Masukประตูห้องพักของซุนต้านเปิดออกอย่างแรง ตามด้วยร่างสันทัดของแม่ทัพโจวที่เดินออกมาด้วยหน้าตาที่ไม่สบอารมณ์นัก ทำให้ต้าเซ่อและซูเยี่ยรีบเข้าไปถามความคืบหน้า
“ใต้เท้าซุนยังไม่ยอมพูดหรือขอรับ” ซูเยี่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย
“หึ ยังไม่ยอมปริปากพูดสักคำ เอาไว้พรุ่งนี้ตอนที่ไต่สวนอย่างเป็นทางการ ข้าจะทำให้เขายอมเปิดปากพูดให้ได้” แม่ทัพหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงที่โกรธขึ้ง ยังมิได้วางใจผู้ใดให้รู้ความลับระหว่างตนกับซุนต้าน
“ท่านแม่ทัพมีแผนการอื่นอีกเช่นนั้นหรือขอรับ” ต้าเซ่อถามเมื่อเห็นท่าทางมั่นใจของเขา
“ใช่ เจ้าก็รู้ว่าคนอย่างข้าไม่เคยยอมแพ้ใครหรือสิ่งใด ในเมื่อเขาไม่ยอมปริปากยอมรับความผิด เช่นนั้นข้าคงต้องเปลืองตัวเสียแล้ว” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ หากจะเล่นละครตบตาฉากใหญ่แล้ว เขาจะต้องแสดงมันออกมาให้สมจริงที่ รวมถึงคนสนิททั้งสองก็ต้องถูกตบตาด้วยเช่นกัน
ทั้งสองเดินตามโจวจื่อรั่วไปจนถึงห้องโถงใหญ่ที่มีทหารยืนเรียงรายคุ้มกันจวนแม่ทัพอย่างแน่นหนา แม่ทัพหนุ่มนั่งที่เก้าอี้ตัวใหญ่ที่แกะสลักลวดลายที่งดงามบ่งบอกถึงการเป็นใหญ่ที่สุดในจวนแห่งนี้แล้วทำสีหน้าเจ้าเล่ห์อย่างที่ต้าเซ่อและซูเยี่ยไม่เคยเห็นมาก่อน
“ท่านแม่ทัพ ท่านคิดจะทำสิ่งใดให้ใต้เท้าซุนยอมเปิดปาก”
“แต่งงาน” โจวจื่อรั่วพูดแล้วยกยิ้มที่มุมปาก ทั้งผู้ติดตามคนสนิทและทหารองครักษ์ที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างพากันได้ยินรวมถึงไส้ศึกที่แฝงตัวอยู่ก็ล่วงรู้อย่างที่แม่ทัพหนุ่มต้องการ
“ข้าจะแต่งงานกับซุนลี่หรู จากที่ดูแล้วนางเป็นบุตรีที่ใต้เท้าซุนให้ความเอ็นดูมากกว่าผู้ใด ข้าจะใช้นางบีบให้เขาต้องพูด ให้นางเป็นเชลยของข้า” โจวจื่อรั่วกล่าวแล้วสร้างแผนซ้อนแผนอย่างแยบยล
“นางจะยอมหรือ ในเมื่อท่านจับบิดาของนางมา” ซูเยี่ยกล่าวอย่างเป็นกังวล
“ข้าจะใช้การปล่อยตัวของนายอำเภอซุนเป็นเหยื่อล่อ บีบให้นางแต่งงานเป็นคนของสกุลโจว จากนั้นก็บีบให้ซุนต้านยอมคายความลับออกมา ดูสิว่าเพื่อบุตรีอันเป็นที่รักแล้วเขาจะยอมรับผิดหรือไม่”
แผนการของโจวจื่อรั่วทำให้ไส้ศึกที่แฝงตัวอยู่นั้นกระหยิ่มยิ้มอย่างพอใจ แต่เป็นแม่ทัพหนุ่มเองที่พอใจมากกว่าเมื่อตนประกาศแผนการนี้ออกไปให้ทุกอย่างแนบเนียนขึ้น
