เข้าสู่ระบบ
แนะนำตัวละคร
ไคเรน อายุ27ปี เจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังและยังมีธุรกิจอื่นอีกมากมายที่อยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศ ณิช อายุ23ปี ตัวอย่าง "พี่ไคคะ" "ห้ามเรียกฉันว่าไค" "ขอโทษค่ะพี่ไคเรน ทีหลังณิชจะไม่เรียกพี่ว่าไคอีกแล้วค่ะ" "เธออยากได้อะไรจากฉัน" "ณิชขอเป็นแฟนของพี่ไคเรนได้ไหมคะ" "หึ" "งั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ ที่ณิชพูดไปเมื่อกี้ให้พี่คิดซะว่าณิชไม่ได้พูดก็แล้วกันนะคะ" "มาทำหน้าที่บนเตียงให้ฉันดูก่อนสิ ถ้าเธอทำให้ฉันพอใจฉันถึงจะให้เธอมาเป็นแฟน" "..." "ฉันจะให้เธอมาเป็นแฟนก็ต่อเมื่อ...ฉันได้เธอแล้ว" "ตกลงค่ะ" "เราเลิกกันเถอะ" "ที่พี่เลิกกับณิชเพราะคนรักของพี่กลับมาหาพี่แล้วใช่ไหมคะ" "เธอรู้ได้ไง" "เมื่อกี้ณิชเข้าไปในห้องของพี่แล้วณิชเห็นพี่กับแฟนคุยกันอยู่ในห้องนอนค่ะ" "ในเมื่อเธอได้ยินแล้วก็ดี เพราะฉันจะได้ไม่ต้องอธิบายมาก" "ที่ผ่านมาพี่หลอกณิชมาตลอดเลยใช่ไหมคะ พี่ไม่เคยมองว่าณิชเป็นแฟนของพี่เลยใช่ไหม" "ฉันไม่เคยมองว่าเธอเป็นแฟน" "ทำไมพี่ถึงต้องหลอกณิชด้วยคะ ทำไม...ฮึก" "ง่ายอย่างเธอฉันไม่คิดจะเอามาเป็นแฟนหรอกนะ แต่ถ้าจะให้เอาเล่นๆน่ะได้" ไม่มีนอกกายนอกใจ . . . . . . . . คอนโดไคเรนเมื่อห้าปีก่อน บนเตียงนอนขนาดคิงไซซ์ซึ่งตอนนี้มีร่างบอบบางเปลือยเปล่านอนทอดกายอยู่บนเตียง ในขณะที่ดวงตากลมจ้องมองมายังร่างสูงของแฟนหนุ่มที่กำลังถอดเสื้อผ้าออกไปทีละชิ้นจนกระทั่งร่างแกร่งเปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้าเธอ เธอตกใจกับลำกายที่มีขนาดทั้งใหญ่และยาวนั้น ก่อนที่คนตัวสูงจะคลานขึ้นมาบนเตียงที่เธอนอนรอเขาอยู่ ไคเรนเอื้อมไปหยิบถุงยางอนามัยมาฉีกด้วยฟันคม จากนั้นจึงนำมาสวมยังแก่นกายที่เริ่มผงาดขึ้นมาตั้งแต่เขาถอดเสื้อผ้าให้เธอเสร็จจนได้เห็นความอวบอิ่มของเธอเป็นครั้งแรกหลังจากที่ทั้งสองคบกันเป็นแฟนมาหนึ่งปีเต็ม แต่ยังไม่เคยมีอะไรกัน จะมีก็แต่กอด หอมแก้มและจูบกันเท่านั้น 'หนึ่งปีแล้วนะเค้กที่เราคบกันมา ถ้าพี่อยากจะขอ...ให้เค้กมาเป็นของพี่จะได้ไหม' 'เอ่อ...ได้ค่ะ' เมื่อเธอตอบตกลงที่จะเป็นของเขา ตอนเย็นเขาก็พาเธอมาที่คอนโดเพราะเขาอยากเป็นเจ้าของเธอมานานแล้ว ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาไคเรนไม่เคยมีแฟนมาก่อน จนกระทั่งตอนนั้นเขาเพิ่งขึ้นปีสี่ก็บังเอิญเจอกับเค้กที่หน้าตึกคณะบริหารธุรกิจ เขาเห็นเค้กครั้งแรกก็ชอบเลย หลังจากนั้นเขาจึงสืบจนรู้ว่าเธอเรียนอยู่ปีหนึ่งคณะเดียวกับเขา เมื่อรู้อย่างนั้นเขาก็เข้าหาเธอและทำความรู้จัก จนหนึ่งเดือนต่อมาทั้งสองเริ่มสนิทกัน และไคเรนก็ขอเค้กเป็นแฟน 'เป็นแฟนกับพี่นะเค้ก' 'ค่ะพี่ไค' ทีแรกเธอเรียกเขาว่าพี่ไคเรน แต่เขาบอกว่าเรียกพี่ไคก็พอ เรื่องที่เขากับเค้กเป็นแฟนกันไม่มีใครรู้เลยแม้กระทั่งเพื่อนสนิทและพ่อแม่ของเขา เพราะเขายังไม่อยากบอกใคร และเค้กก็ไม่เคยเล่าให้ใครฟังว่าเธอกับไคเรนเป็นแฟนกัน เมื่อเจ้าของร่างกำยำที่มีมัดกล้ามหน้าท้องสวยงามจัดการสวมใส่ถุงยางเข้าที่แก่นกายร้อนเสร็จสรรพแล้ว จากนั้นเขาจึงจับขาเรียวให้อ้าออกจนเห็นกลีบเนื้อสีสวย ไคเรนไม่รอช้าที่จะจับแท่งร้อนหนาจ่อไปยังกลีบกุหลาบของเธอ ทว่ายังไม่ทันที่ส่วนปลายหัวหยักสีแดงอมชมพูได้สัมผัสกับความเป็นสาว อยู่ๆโทรศัพท์ของเค้กก็มีเสียงเรียกเข้ามา ครืด~ จึงทำให้ทั้งสองที่กำลังจะมีความสุขร่วมกันต้องหยุดชะงักลงทันที ก่อนที่มือเรียวของเค้กจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ไม่ไกลเข้ามากดรับสาย 'ฮัลโหล' 'เค้ก! นั่นลูกอยู่ไหน!' เสียงของปลายสายที่เอ่ยถามออกมานั้นดูมีความตกใจและร้อนรนเป็นอย่างมาก 'หนู...เอ่อ หนูอยู่คอนโดเพื่อนค่ะ แม่มีอะไรหรือเปล่า' 'มาโรงพยาบาลด่วน ตอนนี้พ่ออยู่โรงพยาบาล' 'ฮะ! พ่อเข้าโรงพยาบาล! พ่อเป็นอะไรคะแม่' 'เส้นเลือดในสมองแตก รีบมาเร็วๆเลยนะลูก' 'ค่ะๆ' เธอรับคำด้วยน้ำเสียงสั่นเทา ก่อนจะหยัดตัวลุกออกจากเตียงแล้วหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ด้วยท่าทีลนลาน ไคเรนที่เห็นก็รู้ว่าเธอมีเรื่องที่จะต้องไป เพราะเขาได้ยินเธอพูดว่าพ่อของเธออยู่ที่โรงพยาบาล ดังนั้นเขาจึงดึงถุงยางอนามัยออกจากลำกายและหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ เมื่อทั้งสองแต่งตัวเสร็จเสียงทุ้มนุ่มก็เอ่ยขึ้นทันที "เดี๋ยวพี่จะไปส่งเค้กที่โรงพยาบาลเอง" "ค่ะ" จากนั้น ทั้งสองก็ออกไปจากคอนโดแล้วลงไปขึ้นรถสปอร์ตหรูและมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลที่พ่อของเค้กเข้ารับการรักษาอยู่ที่นั่น เมื่อเค้กไปถึงโรงพยาบาลได้ไม่นาน พ่อของเธอก็เสียชีวิตทันที งานศพพ่อของเธอสวดสามวันแล้วเผาเลย หลังจากเสร็จงานศพแม่กับเค้กที่เหลือกันอยู่สองคนพร้อมกับหนี้สินท่วมหัวที่ไม่มีปัญญาหาที่ไหนมาจ่ายคืนเจ้าหนี้ได้ ดังนั้นแม่ของเธอจึงคิดว่าจำต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น และเค้กได้ส่งข้อความบอกไคเรนว่า 'พี่ไคคะ ตอนนี้เค้กไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนั้นแล้วนะคะ เพราะความจำเป็นเค้กจึงต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น อีกไม่นานเกินรอเค้กจะกลับมาหาพี่นะคะ เค้กจะรักพี่ไคไม่เปลี่ยนแปลงค่ะ' เมื่อส่งข้อความเสร็จเธอก็ถอดซิมออกแล้วใส่ซิมใหม่ เหตุผลที่แม่กับเธอต้องหนีเพราะมีหนี้สินนอกระบบที่พ่อสร้างไว้จำนวนหลักล้าน ดังนั้นแม่บอกว่าต้องหนีไปตั้งหลักก่อน ถ้าหาเงินมาจ่ายหนี้ได้ค่อยกลับมา เมื่อไคเรนได้อ่านข้อความของคนรักเขาก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่คิดว่าอยู่ๆคนที่ตัวเองรักจะต้องจากเขาไปอย่างกะทันหัน