เข้าสู่ระบบรอยแผล หรือรอยฟกช้ำเล็กๆ ตามตัว เป็นสิ่งที่ทำให้ศรันย์เสียใจมากที่สุด เขาไม่เคยอยากเห็นแผลพวกนี้บนร่างกายผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีเรี่ยวแรง หรืออำนาจต่อกรกับใคร
แต่หล่อนโตจนป่านนี้ ทำไมกัน ทำไมรอยแผลไม่หมดไปจากตัวหล่อนสักที เขาไม่แคร์ว่าใครจะมองมา จะพนักงานบริษัท คนนอก หรือพ่อแม่ เขาก็ไม่คิดจะแคร์หน้าไหนอีกแล้ว
เขารักผู้หญิงคนนี้มากจนไม่อยากจะสนใจความคิดของคนอื่น หรือความเหมาะสมทางฐานะ แค่อยากมีคนที่เขารักอยู่ในชีวิตแค่นี้ จะไม่ได้เชียวเหรอ?
“จะตามพิมมาทำไม ก็เห็น... พ่อแม่พี่เกลียดพิมมากแค่ไหน...”
“ไม่ให้ยุ่งได้ยังไง ในเมื่อพิมเจ็บ... พี่จะไม่ถามเรื่องที่พิมทะเลาะกับคุณแม่ เรื่องน้องรินพี่ก็จะไม่พูดถึง แต่พิมบอกพี่มาเถอะนะ แผลบนหัวพิมมาได้ยังไง เราเพิ่งเจอกันไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว พิมยังไม่มีสักแผลเลยนะ... พิมบอกพี่ได้ไหม บอกพี่นะ... ใครทำร้ายพิม บอกพี่ พี่จะไปจัดการมัน”
แม่ไม่ใช่ภาระ ไม่ใช่คนที่พิยดาต้องการจะตัดออกไปจากชีวิต ถ้าไม่มีแม่พิยดาก็แทบจะไม่เหลือใคร หล่อนไม่อยากไม่เหลือใครให้รัก ให้คิดถึง และพยายามทำทุกอย่างเพื่อคนนั้น
ชีวิตที่โดดเดี่ยวหล่อนไม่ต้องการ
เปรียบพิยดาเป็นนก ปีกสองข้างของหล่อนถูกทุบตีจากคนรอบข้างจนไม่อาจโผบิน ทำได้แค่เหลียวมองนกตัวอื่นโบยบินบนท้องฟ้า ในขณะที่หล่อนทำได้แค่เดินไปข้างหน้า ออกเดินไปเรื่อยๆ โดยไม่มีแม้กระทั่งจุดหมายปลายทาง
ได้แต่หวังว่าทางข้างหน้า จะมีใครสักคนรอคอยโอบกอดเรือนร่างสั่นเทา ทายาให้ และคอยอยู่ข้างๆ จนกว่าปีกสองข้างจะแข็งแรง กลับมาโบยบินได้อีกครั้ง
คนที่สามารถทำให้พิยดากลับมาเข้มแข็งและยิ้มได้
มีจริงหรือเปล่า
“แม่พิม ฮึก... ถึงจะเป็นแบบนั้น แต่พิมก็รักของพิม พิมทิ้งแม่ไม่ได้ พิม... จะไปหาพวกบ่อน... ที่มันจับตัวแม่ไป ต่อให้มันให้เวลาพิมอีกสักกี่วัน พิมก็ไม่มีปัญญาหาเงินห้าล้านไปไถ่ใครออกมาได้...”
“...”
“เลิกตอแยพิมสักทีเถอะ ฮึก... พิมรู้ว่าพี่รักพิม พิมก็รักพี่ แต่มันจะมีประโยชน์อะไร ถ้าเป็นรักที่ไม่มีทางสมหวัง ตัวตนพิมมันเน่าเฟะ ไม่มีทางดีพร้อมสำหรับพี่รันหรอกค่ะ”
“พิมดีพร้อมสำหรับพี่มานานแล้ว อย่าไปจากพี่เลยนะ ขอร้องพี่สิ แค่พูดก็ได้ พูดออกมาคำเดียว แล้วพี่จะช่วยพิมทุกอย่าง...”
