ホーム / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 38 — ของที่ขนกลับออกมา

共有

บทที่ 38 — ของที่ขนกลับออกมา

last update 公開日: 2026-10-20 13:45:27

“อย่าระเบิดอุโมงค์”

คำสั่งแรกของหลิงยวนทำให้ผู้ดูแลหอวินัยหยุดพู่กัน

เขาชี้แนวเส้นแร่ใต้ด่านหานชวน

“หากผลึกยังมีปราณเต็มอยู่ การทำให้เพดานถล่มอาจทำลายภาชนะเก็บทั้งหมด เราจะเปลี่ยนของที่มันยังกินไม่ได้ให้กระจายอยู่ทั่วภูเขา”

เจ้าสำนักเลื่อนรายงานชาวบ้านเข้ามา

“คนในพื้นที่ถูกย้ายออกแล้ว สำนักที่เฝ้าทางตั้งแนวกั้นห่างจากปากอุโมงค์สามลี้ ยังไม่มีใครเข้าไปด้านใน”

“ให้คงระยะไว้ก่อนขอรับ”

หลิงยวนหยิบใบขนผลึกขึ้นอ่านอีกครั้ง

มีรถเกวียนเข้าสู่ด่านสิบเจ็ดเที่ยวในช่วงสองเดือนก่อนเซี่ยจิ้งเหิงถูกจับ แต่ไม่มีใบส่งต่อไปยังเตาหลอมแห่งใด

“ของมากขนาดนี้ต้องมีคนเฝ้า” ผู้ดูแลหอวินัยกล่าว

“หรือเคยมี” เจ้าสำนักตอบ “เราต้องรู้ว่าพวกเขาไปไหน”

เยว่ซีถูกเรียกมาช่วยตรวจบัญชีหลังอาหารเช้า นางนั่งอ่านสำเนาอยู่ปลายโต๊ะ โดยมีผู้ดูแลเอกสารคอยเทียบต้นฉบับให้

นางพลิกหน้าสุดท้ายแล้วหยุด

“รถกลับออกมาทุกเที่ยวหรือเจ้าคะ”

“มีบันทึกผ่านด่านครบ” ผู้ดูแลตอบ

“แล้วเหตุใดทุกเที่ยวต้องเปลี่ยนล้อก่อนขากลับ”

หลิงยวนหันมองนาง

เยว่ซีวางเอกสารสองฉบับเคียงกัน

ฉบับแรกเป็นค่าขนผลึกเข้าเขา

อีกฉบับลงว่า ค่าซ่อมรถเปล่า

“รถบรรทุกของขึ้นเขาจนล้อเสียได้ แต่ที่นี่เบิกไม้เสริมพื้นรถกับแถบเหล็กรัดเพลาด้วย หากกลับออกมาเปล่า เหตุใดต้องเสริมให้รับน้ำหนักเพิ่มเจ้าคะ”

ผู้ดูแลดึงกระดาษไปอ่าน

ค่าซ่อมแบบเดียวกันปรากฏถึงสิบเอ็ดครั้ง

หลิงยวนเลื่อนแผนที่เส้นทางขนส่งออกจากกอง

“ตรวจใบชั่งที่ด่านล่าง อย่าค้นเฉพาะรายการผลึก”

⸻

ก่อนเที่ยง พวกเขาพบว่ารถขากลับไม่ได้ว่าง

มันขนหินบดละเอียดใส่กระสอบ ลงรายการเป็นวัสดุซ่อมถนน

น้ำหนักรวมมากกว่าผลึกที่นำขึ้นไปเสียอีก

เยว่ซีนับจำนวนกระสอบ แล้วมองชื่อผู้รับ

“ส่งไปสามเมือง แต่ผู้รับเป็นโรงโม่แห่งเดียวกันเจ้าค่ะ”

เจ้าสำนักก้มลงดู

โรงโม่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำด้านใต้ของด่านหานชวน ห่างจากอุโมงค์เกือบครึ่งวันเดินทาง

หลิงยวนลากปลายนิ้วจากภูเขาลงไปยังแม่น้ำ

“ผลึกอาจไม่ได้ถูกเก็บไว้ทั้งหมด”

“มันถูกบด?” ผู้ดูแลถาม

“ต้องตรวจของจริงก่อน”

คำสั่งชุดใหม่ออกจากห้องทันที

คนเฝ้าด่านยังคงปิดอุโมงค์ ส่วนหน่วยอีกชุดแยกไปตรวจโรงโม่และหยุดการขนส่งกระสอบที่ใช้เครื่องหมายเดียวกับบัญชี

เยว่ซีวางพู่กันลง

นางเคยคิดว่าหากพบที่เก็บผลึก ก็เพียงหาทางปิดไม่ให้สิ่งเหล่านั้นเข้าไปกิน

แต่หากผลึกถูกบดแล้วส่งออกมา สิ่งที่กำลังตามหาย่อมไม่ได้อยู่ในภูเขาเพียงแห่งเดียว

⸻

หลิงยวนออกเดินทางช่วงบ่าย

อาจารย์ฉินตรวจอาการก่อนอนุญาตให้ไปกับผู้อาวุโสสองคนและศิษย์ที่เคยฝึกรับมือเงาสีเทา เขายังห้ามใช้วิชาขนาดใหญ่ต่อเนื่อง และให้ผู้ติดตามรับหน้าที่เดินทางด้วยกระบี่แทนบางช่วง

