Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 37 — รอยหมึกที่เปลี่ยนทาง

Share

บทที่ 37 — รอยหมึกที่เปลี่ยนทาง

last update publish date: 2026-10-20 13:28:46

หลักฐานจากเขาเทียนเหิงมาถึงชิงเสวียนในอีกสองวันต่อมา

มันไม่ได้อยู่ในหีบงดงาม

มีเพียงกล่องไม้สามใบ ประทับตราตรงรอยต่อทุกด้าน พร้อมรายชื่อผู้เปิดตรวจและผู้คุ้มกันตลอดทาง

กล่องแรกบรรจุฐานโคมหมายเลขสี่

กล่องที่สองเป็นบัญชีซ่อมเครื่องมือเก่า

ส่วนกล่องสุดท้ายมีแผ่นทองแดงไหม้ดำ ห่อด้วยผ้าหลายชั้น

เยว่ซีนั่งอยู่ข้างโต๊ะเมื่อเจ้าสำนักเปิดฝากล่องสุดท้าย

“พบในคลังของชำรุดหรือเจ้าคะ”

“อยู่ก้นหีบเครื่องรับแสงที่เลิกใช้” ผู้คุ้มกันตอบ “มีป้ายปีติดไว้ ตรงกับปีที่เมืองหลินอันเกิดเหตุ”

หลิงยวนไม่ได้แตะมัน

เขามองรอยอักขระตรงขอบซึ่งยังเหลืออยู่ แม้ส่วนกลางจะถูกความร้อนหลอมจนบิดงอ

ลายเส้นนั้นคล้ายกับฐานโคมที่เพิ่งยึดได้

แต่ความคล้ายเพียงอย่างเดียวยังบอกไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น

เจ้าสำนักจึงให้ผู้ตรวจอาคมเริ่มจากแยกหน้าที่ของมันทีละส่วน

⸻

เยว่ซีได้รับสำเนาบัญชีสำหรับช่วยตรวจวันที่กับลำดับรับส่ง

ต้นฉบับยังอยู่ในมือผู้ดูแลหอวินัย

นางพลิกผ่านรายการซ่อมจานทองเหลือง เปลี่ยนผลึก และขัดสนิมวงล้อ หลายหน้ามีแต่ตัวเลขกับชื่อวัสดุซ้ำกันจนตาล้า

หลิงยวนเลื่อนตะเกียงให้

“พักก่อนหรือไม่”

“อีกหน้านี้เจ้าค่ะ”

เขามองจำนวนหน้าที่เหลือ

“เมื่อครู่เจ้าก็พูดเช่นนี้”

เยว่ซีเงยหน้าขึ้น ก่อนจำได้ว่าตนเคยพูดอย่างเดียวกันกับเขาเรื่องพักรักษา

นางจึงวางพู่กันอย่างว่าง่าย

แต่ขณะยกมือออก สายตากลับหยุดอยู่ตรงหมายเลขใบซ่อม

“เดี๋ยวเจ้าค่ะ”

หลิงยวนไม่พูดอะไร เพียงรอให้นางชี้

ในบัญชีเครื่องรับแสงถูกส่งซ่อมสองครั้ง

ครั้งแรกก่อนเหตุหลินอันเจ็ดวัน

ครั้งที่สองหลังเหตุหลินอันสองวัน

ใบเบิกแผ่นทองแดงใหม่ทั้งสองรายการใช้หมายเลขเดียวกัน

“อาจลงเลขผิด” ผู้ดูแลกล่าว

เยว่ซีพยักหน้า

“แต่ใบรับของครั้งที่สองเขียนว่ารับคืนเครื่องเดิม หากเปลี่ยนแผ่นใหม่จริง เหตุใดไม่เบิกวัสดุเพิ่ม”

หลิงยวนเลื่อนเอกสารเข้ามาดู

ใบซ่อมแผ่นแรกระบุว่า ปรับทิศทางแสง

แผ่นที่สองระบุว่า คืนแนวเดิม

เขาเงยหน้าทันที

“ตรวจชื่อช่างกับผู้อนุญาตทั้งสองครั้ง”

⸻

ผู้อนุญาตคือผู้ช่วยดูแลคลังเครื่องมือ

ชายผู้นั้นยังอยู่ที่เขาเทียนเหิง และเพิ่งลงชื่อรับโคมหมายเลขสี่เมื่อสิบสองวันก่อน

