로그인เมื่อจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นท่ามกลางความเกลียดที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงอย่างไม่บริสุทธิ์ใจ...เขาควรจะยอมรับความรู้สึกหรือยอมรับความจริง ความจริงที่ทั้งเกลียดแต่แสนรัก!
더 보기ร่างหนาที่พอได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินเข้ามาแกล้งทำเป็นหลับ ใบหน้าคมฟุบลงบนโต๊ะราวกับคนไม่ได้สติให้สมกับที่ซักซ้อมเพื่อขอความเห็นใจเมียก่อนหน้านี้"คุณดล!"คนถูกเรียกใบหน้าซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด ศีรษะก้มต่ำเหมือนคนหมดแรง มือข้างหนึ่งแนบอยู่ตรงข้างลำตัวราวกับไม่รู้สึกตัว จนคนตัวเล็กต้องเขย่าร่างหนาไม่ยอมให้เขาหลับ"คุณดลคะ! คุณอย่าหลับนะ ตื่นมาคุยกับมนก่อน...คุณดล!" เสียงเรียกด้วยความเป็นห่วงจนร่างบางถลาเข้าไปหาพร้อมกับเขย่าคนแกล้งหลับจนหัวสั่นหัวคลอน ทิ้งความโกรธทั้งหมดทั้งมวลก่อนหน้านี้ไว้ข้างหลังจนหมดสิ้น หัวใจแทบหลุดออกจากอกเมื่อเห็นร่างสูงไม่ตอบสนองใด ๆ"คุณดล! ตื่นสิ!" มือเล็ก ๆ สั่นเทา เขย่าไหล่เขาแรง ๆ น้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความหวาดกลัว "มน..." น้ำเสียงแหบพร่านั้นเอ่ยตอบกลับมาราวกับกำลังฝืนความง่วงงุนเต็มทน"ตื่นมาคุยกับมนก่อน มนจะพาคุณไปโรง'บาล แข็งใจไว้ก่อนนะคะ" เพียงเสี้ยววินาที ที่คนตัวโตพยายามเงยหน้าขึ้นมาช้า ๆ ดวงตาคมทอดมองร่างบางในชุดสวยหวาน มือหนาเอื้อมกอดคนตรงหน้าอย่างต้องการคำปลอบประโลมก่อนตาย ควรเป็นเช่นนั้นสินะ...ตามบทบาทของคนที่กำลังจะตายเพราะพิษงู"ขอฉัน
เป็นเวลาเกือบสัปดาห์ที่วิมลลักษณ์ยอมกลับมากับเขาแต่ไม่ยอมให้คนตัวโตเข้าใกล้แม่แต่น้อย ธราดลยอมแม้กระทั่งไปนอนที่บ้านพักท้ายไร่ที่เคยให้คนตัวเล็กไปอาศัยอยู่ ทั้งที่เธอไม่ได้ขอ เขาแค่อยากชดเชยกับสิ่งที่เคยทำร้ายเธอ ส่วนคนตัวเล็ก...เขาให้สิทธิ์เธอในการอยู่เรือนใหญ่ได้เต็มที่ ทว่าวิมลลักษณ์ก็ขอปฏิเสธ เธอขออยู่ที่เรือนพักรับรองท้ายไร่สะดวกใจกว่า ธราดลยอมรับปากอย่างว่าง่าย เธอสั่งอะไรเขาก็ยินดีทำให้ได้ทั้งนั้น เรียกได้ว่าชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ หรืออยากชี้ดาวชี้เดือนที่อยู่บนท้องฟ้า หากเขาปีนขึ้นไปสอยลงมาให้เธอได้...เขาก็จะทำแม้กระทั่งหน้าที่ในการเก็บกวาดคอกม้าหรืออาบน้ำม้าที่เคยเป็นของวิมลลักษณ์ทั้งหมด เขายินดีรับทำหน้าที่นั้นแทนเธอ ร่างสูงเต็มไปด้วยเหงื่อจากการทำงานหนัก ดยเฉพาะยามที่เจ้าสีนิลสะบัดขนใส่เขาจนเปียกม่อล่อกม่อแล่กไปครึ่งตัว "สีนิล!...ทำไมแกทำกับฉันแบบนี้" บ่นออกไปพร้อมกับชี้หน้าคาดโทษเจ้าม้าสีดำตัวแสบที่ยืนยิงฟันใส่เจ้านายของมันราวกับเห็นเป็นเรื่องตลกขบขัน ฟิ้ว!!!!เสียงปลิวพร้อมกับสิ่งของบางอย่างลอยละล่องตกลงมาที่ศีรษะของเจ้าของไร่หนุ่มอย่างพอดิบพอดี ก่อนจะพบว่ามัน
"คุณดลปล่อยมน!""ปล่อยแน่มน...แต่เราต้องคุยกันก่อน เปิดประตูเข้าไป...ไปคุยกันข้างใน" ข้างในที่ว่าหมายถึงห้องพักของเธอ วิมลลักษณ์นึกแปลกใจที่เขารู้ได้อย่างไรว่าเธอพักที่นี่...ไม่พอคือรู้ด้วยว่าเป็นห้องพักห้องนี้ ทั้งที่เขาเป็นคนเดินนำเธอกึ่งลากกึ่งจูงให้ตามเขามา แต่ก็อย่างว่า...คนอย่างเขามีหรือที่อยากรู้อะไรแล้วจะไม่ได้คำตอบ คนที่บ้าอำนาจตลอดเวลาเช่นเขา...ย่อมทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว"คุยกันข้างนอกก็ได้ค่ะ มนอึดอัด" ตอบออกไปโดยไม่ยอมมองหน้า...คนตัวสูงก็เหลือเกิน...