หลิงยวนรับเงื่อนไขโดยไม่ต่อรอง

เยว่ซีมาส่งที่ลานหน้าเรือน

“ข้าจะอยู่ช่วยตรวจปลายทางของกระสอบ” นางกล่าว “ถ้าพบอะไรจะให้ผู้ดูแลส่งข่าวไป”

เขาพยักหน้า

“อย่าข้ามมื้ออาหาร”

“ท่านก็ด้วย”

“ได้”

นางหยิบห่อผ้าเล็กยื่นให้

หลิงยวนรับมาแล้วรู้ทันทีว่าเป็นอาหารแห้ง

“อาจารย์ฉินจัดยาแล้ว” นางบอก “อันนี้ข้าจัดเอง ไม่ต้องกินพร้อมน้ำอุ่นสามครั้งต่อวัน”

เขามองนาง ก่อนเก็บห่อผ้าไว้ด้านในเสื้ออย่างระมัดระวัง

“ข้าจะกลับมาเล่าให้ฟัง”

เยว่ซีจับมือเขาครั้งหนึ่งแล้วปล่อย

นางไม่ได้ขอให้เขารับรองว่าจะไม่มีอันตราย

เพียงอยากให้ทุกอย่างที่ทำได้เพื่อกลับมา ถูกนับรวมอยู่ในแผนของเขาด้วย

⸻

ด่านหานชวนเงียบจนได้ยินเสียงไม้ธงเสียดสีกัน

ร้านค้าริมทางปิดประตู รถเกวียนที่รอผ่านด่านถูกย้ายลงไปพักในพื้นที่ปลอดภัย เหลือเพียงผู้คุมทางกับศิษย์จากสำนักใกล้เคียง

หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนพาหลิงยวนไปยังเนินซึ่งมองเห็นปากอุโมงค์

“เมื่อเช้ามีเงาเข้าไปสองตนขอรับ ไม่พบออกมาอีก”

“คนเฝ้าโกดังเล่า”

“พบเรือนพักว่าง อาหารแห้งหายไป เสื้อผ้าก็ถูกเก็บ คาดว่าหนีก่อนเรามาถึง”

หลิงยวนย่อตัวดูดินข้างทาง

รอยล้อเกวียนเก่าซ้อนกันหลายแนว แต่มีรอยรองเท้ากลุ่มหนึ่งเดินลงจากเขาไปทางลำธาร

หัวหน้าหน่วยชี้ตาม

“เราพบถึงตรงที่น้ำท่วมทาง จากนั้นรอยหายไป”

“มีใครตามเสียงเรียกเข้าไปหรือไม่”

ชายผู้นั้นส่ายหน้า

“ข้าจัดคนอยู่เป็นคู่ ไม่ให้แยกกัน”

หลิงยวนพยักหน้า ก่อนมองปากอุโมงค์อีกครั้ง

จากที่นี่เห็นแสงเรืองบาง ๆ อยู่ลึกเข้าไป

มันสว่างเป็นจังหวะ

ราวกับมีคนกำลังหายใจอยู่ใต้ภูเขา

⸻

พวกเขาใช้ทางขนแร่เก่าซึ่งอยู่สูงกว่าปากอุโมงค์หลัก

คนงานที่อพยพออกมาให้แผนผังไว้ ทางนั้นแคบจนเกวียนผ่านไม่ได้ แต่มีช่องมองลงสู่ห้องเก็บของด้านล่าง

หลิงยวนให้ผู้อาวุโสหนึ่งคนคุมทางถอย อีกคนไปตรวจจุดตัดเส้นแร่ด้านนอก ส่วนตนพาศิษย์สองคนเข้าไปถึงช่องมอง

ข้างล่างมีผลึกเหลืออยู่จริง

แต่เป็นเพียงเศษแตกกับก้อนเล็กที่กองตามผนัง

ห้องใหญ่กลางอุโมงค์ว่างเปล่า เหลือฐานวางหีบและรอยลากบนพื้น

เงาสีเทาสองตนกำลังก้มเหนือกองผลึก

เสียงเคี้ยวกรอบแกรบดังสะท้อนขึ้นมา

ศิษย์ข้างหลิงยวนเกร็งมือบนด้ามกระบี่

เขายกนิ้วห้าม

ตรงผนังหลังเงาทั้งสองมีท่อทองแดงฝังอยู่ ปลายท่อทอดออกไปทางใต้

แสงในท่อไม่ได้ไหลเข้าห้องเก็บของ

มันกำลังถูกดึงออกไป

หลิงยวนมองร่างสีเทาที่ขยายตัวช้า ๆ แล้วหดลงอีกครั้ง

พวกมันกินเศษผลึก

แต่บางสิ่งกำลังแย่งปราณจากพวกมันไปด้วย

⸻

ที่ชิงเสวียน เยว่ซีพบลั่วชิงเหยาในห้องคัดเอกสาร

ศิษย์พี่หญิงนั่งอยู่กับผู้ดูแล กำลังเทียบเครื่องหมายบนกระสอบจากภาพร่างกับบัญชีวัสดุที่เคยผ่านเรือนรับรอง