เจ้าสำนักไม่ได้ส่งคำถามไปให้เขาตอบล่วงหน้า

คำสั่งควบคุมตัวออกไปพร้อมคำขอให้เก็บเอกสารจากห้องทำงานและตรวจผู้ร่วมงานแยกกัน

ก่อนเที่ยง ผู้ดูแลหอส่งข่าวกลับมา

ชายผู้นั้นถูกจับขณะพยายามนำกล่องตราประทับออกทางประตูขนฟืน

ในกล่องมีตราของช่างที่เสียชีวิตไปแล้วสามคน

หนึ่งในนั้นเป็นชื่อผู้ซ่อมเครื่องรับแสงเมื่อสิบสามปีก่อน

เยว่ซีอ่านข่าวแล้ววางกระดาษลงช้า ๆ

ครั้งแรกที่นางพบหนังสือเกินมาในหีบ ทุกคนยังต้องไล่ถามว่าใครเป็นผู้ขน ใครเป็นผู้รับ และใครลงชื่อ

คราวนี้ก็เช่นกัน

อักขระอาจซับซ้อนจนคนทั่วไปอ่านไม่ออก แต่ของที่ถูกแอบใส่เข้ามายังต้องผ่านมือใครบางคน

และมือนั้นทิ้งร่องรอยไว้

⸻

การตรวจแผ่นทองแดงใช้เวลาจนเย็น

ผู้ตรวจทั้งสองคนให้ความเห็นตรงกันว่า มันมีวงอาคมเพิ่มจากเครื่องรับแสงตามแบบเดิม

หน้าที่ของวงนั้นคือรับภาพที่บันทึกไว้แล้วแทรกเข้ากับแสงบนจานพยากรณ์

ส่วนที่เก็บภาพถูกเผาจนไม่อาจกู้คืนทั้งหมด แต่ยังมีร่องรอยการกำหนดทิศอยู่ตรงขอบ

ทิศเหนือ

ตำแหน่งเดียวกับที่เยี่ยจื้อหยวนเดินทางไปในคืนเกิดเหตุ

รายงานไม่ได้เขียนว่าภาพทุกอย่างที่เขาเห็นเป็นของปลอม

มันระบุเพียงสิ่งที่พิสูจน์ได้

มีผู้ดัดแปลงเครื่องมือก่อนเกิดเหตุ และถอดส่วนดัดแปลงออกภายหลัง

หลิงยวนอ่านจนจบแล้วส่งให้เจ้าสำนัก

“นำเข้าการไต่สวนด้วยขอรับ”

“ข้าสั่งแล้ว”

เจ้าสำนักมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

“เจ้าคิดอะไร”

หลิงยวนมองแผ่นทองแดงบนโต๊ะ

“พวกมันไม่ได้รอให้ผู้ช่วยเหลือมาไม่ทัน”

เขาหยุดไปเล็กน้อย

“พวกมันเตรียมให้คนเหล่านั้นไปผิดทาง”

⸻

เมื่อถูกถามเรื่องเครื่องรับแสง เซี่ยจิ้งเหิงไม่ยอมตอบในทันที

เขานั่งอยู่หลังโต๊ะคุมตัว มือข้างที่เหลือวางบนเข่า ผู้จดบันทึกกับผู้ตรวจอาคมอยู่ในห้องครบ

หลิงยวนเข้าร่วมในฐานะผู้เกี่ยวข้องกับเหตุหลินอัน

เยว่ซีเลือกไม่มาฟังครั้งนี้

นางขออ่านคำให้การภายหลัง และไม่มีใครถามให้นางเปลี่ยนใจ

ผู้ไต่สวนวางสำเนาใบจ่ายเงินข้างใบซ่อม

เงินถูกส่งจากเรือนค้าสมุนไพรแห่งหนึ่งที่ตรวจพบแล้วว่าเป็นทางผ่านค่าใช้จ่ายลับของสกุลเซี่ย

“ท่านรู้จักผู้ช่วยดูแลคลังคนนี้หรือไม่”

เซี่ยจิ้งเหิงเหลือบมองชื่อ

“คนมาขอเงินข้ามีมาก”

ผู้ไต่สวนวางหลักฐานอีกแผ่นลงไป

เป็นคำให้การของผู้ช่วยดูแลคลัง ยอมรับว่าเคยได้รับเงินให้เปิดทางแก่ช่างภายนอก และใช้ตราของช่างที่เลิกทำงานแล้วลงชื่อแทน

“เขาจำผู้ส่งเงินได้ และผู้ส่งเงินก็อยู่ในความควบคุมของเรา”

เซี่ยจิ้งเหิงนิ่งไป

หลิงยวนถามขึ้น

“เหตุใดต้องเป็นทิศเหนือ”

