หน้าหลัก / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 31 : เหยื่อของอำนาจเงิน

แชร์

ตอนที่ 31 : เหยื่อของอำนาจเงิน

ผู้เขียน: Chalam whale
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-04 19:43:22

กริชนั่งชันเข่าอยู่กลางร่องดินที่ขุดเปิดหน้าดินไว้ ในมือนิ้วเรียวยังคงคีบสายวัดและสมุดบันทึกค่าระดับน้ำ เขาจดจ่ออยู่กับการคำนวณทิศทางการไหลของน้ำจนไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองรอบข้าง แต่ประสาทสัมผัสของสถาปนิกกลับทำงานอย่างรวดเร็ว เขาซึมซับได้ถึงความเงียบที่ผิดปกติ เสียงจอบที่เคยขุดดินฉึกฉักรอบตัวค่อย ๆ เงียบหายไปทีละเล่ม เหลือเพียงเสียงลมพัดยอดข้าววูบวาบ

เขาสัมผัสได้ถึงเงาของใครบางคนที่ยืนอยู่เหนือหลุม ขวางทางแสงแดดที่ส่องลงมาบนสมุด กริชค่อย ๆ วางปากกาลง แกล้งทำเป็นตรวจเช็กค่าตัวเลขในกระดาษต่ออีกครู่หนึ่ง แต่สายตากลับเหลือบเห็นรองเท้าบูทยางเก่า ๆ ของ ลุงหวัง ที่ยืนนิ่งไม่ขยับขยื้อน

"ลุงหวังครับ... ตรงจุดนี้ผมว่าเราวางท่อเอียงอีกสัก 5 องศา น้ำน่าจะไหลสะดวกขึ้นนะ ลุงว่าไงครับ" กริชเอ่ยถามโดยที่ยังไม่เงยหน้าขึ้น แสร้งทำเป็นชวนคุยเรื่องงานเหมือนปกติ

ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงถอนหายใจยาวเหยียดที่ดูหนักอึ้งกว่าทุกวัน กริชจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง เขาเห็นลุงหวังยืนกำด้ามจอบแน่น ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มและภูมิใจในตัวเขาบัดนี้กลับบึ้งตึง สายตาที่เคยมองกริชเหมือนลูกเหมือนหลานกลับเปลี่ยนเป็นความระแวงและสับสน ลุงหวังค่อย ๆ วางจอบลงช้า ๆ ราวกับจะบอกเป็นนัยว่าแกจะไม่ถือมันขึ้นมาอีกในวันนี้ กริชพับสมุดเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อผ้าฝ้าย เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนปัดโคลนที่หัวเข่าออก ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบแต่แฝงด้วยความอาทร

"ลุงหวังครับ... มีอะไรในใจอยากจะถามผมไหม มองผมแปลก ๆ มาตั้งแต่บ่ายแล้ว มีเรื่องอะไรที่ลุงได้ยินมาแล้วอยากให้ผมอธิบายไหมครับ" ลุงหวังชะงักไปเล็กน้อย แกหลบสายตาคมกริบของกริชไปมองที่ผืนนาสีทองแทน 

"กริชเอ๊ย... ลุงกะบ่อยากสิเชื่อข่าวลือหรอกเด้ แต่เห็นเจ้าขยันเฮ็ดขยันทำขนาดนี้ ลุงกะอดสิสงสัยบ่ได้... ที่เขาว่าเจ้าแอบรับเงินพวกฝรั่งมาขวางทางรวยชาวบ้าน เพื่อสิเอาที่นาพวกเฮาไปทำเป็นเขตอนุรักษ์นั่นมันแม่นความจริงบ่" กริชนิ่งไปครู่หนึ่งเขาไม่ได้โกรธ 

"ลุงครับ..." กริชขยับเข้าไปใกล้ลุงหวังอีกก้าว

"ลุงเห็นผมตากแดดจนตัวดำ ขุดดินจนมือพองมาเป็นอาทิตย์ ลุงคิดว่าเงินจากที่ไหนมันจะจ้างให้ผมมาลำบากขนาดนี้ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะผมอยากเห็นนาสีทองผืนนี้มันเลี้ยงพวกเราไปจนตายจริง ๆ" ลุงหวังถอนหายใจอีกครั้ง แววตาสั่นเครือ