เมื่อเห็นเยว่ซี นางเลื่อนกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้

“เครื่องหมายนี้ ข้าเคยเห็นบนของที่เผยเหวินซูสั่ง”

เยว่ซีหยุดข้างโต๊ะ

เป็นรูปเส้นเฉียงสองเส้นใต้กรอบสี่เหลี่ยม ตรงกับกระสอบขากลับจากหานชวน

“ท่านจำได้จากที่ใดเจ้าคะ”

“กล่องผงขัดผลึก เขาให้คนส่งไปห้องทำงาน บอกว่าใช้ซ่อมอุปกรณ์”

ผู้ดูแลจดคำให้การทันที

เยว่ซีมองรายการในสำเนาบัญชี

“ของไปถึงเขากี่ครั้ง”

“ที่ข้ารับแทน มีสองครั้ง ครั้งหลังกล่องหนักจนต้องใช้คนยกสองคน”

ลั่วชิงเหยาก้มมองมือของตน

“ข้าไม่เคยเปิดดู”

“ห้องนั้นยังอยู่ในรายการของที่ยึดหรือไม่เจ้าคะ” เยว่ซีถามผู้ดูแล

“อยู่ ข้าจะส่งคนตรวจ”

ลั่วชิงเหยาเงยหน้าขึ้นเมื่อผู้ดูแลออกไปเรียกศิษย์เวร

“เจ้าจะไปถามเขาหรือ”

เยว่ซีส่ายหน้า

“ให้ผู้สอบสวนถามดีกว่าเจ้าค่ะ เขาจะได้เทียบกับคำตอบก่อนหน้า”

ลั่วชิงเหยานิ่งไป ก่อนเลื่อนบันทึกอีกแผ่นตามมา

“นี่วันที่ข้าจำได้”

เยว่ซีรับไว้

ทั้งสองไม่ได้พูดเรื่องอื่น

แต่กระดาษแผ่นนั้นถูกส่งไปถึงหอวินัยก่อนระฆังบ่ายดัง

⸻

เผยเหวินซูมองภาพเครื่องหมายแล้วเงียบไป

ผู้สอบสวนวางกล่องผงขัดที่ยึดจากห้องของเขาลงบนโต๊ะ กล่องยังปิดผนึกจากวันที่ค้นเรือนรับรอง

“ของจากหานชวนใช่หรือไม่”

“ใช่”

“ใช้ทำอะไร”

เขามองคนในห้องทีละคน

“ข้าขอพบหลินเยว่ซี”

ผู้สอบสวนปิดสมุดชั่วคราว

“คำขอนั้นไม่เกี่ยวกับคำถาม”

“สิ่งที่ข้ารู้อาจช่วยนางได้”

“ถ้าเช่นนั้นก็พูด ข้าจะบันทึกว่าท่านให้ข้อมูลใด และตรวจว่ามันช่วยผู้ใดได้จริง”

เผยเหวินซูขบกราม

ไม่มีใครออกไปตามเยว่ซี

ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงก้มมองกล่อง

“มันไม่ใช่ผงขัดทั้งหมด ข้างในมีผลึกบดสำหรับผสมหมึกเขียนอาคม”

“อาคมชนิดใด”

“รับปราณจากระยะไกล ผ่านวัสดุที่มาจากผลึกชุดเดียวกัน”

ผู้สอบสวนเปิดสมุดอีกครั้ง

“ปลายทางอยู่ที่ใด”

“ข้ารู้เพียงจุดรับของ โรงโม่ริมแม่น้ำใต้ด่าน”

“ข้างในมีอะไร”

เผยเหวินซูหลับตาชั่วครู่

“เตารวบปราณ”

⸻

ข่าวถึงหลิงยวนตอนเขากลับออกจากทางขนแร่

เขาอ่านแล้วส่งให้ผู้อาวุโสทันที

“หยุดเส้นท่อด้านใต้ก่อน แต่ห้ามใช้ปราณเติมเข้าไป ตรวจว่าถอดข้อต่อได้หรือไม่”

ผู้อาวุโสพยักหน้าแล้วพาคนไป

หลิงยวนเขียนคำเตือนถึงหน่วยตรวจโรงโม่

อย่าเข้าใกล้เตากลางห้อง ห้ามโจมตีด้วยปราณ เตาอาจรับพลังจากสิ่งที่อยู่ในอุโมงค์

จากนั้นจึงหันกลับไปยังปากทาง

เงาสองตนข้างในยังต้องจัดการ

หากปล่อยไว้ เมื่อท่อถูกตัด พลังทั้งหมดที่พวกมันกินจะไม่ถูกดึงออกอีก

“เตรียมวงกั้นที่ช่องระบายเหนือห้องเก็บของ” เขาสั่ง “เราจะบังคับให้มันออกมาทีละตน”