“พิมพูดแล้วค่ะ ฮึก... พิมเพิ่งขอร้องให้พี่ปล่อยพิมไป”
หล่อนไม่ขอฝืนทนต่อโชคชะตาเลวร้าย หลับหูหลับตารักและรอเขาอีกแล้ว ทั้งที่เห็นๆ กันอยู่ ว่าแม่เขาเกลียดชัง
นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย ที่พิยดาจะมองหน้าเขาด้วยความรัก แต่หลังจากที่หล่อนกลายเป็นผู้หญิงประเภทนั้น หล่อนจะหยุดรักเขา และจะขอเก็บเขาไว้ในลิ้นชักความทรงจำที่ลึกที่สุด
ลึก... ถึงขั้นที่ชั่วชีวิตนี้จะไม่กลับมาให้เขาเห็นหน้าอีก
“พิม! ไม่เอาพิมอย่าไป! พิมลงจากรถมาสิ ลงมา! พี่เคลียร์ให้ได้ เชื่อใจพี่สิพิม! ลงจากรถ! ลงมา!”
ศรันย์ทุบกระจกรถแท็กซี่คันที่ออกตัวเร็วจนเขาตามไม่ทัน
มาขอร้องเขาสิ จะไปขอร้องแม่ทำไม ทำไมพิยดาไม่มาหาเขา จะเอาเงินเท่าไหร่เขาให้ได้ทั้งหมด แต่อย่าทำร้ายตัวเองให้ทุกข์ทรมาน
เพราะเท่ากับว่าหล่อนกำลังทำร้ายเขาด้วย
คนเป็นแม่หน้าชาเกือบร้าวเมื่อถูกลูกชายมองด้วยหางตา เร่งฝีเท้าจับกลุ่มกับเลขาฯ ทั้งสองเดินกึ่งวิ่งออกไป
เด็กคนนั้นต่างหากล่ะคนที่เข้ามาหาเรื่อง และพูดจาเสียๆ หายๆ ให้ท่านลงไม้ลงมือ แต่ทำไมสายตาที่ศรันย์มองมาเหมือนจะประณามว่าท่านเป็นคนผิด ไม่เข้าข้างแม่ที่เป็นครอบครัว กลับไปเข้าข้างคนอื่นอย่างนั้นเหรอ
กล่องสีแดงลวดลายมังกรในมือลูกชายมองปราดเดียวก็รู้ว่าข้างในคืออะไร กอปรกับสีหน้าเคร่งเครียดของเลขาฯ ทั้งสอง ที่คุยโทรศัพท์กับใครบางคน กระตุ้นให้คุณนฤมลสังหรณ์ใจในแง่ร้าย
“คนของเราพร้อมแล้วครับคุณ...”
เลขาฯ หน้านิ่งม้วนตัวกลับมารายงานยังไม่จบประโยค ชายหนุ่มพบพายุฤดูฝนที่มีชื่อ นฤมล ก้าวอาดๆ เข้ามากระชากเอากล่องปืนจากมือลูกชายของท่านไปต่อหน้าต่อตา
“นี่มันปืนไม่ใช่เหรอ รันจะบ้าไปแล้วเหรอ ถึงเอาออกมา!”
“ผมยังไม่อยากคุยกับคุณแม่ตอนนี้ คืนมาเถอะครับ ผมต้องรีบไป”
“คิดว่านี่เป็นของเล่นเหรอ เอาออกมาคิดจะไปยิงใคร!”
“ยังไม่รู้ครับ แต่ถ้าใครขวางหน้าก็คงจะเป็นคนนั้น”
“คนตรงหน้าแม่แกนะรัน! จะพูดจะจาอะไร หัดใช้หัวคิดซะบ้าง!”
“คุณพ่อไม่ต้องมาพูดหรอกครับ คุณพ่อก็เข้าข้างคุณแม่ไปหมด ไม่ว่าคุณแม่จะพูดอะไร จะโกรธใคร เกลียดใคร คุณพ่อก็เข้าข้างทั้งหมด!”
กับพิยดาที่ไร้พิษภัย พวกท่านยังไม่มีความคิดจะเมตตาหล่อนมันน่าน้อยใจไหมล่ะ
“มันเกิดอะไรขึ้นรันก็พูดมาสิ จะมาอารมณ์เสียใส่พ่อแม่ทำไม!”
“พูดแล้วจะดีขึ้นเหรอ! พิมมาขอร้องให้ช่วย ไม่มีใครฟังพิมเลย! พ่อแม่รู้ไหม พวกบ่อนมันบุกมาทำร้ายพิมถึงที่บ้าน จับตัวแม่ของพิมไป! หน้าพิมมีแต่รอยแผล ไม่เห็นกันบ้างเหรอถึงใจร้ายตบหน้าพิมซ้ำรอยเดิม! ผมจะไปช่วยน้าพัด ผมมั่นใจว่าพิมจะไปที่นั่น ผมคงไม่ขอร้องให้คุณพ่อคุณแม่ช่วย ในเมื่อเห็นๆ กันอยู่ ว่าคุณพ่อคุณแม่เกลียดพิมเข้าไส้”
“นั่นมันปัญหาของเขา ไม่ใช่ของเรา!”
เสียงตอบเลือดเย็นเกินกว่าศรันย์จะทนฟังได้โดยไม่ปวดร้าว
“แล้วรันจะแน่ใจได้ยังไงว่าถูกจับไปจริง เด็กคนนั้นอาจจะแต่งเรื่องโกหกเพราะอยากได้เงินจากเราก็ได้ รันไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น! รออยู่ตรงนี้! แม่จะส่งคนของคุณพ่อไปสืบ ถ้าหากว่าเป็นจริงตามนั้น คนของคุณพ่อจะช่วยสองคนนั้นออกมาเอง”
ให้เขารอทำไม
รอฟังคำบอกเล่าถึงอาการบาดเจ็บของพิยดาน่ะเหรอ แค่เพราะหล่อนไม่ใช่ญาติพี่น้องหรือคนที่มีผลประโยชน์ แม่เขาจำเป็นต้องพูดจาโหดเหี้ยมถึงขั้นนี้ด้วยเหรอ คนทั้งคน ไม่คิดจะห่วงเลยหรืออย่างไร
“ผมไม่รออะไรทั้งนั้นครับคุณแม่! ห้านาทีก็ไม่รอ!” เขาตะคอกเสียงดัง
“พิมรักแม่ของพิมมาก ยังไงพิมก็ต้องไปหาน้าพัดอยู่แล้ว ผมไม่อยากรอให้มันสายเกินไป!”
“พิมเขารักแม่ของพิม แล้วรันไม่รักแม่ของรันเหรอ ถึงพูดจาเอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจความรู้สึกแม่! ถึงขั้นพกปืนไปด้วย ถ้ารันเป็นอะไรไป แม่จะอยู่ยังไง แม่มีรันคนเดียว!”
สาดอารมณ์ใส่กัน ข้อศอกถูกรั้งไปด้านหลังโดยสามีเพื่อหวังให้อารมณ์เย็นลง แต่มันเย็นไม่ลงแล้ว ฝ่ามือท่านเย็นจวนจะเป็นน้ำแข็งขณะที่กอดกล่องปืนไว้แน่น ไม่ยอมคืนให้ แม้ลูกชายจะพยายามรุดเข้าหาเพื่อขอคืนหลายครั้ง
“พวกเธอก็ด้วย เป็นบ้าไปแล้วเหรอ ถึงได้ไม่คิดจะห้ามลูกชายฉัน! ถ้าดูแลลูกชายฉันให้ปลอดภัยไม่ได้ก็พิจารณาตัวเองลาออกไปซะเถอะ ฉันเสียลูกสาวไปแล้ว ยังจะให้ฉันเสียลูกชายไปอีก ไม่สงสารฉันเหรอ! หรืออยากให้ฉันเป็นบ้าตาย!”