 "ลุงกะอยากเชื่อเจ้า... แต่เงินไร่ละ 2 ล้านบาทน่ะกริช มันซื้อชีวิตใหม่ให้ลุงกับลูกหลานได้เลยเด้ ลุงแบกจอบมาห้าสิบปี ลุงบ่อยากให้ลูกหลานต้องมาหลังขดหลังแข็งคืออาวอีก เจ้าขวางทางเงินล้านเขา... เจ้าฮู้บ่ว่าตอนนี้ชาวบ้านเขาแค้นเจ้าขนาดไหน"

พูดจบ ลุงหวังก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้กริชยืนอยู่กลางร่องดินเพียงลำพัง ท่ามกลางแสงแดดที่เริ่มอ่อนแสงลงเรื่อย ๆ พร้อมกับศรัทธาของชาวบ้านที่เริ่มมืดมิดลงตามไปด้วย กริชมองตามแผ่นหลังที่งุ้มงอของลุงหวังที่จ้ำอ้าวออกไปทางท้ายนาอย่างไม่เข้าใจ ความรู้สึกโหวงเหวงในอกเริ่มก่อตัวขึ้น ทันใดนั้น อิปิ๊ ก็เดินสวนทางเข้ามา เธอเดินกึ่งวิ่งหน้าตาตื่นตระหนกใบหน้าที่เคยสดใสบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวลจนคิ้วขมวดมุ่น เธอหยุดยืนหอบหายใจอยู่ตรงหน้าร่องน้ำที่กริชนั่งอยู่ สายตาเหลือบมองลุงหวังที่เดินจากไปแล้วหันกลับมามองกริชที่ยังคงถือสมุดบันทึกค้างไว้

"อ้ายกริช... ลุงหวังเลิกซ่วยอ้ายแล้วแม่นบ่" อิปิ๊ถามเสียงสั่น

"ลุงเขาบอกว่ามีธุระ... แต่สายตาเขาไม่เหมือนเดิมเลยปิ๊ เขาถามผมเรื่องรับเงินเอ็นจีโอ เรื่องขวางทางรวย" กริชขมวดคิ้ว 

"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่" อิปิ๊ทิ้งตัวลงนั่งบนกองดินข้างร่องน้ำอย่างหมดแรง เธอถอนหายใจยาวก่อนจะเงยหน้าสบตากับเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหนักใจ

"อ้ายเอ๊ย... ตอนนี้คนทั้งหมู่บ้านอีแหลว แม้แต่ในตลาดอำเภอเขาลือกันไปเบิดแล้วจ้า" อิปิ๊ระเบิดคำพูดออกมา 

"บักรุ่งมันให้ลูกน้องเดินสายปล่อยข่าวตั้งแต่ร้านลาบยันแผงขายปลา เขาเชื่อกันเบิดแล้วว่าอ้ายกริชเป็นสายสืบที่ถูกจ้างมาขวางโครงการรีสอร์ทเพื่อสิเอาที่ดินไปจดทะเบียนอนุรักษ์ปลูกป่ากินเงินอุดหนุนฝรั่ง" กริชขยับยิ้มขื่น 

"คนเรามันจะเชื่อเรื่องที่ไม่มีมูลได้เร็วขนาดนั้นเลยเหรอปิ๊"

"อ้ายกริช... อ้ายต้องเข้าใจเด้อ สำหรับคนบ้านเฮาเงินล้านมันบ่ใช่แค่กระดาษ แต่มันคือโอกาสที่เขาจะได้ลืมตาอ้าปาก ได้ใช้หนี้ ธกส. ที่พอกพูนมาเป็นสิบปี พอเขารู้ว่านายทุนให้ไร่ละ 2 ล้าน แล้วอ้ายเป็นคนเดียวที่เป่าหูย่าบ่ให้เซ็นขาย... อ้ายกะกลายเป็นคนเลวในสายตาเขาไปทันที" เธอก้มลงมองโคลนที่เปื้อนมือ 

"เมื่อกี้ปิ๊ไปตลาดมา ยายใจเจ้าของร้านลาบเพิ่นยังถามปิ๊เลยว่า รับเงินนำอ้ายกริชมาจักบาทถึงได้ยอมตามตูดต้อย ๆ ขวางทางรวยชาวบ้านแบบนี้... ปิ๊เถียงจนสิได้ตบกันเด้ออ้าย แต่มันต้านบ่ไหว แฮงเถียงเขากะยิ่งว่าอ้ายจ้างปิ๊มาปิดปาก"