ยืนกักเธอไว้ด้วยวงแขนกว้างทั้งสองข้าง ในขณะที่ร่างบอบบางยืนหันหน้าเข้าหาประตูห้องพัก"ถ้าไม่อายที่จะคุยกันท่านี้ก็แล้วแต่นะ ฉันได้ทั้งนั้น""คุณดล!...เลิกบังคับมนสักที""แล้วเธอหนีฉันมาทำไมล่ะมน ฉันจะเป็นบ้าตายเพราะเธออยู่แล้ว!"เสียงร้องโวยวายเริ่มดังขึ้น จนแขกที่เข้าพักเริ่มเปิดประตูออกมาดูเพื่อหาที่มาของเสียง...ท้ายที่สุดวิมลลักษณ์จึงจำใจยอมเปิดประตูห้องพัก ตั้งใจจะรีบปิดทันทีที่เข้าไปได้ หากมีหรือที่จะทันแรงวัวแรงควายของคนตัวโตหน้าหนาที่ยืนประกบเธอตลอดเวลาอย่างคนเอาแต่ใจ "คุณดล!""จ๋าจ้ะ...คิดถึงมนที่สุดในโลกเลย" ไม่พู
แสงนวลอ่อน ๆ ของพระจันทร์ในยามค่ำคืนลอดสว่างผ่านม่านหน้าต่าง ทาบเป็นลวดลายบนพื้นห้องว่างเปล่า วิมลลักษณ์ยืนเหม่อมองไปยังผืนทะเลเบื้องหน้าที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาในเวลานี้ลมทะเลพัดโชยบางเบา ร่างบอบบางในชุดเดรสสีขาวเดินเท้าเปล่าไปตามแนวทรายที่เย็นเฉียบ ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปยังผืนน้ำกว้างใหญ่ที่กำลังส่องประกายระยิบระยับเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพราะเหตุใดจึงพาตัวเองมาที่นี่ รู้แค่ว่า...หัวใจเหนื่อยล้าเกินกว่าจะเผชิญหน้ากับเขาอีก บางครั้งเธอเองก็อยากให้เขามั่นใจ...ว่าเขารักเธอด้วยหัวใจจริง ๆ ไม่ใช่เพียงเพราะความใกล้ชิดผูกพันในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา หรืออาจเป็นเพราะการตอบสนองทางร่างกายของเธอและเขาที่เข้ากันได้ดี วิมลลักษณ์อาศัยจังหวะที่เขากลับไปในเช้ามืดวันนั้น...ก่อนที่ช่วงสาย ๆ คุณหมอจะให้เซ็นอนุญาตให้เธอออกจากโรงพยาบาล ร่างบางพร่ำบอกกับผู้เป็นแม่ให้ปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ...เธอใช้ชีวิตอยู่กับท่านในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา และพบว่าแม่ของเธอมีคนที่จะสามารถดูแลท่านได้เป็นอย่างดีชายคนนั้นมีวัยใกล้เคียงกับท่านชื่อว่า 'แดเนียล' ความรักของคนทั้งสองแม้ไม่หวือหวาเหมือนความรักหนุ่มสาวแต่วิมลลักษณ
อากาศยามเช้าที่กำลังเย็นสบาย เสียงนกร้องแผ่ว ๆ คลอเคลียอยู่รอบบ้านไม้สักที่เป็นเรือนพักรับรองที่ตั้งอยู่ท้ายไร่ ความเงียบสงบอบอวลไปด้วยกลิ่นไอธรรมชาติ และลมหายใจสม่ำเสมอของคนตัวเล็กใบหน้าจิ้มลิ้มที่นอนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาร่างหนานอนกอดก่ายคนตัวเล็กเอาไว้จากด้านหลัง แก้มที่เต็มไปด้วยไรหนวดแนบอยู่กับ
“อยู่นิ่ง ๆ หน่อยสิคะ”น้ำเสียงหวานล้ำเอ่ยออกไปนิ่ง ๆ แต่แฝงความดุเล็ก ๆ จนนัยน์ตาคมสีนิลจำต้องเงยหน้าขึ้นสบดวงตากลมโตตรงหน้า ริมฝีปากยังมีรอยช้ำ และเลือดซึมตรงมุมปาก วิมลลักษณ์เข้าใจว่าเขาจะพากลับไปทำแผลที่เรือนใหญ่...ทว่าคนตัวโตกลับเปลี่ยนแปลงเส้นทางเป็นเรือนพักรับร้องท้ายไร่ ซึ่งพอมองจากตรงนี้ก
ร่างบางแอบยืนมองจากที่ไกล ๆ หลังจากเสียงหัวเราะและบรรยากาศครึกครื้นค่อย ๆ จางลงเมื่อค่ำคืนเดินทางมาถึงช่วงไฮไลต์ของงาน ก่อนที่เสียงเพลงอวยพรวันเกิดจะดังขึ้นอีกครั้ง วิมลลักษณ์ยืนอยู่จุดที่เงาต้นไม้ทอดยาวทาบพื้น เธอไม่ได้เดินเข้าไปใกล้ในงาน ไม่มีเค้ก ไม่มีของขวัญ ไม่มีแม้แต่การคำอวยพรที่มอบให้เขา..
บรรยากาศยามเย็นของไร่ในวันนี้แตกต่างจากทุกวัน พระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า ท้องฟ้าไล่เฉดสีส้มอ่อนละมุนไปจนถึงม่วงหม่น กลิ่นหอมของอาหารลอยตามลมมาจากเตาย่างข้างบ้าน เสียงหัวเราะคิกคักของเด็ก ๆ วิ่งไล่กันอยู่แถวบริเวณลานกลางไร่ที่จัดงานวันเกิดของผู้เป็นเจ้านาย ในขณะที่คนงานผู้หญิงกำลังกางผ้าปูโต๊ะลา
리뷰