“นี่มันชีวิตผม ผมเลือกของผมเองได้!”
ช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจมาถึง เมื่อรถตู้คันใหญ่เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านเดี่ยวน้ำเพชรถูกขอร้องให้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้าศรันย์จะมาถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำแผลให้คุณไกรสรเรียบร้อยแล้วหล่อนออกมารอหน้าบ้าน มีคุณไกรสรตามมานั่งเฝ้าข้างประตู หล่อนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนน้องชาย เศร้าสะเทือนใจกับสภาพร่างกายภายนอกของพิยดาที่พังยับเยินเกินกว่าจะเรียกได้ว่ามนุษย์ที่มีเลือดเนื้อจิตใจ“พี่เพชร ช่วยพิมด้วย ช่วยด้วย ฮึก... พิมหมดสติไปแล้ว...”ดวงตาศรันย์บวมแดง โอบอุ้มพิยดาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม หน้าตาน่าสงสารจนน้ำเพชรเห็นแล้วอ่อนใจถ้าหากเจ็บแทนได้เขาคงจะยอมเจ็บแทน ใบหน้าพริ้มเพราอ่อนแรงซบอยู่กลางอกกว้าง จากคนเคยมีใบหน้าสวยหวานมองจากมุมไกลยังงดงามตรึงตาตรึงใจ กลับซีดเซียวและมีรอยฟกช้ำกระจายเต็มหน้า ตามไรผมมีคราบเลือดแห้งเขรอะ ใต้ฐานจมูกก็มีคราบเลือดจางๆ ผสมรวมกับคราบน้ำมูกน้ำตา มอมแมมเกินกว่าน้ำเพชรจะใจร้ายได้ลง“พี่เข้าใจแล้ว รีบพาพิมเข้าไปในบ้านเร็วเข้า” นำทางน้องชายพาหญิงสาวเข้าไปในบ้าน สั่งให้วางเรือนร่างอ
ไกลถึงสุดทางเดิน มีคนของเสี่ยเฝ้าสองคนแต่พวกมันก็ถูกสอยจนร่วงลงสลบเหมือดไปตามระเบียบ ด้วยฝีมือพยัคฆ์สองหนุ่มที่เก่งกาจวิชาต่อสู้มือเปล่าและอาวุธหลายชนิด ไม่นานนักก็มีคนของมันวิ่งลงบันไดตามมาเป็นโขยงปิดล้อมพื้นที่ จนเสี่ยนกหมดหวังจะรอดพ้นจากเงื้อมมือ“พังเข้าไป”“ฮือ... ฮือ...”“พิม...”ตัวเขาชา เมื่อเข้ามาเห็นเรือนร่างเกือบเปลือย และได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญขอความเห็นใจจากหญิงคนรักภาพในหัวศรันย์ตัดไปช่วงหนึ่ง หลอดไฟในสมองขาด ไม่เห็นแสงใดนอกจากแสงปืนที่เล็งยิงใส่ไอ้เดนคนหลายนัด ร่างเกือบเปลือยของเพศชายจำนวนห้าชีวิตร้องเสียงดัง แตกตื่นกระโดดลงจากเตียงวิ่งหนีลูกปืนจ้าละหวั่น พวกมันวิ่งหนีไปหลบมุมไหนของห้องศรันย์ตามไปไล่ยิง ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ลูกกระสุนฝังแขนฝังขาบางคนจนคาวเลือด แต่ศรันย์ไม่หยุดจะไปจ่อหัวยิงจนกระทั่งเลขาฯ คนสนิทเข้ามาสงบสติอารมณ์“มึงไม่เห็นเหรอมันทำพิม! เอาปืนกูคืนมาไอ้เอ็ม เอาคืนมา! กูจะฆ่าพวกมัน กูจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนรอดออกไป!”“คุณรันต้องมีสติครับ! คนของเราเข
