Compartilhar

ตอนที่ 2

last update Data de publicação: 2026-03-26 12:32:30

เจียงลั่วเสวี่ยผุดลุกขึ้นยืน นางมิได้กรีดร้องเหมือนสตรีอื่น แต่ดวงตาจ้องเขม็งไปยังร่างไร้วิญญาณบนเวที สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว นี่คือการวางยาพิษ และต้องเป็นพิษที่ร้ายแรงมาก

“อิงเกอ ลู่จู ระวังตัว” นางสั่งการเสียงเฉียบขาด พลางกวาดตามองหาบุรุษลึกลับที่นางเห็นหลังเวทีเมื่อครู่ แต่ท่ามกลางฝูงชนที่แตกตื่น การจะหาใครสักคนนั้นยากยิ่ง

ในขณะที่งานเลี้ยงกำลังตกอยู่ในความวุ่ยวาย เสียงตะโกนดังก้องกังวานดุจฟ้าผ่าก็ดังมาจากหน้าประตู

“ปิดประตูจวน ห้ามผู้ใดเข้าออกทั้งสิ้น ศาลต้าหลี่จะเข้าตรวจสอบ”

สิ้นเสียงอันทรงอำนาจ กลุ่มองครักษ์ในชุดเครื่องแบบสีดำขลิบแดง พร้อมดาบคาดเอวก็กรูกันเข้ามาล้อมรอบศาลากลางน้ำและเวทีการแสดงเอาไว้อย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ กลิ่นอายสังหารที่แผ่ออกมาจากพวกเขาสยบความแตกตื่นของผู้คนลงได้ในชั่วพริบตา

เบื้องหน้ากลุ่มองครักษ์ บุรุษผู้หนึ่งเดินก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม เขาอยู่ในชุดขุนนางเต็มยศสีน้ำเงินเข้มปักลายกิเลน ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักหยก แต่ทว่าเรียบเฉยและเย็นชา ดวงตาคมคู่นั้นกวาดมองไปรอบๆ ราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงจิตใจของผู้คน

เขาคือหลิ่วเฉิน หรือ ฉางหนิงโหว หัวหน้าศาลต้าหลี่ผู้มีฉายาว่าตุลาการหน้าหยก

ข้างกายเขามีองครักษ์สองนายติดตามมาติดๆ คนซ้ายรูปร่างสูงใหญ่บึกบึน หน้าตาดูซื่อๆ นามว่าฮั่นถง ส่วนคนขวาดูปราดเปรียวว่องไว แววตาเป็นประกาย นามว่าเฟยอวี่

“ท่านโหว นางละครถูกวางยาพิษตายขณะทำการแสดงขอรับ” ฮั่นถงรายงานเสียงดังฟังชัด

หลิ่วเฉินพยักหน้าเล็กน้อย สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย เขาเดินตรงไปยังศพของอวิ๋นเซียง ก้มลงตรวจสอบสภาพศพด้วยความชำนาญ โดยไม่รังเกียจกลิ่นคาวเลือด

“ผงสลายวิญญาณ รุนแรงและไร้ร่องรอย” เขาพึมพำเสียงเรียบ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วหันไปสั่งการ “เฟยอวี่ตรวจสอบอาหารและสุราที่นางกินทั้งหมด ฮั่นถงควบคุมตัวคนในคณะละครแยกไปสอบสวนทีละคน”

“ขอรับ”

จากนั้น หลิ่วเฉินก็หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับแขกเหรื่อผู้สูงศักดิ์ที่ยืนตัวสั่นกันอยู่

“ต้องขออภัยทุกท่าน วันนี้เกิดคดีฆาตกรรมร้ายแรง จำเป็นต้องกักตัวทุกคนไว้สอบปากคำ จนกว่าจะหาตัวคนร้ายเจอ ห้ามผู้ใดก้าวออกจากบริเวณนี้แม้แต่ก้าวเดียว”