**********************
การไต่สวนอย่างเป็นทางการได้เริ่มขึ้น โดยมีโจวจื่อรั่วเป็นคนไต่สวนด้วยตนเอง พร้อมกับทหารของเขาที่ยืนเป็นแถวเรียงอยู่สองฝั่งด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม
ซุนต้านนั่งเก้าอี้ไม้อยู่ต่อหน้าของแม่ทัพโจว ไม่ได้ให้นั่งพื้นเพราะยังมิใช่ผู้ต้องหาจึงได้รับเกียรติให้นั่งที่เก้าอี้ ข้างกายของแม่ทัพหนุ่มมีต้าเซ่อและซูเยี่ยยืนอยู่คนละข้างพร้อมกับหลักฐานที่ทั้งสองคนถือเอาไว้
“ตราประทับนี้ใช่ตรานายอำเภอของท่านหรือไม่” โจวจื่อรั่วถาม แล้วให้ซูเยี่ยนำหนังสือส่งอาวุธให้แก่เขาดู
ซุนต้านปรายตามองแล้วยอมรับตามตรง “ใช่”
“เช่นนั้นท่านจะยอมรับหรือไม่ว่าได้อนุญาตให้มีการขนส่งอาวุธไปซ่องสุมเพื่อก่อกบฏ”
“ข้าอนุญาตตามเอกสารที่ทางการส่งมาให้ ซึ่งทุกอย่างก็ทำมาอย่างถูกต้อง ไม่ทราบว่าการทำงานตามขั้นตอนเช่นนี้เรียกว่ากบฏเช่นนั้นหรือ”
“จำนวนทหารและจำนวนอาวุธที่ไม่สัมพันธ์กัน ท่านไม่รู้สึกผิดสังเกตเลยหรือทำเป็นหลับหูหลับตาเพราะตนมีส่วนได้ส่วนเสีย” เขาถามแล้วจ้องมองอย่างจริงจัง
“การที่อาวุธไม่สัมพันธ์กับจำนวนทหารข้าก็รู้ดี นั่นก็เพราะว่าจิ้งหนานเป็นหัวเมืองชั้นในจึงไม่ค่อยมีศึกสงคราม จึงทำให้ทหารอ่อนซ้อม การส่งอาวุธไปหลายชนิดก็เพราะอยากให้ชำนาญในการใช้อาวุธได้หลายแบบ พลธนูยิงได้ระยะไกลแล้วหากถูกจู่โจมในระยะประชิดเล่าจะคว้าคันธนูแทนดาบเช่นนั้นหรือ” เหตุผลของซุนต้านฟังขึ้นจนโจวจื่อรั่วรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายนั้นแสดงละครปกป้องเหล่ากบฏได้ดีเหลือเกิน
“ท่านจะบอกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ใช่หรือไม่”
โจวจื่อรั่วถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มแสดงออกถึงความไม่พอใจ จนซุนต้านต้องรีบพูดเหมือนยั่วโทสะเขาต่อหน้าทุกคน
“หลักฐานทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ผิดท่านเสียเวลากับข้า ท่านต้องรับผิดชอบที่หยามเกียรติข้าในการนำตัวมาไต่สวนเช่นนี้”
“ท่านคิดว่าข้าไม่มีวิธีเค้นความจริงจากท่านสินะ เอาล่ะในเมื่อหลักฐานที่มีไม่สามารถทำให้ท่านยอมรับได้ ข้าก็จะไม่คาดคั้นท่านต่อในตอนนี้” แม่ทัพหนุ่มยอมความอย่างง่ายดายจนหลายคนคาดไม่ถึง
“ท่านยอมง่ายๆ เช่นนี้ หวังว่าคงไม่มีแผนอันใดอยู่เบื้องหลัง” ซุนต้านถามเสียงต่ำอย่างไม่เกรงกลัว