กริชนิ่งเงียบไปนานความเงียบนั้นดูหนักอึ้งกว่าโคลนที่เขาขุดขึ้นมา เขาพึ่งตระหนักว่าแบบแปลนที่คำนวณมาอย่างดีระบบน้ำที่ซับซ้อนแม่นยำ หรือแรงกายที่ทุ่มเทลงไปทั้งหมด... มันกำลังพ่ายแพ้ต่ออำนาจของ "คำลวง" ที่คนอยากจะเชื่อเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง

"แล้วย่าล่ะปิ๊ ย่ารู้เรื่องนี้หรือยัง" กริชถามด้วยความเป็นห่วงที่สุด

"ย่าบุญมาเพิ่นนั่งนิ่งอยู่บนชานบ้านจ้า ใครไปถามอะไรเพิ่นกะบ่ปาก (ไม่พูด) แต่ปิ๊เห็นแววตาเพิ่น... เพิ่นกำลังเสียใจเด้ออ้าย ที่เห็นชาวบ้านที่เคยฮักกันมาเปลี่ยนไปเพราะเงิน" อิปิ๊เงื้อมมือมาจับแขนกริช

 "อ้ายกริช... เฮาสิเอายังไงต่อ งานที่เหลือถ้าไม่มีลุงหวังกับคนอื่นซ่วย อ้ายทำคนเดียวบ่เสร็จแน่ และถ้า 3 วันนี้น้ำบ่ไหลเข้าที่นาชาวบ้านตามสัญญา... บักรุ่งมันพาม็อบบุกบ้านย่าแน่นอน" กริชปิดสมุดบันทึกเสียงดัง ปึ่ก แววตาที่เคยนุ่มนวลกลับแข็งกร้าวขึ้นมา

 "ในเมื่อเขาไม่เชื่อคำพูด... ผมก็จะใช้น้ำนี่แหละเป็นตัวพูดแทน 3 วันนี้ผมจะไม่นอนปิ๊ ใครจะถอยกะถอยไป แต่ผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่า ทองที่แท้จริงมันไม่ได้อยู่ในกระเป๋านายทุน แต่มันอยู่ในดินผืนนี้"

ท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุมนาสีทอง มีเพียงแสงวับแวมจากตะเกียงเจ้าพายุและไฟฉายคาดหัวของ อิปิ๊ ที่คอยส่องนำทางให้ชายหนุ่มเพียงคนเดียวที่ยังคงก้มหน้าก้มตาขุดดินอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กริชเหวี่ยงจอบลงบนดินเหนียวซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงจอบกระทบดิน ฉึก! ฉึก! ดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบสงัด เสื้อผ้าฝ้ายของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบไปกับมัดกล้ามที่ล้าจากการทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน

"อ้ายกริช... พักกินน้ำก่อนเถอะจ้า อ้ายขุดมาสามชั่วโมงบ่หยุดเลยเด้" อิปิ๊เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแววตาเต็มไปด้วยความสงสาร

"ไม่เป็นไรปิ๊ถ้าคืนนี้ร่องรับน้ำช่วงแรกไม่เสร็จ พรุ่งนี้เราจะคุมทิศทางน้ำไม่ได้" กริชตอบเสียงพร่าแต่ยังคงหนักแน่น

ทันใดนั้นเสียงมอเตอร์ไซค์วิบากของ บักรุ่ง ก็แผดคำรามกรีดผ่านความมืด มันขับวนเวียนอยู่บนคันนาห่างออกไปไม่ไกล แสงไฟหน้ารถสาดส่องเข้ามาประจานความโดดเดี่ยวของกริชเป็นระยะพร้อมเสียงตะโกนถากถาง 

"ขุดไปเถอะไอ้สถาปนิก ขุดให้ตายน้ำกะบ่ไหลหรอก มึงขุดคนเดียวสิไปสู้แรงมหาชนได้จั่งใด๋"

กริชไม่เสียสมาธิเขาเลือกที่จะนิ่งเฉยต่อคำยั่วยุ จนกระทั่งบักรุ่งขับรถหายไปในความมืดพร้อมเสียงหัวเราะเยาะเย้ย แต่ทว่า... ความร้ายกาจที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้นขึ้น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status