อีกฝ่ายหันมองเขา

“เจ้าอยากรู้ว่าหากผู้เฒ่านั่นไม่ไปผิดทาง พ่อแม่นางจะรอดหรือไม่หรือ”

“ข้าถามว่าทำไมเลือกทิศเหนือ”

เซี่ยจิ้งเหิงเอนหลัง

“เพราะไกล”

ห้องเงียบลง

“ไกลพอให้เขาใช้เวลาตรวจ ไกลพอให้ข่าวจากหลินอันตามไปไม่ทัน และมีซากอาคมเก่าให้พบจริง เขาจะได้ไม่หันกลับเพียงเพราะมองไม่เห็นสิ่งที่คาดไว้”

ผู้จดบันทึกเขียนต่อโดยไม่เงยหน้า

“ท่านเป็นผู้สั่งหรือไม่” ผู้ไต่สวนถาม

เซี่ยจิ้งเหิงมองเอกสารบนโต๊ะ แล้วตอบอย่างหมดความสนใจจะปฏิเสธ

“ใช่”

หลิงยวนไม่ขยับ

มือของเขาวางนิ่งข้างลำตัว

เซี่ยจิ้งเหิงกลับยิ้มบาง ๆ

“แต่ข้าไม่ได้สั่งให้เขาเชื่อทุกสิ่งที่เห็น และไม่ได้สั่งให้เขาปิดปากมาสิบสามปี”

หลิงยวนสบตาอีกฝ่าย

“ส่วนที่เขาต้องตอบ เราจะถามเขา”

จากนั้นจึงหันไปหาผู้จดบันทึก

“บันทึกคำรับสารภาพเมื่อครู่ให้ครบ”

⸻

เยี่ยจื้อหยวนมาถึงชิงเสวียนในอีกสองวัน

ผู้แทนจากสำนักพันธมิตรรับช่วงเฝ้าประตูโบราณแล้ว เขาจึงเดินทางออกมาได้หลังส่งมอบงานและตรวจผนึกครบถ้วน

คราวนี้ไม่มีขบวนต้อนรับ

ชายชราเดินเข้าหอประชุมพร้อมหีบบันทึกของตน วางลงบนโต๊ะที่เซี่ยจิ้งเหิงเคยนั่งให้การ

“ข้าจะให้ผู้ตรวจจากภายนอกอ่านทั้งหมด” เขากล่าว “รวมถึงบันทึกที่ข้าไม่เคยส่งให้ชิงเสวียน”

เจ้าสำนักมองหีบนั้น ก่อนสั่งให้ผู้จดบันทึกลงรายการรับ

เยว่ซีนั่งอยู่ข้างหลิงยวน

นางไม่ได้มารอคำขอโทษเพียงอย่างเดียว

“ท่านทราบเรื่องเครื่องมือถูกแก้ตั้งแต่เมื่อใดเจ้าคะ”

“หลังพบฐานโคมครั้งนี้ ก่อนหน้านั้นข้าไม่รู้”

“แล้วหลังเมืองถูกทำลาย ท่านตรวจสิ่งที่ใช้ดูนิมิตหรือไม่”

เยี่ยจื้อหยวนเงียบไปครู่หนึ่ง

“ข้าตรวจจานพยากรณ์กับปราณของตน แต่ไม่ได้เปิดเครื่องรับแสง เครื่องมือนั้นมีใบรับรองว่าซ่อมคืนแล้ว”

เยว่ซีมองใบซ่อมบนโต๊ะ

ตราเพียงดวงเดียวทำให้ของชิ้นหนึ่งถูกมองข้าม

แต่คนที่เชื่อตรานั้นก็ยังเป็นผู้เลือกว่าจะตรวจสิ่งใดต่อ

“เหตุใดท่านไม่ตอบจดหมายเจ้าสำนัก”

คำถามนี้ทำให้ชายชราก้มหน้าลง

“ข้ารู้ว่าตนตัดสินใจผิด ข้าอยากหาคำอธิบายให้ได้ก่อนตอบ ยิ่งหาไม่ได้ก็ยิ่งปล่อยเวลาไป”

เจ้าสำนักวางฝ่ามือลงบนโต๊ะ

“ระหว่างที่ท่านหาคำอธิบาย ลูกศิษย์ข้าต้องประคองผนึกอยู่ตามลำพัง”

“ข้าทราบ”

“ตอนนั้นท่านไม่ทราบ เพราะท่านไม่ถาม”

เยี่ยจื้อหยวนไม่โต้แย้ง

เยว่ซีได้ยินเสียงลมหายใจของหลิงยวนอยู่ข้างตัว เขายังนั่งตรง ไม่ได้หลบสายตาของผู้ใด