เขาโทรหาเธอทันที แต่ไม่ว่าจะโทรไปกี่ครั้งก็โทรไม่ติด เขาจึงคิดว่าที่เธอต้องออกจากบ้านไปอย่างกะทันหันแบบนั้นครอบครัวเธอคงมีเรื่องเดือดร้อนแน่นอน แต่เธอไม่กล้าบอกเขา ทั้งที่จริงๆแล้วถ้าเธอบอกสักคำเขาก็พร้อมจะช่วยเธอด้วยความเต็มใจหนึ่งชั่วโมงต่อมาเมื่อรอจนถึงเวลาที่เขาได้กำหนดไว้ไคเรนก็จัดการดับไฟบุหรี่กับจานรอง จากนั้นเขาก็ออกจากห้องแล้วไปเคาะประตูห้องของเธอก๊อก! ก๊อก!แกร่ก!ไม่กี่วินาทีประตูก็ถูกเปิดออกมาจากเจ้าของร่างเล็กที่อยู่ในเสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นโชว์เรียวขาขาวเนียน ไคเรนแทรกตัวเข้าไปอย่างถือวิสาสะเหมือนกับว่าเป็นห้องของตัวเองเขาเปิดประตูเข้าห้องนอนทันทีจึงทำให้เขาได้กลิ่นหอมคุ้นเคยที่เขาได้สูดดมจากกลิ่นกายเธอทุกเช้าตอนที่เดินไปเข้าลิฟต์และอยู่ในลิฟต์ด้วยกัน"ณิชยังไม่อนุญาตให้พี่เข้ามาในห้องเลยนะคะ" หญิงสาวเดินตามคนตัวสูงเข้ามาในห้องนอนแล้วว่าออกไปเมื่อเขาไม่มีความเกรงใจเจ้าของห้องอย่างเธอบ้างเลย"ทำไมฉันจะต้องรอให้เธออนุญาตด้วย ก็ในเมื่อเธอก็รู้อยู่แล้วว่าวันนี้เราต้องทำอะไรกัน" เสียงทุ้มราบเรียบถามออกไปพร้อมแสดงสีหน้าอย่างคนได้เปรียบ"คุยเรื่องอื่นกันก่อนไม่ได้เหรอคะ ไม่ใช่ว่าพอเข้ามาแล้วจะทำแต่เรื่องนั้นอย่างเดียว""ฉันไม่ได้ต้องการจะคุยกับเธอ แต่ฉันต้องการเอาให้มันเสร็จๆก็เท่านั้น""เอาให้เสร็จๆงั้นเหรอ?" ประโยคนี้ฟังแล้วดูทะแม่งๆและรู้สึกไม่ดี ดังนั้นเธอจึงถามย้ำออกไป"คือ...ฉันต้องรี
วันต่อมาวันนี้ณิชตื่นเช้ากว่าปกติแล้วอาบน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะออกไปทำงานในร้านคาเฟ่ที่ทำมาสองปีกว่าแล้ว ปกติร้านคาเฟ่เปิดเวลา 09.00 น. แต่ตอนนี้เพิ่งจะแปดโมงเช้าแต่เธอได้แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วเหตุที่เธอตื่นเร็วเพราะคุณป้าบอกว่าพี่ไคเรนจะออกไปทำงานช่วงแปดโมงเช้า ดังนั้นวันนี้เธอจึงรีบแต่งตัวเพื่อจะได้ออกไปจากคอนโดพร้อมกับเขาณิชเดินไปยังประตูแล้วส่องตาแมวดูจึงเห็นว่าร่างสูงเปิดประตูออกจากห้องมาพอดี เมื่อเป็นอย่างนั้นมือเรียวก็รีบเปิดประตูออกไปทันทีพร้อมกับเอ่ยทักทายและถามออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส"สวัสดีค่ะพี่ไคเรน พี่จะออกไปทำงานแล้วเหรอคะ""..." เขาไม่ตอบ จากนั้นจึงสาวเท้าเดินออกไปจากตรงนั้น ก่อนที่คนตัวเล็กจะสาวเท้าตามร่างสูงไปหวังจะได้ลงลิฟต์ไปกับเขาไคเรนเอื้อมไปกดปุ่มลิฟต์ ก่อนที่ไม่นานประตูลิฟต์จะเปิดออก จากนั้นทั้งสองก็ก้าวเข้าไปข้างใน ณิชขยับเข้าไปยืนใกล้เขาจนได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวเขาอีกแล้ว เธอที่อยากจะชวนเขาคุยจึงเอ่ยถามออกไป ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องไร้สาระก็ตาม แต่เพื่อให้เธอได้สนิทกับเขาและเขาได้สนิทกับเธอ "พี่ไคเรนใช้น้ำหอมยี่ห้ออะไรเหรอคะ พอณิชได้เข้าใกล้พี่รู้สึกว
