Beranda / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 30 : แผนร้ายของกำนัน

Share

ตอนที่ 30 : แผนร้ายของกำนัน

Penulis: Chalam whale
last update Tanggal publikasi: 2026-03-04 19:42:38

ตอนที่ 30 : แผนร้ายของกำนัน

ภายในห้องทำงานที่กรุด้วยไม้สักทองของกำนันพงษ์ ความเงียบสงัดถูกทำลายลงด้วยเสียงหัวเราะในลำคอของนายทุนเดชาที่เพิ่งก้าวออกจากบ้านไป ทิ้งซองน้ำตาลปึกใหญ่ไว้เป็นชนวนเหตุแห่งความโลภ กำนันพงษ์ลูบคลำซองนั้นอย่างเบามือสายตาจ้องมองธนบัตรปึกหนาราวกับเห็นสมบัติล้ำค่าที่รอมาทั้งชีวิต

“พ่อ...” เสียงของบักรุ่งดังขึ้นจากมุมห้อง เขาเดินออกมาพร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นรอยแดงจากฤทธิ์หมามุ่ยที่คอยังคงอักเสบจนเขาต้องขยับคอไปมาอย่างขัดใจ 

“เงินแค่นี่มันสิคุ้มกับความเสียหน้าของเฮาเมื่อวานเบาะพ่อ ไอ้กริชมันทำผมแสบขนาดนี้ผมยอมบ่ได้” กำนันพงษ์เงยหน้าขึ้นมองลูกชาย แววตาที่เคยดุดันบัดนี้เต็มไปด้วยความละโมบ

 “มึงอย่าโง่บักรุ่งความแค้นกินบ่ได้ แต่เงินพวกนี้มันกินได้ชั่วลูกชั่วหลานถ้าโครงการนี้ผ่านกูสิได้เป็นที่ปรึกษา มีเงินเข้าบัญชีทุกเดือนโดยบ่ต้องเฮ็ดหยัง มึงสิไปขี่รถเครื่องคันละล้านกะยังได้” บักรุ่งกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด แผลที่คอยิ่งคันยิ่งตึงเหมือนย้ำเตือนความอัปยศกลางทุ่งนา 

“ผมฮู้ แต่ผมสิให้มันลอยนวลเป็นพระเอกในใจชาวบ้านบ่ได้ ผมสิจัดการมันให้จมดิน... จมยิ่งกว่าตอนที่ผมล้มลงกลางนานั่นอีก” บักรุ่งก้าวออกมาข้างหน้า แววตาเจ้าเล่ห์ฉายชัด

 “เรื่องนี้ให้ผมจัดการเองพ่อ... ผมสิปล่อยข่าวให้ทั่วตำบลเลยว่า ไอ้กริชมันบ่ได้หวังดีหรอก มันรับเงินลับ ๆ จากเอ็นจีโอ มันอยากเอาที่ดินชาวบ้านไปทำเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์พืชพันธุ์สัตว์บ้าบออีหยันนั่นล่ะ แล้วกะสิปล่อยให้ชาวบ้านอดตายอยู่กับที่นาเดิม ๆ มีดินแต่บ่มีกิน” กำนันพงษ์ตบโต๊ะดังปัง หัวเราะร่วนอย่างถูกใจ 

“เออ มึงคิดได้ดีบักรุ่ง ข่าวแบบนี้ล่ะที่ชาวบ้านมันสิเชื่อ ยิ่งพวกมันเป็นหนี้ ธกส. กันเบิดตำบลแบบนี้พอได้ยินว่าใครขวางทางเงินล้าน มันสิรุมกินโต๊ะไอ้กริชเองโดยที่เฮาบ่ต้องออกแรง”

“พ่อกะแค่เรียกประชุมหมู่บ้าน” บักรุ่งเสริมด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม 

“กดดันยายบุญมาทางอ้อม บอกว่าถ้าไม่ขาย ที่นาคนอื่นรอบ ๆ กะสิขายบ่ได้เด็ดขาด เพราะนายทุนเขาอยากได้เป็นผืนใหญ่ผืนเดียว ให้ชาวบ้านไปรุมด่ายายบุญมากับไอ้กริชเอง”

“ดีมากบักรุ่ง” กำนันพงษ์ลุกขึ้นยืดอก 

“มึงไปป่าวประกาศเลยว่า ใครอยากได้เงินไร่ละ 2 ล้าน ให้มาลงชื่อที่บ้านเราภายในสามวัน ใครบ่มาลงชื่อเพราะเชื่อไอ้หน้าขาวนั่น กะเตรียมตัวแบกจอบหลังขดหลังแข็ง ขี้ฝุ่นจับหน้าไปจนตาย! กูสิเบิ่งว่า ระหว่างศรัทธากับเงินสด ชาวบ้านมันสิเลือกหยัง” บักรุ่งแสยะยิ้ม

 “ผมสิทำให้ไอ้กริชไม่มีที่ยืนแม้แต่เซนติเมตรเดียวในอีแหลวเลยพ่อ... คอยเบิ่งโลด”

บ่ายวันนั้นเหนือท้องทุ่งบ้านอีแหลว แสงแดดที่เคยดูอบอุ่นกลับเริ่มแผดเผารุนแรงราวกับจะเผาผลาญความสงบสุขให้มอดไหม้ ลมที่พัดเฉื่อยฉิวพาเอาฝุ่นลอยคลุ้งไปตามทางเกวียน แต่นั่นยังไม่เร็วเท่า "ข่าวลือ" ที่ถูกปล่อยออกมาจากปากของบักรุ่งและสมุนคู่ใจ แผนการของกำนันพงษ์ถูกขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบประดุจกองทัพมดที่กัดกินรากฐานความศรัทธาของชาวบ้านจนเริ่มคลอนแคลน บักรุ่งขี่รถมอเตอร์ไซค์วิบากเสียงดังสนั่นไปตามร้านค้า ร้านลาบ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "วงเหล้าขาว" ใต้ต้นมะขามใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการกระจายข้อมูลที่ทรงพลังที่สุดของหมู่บ้าน

ที่ร้านค้าแม่ใหญ่จ๋า บักรุ่งจอดรถกระชากเบรกจนฝุ่นตลบใส่กล่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เขาถอดหมวกกันน็อกออกเผยให้เห็นรอยแดงที่คอซึ่งยิ่งดูก็ยิ่งตอกย้ำความแค้น เขาสั่งเหล้าขาวหนึ่งแบนแล้วเดินเข้าไปร่วมวงกับพวกพ่อใหญ่ที่นั่งพักเหนื่อยจากการลากจอบ

"พ่อใหญ่... ฮู้ข่าวหรือยังเรื่องที่นานายทุนเพิ่นสิซื้อน่ะ" บักรุ่งเปิดประเด็นพลางกระดกเหล้าเข้าปาก

"ข่าวอีหยังบักรุ่ง กะเห็นว่าเพิ่นมาคุยกับยายบุญมาเฉย ๆ บ่ใช่เบาะ" พ่อใหญ่มีถามพลางเคี้ยวหมากยิบ ๆ

"โธ่ พ่อใหญ่ตกข่าวแล้ว นายทุนเดชาเพิ่นเอาเช็คมากองให้ถึงหัวบันได ไร่ละ 2 ล้านบาท เด้พ่อใหญ่ ไร่ละสองล้าน" บักรุ่งเน้นเสียงหนัก จนพวกที่นั่งล้อมวงอยู่ถึงกับวางแก้วเหล้า 

"แต่รู้บ่ว่าเกิดอะไรขึ้นไอ้กริชมันขวาง มันบอกย่าบุญมาบ่ให้ขาย เพราะมันสิเอาที่นาทั้งหมดไปเข้าโครงการธนาคารน้ำอิหยังของมันนั่นล่ะ แต่วงในเขาว่า มันแอบรับเงินจากพวก NGO มาเป็นล้านเพื่อขวางโครงการพัฒนาหมู่บ้าน" เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที พ่อใหญ่มีตาโต 

"ไร่ละสองล้าน ข้อยมีนา 5 ไร่ กะสิได้ 10 ล้านเลยเบาะป้าดโถ่คือสิซื้อรถกระบะได้สองคัน แถมยังเหลือเงินใช้หนี้ ธกส. จนเบิดเลยเด้นี่"

"นั่นล่ะ" บักรุ่งใส่ไฟต่อ 

"แล้วคิดดูเด้อไอ้กริชมันคนกรุง มันสิไปเดือดร้อนอะไรมันมีเงินเดือน แต่มันสิให้พวกเฮาแบกจอบหลังขดหลังแข็ง ดำนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินต่อไป เพื่อให้มันเอาผลงานไปอวดพวกฝรั่งว่ามันอนุรักษ์บ้านนอกมันฮุบทางน้ำไว้คนเดียว เพื่อให้ที่นาของยายบุญมาดีอยู่เจ้าเดียว แต่ที่นาพวกเฮา ยิ่งหม่องขอบ ๆ น่ะสิแห้งตายเพราะมันบ่ยอมให้รีสอร์ทมาสร้างระบบน้ำใหญ่"

 ข่าวเริ่มลามไปถึงร้านลาบยายใจ ที่นั่นมีแม่บ้านและสาว ๆ นั่งล้อมวงส้มตำ บักรุ่งส่ง "ไอ้แหลม" สมุนมือขวาไปทำหน้าที่แทน

"ข่อยได้ยินกำนันเพิ่นเว้ามาเด้..." ไอ้แหลมแสร้งกระซิบเสียงดัง 

"ที่ไอ้กริชขยันขุดร่องน้ำขยันวางแผนน่ะ บ่ใช่เพื่อพวกเฮาหรอก มันสิเอาที่ดินหมู่บ้านไปจดเป็นพื้นที่สีเขียวอนุรักษ์ถ้าจดสำเร็จนะ ต่อไปน้า ๆ สิปลูกเฮือนปูนกะบ่ได้ สิตัดไม้ในนาเจ้าของกะผิดกฎหมาย เพราะมันสิเอาที่ดินเฮาไปรับเงินชดเชยจากเมืองนอกเข้ากระเป๋าเจ้าของเอง"

"อีหลีเบาะแหลม มิน่าล่ะ มันถึงบ่ยอมให้แม่ใหญ่บุญมาเซ็นขายที่" ยายใจเจ้าของร้านวางสากลงทันที "ข่อยกะว่าอยู่ คนเมืองอะไรสิมาบ้าขุดดินตากแดด ที่แท้มันสิมาฮุบที่ดินเฮาไปหากินนี่เอง! เกือบเสียท่าไปชื่นชมมันแล้วไหมล่ะ" ลุงหวังเองที่อยู่ในร้านด้วยแอบได้ยิน เพราะเขาคือหัวเรี่ยวหัวแรงให้กริชมาตั้งแต่แรก 

ในขณะที่ข่าวลือสะพัดไปทั่ว กริชยังคงอยู่ในนาสีทอง เขาไม่ได้ยินเสียงชาวบ้านซุบซิบ แต่เขาสัมผัสได้จาก "สายตา" ระหว่างที่เขากำลังวัดระดับดินเพื่อวางท่อระบายน้ำข้ามคลอง พ่อใหญ่หวังที่เคยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงช่วยเขามาตลอด กลับเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป แกวางจอบลงช้า ๆ ไม่ยอมสบตากริช

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status