⸻

การตัดท่อทำให้เสียงเคี้ยวหยุดลง

เงาตนแรกเงยหน้าทันที

หลิงยวนยืนอยู่ตรงปากทางเดินแคบ กระบี่ในมือยังไม่มีแสงปราณ

ร่างสีเทาพุ่งใส่เขา

เขาถอยหนึ่งก้าว ปล่อยให้มันผ่านแนวหินที่ทำเครื่องหมายไว้ ผู้อาวุโสด้านนอกกดวงอาคมลงตัดการไหลของปราณจากห้องเก็บของทันที

เงาพุ่งชนผนังอีกด้านจนฝุ่นร่วง

หลิงยวนเบี่ยงตัวหลบแขนที่ยืดออกมา คมกระบี่เฉือนผ่านช่วงไหล่ ร่างนั้นแยกแล้วเชื่อมกลับอย่างรวดเร็ว

เขาไม่ได้ฟันซ้ำในจุดเดิม

รอจนมันหันกลับมา จึงปักปลายกระบี่ลงบนก้อนแข็งใต้ลำคอที่เผยออกขณะเงายืดตัว

เสียงแตกดังขึ้น

ร่างสีเทาสลายลงตรงหน้า

ความเย็นแล่นผ่านข้อมือซ้าย หลิงยวนขยับมือครั้งหนึ่งแล้วถอยออกตามแผน ให้ผู้อาวุโสรับตำแหน่งต่อ

เงาตนที่สองไม่ได้ตามมา

มันหันไปเกาะผนังตรงปลายท่อที่ถูกตัด ใช้เล็บขูดหินอย่างบ้าคลั่ง

เสียงที่ออกจากปากไม่ใช่คำล่อหลอก

เป็นคำเดิมซ้ำ ๆ

“คืนมา”

หลิงยวนมองรอยสีเทาที่ติดอยู่บนทองแดง

เขาเริ่มแน่ใจแล้วว่าเตาที่โรงโม่ไม่ได้เพียงเก็บพลังส่วนเกิน

มันกำลังเลี้ยงอะไรบางอย่างที่แข็งแกร่งกว่าสิ่งเหล่านี้

⸻

หน่วยตรวจโรงโม่ได้รับคำเตือนก่อนเข้าถึงห้องกลาง

พวกเขาพบคนงานสามคนถูกมัดอยู่ในเรือนเก็บฟืน ทุกคนขาดน้ำ แต่ยังรู้สึกตัว

คนหนึ่งคว้าแขนผู้ช่วยเหลือทันที

“อย่าจุดไฟในเตา”

“พวกเราจะพาออกไปก่อน”

“ข้าเห็นคนคุมใส่ผลึกลงไป มันพูดได้… เขาให้อะไร มันก็ยังบอกว่าไม่พอ”

ผู้อาวุโสผู้คุมทีมสั่งย้ายคนงานออกนอกแนวกั้น แล้วขึ้นไปดูจากช่องระบายด้านข้าง

ห้องกลางโรงโม่มีเตาเหล็กสูงเกือบถึงขื่อ

พื้นรอบเตาปูด้วยผงผลึกสีขาว เส้นอาคมพาดผ่านมันเหมือนรากไม้ เชื่อมเข้ากับท่อทองแดงที่โผล่มาจากใต้ดิน

ข้างเตามีรองเท้าข้างหนึ่ง

ส่วนคนที่เคยสวมไม่อยู่แล้ว

บนผิวเหล็กนูนออกมาเป็นรอยฝ่ามือจากด้านใน

รอยนั้นใหญ่กว่ามือคนหลายเท่า

ผู้อาวุโสยกมือให้ทุกคนถอย

แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังออกมาจากเตา

“หยุดส่งแล้วหรือ”

⸻

เงาตนที่สองในอุโมงค์ถูกกำจัดก่อนค่ำ

ผลึกที่เหลือถูกแยกกักไว้ หน่วยเฝ้าทางตรวจช่องแร่รอบห้องเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีทางเชื่อมที่ยังทำงาน

หลิงยวนรับรายงานจากโรงโม่ขณะอาจารย์แพทย์ที่ร่วมขบวนกำลังตรวจข้อมือเขา

เขาอ่านโดยไม่ดึงแขนหนี

เตายังไม่ถูกเปิด

คนงานออกมาครบสามคน

หน่วยตรวจถอยมาตั้งวงกั้นนอกอาคารแล้ว

“ต้องพักแขนก่อน” หมอกล่าว “เส้นปราณตึงขึ้น แต่ยังไม่ฉีก”

“ขอรับ”