สิ้นคำประกาศ เสียงโวยวายก็ดังขึ้นทันที

“อะไรนะ จะให้พวกเราอยู่ที่นี่กับศพหรือ ท่านโหว ท่านเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร” ฮูหยินท่านหนึ่งหวีดร้อง

“ข้าเป็นถึงบุตรสาวเสนาบดีกรมคลัง ท่านมีสิทธิ์อะไรมากักขังข้า”

หลิ่วเฉินเพียงแค่ปรายตามอง ฮูหยินผู้นั้นก็ถึงกับหุบปากฉับด้วยความหวาดกลัว กลิ่ยอายสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นรุนแรงจนน่าอึดอัด

“กฎหมายของแผ่นดินคือสิทธิ์ของข้า ผู้ใดขัดขืน ถือว่ามีพิรุธจับกุมได้ทันที” น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดทำเอาทุกคนเงียบเสียงลงทันที

เจียงลั่วเสวี่ยยืนมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย นางเคยได้ยินกิตติศัพท์ของฉางหนิงโหวผู้นี้มานาน วันนี้ได้เห็นกับตา นับว่าสมคำร่ำลือ แต่ทว่า... นางไม่มีเวลามาเสียเวลาอยู่ที่นี่ นางต้องรีบกลับไปตรวจสอบเรื่องป้ายหยกนั่น

เจียงลั่วเสวี่ยหันไปกระซิบกับอิงเกอและลู่จู “ตามข้ามา เราจะออกทางประตูเล็กด้านหลัง อาศัยจังหวะที่องครักษ์กำลังวุ่นวาย”

สามนายบ่าวค่อยๆ ย่องถอยหลังออกจากฝูงชน พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด เจียงลั่วเสวี่ยอาศัยความคุ้นเคยกับผังจวนขุนนาง นำทางสาวใช้ลัดเลาะไปตามพุ่มไม้ มุ่งหน้าสู่ประตูหลัง

“จวิ้นจู่ จะดีหรือเจ้าคะ หากท่านโหวจับได้...” ลู่จูถามเสียงสั่น

“เขาไม่ทันสังเกตหรอก คนเยอะขนาดนี้” เจียงลั่วเสวี่ยกระซิบตอบ “อีกอย่าง ข้าเป็นถึงตวนอี้จวิ้นจู่ เขาจะกล้าทำอะไรข้า”

นางเอื้อมมือไปผลักบานประตูไม้เล็กๆ ที่ซ่อนอยู่หลังดงไผ่ ประตูแง้มออกเล็กน้อย เผยให้เห็นอิสรภาพที่อยู่เบื้องหน้า เจียงลั่วเสวี่ยยิ้มกว้าง ก้าวเท้าจะเดินออกไป

ทว่า...

“ไม่ยักรู้ว่า ตวนอี้จวิ้นจู่ผู้เลื่องชื่อจะมีรสนิยมชอบมุดช่องหมาลอดหนีเช่นนี้” เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้เจียงลั่วเสวี่ยชะงักกึก นางค่อยๆ หันกลับไปมองช้าๆ

เบื้องหน้าของนาง คือหลิ่วเฉินที่ยืนกอดอกพิงต้นไผ่ด้วยท่วงท่าสบายๆ แต่ดวงตาคมคู่นั้นกำลังจ้องมองนางราวกับราชสีห์จ้องเหยื่อ องครักษ์เฟยอวี่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆ ราวกับรู้ทันแผนการของนางมาตั้งแต่ต้น

เจียงลั่วเสวี่ยปรับสีหน้าอย่างรวดเร็ว นางเชิดคางขึ้นเล็กน้อย แสร้งทำเป็นปัดฝุ่นที่ชายกระโปรง “ท่านโหวกล่าวหนักไปแล้ว ข้าเพียงแต่... รู้สึกเวียนหัว อยากจะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอกเท่านั้น หาได้คิดหนีไม่”