“นำท่านซุนไปพักที่เรือนรับรองกับซุนฮูหยิน” โจวจื่อรั่วไม่ตอบคำถามแล้วจบการไต่สวนเพียงเท่านั้น
เมื่อสิ้นสุดการไต่สวนและทหารเชิญซุนต้านไปพักร่วมกับฮูหยินของเขาแล้ว โจวจื่อรั่วก็ยิ้มอย่างพอใจจนทหารคนสนิทเป็นกังวลที่วันนี้ไม่ได้ความคืบหน้าแต่สีหน้าของแม่ทัพใหญ่ยังคงยิ้มแย้มอยู่
“ท่านแม่ทัพแน่ใจแล้วหรือไม่ที่จะใช้แผนนั้นบีบบังคับใต้เท้าซุน” ต้าเซ่อถามด้วยความเป็นกังวล
แม่ทัพหนุ่มไม่ตอบ ลุกเดินออกจากที่นั่งไปตามไปยังเรือนที่พักของแขกคนสำคัญทันที
**********************
สาวใช้คนสนิทของซุนลี่หรูที่ไม่ได้โดนกักบริเวณพร้อมกับคุณหนูของตนเพราะถูกแยกให้ไปอยู่กับสาวใช้ในจวนแม่ทัพ เมื่อได้ยินข่าวว่านายอำเภอซุนต้านถูกเชิญให้ไปอยู่เรือนรับรองร่วมกับซุนฮูหยินก็รีบไปแจ้งข่าวนี้แก่คุณหนูของตน
เมื่อไปถึงก็พบว่าทหารที่เฝ้าอยู่หน้าห้องกำลังเดินสวนออกมา แสดงว่าไม่ได้มีการกักบริเวณคุณหนูของตนให้อยู่แต่ในห้องพักแล้วจึงรีบเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง
“คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
“ข้าไม่เป็นไร เจ้าเข้ามาได้อย่างไร ทหารที่เฝ้ายามล่ะ”
“นายท่านถูกปล่อยตัวแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้อยู่กับฮูหยินใหญ่” ชงเอ๋อร์รีบรายงานด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นยินดี เพราะรู้ว่าคุณหนูของตนรักและห่วงบิดามากเพียงใด
ซุนลี่หรูยิ้มกว้างด้วยความดีใจและโล่งใจที่บิดามิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องก่อกบฏอย่างที่ถูกกล่าวหา
“ข้าจะไปหาท่านพ่อ” นางกล่าวแล้วเดินออกจากห้องไปโดยมีชงเอ๋อร์ตามออกไปเพื่อบอกเส้นทาง
แต่ก็ต้องหยุดชะงักเอาไว้เมื่อพบว่าโจวจื่อรั่วยืนอยู่ตรงหน้าขวางนางเอาไว้แล้วลดยิ้มลงทำสีหน้าบูดบึ้งใส่อีกฝ่าย
“ท่านพ่อของข้าคือผู้บริสุทธิ์ ท่านต้องชดใช้ที่หยามเกียรติของท่านพ่อพามาไต่สวนที่นี่จนอาจเกิดข้อครหาจากชาวตงเสวียในภายหลัง” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจเล็กน้อย
“ผิดแล้วล่ะ ใต้เท้าซุนยังมิได้พ้นข้อกล่าวหา ข้าแค่พักการสอบสวนเอาไว้ชั่วคราวเท่านั้นเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม” โจวจื่อรั่วกล่าวเสียงเรียบแล้วพยักหน้าส่งสัญญาณให้ซูเยี่ยพาตัวชงเอ๋อร์ออกไป
