากับลูกก็มักจะน่าฟังอาจจะมีดุบ้างบางคราว แต่แววตาดูรักใคร่ ต่างจากเธอที่ในสายตาผู้เป็นแม่มีแต่ความเกลียดชังแต่ช่างเถอะ...อย่างไรตอนนี้เธอก็นับว่าเป็นคนโชคดีคนหนึ่งแล้ว มีแม่แฟนก็รักและเอ็นดูเธอเหมือนลูกในไส้“หนูนั่งรอก่อนนะ” ภูผาที่ยืนอยู่ข้างกันเอ่ยขึ้น ข้างกายเขาก็มีเฮียอาทิตย์ยืนเคียงข้างกันด้วยท่าทีน่าเกรงขาม สองพี่น้องนี้หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกันอยู่มาก บุคลิกก็ยังเหมือ
หลังจากที่เธอส่งคุณแม่เข้านอนเรียบร้อย ห่มผ้าเสร็จสรรพ คะนิ้งเองก็เตรียมตัวนอนพักเตียงที่อยู่ไม่ห่างกันมากนัก ตอนนี้เธอรับหน้าที่ดูแลคุณแม่ของปะป๊า ทั้งอาหารการกินและคอยช่วยทำกายภาพบำบัด เธอเรียนรู้ทุกอย่างด้วยความตั้งใจเต็มเปี่ยม“เอ๊ะ”จู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ เธอลืมโทรศัพท์มือถือไว้ที่ไหนสักที่ หลังจากที่โทรส่งข่าวโมเดลที่ตามหาเธอให้วุ่น พอรู้ว่าเธอสบายดีและปรับความเข้าใจกันได้ก็บ่นอุบ บ่นว่าตัวเองจะไปเลือกกินอาหารเม็ดยี่ห้อนั่นบ้างนี่บ้าง เธอเองก็ได้แต่ยิ้มเก้อ ก็ตอนนั้นทะเลาะกันบ้านแทบแตก เพื่อนก็เข้าช่วยสุดกำลัง สรุปดีกับผัว? จบข่าว...เธอเดินออกมายังไม่ถึงห้องครัวด้วยซ้ำ ทว่ากลับรู้สึกเยือกเย็นแปลก ๆ ขนกายต่างลุกซู่ขึ้นมา นี่เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว ไฟในบ้านไม่ได้เปิดจนครบทุกดวง ทำให้แสงสว่างไม่มากพอจะเห็นทุกอย่างชัดถนัดตาทว่าเธอกับเจอเข้ากับบางสิ่ง!“อุ้ย! ป๊ามายืนอะไรตรงนี้คะเนี่ย หนูนึกว่าผีหลอกซะอีก”“...”“มายืนทำไมตรงนี้คะ?”“มาดักรอ”“ป๊ามารอ
“หนูจะรอป๊านะคะ”น้ำเสียงบวกกับสายตาแน่วแน่คู่นั้นแล้ว ทำให้หนังหน้าแก่ ๆ ของเขาเกิดร้อนผ่าวขึ้นมาจนได้ เขาเขินเมียตัวเองวันละไม่รู้กี่รอบ“ป๊าเป็นอะไรหรือเปล่าคะ? หน้าแดงเชียว” คะนิ้งเห็นสีหน้าเขาเปลี่ยนไปก็อดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ป๊าแค่รู้สึกว่าหนูสวยขึ้น สวยขึ้นทุกวันเลย”เขาว่าพลันใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมที่หล่นปิดใบหน้าสวยที่เขาหลงใหล แววตาอ่อนโยนการกระทำอันอบอุ่นนี้ช่างเหมือนตอนจีบกันใหม่ ๆดูไม่เหมือนคนเพิ่งทะเลาะกันราวกับจะฆ่าจะแกงกันก็ไม่ปาน ตอนนี้เธอกับเขาปรับความเข้าใจกันเเล้ว ไม่แปลกหากจะกระหนุงกระหนิงกันบ้าง“ป๊าก็หล่อขึ้นทุกวันเลยค่ะ” เธอเองก็ไม่ยอมน้อยหน้าชมเขาไม่หยุดปากเช่นกัน ทำเอาอีกคนเขินจนตัวแดงไปหมด“ไม่ให้ป๊ารักยังไงไหวเนี่ย ฟอด~”เขาว่าพลันหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ สักพักจึงนึกขึ้นได้ว่าที่นี่ไม่ได้มีแค่เขาอยู่ จึงรีบดึงตัวคะนิ้งให้ลุกขึ้น“ป๊าว่าเราไปอาบน้ำดีกว่าจะได้สบายตัว เดี๋ยวป๊าพาหนูไปหาแม่ป๊านะ”“จริงเหรอคะ?”
หลังจากทำผมเสร็จคะนิ้งก็ต้องมาเอางานกับโมเดลที่บ้าน ปล่อยให้คนแก่รออยู่บ้านคนเดียวเกือบชั่วโมง ถึงเวลาจึงบอกลาเพื่อนก่อนกลับ“งั้นฉันกลับแล้วนะเดล”“โอเค เออคะนิ้ง แกได้บอกป๊าเรื่องนั้นยัง”จู่ ๆ โมเดลก็นึกขึ้นได้จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย เรื่องที่ว่าก็ค
“อื้อ~~”เสียงดังอู้อี้ในลำคอเมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้น แม้ร่างกายจะระบมซ้ำยังเหนื่อยล้าจนแทบไม่อยากตื่น แต่ก็ต้องฝืนร่างกายตนเองลุกให้ไหว สาเหตุล้วนมาจากเมื่อคืนทั้งนั้น เพราะการกระทำรุนแรงป่าเถื่อนของคนที่เธอรัก ซึ่งบัดนี้ข้างกายไร้วี่แวว เขาหายไปแล้ว…“ฮึก~&r
“แกดีขึ้นบ้างไหมนิ้ง”เป็นโมเดลที่เอ่ยถามด้วยความห่วงใย หลังจากเกิดเรื่องโมเดลก็ตามออกมา และพาคะนิ้งกลับมาบ้านอย่างปลอดภัย โมเดลต้องทนเห็นคะนิ้งร้องไห้เงียบ ๆ แบบไร้เสียงอีกแล้ว เป็นอะไรที่บีบหัวใจที่สุด“คิดถึงปะป๊า~”คะนิ้งยังคงเพ้อแค่คิดถึงปะป๊าของเ
“เด็กดี”“!!!”เสียงหลอนหูดังขึ้นหน้าประตูห้องนอน คะนิ้งที่กำลังง่วนอยู่กับการเก็บของสำคัญก็ตกใจขีดสุด ดวงตากลมเบิกกว้าง ภายในตาเกิดเส้นสีเเดงฉาน นั่นเพราะความโกรธและเจ็บปวดเเล่นพล่านในใจ บวกกับที่เธอร้องไห้อยู่นานดวงตาจึงยิ่งน่ากลัว“หนูเปิดประต