หลิ่วเฉินเลิกคิ้วข้างหนึ่ง เดินก้าวเข้ามาใกล้นางทีละก้าว บีบให้เจียงลั่วเสวี่ยต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับบานประตู

“สูดอากาศ ในเวลาที่เกิดเหตุฆาตกรรมเช่นนี้หรือ” เขาถามเสียงเรียบ แต่กดดัน “จวิ้นจู่คงไม่ได้กำลังซ่อนสิ่งใดไว้กระมัง”

“ข้าจะซ่อนอะไรได้ ข้ามามือเปล่า” เจียงลั่วเสวี่ยเถียงข้างๆ คูๆ

หลิ่วเฉินกวาดสายตามองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะหยุดสายตาลงที่มวยผมของนาง เขายื่นมือเข้ามาใกล้นางอย่างรวดเร็ว

เจียงลั่วเสวี่ยผงะตกใจ “ท่านจะทำอะไร”

มือของหลิ่วเฉินมิได้แตะต้องตัวนาง แต่กลับดึงปิ่นปักผมทองคำที่ปักอยู่บนมวยผมของนางออกมาด้ามหนึ่ง ปิ่นด้ามนั้นมีเศษเส้นด้ายสีฟ้าครามเส้นเล็กๆ พันติดอยู่ตรงปลาย

“นี่คือสิ่งใด” หลิ่วเฉินชูปิ่นขึ้น แววตาเปลี่ยนเป็นจริงจัง “เส้นไหมสีฟ้าคราม... ชนิดเดียวกับชุดของนางละครที่ตาย และดูเหมือนจะมีผงสีขาวบางอย่างติดอยู่ด้วย”

เจียงลั่วเสวี่ยเบิกตากว้าง นางจำไม่ได้เลยว่าไปเอาสิ่งนี้มาตอนไหน หรือจะเป็นตอนที่นางแอบไปหลังเวที แล้วเฉียดใกล้เสื้อผ้าของนักแสดง

“ข้า... ข้าไม่รู้เรื่อง” นางปฏิเสธเสียงแข็ง

“ไม่รู้เรื่อง” หลิ่วเฉินแค่นหัวเราะในลำคอ “หลักฐานอยู่บนหัวท่าน ท่านยังจะบอกว่าไม่รู้เรื่องอีกหรือ ท่านหญิง... เกรงว่าท่านคงต้องไปนั่งจิบชาที่ศาลต้าหลี่กับข้าสักครู่แล้วกระมัง”

“บังอาจ ข้าเป็นหลานสาวฮองเฮา เจ้ากล้าจับข้าหรือ” เจียงลั่วเสวี่ยยกฐานะขึ้นมาข่ม

หลิ่วเฉินไม่สะทกสะท้าน เขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนนางสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา

“ต่อให้เป็นโอรสสวรรค์ หากทำผิดกฎหมาย ข้าก็จับได้... นับประสาอะไรกับจวิ้นจู่ตัวเล็กๆ อย่างท่าน”

เขาผละถอยออกมา แล้วหันไปสั่งองครักษ์ “ฮั่นถง เชิญตวนอี้จวิ้นจู่ไปที่ศาลต้าหลี่ แยกขังเดี่ยว ห้ามใครเข้าเยี่ยม”

“หลิ่วเฉิน เจ้าคนหน้าตาย เจ้าคนใจดำ ปล่อยข้านะ” เสียงโวยวายของเจียงลั่วเสวี่ยดังก้องไปทั่วสวนไผ่ ขณะที่นางถูกองครักษ์คุมตัวไป