“ท่านคิดจะทำสิ่งใด...” ซุนลี่หรูตกใจเมื่อเห็นว่าชงเอ๋อร์ถูกพาตัวออกไป แล้วโจวจื่อรั่วก็มายืนตรงหน้าในห้องพักส่วนตัว สถานการณ์เช่นนี้ทำให้รู้สึกใจหายและวิตกกังวลอย่างบอกไม่ถูก
**********************
ในห้องอาบน้ำที่อ่างน้ำขนาดใหญ่โดยไปด้วยกลีบบุปผาสีแดงสด โจวลี่หรูที่อยู่ในอ่างน้ำกับสามีกำลังโกนหนวดเคราให้แก่เขาอย่างเบามือแล้วยิ้มให้เขาอย่างอ่อนหวาน“ข้าทำเสร็จแล้ว ท่านพี่พอใจหรือไม่” ฮูหยินแม่ทัพบอกเสียงหวาน วางมีดโกนแล้วลูบไล้ที่คางของสามีอย่างเย้ายวน“พอใจแล้ว แต่จะพอใจมากกว่าหากเจ้าทำอย่างเช่นเมื่อคืนนี้ที่ข้าสอน” น้ำเสียงที่กรุ้มกริ่มนั้นทำให้นางอมยิ้มอย่างเขินอาย เพราะสิ่งที่เขาสอนนั้นต้องใช้ความกล้าเป็นอย่างมาก“เช่นนั้นรีบอาบน้ำกันเถิดเจ้าคะ” นางกล่าวแล้วขยับออกห่างแต่ถูกสามีรั้งร่างเปลือยเปล่ามาหาตนแล้วให้นางแนบสะโพกเข้าหาใต้น้ำที่มีสิ่งแข็งแกร่งถูไถสะโพกบางนั้นอยู่“สาวใช้กับทหารอยู่หน้าห้องท่านอย่ารุ่มร่ามเช่นนี้” ภรรยาสาวกระซิบเสียงเบาอย่างเขินอาย แล้วดันตัวสามีออกเพื่อบ่ายเบี่ยงด้วยจริตที่อ่อนหวานโจวจื่อรั่วเชยคางนางแล้วประทับจูบลงไปไม่ฟังเสียงห้าม มือทั้งสองลูบไล้เรือนร่างอรชรแล้วกดสะโพกนางให้ครอบครองท่อนเนื้อของตนที่อยู่ใต้น้ำจนโจวลี่หรูนิ่วหน้าด้วยความคับแน่น“ท่านพี่ในน้ำฝืดเคืองยิ่งนัก” นางกระซิบบอกเมื่อริมฝีปากของสามีเลื่อนลงมาจูบไซ้ที่ซอกคอระหง“อดทนอีกหน่อยข้
อ๋องเสิ่นและขุนนางที่ร่วมก่อการกบฏถูกตัดสินประหาร แคว้นฉีถูกยึดอำนาจและตกอยู่ภายใต้การปกครองขององค์รัชทายาทเพื่อรอผู้เหมาะสมในการปกครองแคว้นต่อไปซุนต้านขอร้องมิให้แพร่งพรายสาเหตุการตายของซุนเพ่ยหลินเพราะเกรงว่าซุนลี่หลิงจะเสียใจที่นางมิใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของตน จากนั้นก็กลับไปตงเสวียเพื่อจัดงานศพให้ภรรยาและบุตรชายคนโตเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาพอจะทำให้ได้โจวจื่อรั่วจึงได้พาภรรยาตามกลับไปที่ตงเสวีย และพักอยู่ที่นั่นชั่วคราวเพื่อให้นางอยู่ปลอบใจบิดาและพี่สาวต่างมารดาที่นางเองก็ยังไม่รู้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทางสายเลือด“อย่าได้เศร้าไปเลยหลิงเอ๋อร์ เจ้ายังมีข้าอีกคน” เขาปลอบใจนางและตัดสินใจจะดูแลนางในฐานะบุตรีคนรองต่อไป“ท่านแม่คงตรอมใจที่พี่ใหญ่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม ต่อไปนี้เหลือแค่เราสองคน น้องสามก็ออกเรือนไปแล้ว เช่นนั้นข้าจะดูแลท่านพ่อเอง” ซุนลี่หลิงบอกแก่บิดาด้วยน้ำเสียงที่เศร้าและยังทำใจไม่ได้ที่สูญเสียคนสำคัญในครอบครัวไปถึงสองคนในเวลาที่ไล่เลี่ยกันเช่นนี้ซุนต้านหันไปมองโจวลี่หรู นางแต่งงานด้วยเหตุจำเป็นบัดนี้คงถึงเวลาแล้วที่จะคืนอิสระให้แก่นางและแม่ทัพโจว**********************เม
ณ จวนแม่ทัพโจวซุนต้านและซุนเพ่ยหลินถูกขังที่ห้องคุมขังในฐานะนักโทษ ในขณะที่ซุนลี่หลิงถูกกักบริเวณไว้ให้อยู่แต่ภายในห้อง “ที่แท้ท่านหลอกใช้ข้าเพื่อให้จับกุมท่านพ่อ” โจวลี่หรูร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจและผิดหวัง“เจ้าเข้าใจผิดแล้วฮูหยิน เจ้าฟังข้าก่อน”“ไม่ข้าไม่ฟัง” นางร้องไห้แล้วเอามือปิดหูเอาไว้ไม่ยอมฟังคำอธิบายจากสามี เมื่อรู้ว่าสามีสั่งขังบิดาก็ร้องไห้เสียใจรู้สึกผิดหวังที่วางใจสามีของตนแม่ทัพโจวจึงดันนางไปที่เตียงคร่อมทับเอาไว้หลวมๆ แล้วจับมือทั้งสองข้างกดลงข้างศีรษะของนางเอง เพื่อที่จะอธิบายให้คนตรงหน้าฟังถึงเรื่องราวทั้งหมด“เกิดเรื่องเช่นนี้ท่านยังจะรังแกข้าอีก เสียแรงที่ข้ารักท่าน ตอนนี้ข้าเกลียดท่าน ชิงชังเป็นที่สุด” ประโยคตัดพ้อนั้นทำให้แม่ทัพหนุ่มอดยิ้มไม่ได้กับความรู้สึกของนางที่หลุดปากออกมาแม้จะโกรธตนมากจนเปลี่ยนเป็นชิงชังแต่ก็รู้ว่านางแค่พูดไปเพราะความโมโห“การแต่งงานของเราเกิดเพราะท่านพ่อของเจ้าขอร้องให้ข้าช่วยคุ้มกันเจ้า และข้าเองก็ยินดีเพราะหัวใจมอบให้แก่คุณหนูที่อ้างตัวเป็นสาวใช้มาแอบดูข้าอาบน้ำในครานั้น” โจวจื่อรั่วบอกแก่นางอย่างรวบรัดจึงทำให้โจวลี่หรูเริ่มสงบลง
ณ จวนนายอำเภอซุนต้านข่าวการจับกุมซุนต้าเหยาเป็นไปตามคาดเอาไว้ ซุนต้านที่ยังคงวางตัวสงบนิ่งทำให้ซุนเพ่ยหลินร้อนใจที่เขาไม่ยอมเตรียมข้าวของหนีไปกับนาง“ท่านพี่เชื่อข้าเถิด เมื่อคืนนี้องครักษ์เฉียนมาแจ้งข่าวว่าอ๋องเสิ่นจะกำจัดพวกเราไปด้วย หากท่านไม่เตรียมตัวหนีตอนนี้เชื่อว่าเขาต้องส่งคนมาที่นี่อีกแน่” ซุนเพ่ยหลินรู้ดีว่าอ๋องเสิ่นต้องส่งคนตามมาอีกเพื่อมิให้เกิดข้อผิดพลาด“ที่นี่คุ้มกันแน่นหนาเจ้าอย่างได้กังวลไปเลยฮูหยิน” ซุนต้านยังคงไม่มีอาการร้อนใจ เพื่อทำให้นางร้อนใจมากกว่าตน“แต่ข้าเชื่อว่าผู้ที่ท่านอ๋องส่งมาจะต้องมาเพื่อเอาสัญญาลงนามไป