นางจึงวางมือของตนบนตัก ไม่รีบจับเขาไว้เพื่อกลบช่วงเงียบนี้

บางเรื่องเขาควรมีพื้นที่พูดด้วยตนเอง

⸻

“ตอนส่งข้าไปหลินอัน ท่านคิดว่าข้าจะกลับมาหรือไม่”

หลิงยวนถามในที่สุด

เยี่ยจื้อหยวนเงยหน้า

“ข้าคิดว่าเจ้าจะได้รับการรักษา และอาจช่วยตรวจพิธีได้ ข้าเห็นว่าปราณของเจ้าเข้ากับตำแหน่งสมอภายนอก แต่ไม่รู้ว่าพิธีจะเริ่มเร็วถึงเพียงนั้น”

“ท่านไม่ได้บอกข้าเรื่องสมอ”

“ใช่”

“หากบอก ข้าอาจเตรียมตัวต่างออกไป อาจแจ้งอาจารย์ หรือถามท่านหลินก่อนเกิดเหตุ”

“ข้ารู้แล้ว”

หลิงยวนมองเขาอยู่นาน

“ข้าไม่รู้ว่าทำเช่นนั้นแล้วผลจะเปลี่ยนหรือไม่”

เขาพูดช้าลง

“แต่ข้าควรได้รู้”

เยี่ยจื้อหยวนค้อมศีรษะ

“เจ้าควรได้รู้”

ไม่มีคำว่าชะตาถูกยกขึ้นมารับแทนการตัดสินใจของคน

เยว่ซีค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ

สิ่งที่นางรอได้ยินไม่ใช่คำรับรองว่าหากวันนั้นทุกคนทำถูก พ่อแม่จะต้องรอด

ไม่มีใครรับรองได้แล้ว

นางเพียงไม่ต้องการให้ใครเรียกสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งที่ยังไม่ได้ยอมรับสิ่งที่ตนเคยเลือก

⸻

หลังการให้การ เยี่ยจื้อหยวนส่งบันทึกทั้งหมดเข้าสู่การตรวจร่วม และยุติการใช้เครื่องพยากรณ์ที่ยังไม่ผ่านการตรวจ

ผู้ช่วยดูแลคลังกับผู้ร่วมขนส่งโคมถูกแยกสอบต่อ

ช่างผู้ดัดแปลงเครื่องรับแสงเมื่อสิบสามปีก่อนเสียชีวิตไปแล้วหลายปี แต่แบบอาคมของเขายังถูกนำมาใช้ในโคมชุดใหม่ ผู้ตรวจจึงตามเอกสารการส่งต่อแบบและรายชื่อคนที่เข้าถึงมันต่อไป

สำหรับคืนหลินอัน หลักฐานใหม่ถูกผนวกเข้ากับคำรับสารภาพของเซี่ยจิ้งเหิง

ชื่อผู้ตายกับความเสียหายไม่ได้เปลี่ยน

แต่คำอธิบายที่เคยเหลือเพียงภัยพิบัติและนิมิตคลาดเคลื่อนเริ่มมีคนรับผิดชอบชัดเจนขึ้น

⸻

เยว่ซีออกจากหอประชุมพร้อมหลิงยวนในช่วงบ่าย

นางเดินเงียบมาจนถึงใต้ต้นสน ก่อนหยุดลง

“ข้าเผลอคิดว่า หากเขาไปถูกทาง…”

คำพูดขาดหายไปเอง

หลิงยวนรอ

“ข้ารู้ว่าคิดแล้วแก้สิ่งใดไม่ได้ แต่ก็ยังคิด”

“ข้าก็คิด”

นางหันไปมองเขา

“หลายครั้งหรือเจ้าคะ”

“หลายครั้ง”

เยว่ซีก้มลงมองปลายรองเท้า

นางเคยคิดว่าความจริงจะมีวันครบถ้วน แล้วความเสียใจจะยุติตามไปด้วย แต่พอรู้มากขึ้น กลับมีทางแยกในอดีตให้มองเห็นเพิ่มขึ้นอีก

หลิงยวนยื่นมือมา

นางจับไว้

“วันนี้กลับไปกินข้าวก่อนดีหรือไม่” เขาถาม

เยว่ซีมองท้องฟ้าแล้วเพิ่งนึกได้ว่าตนกินเพียงข้าวเช้า

“ท่านหิวหรือ”

“หิว”

นางพยักหน้าทันที

“เช่นนั้นไปเจ้าค่ะ”