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนพิเศษ 2

    กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปสี่หนาว จวนฉางหนิงโหวที่เคยเงียบสงบและเต็มไปด้วยบรรยากาศเคร่งขรึมของขุนนางฝ่ายตุลาการ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและเสียงหัวเราะหลิ่วจื่อเฉิน หรือ อาเฉิน คุณชายน้อยแห่งจวนฉางหนิงโหวเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสี่หนาว รูปร่างหน้าตาของเขาเหมือนบิดา คิ้วเข้มพาดเฉียง นัยน์ตาคมเข้ม ทว่ากลับมีริมฝีปากบางและรอยยิ้มซุกซนที่ถอดแบบมาจากเจียงลั่วเสวี่ยผู้เป็นมารดา สติปัญญาของเด็กน้อยเฉียบแหลมเกินวัย ซึมซับเอาความเด็ดขาดของบิดาและความเจ้าเล่ห์เพทุบายของมารดามาอย่างครบถ้วนยามเว่ย แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงมายังลานกว้างหน้าห้องหนังสือ เฟยอวี่และฮั่นถง องครักษ์ฝีมือฉกาจแห่งศาลต้าหลี่ กำลังยืนหอบหายใจ เหงื่อเม็ดโตผุดพรายเต็มหน้าผาก พวกเขามิได้เพิ่งกลับจากการต่อสู้กับโจรผู้ร้าย ทว่าเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจวิ่งไล่จับคุณชายน้อยที่แอบนำตำราพิชัยสงครามของบิดามาพับเป็นเรือกระดาษ"ท่านอาเฟยอวี่ ท่านอาฮั่นถง พวกท่านเชื่องช้าปานเต่าคลาน ข้าวิ่งวนรอบศาลาตั้งสามรอบ พวกท่านยังตามข้าไม่ทันเลย" เสียงใสแจ๋วของหลิ่วจื่อเฉินดังกังวาน เด็กน้อยยืนกอดอกอยู่บนโขดหินจำลอง เชิดหน้าขึ้นอย่าง

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนพิเศษ 1

    ณ เมืองหลวงหยุนจิง สายลมพัดโชยนำพาความอบอุ่นและกลิ่นหอมของดอกท้อที่เบ่งบานสะพรั่งไปทั่วทุกมุมเมือง ทว่าสำหรับศาลต้าหลี่อันเป็นสถานที่ชำระความและรักษากฎหมาย บรรยากาศกลับมิได้ผ่อนคลายตามฤดูกาล ซ้ำยังดูตึงเครียดขึ้นกว่าเดิมหลายส่วนสาเหตุหลักมิใช่เพราะมีคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญอันใด ทว่าเป็นเพราะรังสีอำมหิตแฝงความร้อนรนที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ผู้ซึ่งนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หลังโต๊ะทำงานกองโตเฟยอวี่และฮั่นถงยืนลอบสบตากันอยู่หน้าประตูห้องทำงาน องครักษ์ทั้งสองต่างรู้ดีว่าเหตุใดนายเหนือหัวของตนจึงมีท่าทีผุดลุกผุดนั่งและคอยมองดูเวลาอยู่ทุกครึ่งชั่วยาม“เจ้าดูสิ ท่านโหวอ่านฎีกาม้วนเดิมมาสามรอบแล้ว ข้าเห็นสายตาของท่านจับจ้องอยู่แต่ที่หน้าต่าง ราวกับจะโบยบินกลับจวนเสียให้ได้” เฟยอวี่กระซิบเสียงแผ่วเบาฮั่นถงพยักหน้าเห็นด้วย “จะมิให้ร้อนใจได้อย่างไร ฮูหยินตั้งครรภ์ล่วงเข้าเดือนที่เก้าแล้ว หมอหลวงย้ำว่าอาจจะคลอดได้ทุกเมื่อ ท่านโหวผู้ไม่เคยเกรงกลัวคมดาบ บัดนี้กลับหวาดกลัวการทิ้งให้ฮูหยินอยู่จวนเพียงลำพังยิ่งกว่าสิ่งใด”คำกล่าวของฮั่นถงมิได้เกินจริงแม้แต่น้อย นับตั้งแต่เจียงลั่วเส