หลิงยวนหันไปสั่งศิษย์

“แจ้งเจ้าสำนักว่าพบเตา ขอผู้เชี่ยวชาญเสริมแนวกั้น และให้หน่วยที่โรงโม่หยุดการลำเลียงของทุกชนิดเข้าอาคาร”

เขาหยุดแล้วถามคนส่งข่าว

“ยังเห็นปราณไหลเข้าเตาหรือไม่ หลังเราตัดท่อที่นี่”

“หน่วยตรวจบอกว่ายังเห็นขอรับ แต่เบาลง”

หลิงยวนมองลงไปทางแม่น้ำ

แสดงว่ายังมีแหล่งอื่น

กระสอบที่ส่งออกไปสามเมืองไม่ได้ใช้เพียงซ่อนน้ำหนักขนส่ง

มันอาจถูกนำไปเขียนวงอาคมรับปราณในสถานที่อีกหลายแห่งแล้ว

⸻

ที่ชิงเสวียน เยว่ซีได้รับคำขอให้ตามหาปลายทางของกระสอบทุกใบ

นางกับผู้ดูแลเปิดบัญชีที่ตรวจไว้ขึ้นมาอีกครั้ง

ชื่อผู้รับสามเมืองดูต่างกัน แต่เมื่อเทียบใบเบิกวัสดุ กลับมีของอย่างหนึ่งเหมือนกัน

ปูนขาว

ไม้ทำป้าย

และผ้าสำหรับคลุมโต๊ะยาวจำนวนมาก

เยว่ซีวางนิ้วลงบนวันส่งของ

ทุกแห่งได้รับวัสดุก่อนงานเดียวกัน

งานแจกโอสถให้ผู้ยากไร้ที่สกุลเซี่ยประกาศไว้ล่วงหน้า

หลังเซี่ยจิ้งเหิงถูกจับ งานส่วนใหญ่ถูกยกเลิก แต่ศาลาที่สร้างไว้ยังอยู่ และบางแห่งถูกใช้เป็นที่พักผู้เดินทางต่อ

“ขอแผนผังศาลาทั้งสามแห่งเจ้าค่ะ” นางรีบกล่าว “ตรวจพื้นกับเสา อย่าดูเพียงกล่องยาที่เหลืออยู่”

ผู้ดูแลส่งคำสั่งออกไปทันที

เยว่ซีมองรายการวัสดุอีกครั้ง

คนที่ผ่านเข้าไปพักไม่จำเป็นต้องรู้ว่ามีอาคมอยู่ใต้เท้า

เพียงนั่งรอ ดื่มน้ำ หรือหลับอยู่ชั่วคืน ก็อาจกลายเป็นผู้ส่งปราณไปยังเตาโดยไม่รู้ตัว

⸻

ใกล้เที่ยงคืน คำเตือนถูกส่งถึงครบทั้งสามเมือง

สองแห่งตอบกลับว่ากำลังย้ายคนออกจากศาลาและปิดพื้นที่

แห่งที่สามยังไม่ตอบ

เยว่ซีนั่งอยู่ข้างแผ่นรับสาร ไม่ได้แตะมัน เพียงอ่านทุกตัวอักษรที่ปรากฏขึ้น

เสิ่นซูเหอนำเสื้อคลุมมาวางบนไหล่นาง

“ผลึกเจ้าเป็นอย่างไร”

เยว่ซีเปิดช่องเล็กตรงกล่องให้ดู

แสงสีเขียวยังคงสม่ำเสมอ

นางจึงปิดมันแล้วหันกลับไปยังโต๊ะ

ครู่ต่อมา ตัวอักษรจากหลิงยวนปรากฏบนแผ่นรับ

ข้อมือตึง ตรวจแล้ว ยังพักตามคำสั่งหมอ อยู่ที่ด่านหานชวน

เยว่ซีอ่านซ้ำหนึ่งครั้ง

เขาจำได้ว่านางไม่ได้ต้องการเพียงคำว่าไม่เป็นไร

นางหยิบพู่กันเขียนตอบสั้น ๆ แล้วส่งให้ผู้ดูแลประทับตรา

ข้ากินข้าวแล้ว กำลังรอข่าวศาลาแห่งที่สาม ท่านกินของในห่อด้วย

ผู้ดูแลรับไปโดยไม่แสดงสีหน้า

แต่เยว่ซีเห็นว่าเขาต้องเม้มปากก่อนหันไปส่งสาร

⸻

ที่โรงโม่ แนวกั้นด้านเหนือสั่นขึ้นในยามเดียวกัน

ผู้อาวุโสยกมือให้ศิษย์ถอยไปยังแนวสำรอง แรงกดจากภายในอาคารเพิ่มขึ้นทั้งที่ท่อจากด่านหานชวนถูกตัดแล้ว