ปัง ปัง ปัง!เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในบ่อนหลังจบการรัวปืนชุดใหญ่ ผีพนันวิ่งหนีกันให้วุ่นจนเกือบจะเหยียบกันตาย ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลัวมีเหตุยิงกันตายพลาดโดนลูกหลงจะซวยเอา นักเลงคุมบ่อนชักปืนออกมาพร้อมต่อสู้ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คนของศรันย์แทรกซึมเข้ามาก่อนหน้านี้ ย่องเข้าข้างหลังจัดการพวกมันเรียงตัวและยึดอาวุธปืน เคลียร์ทางให้คนอื่นๆ เข้าไปเก็บกวาดคนของบ่อนให้สิ้นซาก เปิดทางให้ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่ควงปืนเข้ามาอย่างน่าเกรงขาม“ไล่คนไม่รู้เรื่องออกไป พวกที่เหลือจับมันมัดไว้!”นักเลงคุมบ่อนมีจำนวนมาก แต่คนแล้วคนเล่าก็ลงมานอนใต้ตีนคนของศรันย์ มีหลุดมาคนหนึ่ง มันไม่มีอาวุธศรันย์จึงวาดลวดลายเต็มที่ก่อนจะใช้ฝ่าเท้าที่หุ้มด้วยรองเท้าหนัง เหยียบศีรษะของมันกดให้ติดไว้บนพื้น“ไอ้นกเจ้านายมึงอยู่ไหน!”“เสี่ย... เสี่ยไม่อยู่ เสี่ย... เสี่ยยังไม่เข้ามาในบ่อน”“กูจะถามอีกครั้งว่าไอ้นกอยู่ไหน!”ชักปลายกระบอกปืนอยู่ในท่
เสี่ยนกยิงปืนขึ้นเพดาน“มึงยังจะต่อรองอีกไหม!”“เอาตัวมันไปขังไว้ในห้องรับรอง! เฝ้าหน้าห้องไว้ให้ดีๆ อย่าให้มันหนีไปได้! แขกคนไหนเสนอราคาดีที่สุด กับจ่ายเงินลงขันครบห้าคนเมื่อไหร่ พวกมึงเปิดห้องให้แขกเข้าไปเอากับมันได้เลย! ไม่จำกัดเวลา! อ้อ! พวกมึงถามแขกด้วยล่ะ อยากใช้ถุงยางไหม บ่อนกูมีบริการให้เลือกฟรีครบทุกไซซ์ ทุกสี ทุกกลิ่น หรือถ้าจะเอามันสดๆ ก็ตามใจแขก เพราะอย่างนังนี่ มากกว่าห้าku-yพร้อมกันมันก็เคยโดนมาแล้ว มันคงไม่ซีเรียสหรอกว่าใครจะ ‘เอา’ มันแบบไหน!”“ถ้าจะทำกับกูขนาดนี้ มึงยิงกูเลยสิ! ฮึก... ยิงเลย! กูขอสาปแช่งมึงให้มึงกับบ่อนของมึงฉิบหาย แช่งให้มึงไม่ตายดี! มึงทำกูได้ แต่ถ้ามึงทำแม่กูเมื่อไหร่ กูจะเป็นหมาขี้เรื้อนที่กัดมึงจนกะโหลกยุบ! จะตามฆ่าลูก ฆ่าเมีย ฆ่าคนในครอบครัวมึงแล้วกูจะฆ่าตัวตายตาม มึงจำคำพูดกูไว้!”“อีพิม! มึงตายซะเถอะ!”ลูกน้องเข้ามาแย่งปืนไม่ให้เสี่ยนกยิงหญิงสาว เพราะเพื่อนร่วมงานอีกคนกำลังลากตัวหล่อนออกไปจากห้อง เกรงว่าเพื่อนจะโดนลูกหลงเสี่ยนกพาร่างกายที่มี