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาตอนนี้ณิชได้ย้ายเข้ามาอยู่ในคอนโดที่รัญญาซื้อให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยห้องที่เธออยู่นั้นอยู่ตรงข้ามกับห้องของพี่ไคเรนพอดี ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีเพราะเธอจะได้เห็นว่าเขาออกไปข้างนอกตอนไหนและกลับเข้าห้องมาตอนไหน เมื่อเป็นอย่างนั้นเธอจะได้หาโอกาสเข้าหาเขาง่ายขึ้นตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเธอไม่เคยคิดจะเข้าหาผู้ชายมาก่อน แต่ถ้ากับพี่ไคเรนคนที่เธอชอบอยู่แล้วเธอยอมทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยคิดจะทำตอนเย็นเมื่อรถสปอร์ตหรูของไคเรนแล่นเข้ามาจอดยังลานจอดรถของคอนโดขนาดใหญ่ จากนั้นเรียวขายาวก็ก้าวขาลงจากรถแล้วสาวเท้าเข้าไปในคอนโด ร่างสูงก้าวเข้ามายืนอยู่หน้าลิฟต์ ก่อนที่ท่อนแขนแกร่งจะเลื่อนไปกดปุ่มติ๊ง!ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกเท้าหนาก็ก้าวเข้าไปข้างในพร้อมกับทำท่าจะกดปุ่มปิด แต่ทว่าอยู่ๆร่างเล็กของณิชก็รีบวิ่งเข้ามาด้วยท่าทีกระหืดกระหอบพร้อมกับเอ่ยออกไป"รอด้วยค่ะ" ทันใดนั้นแขนหนาของร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่ข้างในจึงเลื่อนมากดลิฟต์ให้เปิดออกอีกครั้ง ก่อนที่ร่างเล็กจะก้าวขาเข้าไปยืนใกล้ๆเขา ทันทีที่เข้ามาข้างในเธอก็ได้กลิ่นน้ำหอมจากคนตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอเผลอสูดดมกลิ่นน้ำหอมที่โชยเ
สองเดือนต่อมารัญญาที่รู้ว่าวันนี้เป็นวันหยุดงานของณิชนางจึงมาหาณิชที่บ้านเพื่อคลายเหงา รัญญารู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้อยู่กับณิช"สวัสดีค่ะคุณป้า เชิญนั่งก่อนค่ะ" ว่าแล้วรัญญาก็นั่งลง จากนั้นณิชจึงหย่อนสะโพกนั่งลงข้างๆ ก่อนที่รัญญาจะเอ่ยกับหญิงสาวออกไป"อยู่บ้านป้ารู้สึกเหงาน่ะ ก็เลยคิดว่ามาหาหนูณิชดีกว่า""คุณป้ามาบ้านณิชได้ตลอดเลยนะคะ จะมาบ่อยแค่ไหนก็ได้ค่ะ""แต่ก่อนป้าไม่ได้เป็นคนขี้เหงาแบบนี้หรอกนะ แต่พอป้ารู้ว่าลูกชายของป้า..." รัญญาพูดละไว้แค่นั้นไม่อยากพูดต่อ เพราะมันจะยิ่งตอกย้ำความรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง"ไม่ทราบว่าลูกชายของคุณป้าทำไมเหรอคะ""คือ...ลูกชายของป้าเขาชอบเพศเดียวกันน่ะ" เรื่องนี้รัญญาไม่เคยเล่าให้ใครฟังแม้แต่เพื่อนที่สนิท เพราะนางคิดว่าถ้าใครรู้กลัวจะอับอาย"อ๋อค่ะ" เธอพยักหน้ารับรู้และไม่ได้อะไรกับคนที่ชอบเพศเดียวกัน"ป้ามีลูกชายแค่คนเดียว แล้วทีนี้ยังจะมาชอบเพศเดียวกันอีก ป้ารับไม่ได้จริงๆ ป้าไม่คิดเลยว่าจะต้องมาเป็นกับลูกป้า และเรื่องนี้ป้าก็ไม่เคยบอกใครเลย แม้แต่สามีป้าก็ไม่บอก""ไม่เป็นไรนะคะคุณป้า" เธอพูดพร้อมกับเลื่อนมือไปบีบมือของรัญญาเพื่อให้กำลังใจ"หนูณิช