ต้าเหยาฝากข้าให้เก็บเอาไว้ ตอนนี้องครักษ์เฉียนกำลังไปช่วยเขาออกมาแล้วเราก็จะหนีไปซ่อนตัวที่อื่น เชื่อข้าเถิดท่านพี่ข้ารู้ดีว่าอ๋องเสิ่นไม่วางมือจากเรื่องนี้แน่”“ฮูหยิน เจ้าเชื่อข้าเถิด แม่ทัพโจวไม่ปล่อยให้เราเป็นอันตรายแน่เพราะเขาเองก็ต้องการสัญญานั่นเช่นกัน ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าระหว่างเจ้ากับต้าเหยาผู้ใดเป็นผู้เก็บหนังสือสัญญาลงนาม เขาจะต้องช่วยทั้งต้าเหยาและทั้งพวกเราอย่างเต็มที่แน่” ซุนต้านบอกเหตุผลให้นางวางใจ ตราบใดที่ทุกอย่างยังไม่คลี่คลายก็ยังมิได้
ข่าวเรื่องซุนต้าเหยาถูกจับในข้อหาลอบสังหารโจวจื่อรั่วและเจ้าเมืองจิ้งหนานถูกจับกุมในข้อหารีดไถประชาชนไปถึงหูอ๋องเสิ่น แม้จะไม่ใช่ข้อหากบฏโดยตรงเพราะไม่มีหลักฐานชี้ชัด แต่ย่อมรู้ดีว่าเป็นอุบายของแม่ทัพตงฉินผู้นั้นให้คนที่ร่วมลงนามก่อกบฏเกิดความอกสั่นขวัญแขวน“อีกสองวันแม่ทัพโจวกำลังนำตัวทั้งสองผ่านเมืองจงหูวเพื่อกลับไปยังเสวียนซาน ถ้าเป็นไปตามที่คาดเดาคงจะแวะที่ตงเสวียเพื่อจับกุมซุนฮูหยินอีกคน” ที่ปรึกษารายงานข่าวแก่ผู้ครองแคว้นฉี“ต้าเหยาฝากรายชื่อขุนนางที่ลงนามก่อกบฏไว้กับนาง หากเป็นเช่นนั้นเราต้องชิงมาก่อน” อ๋องเสิ่นกล่าวด้วยความกังวล“คุณชายซุนนั้นน่าจะไม่ยอมเอ่ยปากโดยง่ายแต่กับใต้เท้าหวังเจ้าเมืองจิ้งหนานนั้นเราจะทำเช่นไรกับเขาดีควรปล่อยให้ไปถึงเสวียนซานหรือไม่” ที่ปรึกษาถามด้วยน้ำเสียงที่เจ้าเล่ห์ ยุยงให้กำจัดเจ้าเมืองจิ้งหนานไปเฉียนซื่อที่ยืนฟังอยู่ด้วยก็ตั้งใจฟังอย่างเป็นกังวล เกรงว่าอ๋องเสิ่นจะคิดกำจัดลูกชายของตน“หากจะกำจัดก็ต้องกำจัดให้หมด แม้แต่เพ่ยหลินและต้าเหยาก็ไม่ต้องละเว้น” อ๋องเสิ่นทำสีหน้าที่จริงจัง สิ้นประโยคนั้นทำเอาองครักษ์ข้างกายอย่างเฉียนซื่อแทบยืนไม่อยู่“งานน
ขบวนรถม้าหยุดพักที่โรงเตี๊ยมก่อนถึงเมืองจิ้งหนานตามแผนการของโจวจื่อรั่วที่อยากให้ซุนต้าเหยาล่วงหน้าไปถึงก่อนตน หน้าห้องพักของแม่ทัพหนุ่มมีทหารยามคอยผลัดเปลี่ยนเวรยามอย่างแน่นหนาเพื่อมิให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่พักผ่อนอยู่ด้านในโจวลี่หรูนอนกอดสามีด้วยจิตใจที่ไม่สงบสุข รู้สึกเหมือนว่ากำลังจะมีเรื่องที่เลวร้ายเกิดขึ้น“ยังไม่นอนอีกหรือลี่หรู” โจวจื่อรั่วถามเสียงนุ่มเมื่อเห็นว่าฮูหยินของตนทอดถอนหายใจอย่างเป็นกังวล“ข้ารู้สึกไม่สบายใจ เรากลับเสวียนซานกันดีหรือไม่”“พรุ่งนี้เมื่อถึงจิ้งหนานแล้วทุกอย่างก็จะค่อยๆ คลี่คลาย อย่าได้กังวลไป” คำพูดปลอบใจนั้นไม่ได้ทำให้นางสงบลงเมื่อเทียบกับอ้อมกอดที่อบอุ่นที่กระชับให้นางเข้าไปหาโจวลี่หรูหลับตาลงอย่างวางใจ จากนั้นแม่ทัพหนุ่มก็รอจนกระทั่งนางหลับสนิทแล้วค่อยๆ ลุกเดินไปยังด้านนอกเพื่อเตรียมแผนการกับซูเยี่ยโดยมิให้รบกวนการนอนของภรรยาที่เดินทางเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน“เรื่องของต้าเซ่อเป็นอย่างไรบ้าง”“เรียนท่านแม่ทัพ ต้าเซ่อไม่ทันระวังตัวจึงถูกจับกุมได้โดยง่าย ตอนนี้ถูกคุมขังที่จวนใต้เท้าลู่เพื่อรอให้ท่านไปตัดสินโทษ ในตัวเขาพบจดหมายสนเท่ห์ที่หายไปอยู่กับใต้
สัมผัสที่นุ่มนวลและอ่อนหวานจากแม่ทัพผู้องอาจสร้างเสียงครางอย่างสุขสมให้แก่โจวลี่หรูครั้งแล้วครั้งเล่า มือบอบบางจิกที่ผ้าห่มแล้วมองร่างกำยำที่เคลื่อนไหวอยู่บนเรือนร่างของตนด้วยแววตาที่ฉ่ำหวานเสียงหายใจหอบถี่ของโจวจื่อรั่วและสะโพกหนาที่โยกเข้ามาอย่างดุดันช่างเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงใหลสะโพกเล็กๆ ข
ที่ศาลานั่งพักกลางสวนดอกไม้ ซุนลี่หลิงนั่งด้วยความประหม่าต่อหน้าของแม่ทัพโจวผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องเขยของตน แววตาเย็นชาที่มองมายังนางทำให้รู้สึกยำเกรงจนมิกล้าเอ่ยปากอันใด“ข้าคิดว่าเจ้าจะมาผู้เดียวเสียอีก ไม่คิดว่าจะพาท่านแม่ทัพออกมาด้วย” ซุนลี่หรูพูดเสียงเบากับน้องสาวของตน“ข้าไม่อยากอุดอู้อยู่ใน
ในค่ำคืนที่อากาศหนาวเย็นและมีลมหนาวพัดอยู่ด้านนอก ภายในห้องนอนของโจวลี่หรู โจวจื่อรั่วมองดูฮูหยินของตนที่แสร้งหยิบจับนั่นนี่อย่างไม่เป็นสุขไม่ยอมมาร่วมเตียงกับตนเสียทีโจวลี่หรูกลับมาเยี่ยมบ้านในครานี้หากจะแยกห้องกับสามีก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควรนัก เช่นนั้นแล้วนางจึงต้องอยู่ร่วมห้องและร่วมเตียงกับอีก
เมื่อถึงจวนสกุลซุน ซุนต้านและซุนเพ่ยหลินได้ให้การต้อนรับแม่ทัพหนุ่มตามมารยาท โจวลี่หรูที่แม้จะดีใจที่ได้กลับมาแต่ด้วยความห่วงใยที่มีต่อแม่ทัพหนุ่มและรู้ว่าผู้ที่จะมาทำร้ายตนเป็นผู้ใดจึงมิได้มีสีหน้าที่เป็นสุขนัก“เกิดอะไรขึ้นเหตุใดแม่ทัพโจวจึงได้รับบาดเจ็บเช่นนี้” ซุนเพ่ยหลินถามด้วยความตกใจ แม้จะไม