‘หมาจนตรอก’ คำสั้นๆ ที่สามารถนิยามพิยดาในขณะนี้ ทั้งที่รู้ว่าการพาตัวเองเข้ามาในสถานที่อโคจรจะนำมาซึ่งภัยร้าย แต่หล่อนกลับยินยอมพาตัวเองเข้ามาเสี่ยงเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครอีกแล้ว พิยดาตัวเล็กนิดเดียว สั่งให้เดินดีๆ หล่อนก็ไปของหล่อนเองได้ แต่นักเลงกลุ่มเมื่อเช้าที่เจ็บแค้นหล่อนกลับออกมาฉุดถึงหน้าทางเข้าและกึ่งฉุดกึ่งลากผ่านตรอกทางเดินแคบๆ และเหม็นอับไปถึงบันไดซึ่งปูพรมแดงขึ้นไปสู่ห้องรับรองที่หรูหรา จากนั้นพวกเขาเหวี่ยงตัวหล่อนไถลล้มลงไปบนพื้น ศีรษะหญิงสาวกระแทกกับพื้นจนสะเทือนมาถึงแผลข้างขมับพิยดาหลับตาข้างหนึ่งลง และเจ็บจุกมาถึงท้องน้อย ใบหน้ามอมแมมคราบน้ำตาและคราบเลือดจางๆ มองเห็นหน้าเสี่ยเจ้าของบ่อนแค่เลือนราง สายตาหล่อนโฟกัสได้แค่จุดเดียวก็คือหญิงวัยกลางคนที่ถูกมัดมือมัดเท้า และเอาเทปกาวปิดปากไว้ที่มุมห้อง ถึงจะโง่เง่าที่เดินเข้าลานประหารด้วยตัวเอง แต่ก็คุ้มตรงที่ได้เจอแม่อีกครั้ง ให้แม่ได้รู้ ว่าลูกไม่เคยคิดจะทอดทิ้ง“มาเร็วดีนี่ ไหนล่ะเงินห้าล้านของกู คงจะได้มาครบใช่ไหม”เจ้าของบ่อนล
“นี่มันชีวิตผม ผมเลือกของผมเองได้!”ประธานใหญ่แห่งบริษัทแกรนด์อรัญยกท่อนแขนขึ้นกีดกันภรรยาออกห่างจากลูกชาย จ้องนิ่งเข้าไปในดวงตาลุกโชนด้วยลูกไฟร้อนนานนับนาทีกว่าจะยกนิ้วขึ้นชี้หน้า“ทบทวนตัวเอง!”“ผมขอโทษ แต่ถึงยังไงผมก็จะไป ใครก็ห้ามผมไม่ได้”“รันเสียสติไปแล้วเหรอ! จะพาตัวเองไปเสี่ยงทำไมในเมื่อคนของเราก็มีตั้งมาก! กลับขึ้นไปรอบนห้องทำงาน เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อ! พ่อจะส่งคนไปสืบแล้วช่วยสองคนนั้นออกมา ถ้าทั้งคู่ถูกพวกบ่อนจับตัวไปจริง มัวรออะไร เอ็ม ซี! พาเจ้านายของพวกเธอกลับขึ้นไปข้างบน!”“ผม-ไม่-ไป”ความดื้อรั้นของศรันย์บาดอกคนเป็นแม่ถึงขั้นที่คุณนฤมลกรีดร้องเสียงดัง“ไม่เชื่อพ่อแม่แล้วจะเชื่อใคร เด็กนั่นไม่ใช่ครอบครัวเราสักหน่อย! ฮึก... พวกเธอพาลูกชายฉันกลับขึ้นไปข้างบนสิ อย่าให้เขาออกไปจากที่นี่ ฮึก... ฉันสั่ง พวกเธอไม่ได้ยินเหรอ! เอ็ม! ซี! ฮือ... ถ้าพวกเธอไม่ทำตามคำสั่งฉัน ฉันจะไล่พวกเธอออก รันก็ด้วย! แม่จะปลดรันออกจากบริษัท ให้รู้กันไป ว่าเป็นลูก แต่ไม่เช