เดินไปได้สองก้าว นางก็เงยหน้าขึ้น

“คราวนี้หิวจริง หรือกลัวข้าไม่ยอมไป”

“ทั้งสองอย่าง”

เยว่ซีหัวเราะเบา ๆ แล้วดึงมือเขาให้ก้าวเร็วขึ้นเล็กน้อย

⸻

เย็นนั้น ซูหว่านชิงได้รับคำตอบเรื่องชื่อทั้งเจ็ดที่ฝากตรวจ

พบผู้รอดชีวิตสามคน

ยืนยันการเสียชีวิตได้สองคน

อีกสองคนยังไม่มีข้อมูลพอจะสรุป

นางนั่งอ่านอยู่ใต้ชายคาเรือนโอสถ ซูหว่านเฉิงนั่งข้างกัน ในมือมีลูกพลับที่ปอกไม่ค่อยเรียบร้อย

เขาวางมีดลงเมื่อเห็นพี่สาวหยุดอ่าน

“ชื่อใดบ้าง”

นางอ่านให้ฟังทีละชื่อ

พอถึงผู้ตาย เสียงก็เบาลง

เยว่ซีเดินมาถึงตอนนั้น จึงหยุดอยู่นอกระเบียง ไม่แทรกเข้าไปจนซูหว่านชิงเป็นฝ่ายเรียก

บนโต๊ะมีลูกพลับอีกครึ่งหนึ่ง

“หวานหรือไม่เจ้าคะ” เยว่ซีถามหลังนั่งลง

ซูหว่านชิงพยักหน้าแล้วส่งให้

มือของนางยังสั่น แต่วันนี้มีคนช่วยถือจาน

เยว่ซีรับผลไม้มา นั่งฟังนางเล่าเรื่องหญิงคนหนึ่งที่เคยแบ่งน้ำให้ในห้องขัง และเด็กหนุ่มซึ่งชอบเคาะผนังเป็นจังหวะตอนกลัว

นางจำชื่อทั้งสองไว้

วันไต่สวนต่อไป คนเหล่านั้นจะไม่เหลือเพียงจำนวนในบัญชี

⸻

ก่อนระฆังยามค่ำดัง หลิงยวนได้รับเชิญกลับไปยังเรือนเจ้าสำนัก

คราวเยี่ยจื้อหยวนไม่ได้วางแผ่นพยากรณ์รออยู่

บนโต๊ะเป็นแผนที่เส้นแร่ที่เคยเชื่อมเตาหลอมกับเขาดับจันทรา เทียบกับเส้นทางขนโคมและรายงานร่องรอยสิ่งที่หลุดจากประตู

“ข้าขอให้คนเฝ้าทางส่งร่องรอยจริงมาเทียบ” ชายชรากล่าว “ยังไม่ใช้ผลพยากรณ์ประกอบ”

หลิงยวนก้มดู

จุดที่พบเงาสีเทาสามแห่งอยู่ห่างกันมาก แต่หากลากตามแนวภูเขา กลับมุ่งไปทางเดียวกัน

ตะวันออกเฉียงเหนือ

เจ้าสำนักวางรายงานล่าสุดลงตรงปลายเส้น

หมู่บ้านหนึ่งพบสัตว์ป่าตายใกล้ทางขนแร่ ชาวบ้านได้ยินเสียงญาติที่จากไปเรียกจากอุโมงค์ร้าง คนเฝ้าทางปิดพื้นที่และพาคนออกแล้ว ยังไม่มีผู้ใดลงไปตรวจลึกกว่าปากอุโมงค์

“ที่นั่นคืออะไร” หลิงยวนถาม

เยี่ยจื้อหยวนเลื่อนบันทึกการค้าเก่าให้

ชื่อสถานที่เขียนไว้ว่า ด่านหานชวน

ใต้ชื่อนั้นมีรายการขนผลึกจำนวนมาก ตรงกับบัญชีที่ยึดจากสกุลเซี่ย แต่ปลายทางไม่เคยปรากฏในรายชื่อเรือนรักษาหรือสถานสงเคราะห์

หลิงยวนอ่านจำนวนแล้วขมวดคิ้ว

“ผลึกพวกนี้มากพอเลี้ยงเตาหลอมได้หลายเตา”

“ใช่” เจ้าสำนักตอบ “และยังหาไม่พบว่าเก็บอยู่ที่ใด”

นอกหน้าต่าง ลมค่ำพัดกิ่งสนกระทบกัน

หลิงยวนมองจุดทั้งสามบนแผนที่อีกครั้ง ก่อนเลื่อนนิ้วไปหยุดที่ด่านหานชวน

ประตูโบราณถูกปิดแล้ว

แต่สิ่งที่หลุดออกมากำลังเดินทางไปหาอาหารที่มีคนสะสมทิ้งไว้ให้มัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 68 — คนที่ยังไม่หลับ