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาด้วยความที่รัญญารู้สึกเซ็งๆไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนและไม่รู้ว่าจะคุยกับใครดี วันนี้นางจึงมาคาเฟ่ที่ณิชทำงานอยู่อีกครั้ง เพราะหลังจากวันนั้นที่นางมากินกาแฟและขนม นางมีความรู้สึกว่าอยากมาอีก ไม่รู้ว่ามีอะไรดลใจให้นางอยากมาที่นี่อีกเมื่อรัญญาเข้ามาภายในร้านณิชที่ยืนอยู่ก็เข้าไปบริการรัญญาด้วยความกระตือรือร้นทันที"วันนี้คุณป้าจะทานอะไรดีคะ" เสียงหวานเอ่ยถามออกไปพร้อมกับยื่นเมนูให้ด้วยท่าทีอ่อนน้อม จนทำเอารัญญาที่ได้เห็นและได้ยินน้ำเสียงก็รู้สึกพึงพอใจและสบายใจที่ได้เห็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย น่ารัก แถมยังมีความสุภาพอ่อนโยนอีกต่างหาก"วันนี้ป้าอยากกินข้าวน่ะ ป้าเอาข้าวปลาแซลม่อนย่างซีอิ๊วก็แล้วกัน แล้วก็น้ำเปล่านะหนู""ได้ค่ะคุณป้า รบกวนคุณป้ารออาหารสักครู่นะคะ" ก่อนที่รัญญาจะเอ่ยถามออกไปด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง"หนูชื่ออะไรจ้ะ""หนูชื่อณิชค่ะ""ชื่อหนูฟังดูแล้วน่ารักดี แถมคนก็สวยและน่ารักอีกต่างหาก" รัญญาเอ่ยปากชมออกไปด้วยความรู้สึกจริง เพราะหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าทั้งสวยและน่ารักมาก"ขอบคุณค่ะคุณป้า งั้นหนูขอไปส่งออเดอร์ให้คุณป้าก่อนนะคะ" พูดจบ ร่างเล็กก็ก้าวออกไปจากตรงนั้นรัญญ
"ผู้หญิงห้าคนแล้วนะที่แม่นัดมาให้ลูกดูตัว แต่ละคนสวยและน่ารักกันทั้งนั้น ลูกไม่มีความรู้สึกว่าชอบหรืออะไรบ้างเลยเหรอไคเรน" เสียงของรัญญาบ่นกับลูกชายของตัวเองที่ไม่ว่าจะหาผู้หญิงมาให้ดูตัวสักกี่คน ลูกชายก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบกลับมาบ้างเลย ซึ่งผู้หญิงคนที่ห้าก็เพิ่งนัดดูตัวกันเมื่อตอนเที่ยงที่ร้านอาหาร"..." เขานิ่งพลางถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่ายเล็กน้อยเมื่อคนเป็นแม่ยังไม่ล้มเลิกความพยายามที่จะหาผู้หญิงมาให้เขาดูตัวอยู่ตลอด"ผู้หญิงแต่ละคนที่แม่หามาให้ล้วนแล้วแต่มาจากตระกูลผู้ดีกันทั้งนั้น ที่สำคัญแต่ละคนก็ประพฤติตัวดีกันทุกคน ลูกไม่มีความรู้สึกชอบบ้างเลยเหรอ" ผู้หญิงแต่ละคนที่นางหามาให้ลูกชายดูตัวก็ล้วนแล้วแต่มีพื้นฐานครอบครัวที่ดีกันทั้งนั้น และรู้ด้วยว่าหญิงสาวทุกคนที่พามาแนะนำให้คนเป็นลูกได้รู้จักก็ประพฤติตัวดีกันทุกคน ไม่มีคนไหนที่มีประวัติทำตัวออกนอกลู่นอกทางกันสักคน"..." เขาก็ยังนิ่งไม่โต้ตอบกลับไป พลางคิดในใจว่าผู้หญิงที่เขามีความรู้สึกชอบหรือว่ารักก็มีแต่เค้กคนเดียวเท่านั้น เขายังหวังอยู่ในใจว่าเค้กจะต้องกลับมาหาเขาแน่นอน อย่างที่เธอบอกมาในข้อความว่าอีกไม่นานเกินรอเธอจ