เสียงเหล็กครางดังลอดออกมา

รอยฝ่ามือบนเตาค่อย ๆ ยุบกลับ

จากนั้นจึงมีรอยใหม่ปรากฏสูงขึ้นกว่าเดิม

เป็นแนวตั้งห้าเส้น ลากจากฝาเตาลงมาจนถึงกลางลำตัว

บางสิ่งกำลังใช้เล็บกรีดเหล็กจากด้านใน

คนเฝ้าประตูโรงโม่เห็นแสงขาวไหลผ่านผงผลึกบนพื้น เส้นที่เคยสว่างสามสายเหลือเพียงสายเดียว

แต่สายนั้นกลับสว่างขึ้นเรื่อย ๆ

เขารีบเขียนรายงานส่งออกไป

ก่อนยันต์จะพ้นปลายนิ้ว เสียงจากในเตาก็ดังขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้ไม่มีคำขออาหาร

มีเพียงเสียงหัวเราะต่ำ ๆ ตามด้วยประโยคหนึ่ง

“ทางนี้ยังเปิดอยู่”

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 76 — อย่าหยุดเพียงเพราะเกือบชนะ

    เสียงน้ำฉีกผ่านอากาศดังอยู่ข้างหูหลินเยว่ซีเห็นหานรั่วหลันถอย เห็นช่องว่างใต้แขน และรู้ว่าหากแทงต่อ ปลายกระบี่จะถึงตัวอีกฝ่ายก่อนน้ำด้านหลังจะกระแทกนางเต็มแรงแต่ถึงก่อน…ไม่ได้แปลว่านางจะรับแรงกระแทกหลังจากนั้นไหวเยว่ซีเปลี่ยนมุมกระบี่คมที่พุ่งตรงพลิกเข้าขัดอาวุธของหานรั่วหลัน นางก้าวเฉียงผ่านไหล่อีกฝ่ายแทนที่จะตามแทงสายน้ำกระแทกเฉียดสะบักความเจ็บแล่นวาบ ร่างนางเซไปครึ่งก้าว แต่แรงส่วนใหญ่พุ่งผ่านช่องว่างที่นางเพิ่งหลบออกมาน้ำตรงเข้าหาเจ้าของปราณเองหานรั่วหลันยกมือซ้ายหยุดมันเพียงชั่วจังหวะนั้น เยว่ซีก็กดกระบี่อีกฝ่ายลงแล้วหมุนเข้าด้านข้างได้สำเร็จเสียงฮือดังขึ้นทว่าหานรั่วหลันกลับใช้ศอกขวาดันแขนเยว่ซีออก พลิกด้ามกระบี่แล้วถอนตัวพ้นระยะทั้งสองแยกจากกันไม่มีเสียงประกาศผลเยว่ซีหอบหนัก ปลายกระบี่สั่นเล็กน้อย สะบักข้างหนึ่งปวดตุบจนรู้สึกได้ทุกครั้งที่หายใจหานรั่วหลันยกกระบี่ขึ้นใหม่“ข้านึกว่าเจ้าจะแลก”เยว่ซีไม่ละสายตาจากมือซ้ายอีกฝ่าย“ข้ายังอยากแข่งรอบหน้า”หานรั่วหลันยิ้มบาง ๆ“ข้าก็เช่นกัน”น้ำบนพื้นเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง⸻คราวนี้หานรั่วหลันไม่ส่งน้ำพุ่งสูงนางแยกมันเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 75 — เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น

    “ยกแขน”จ้าวเฉิงยกแขน“สูงกว่านั้น”เขายกสูงขึ้นจนชายแขนเสื้อเลื่อนลงถึงข้อศอกอาจารย์ฉินจับข้อมือเขาหมุนช้า ๆ ก่อนให้กำมือ คลายมือ แล้วออกแรงต้านฝ่ามือตนจ้าวเฉิงทำตามทุกอย่างโดยไม่เถียงสักคำหลินเยว่ซียืนมองอยู่ข้างประตูจนอดกระซิบกับเสี่ยวถังไม่ได้“วันนี้เขาว่าง่ายผิดปกติ”“ข้าได้ยิน”“เช่นนั้นหูก็หายดีแล้ว” อาจารย์ฉินกล่าวเสี่ยวถังรีบก้มหน้าจ้าวเฉิงเม้มปาก รอจนผู้รักษาคลำรอบแผลเก่าเสร็จจึงถาม“เป็นอย่างไรขอรับ”อาจารย์ฉินปล่อยมือ“แผลสมานดี เส้นเอ็นไม่บวม ขยับได้เต็มช่วง วันนี้ถอดผ้าคล้องได้”จ้าวเฉิงลุกพรวด“นั่งลง ข้ายังพูดไม่จบ”เขานั่งกลับทันที“กลับไปขยับเบา ๆ ก่อน ถึงวันแข่งข้าจะตรวจซ้ำ หากมีอาการเจ็บ บวม หรือชา ต้องบอก ห้ามกินยากดอาการเพื่อให้ตัวเองผ่าน”“ขอรับ”“และแขนหาย ไม่ได้แปลว่าฝีมือที่ทิ้งไปจะกลับมาพร้อมกัน”รอยยิ้มของจ้าวเฉิงลดลงเล็กน้อยเขามองมือข้างที่ไม่ได้จับกระบี่เต็มแรงมาหลายวัน แล้วลองกำดูอีกครั้งอาจารย์ฉินประทับตราลงบนใบรับรอง“ไปได้”คราวนี้จ้าวเฉิงไม่รีบลุกเขาคำนับเต็มท่า“ขอบพระคุณขอรับ”เมื่อออกมาถึงระเบียง เยว่ซีจึงยื่นกระบี่ที่ช่วยถือไว้ให้ชายหนุ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 74 — ก่อนเสียงระฆัง