    “หยุดคณะเดินทางทั้งสามก่อนถึงเรือนพัก” เจ้าสำนักชิงเสวียนวางคำให้การของเผยเหวินซูลงบนโต๊ะ ศิษย์หอวินัยรับตราคำสั่งแล้วออกไปทันที อีกสองคนแยกนำข่าวไปยังด่านใต้เขาและทางแยกฝั่งตะวันออก โม่หลิงยวนก้มมองชื่อบนกระดาษ เรือนรับรองชิงเหอ สถานที่พักสำหรับศิษย์ต่างสำนักซึ่งเดินทางมาร่วมงานประลอง อยู่ห่างจากตลาดใต้เขาออกไปไม่ถึงยี่สิบลี้ “ส่งคนไปตรวจจากภายนอกแล้วขอรับ” หัวหน้าหอวินัยรายงาน “หน้าประตูยังมีคนเฝ้า โรงครัวก่อไฟตามปกติ ไม่มีคณะศิษย์เข้าพักก่อนกำหนด” “คนงานเล่า” หลิงยวนถาม “ผู้ดูแลแจ้งไว้สิบสองคน” “ยืนยันว่าอยู่ที่ใดบ้าง อย่าให้ความสนใจเฉพาะห้องรับรอง” เจ้าสำนักเลื่อนภาพสะพานที่เผยเหวินซูเติมรายละเอียดมาให้ เสาหินสองต้น รอยร้าวใต้ฐานด้านขวา และทางน้ำใต้สะพานซึ่งลึกพอให้เรือเล็กลอดผ่าน “เขาระบุว่าของถูกส่งเข้าทางนี้” หลิงยวนมองข้อความอีกบรรทัด แผ่นรองพื้นไม่ได้ปูบนพื้น ทุกแผ่นติดอยู่ใต้เตียง “ให้คนเฝ้าปลายน้ำทั้งสองฝั่งด้วย” เขาหยิบกระบี่ขึ้น คราวนี้สิ่งที่พวกเขาต้องไปให้ถึงก่อน ไม่ใช่ขบวนรถ แต่เป็นเวลาที่คนในเรือนดับตะเกียงเข้านอน ⸻ หลินเยว่ซีพบเสิ่นซูเหอตรงทางเดิ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 67 — อย่าเปิดให้เสียงนั้น

    “นางบอกว่าครั้งนี้…หากข้าไม่ไป นางจะออกมาหาข้าเอง” เสิ่นซูเหอมองรอยประตูที่ศิษย์หนุ่มวาดบนโต๊ะ น้ำตรงส่วนอื่นเริ่มแห้งแล้ว แต่เส้นใต้ประตูยังเปียก ราวกับมีใครลากนิ้วซ้ำอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่มือของเขาวางอยู่บนตัก นางเลื่อนถ้วยออกจากรอยนั้นอย่างสงบ “เจ้าชื่ออะไร” ชายหนุ่มกะพริบตา “หลิวอันขอรับ” “หลิวอัน มองข้า ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใด” “ชิงเสวียน” “ดี วางเท้าทั้งสองลงบนพื้น อย่ามองโต๊ะ” เขาทำตาม ทว่าดวงตายังเหลือบกลับไปหารอยน้ำ เสียงเคาะดังขึ้นสามครั้ง ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผู้คุมหน้าประตูหันขวับ เสียงไม่ได้มาจากด้านนอก มันดังจากใต้โต๊ะ เสิ่นซูเหอกดกระดาษยันต์ลงเหนือรอยประตู แสงอ่อนสว่างขึ้นทันที เสียงเคาะขาดหายไป แต่หลิวอันกลับสะดุ้งสุดตัว “อย่าปิด!” เขาพุ่งมือไปหากระดาษ เสิ่นซูเหอจับข้อมือไว้ ผู้คุมเข้าช่วยประคองไหล่โดยไม่กดเขาลงกับพื้น ชายหนุ่มดิ้น หอบจนคำพูดแตกเป็นช่วง “ท่านแม่อยู่ข้างใน…นางกลัวความมืด…” เสิ่นซูเหอสั่งผู้คุมอีกคนทันที “เชิญท่านเจ้าสำนักกับโม่หลิงยวนมา นำของที่มีอาคมออกจากห้องข้างเคียง แล้วปิดทางเดินนี้” ใต้แผ่นยันต์ รอยน้ำค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ⸻ เยว่

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 66 — วันนี้ข้านัดเจ้าไว้

    หลินเยว่ซีเพิ่งพบว่าการเดินลงเขาอาจยากกว่าการฝึกกระบี่โดยเฉพาะเมื่อโม่หลิงยวนจับมือนางมาตลอดทางศิษย์คู่แรกที่เดินสวนมาค้อมศีรษะตามปกติ คู่ถัดไปมองมือทั้งสองแล้วรีบก้มหน้า ส่วนคนสุดท้ายเดินผ่านไปแล้วถึงกับหันกลับมา จนเกือบชนต้นไม้ข้างทางเยว่ซีลองขยับนิ้วหลิงยวนก้มมอง“เจ็บหรือ”“มีคนมอง”เขาหันไปทางศิษย์ที่เพิ่งชนกิ่งไม้ คนผู้นั้นรีบยกแขนคารวะแล้วเดินเร็วกว่าเดิม“ตอนนี้ไม่มีแล้ว”เยว่ซีเม้มปาก“ท่านแก้ปัญหาเช่นนี้หรือ”“เจ้าต้องการให้ข้าปล่อย?”เขาคลายมือเล็กน้อย เปิดโอกาสให้นางดึงออกเยว่ซีกลับเป็นฝ่ายจับไว้หลิงยวนไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงรอยยิ้มตรงมุมปากของเขาทำให้นางอยากเหยียบรองเท้าคู่นั้นสักครั้ง⸻เสี่ยวถังวิ่งมาถึงประตูสำนักพร้อมป้ายอนุญาตออกนอกเขตงานช่วงเช้าส่งต่อเรียบร้อยแล้ว นางขอลงตลาดในเวลาพักตามข้อกำหนดของหอวินัย จึงไม่ได้แอบหนีเวร แต่เหตุผลที่บอกผู้ดูแลมีเพียงซื้อด้ายกับของใช้จ้าวเฉิงมองตะกร้าในมือเพื่อน“เจ้าจะซื้อด้ายจริงหรือ”“จริง”“แล้วเหตุใดต้องเดินหลบหลังข้า”“ศิษย์พี่โม่ยังอยู่ข้างหน้า”จ้าวเฉิงถอนหายใจข้างกันมีศิษย์หนุ่มจากเรือนครัวติดมาด้วย เขามีหน้าที่ซื้

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 65 — ราคาของคำตอบ

    “อย่าส่งหนังสือกลับฉางเยวี่ย”หานจิ้นพูดทันทีที่เจ้าสำนักชิงเสวียนเข้ามาในห้องสอบสวนแขนขวาของเขาถูกดามไว้ ห่วงผนึกปราณตรึงข้อมือทั้งสองกับโซ่บนโต๊ะ ใบหน้าที่เคยวางท่าสุภาพตอนผ่านด่านเหลือเพียงเหงื่อเย็นเจ้าสำนักนั่งลง“เจ้ากลัวผู้ใด”หานจิ้นเหลือบมองผู้จดคำให้การ ก่อนหันกลับมา“รองเจ้าสำนัก เฉินซู่”โม่หลิงยวนวางกระดาษที่พบในฝักกระบี่ตรงหน้าเขา“เขาสั่งให้เจ้ามาพบมู่เฉิงเจ๋อ?”“ใช่”“คำสั่งอยู่ที่ใด”“ข้าเผาแล้ว”“เช่นนั้นเริ่มจากสิ่งที่พิสูจน์ได้”หานจิ้นก้มมองข้อความด้านหลังกระดาษ ดวงตาหยุดตรงคำว่าเด็กสกุลหลิน“กระดาษนี้ข้าเขียนเอง แต่คำถามเป็นของเขา เขาต้องการรู้ว่าร่างของนางรับพลังต่างสายได้อย่างไร”หลิงยวนไม่ขยับ ทว่าสายตาเย็นลงจนหานจิ้นรีบพูดต่อ“ข้าไม่ได้รับคำสั่งให้จับนางในครั้งนี้!”“ครั้งนี้?”เสียงเจ้าสำนักทำให้เขาชะงักความเงียบยาวนานพอให้ได้ยินเสียงพู่กันลากผ่านกระดาษ“หากได้คำตอบ…เขาจะตัดสินใจอีกที”หลิงยวนเลื่อนบัญชีรายชื่อชาวบ้านไปทับคำร้อง“คนในบัญชีนี้ก็ถูกใช้หาคำตอบเดียวกันหรือ”หานจิ้นหลบตา“พวกเขามีเส้นปราณรับพลังได้มากกว่าคนธรรมดา ข้าเพียงตรวจว่า—”“หญิงคนหนึ่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 64 — ผู้มาเลือกคน