    “ข้าไม่เห็นด้วย”ผู้อาวุโสผู้หนึ่งผลักรายงานกลับไปกลางโต๊ะ“เผยเหวินซูเคยช่วยเซี่ยจิ้งเหิงปกปิดการขนคน แก้บัญชี และหลอกพวกเรามาแล้ว วันนี้เขาบอกทางถูก มิได้หมายความว่าพรุ่งนี้จะไม่พาเราไปตาย”ไม่มีใครรีบโต้เจ้าสำนักชิงเสวียนวางคำให้การจากโรงสีไว้ข้างรายงานนั้น“ข้าจึงเรียกทุกคนมาหารือ ก่อนจะต้องตัดสินใจในวันที่ไม่มีเวลาเหลือ”โม่หลิงยวนยืนอยู่ข้างหน้าต่าง เขาฟังจนอีกฝ่ายกล่าวจบจึงเอ่ยขึ้น“คำเตือนเรื่องเรือช่วยคนของเรารอด แต่ยังไม่เพียงพอให้ปล่อยตัว”ผู้อาวุโสผู้นั้นหันมอง“แล้วเจ้าต้องการสิ่งใด”“ให้เขาถ่ายทอดสิ่งที่รู้จนคนอื่นใช้ได้ เริ่มจากเส้นทางส่งของ รหัส และวิธีจัดการสิ่งที่เซี่ยจิ้งเหิงทิ้งไว้ เราจะได้ไม่ต้องรอถามเขาทุกครั้งที่มีคนเจ็บ”ผู้อาวุโสสวี่เคาะนิ้วลงบนโต๊ะ“ส่วนไหนเกี่ยวกับอุปกรณ์ ข้าตรวจเอง เขาวาดได้ เราก็ต้องทำความเข้าใจได้”เยี่ยจื้อหยวนเลื่อนบันทึกการตรวจเถียนลู่ออกมา“แต่บางอย่างอยู่ในตัวคน ปราณที่ฝังไว้เมื่อคืนต่างจากของที่เคยพบ มันพยายามทำลายชีพจรเมื่อถูกกด ไม่ใช่เพียงรบกวนจิต”“ถอนออกได้หรือไม่” เจ้าสำนักถาม“หยุดไว้ได้แล้ว ยังต้องหาวิธีถอนให้หมดโดยไม่ทำลายเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 73 — คนที่ยังส่งคำสั่ง

    “ป้ายเป็นของจริงขอรับ”ศิษย์หอวินัยวางสมุดลงข้างป้ายไม้ที่ยึดได้หลินเยว่ซียืนอยู่ริมโต๊ะกับโม่หลิงยวน ส่วนเจ้าสำนักเปิดหน้าที่คั่นไว้ รายชื่อผู้ติดตามคณะประลองเรียงอยู่ใต้ตรารับรอง แต่ตรงชื่อเจ้าของป้ายกลับมีหมึกแดงขีดทับ“เจ้าของแจ้งหายตั้งแต่เมื่อวาน” ศิษย์กล่าวต่อ “ตอนนี้พักอยู่ในเรือนรับรอง มีพยานยืนยันว่าไม่ได้ออกไปช่วงเกิดเหตุ”หลิงยวนพลิกป้ายดูด้านหลัง“เรียกเขามาถามว่าใครเข้าถึงสัมภาระได้บ้าง อย่าเพิ่งกล่าวหา”“ขอรับ”เยว่ซีมองรอยเลือดแห้งตามขอบไม้คนถือมันอาจหวังใช้ผ่านด่านหลังโจมตีขบวน หรืออาจเตรียมเข้ามาก่อนหน้านั้นแล้วแต่ป้ายเพียงชิ้นเดียวตอบไม่ได้นางจึงหันไปหาม้วนกระดาษบนโต๊ะ“แล้วภาพของข้าเล่าเจ้าคะ”ผู้อาวุโสสวี่เลื่อนตะเกียงเข้ามาใกล้“กระดาษส่วนเก่าถูกตัดจากสมุดแล้วนำมาต่อใหม่ ข้อความด้านข้างเพิ่งเติมภายหลัง คนเขียนอย่างน้อยสองคน”เยี่ยจื้อหยวนใช้นิ้วชี้ตำแหน่งหมึกแดงโดยไม่แตะเนื้อกระดาษ“เส้นเหล่านี้เขียนทับทางเดินปราณเดิม บางจุดถึงกับฝืนให้พลังไหลสวนกัน”เยว่ซีไล่สายตาตามเส้นวงแดงอยู่บริเวณอก ท้องน้อย และข้อมือนางจำความขมของยาที่มู่เฉิงเจ๋อเคยให้ได้ แต่จำไม่ได้

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 72 — ฝากหลังไว้กับเจ้า

    ธงแดงหลุดจากเสาในกระบวนท่าที่สามหลินเยว่ซีกระโจนคว้าได้ทัน แต่แรงลมกลับกระชากทั้งธงทั้งคนไปทางขอบลาน“ปล่อยธง!”เหยียนอวี้หนิงตะโกน“ปล่อยก็แพ้สิ!”เยว่ซีกอดคันธง หมุนตัวหลบกระบี่ไม้ที่แทงเข้าหาสีข้าง รองเท้าครูดผ่านแผ่นหินจนเกือบพ้นเส้นขาวอวี้หนิงเหยียบพื้นสันดินผุดขวางหลังเยว่ซี รับเท้านางไว้ก่อนจะหลุดออกนอกเขต แต่พร้อมกันนั้นก็ตัดสายน้ำที่นางกำลังดึงมาจากร่องข้างลานน้ำแตกกระเซ็น“ข้ากำลังจะใช้น้ำ!”“ข้ากำลังจะช่วยเจ้าไม่ให้ตก!”กระบี่ไม้ฟาดลงระหว่างทั้งสองพวกนางแยกหลบคนละทาง ฝ่ายใช้กระบี่ไม่ตามเยว่ซี กลับเข้าประชิดอวี้หนิง ส่วนศิษย์หญิงผู้ถือแผ่นอาคมสะบัดมือแผ่นไม้ตกลงบนพื้นสามจุดแสงสีเหลืองเชื่อมเป็นแนวขวางกลางลานเยว่ซียกคันธงขึ้นรับลมระลอกใหม่ ขณะอวี้หนิงถูกกระบี่บีบให้ถอยไปอีกฟากเพิ่งเริ่มไม่ถึงครึ่งก้านธูปพวกนางก็ถูกแยกออกจากกันแล้ว⸻ก่อนลงลาน ทั้งสองตกลงกันไว้เรียบร้อยอวี้หนิงรับคนใช้กระบี่ เยว่ซีดูธงและขัดขวางคนใช้ลม หากฝ่ายใช้อาคมเข้ามาใกล้ให้ถอยกลับมารวมกันแผนฟังดูดีจนคนใช้ลมไม่ยอมยืนอยู่ที่เดิม คนใช้กระบี่เปลี่ยนเป้าหมาย และอวี้หนิงยกดินปิดทางที่เยว่ซีตั้งใจจ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 71 — กระบี่ที่ไม่ยอมหลีกทาง

    น้ำหยุดอยู่ห่างปลายเท้าหลินเยว่ซีไม่ถึงคืบสันดินผุดขึ้นขวางทาง ก่อนกระบี่ไม้จะฟันผ่านตำแหน่งที่ศีรษะนางเคยอยู่เยว่ซีย่อตัวหลบช้าไปครึ่งจังหวะปลายกระบี่อีกฝ่ายเปลี่ยนจากฟันเป็นกด กระแทกไหล่จนเข่าข้างหนึ่งแตะพื้น“หนึ่งแต้ม”ผู้ดูแลลานฝึกเคาะไม้ลงกับโต๊ะเหยียนอวี้หนิงถอนกระบี่กลับ“ข้าบอกแล้วว่าจะปิดทางน้ำ”เยว่ซีกัดฟันลุกขึ้น ความเจ็บตรงหัวไหล่แล่นลงถึงข้อศอก นางขยับแขนตรวจดู ก่อนยกกระบี่ใหม่“ข้าก็ได้ยิน”“แต่ยังทำเหมือนข้าไม่ได้บอก”อวี้หนิงไม่ได้ยิ้มเยาะ นางเพียงถอยกลับไปยืนหลังเส้นเริ่มต้น ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดนั่นทำให้เยว่ซีเถียงไม่ออกยิ่งกว่าเดิมรอบลานมีศิษย์ต่างกลุ่มยืนรอการฝึกประมือ บางคนจับคู่ซ้อมข้อมือ บางคนกำลังฟังผู้ดูแลอธิบายกติกา กระบี่ทุกเล่มเป็นไม้ ห้ามโจมตีดวงตาและลำคอ ห้ามใช้ปราณกระแทกจุดสำคัญ เมื่อผู้ดูแลสั่งหยุดต้องถอนมือทันทีเยว่ซีเหลือบมองพื้นตรงกลางเป็นแผ่นหินแห้ง ด้านข้างมีร่องดินกับน้ำที่อนุญาตให้ใช้ในการฝึกเมื่อคืนหลิงยวนให้นางลองรับกระบี่บนพื้นแห้งแล้วนางรับได้หลายครั้งแต่เขาไม่ได้ทำให้พื้นใต้เท้าขยับพร้อมกับกระบี่ที่แทงเข้าม

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status