    “เขาไม่ได้มารักษา…เขามาเลือกคน”หลินเยว่ซีเลื่อนถาดออกจากมือหญิงบนเตียง ก่อนเศษถ้วยจะบาดนิ้วที่กำลังสั่นธงด้านนอกถูกม้วนเก็บแล้ว แต่หญิงผู้นั้นยังจ้องหน้าต่าง ราวกับคนที่นางหวาดกลัวกำลังยืนอยู่อีกฟากเยว่ซีขยับไปบังช่องหน้าต่าง“คนถือธงเป็นศิษย์ของชิงเสวียนเจ้าค่ะ เขาเพียงขนของผ่านไป”หญิงผู้นั้นหายใจติดขัด“ลายนั้น…ข้าจำได้”“ข้าจะให้คนเก็บไว้ ท่านไม่ต้องรีบเล่า”ศิษย์หอวินัยมาถึงพร้อมเสิ่นซูเหอ เยว่ซีจึงถอยให้ผู้รักษาตรวจชีพจร ส่วนผู้จดคำให้การนั่งลงห่างจากเตียง ไม่วางธงให้นางเห็นซ้ำผ่านไปครู่หนึ่ง หญิงผู้นั้นจึงยอมคลายมือจากผ้าห่ม“มันอยู่บนถุงใส่เข็มของเขา”“ท่านเห็นเขาทำอะไรบ้าง” เยว่ซีถาม“จับข้อมือเรา กดตรงคอ แล้วให้กลืนยา คนที่อาเจียนถูกแยกไปอีกห้อง”นางกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น“ข้าอาเจียน เขากลับหัวเราะ บอกว่าคนเช่นข้าหาได้ยาก”ปลายพู่กันหยุดไปชั่วขณะ“ท่านจำลักษณะของเขาได้หรือไม่” ศิษย์หอวินัยถาม“ผอม ไว้เคราสั้น…นิ้วนางมือขวางอไม่สุด ตอนจับคางข้า เขาใช้สามนิ้ว”เยว่ซีมองมือของหญิงผู้นั้นซึ่งยกขึ้นเลียนท่า“เขาพูดชื่อหรือเรียกใครหรือไม่เจ้าคะ”“คนเฝ้าประตูเรียกเขาว่าผู้ดูแลห

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 63 — ชีวิตที่เรียกคืนไม่ได้

    เข็มเล็กกดลงกลางแผ่นผนึกในห้องรักษาของสำนักชิงเสวียน ถานอันลืมตาโพลงลมหายใจขาดห้วง ร่างบนเตียงแอ่นขึ้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากจากข้างใน รอยอักขระใต้ชายโครงเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ก่อนเลือดจะซึมออกตามเส้นที่เคยแห้งแล้วเสิ่นซูเหอคว้าข้อมือเขาชีพจรเต้นเร็วขึ้นอย่างผิดปกติแล้วเสียงร้องจากห้องข้างกันก็ดังตามมาหนึ่งคนสองคนกระทั่งครบทั้งเจ็ดคนที่ถูกช่วยกลับมา“แจ้งเจ้าสำนัก ปิดเขตเรือนรักษา!”นางสั่งศิษย์หน้าประตู ก่อนดึงแผ่นผนึกกั้นปราณมาติดข้างเตียงแสงขาวกางขึ้นร่างถานอันหยุดกระตุกไปครู่หนึ่ง ทว่าเส้นแดงใต้ผิวกลับยิ่งชัดสิ่งที่อยู่ในตัวเขาไม่ได้พยายามหนีออกมาทางประตูมันกำลังถูกดึงผ่านรอยบนร่าง⸻โม่หลิงยวนออกจากห้องสอบสวนตั้งแต่เผยเหวินซูพูดจบคำเตือนถูกส่งล่วงหน้าไปแล้ว แต่เสียงระฆังจากเรือนรักษาดังขึ้นก่อนเขาจะไปถึงเมื่อก้าวผ่านประตู เขาเห็นเสิ่นซูเหอกำลังกดจุดบนไหล่ถานอัน ขณะที่อาจารย์ฉินย้ายจากเตียงหนึ่งไปอีกเตียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“เจ็ดคนเกิดอาการพร้อมกัน” เสิ่นซูเหอบอกทันที “ผนึกข้างเตียงกันสิ่งภายนอกได้ แต่หยุดแรงดึงในรอยไม่ได้”หลิงยวนคุกเข่าข้างเตียงเขาไม่ได้เต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status