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 44

    เวลาผ่านไปกว่าสองเดือนท่ามกลางความสงบสุขของจวนริมทะเลสาบ บ่ายวันหนึ่ง สายลมพัดโชยเอากลิ่นหอมของดอกกล้วยไม้ป่าล่องลอยมาตามลม หลิ่วเฉินนั่งอยู่บนระเบียงศาลากลางน้ำ ในมือของเขากำลังประคองกู่ฉินตัวโปรด ปลายนิ้วเรียวยาวตวัดลงบนสายพิณ บรรเลงท่วงทำนองอันแสนหวานและผ่อนคลาย ต่างจากเพลงพิณสังหารที่เขาเคยใช้ในลานหอบูชาฟ้าดินอย่างสิ้นเชิงเจียงลั่วเสวี่ยในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนบางเบา กำลังจัดเตรียมป้านชาและขนมกุ้ยฮวาอยู่ที่โต๊ะหินอ่อน ทว่าจู่ๆ นางก็รู้สึกอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ภาพเบื้องหน้าเริ่มพร่ามัว กลิ่นหอมหวานของขนมกุ้ยฮวาที่นางเคยโปรดปรานกลับทำให้รู้สึกพะอืดพะอมจนแทบทนไม่ไหวสตรีร่างบางยกมือขึ้นทาบอก นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอาการ ทว่าเรี่ยวแรงกลับหดหาย ร่างของนางโอนเอนและทรุดลงไปปะทะกับขอบโต๊ะหินอ่อน ถ้วยชาแกะสลักร่วงหล่นลงพื้นจนเกิดเสียงดังเสียงกระเบื้องแตกทำลายท่วงทำนองเพลงพิณ หลิ่วเฉินชะงักมือทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นและเห็นร่างของภรรยากำลังจะล้มลง หัวใจของเขากระตุกวูบ ชายหนุ่มทิ้งกู่ฉินล้ำค่าลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี พุ่งทะยานร่างเข้าไปคว้าร่างบอบบางของนางไว้ในอ้อมแขนได้อย่างเฉียดฉิว"ล

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 43

    เมืองหลวงหยุนจิงในยามเช้าตรู่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครา ท้องพระโรงอันกว้างใหญ่และโอ่อ่าตระการตาเนืองแน่นไปด้วยเหล่าขุนนางบุ๋นบู๊ที่ยืนเรียงแถวตามลำดับขั้นอย่างเป็นระเบียบ บรรยากาศที่เคยตึงเครียดและเต็มไปด้วยความหวาดระแวงในอดีต บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความสงบสุขและความศรัทธาต่อราชบัลลังก์ที่กลับมามั่นคงอีกครั้งเบื้องหน้าบัลลังก์มังกร หีบไม้หุ้มเหล็กจำนวนหลายสิบใบถูกเปิดออก เผยให้เห็นทองคำแท่ง เหรียญเงิน และอัญมณีล้ำค่า ทรัพย์สินมหาศาลที่ถูกยักยอกไปซุกซ่อนไว้ใต้อารามเหลียนฮวา บัดนี้ได้ถูกนำกลับคืนสู่ท้องพระคลังแล้วฮ่องเต้ประทับนั่งอยู่บนบัลลังก์ พระพักตร์ที่เคยหมองคล้ำด้วยความกังวลบัดนี้เปี่ยมไปด้วยความเบิกบาน พระองค์ทอดพระเนตรขุมทรัพย์เบื้องหน้าสลับกับร่างสูงใหญ่ของฉางหนิงโหว หลิ่วเฉิน ที่ยืนประสานมืออยู่อย่างนอบน้อม"หลิ่วเฉิน ความดีความชอบของเจ้าในครานี้ ยิ่งใหญ่จนข้ามิรู้จะหาถ้อยคำใดมาสรรเสริญ ทรัพย์สินเหล่านี้มิเพียงแต่เติมเต็มท้องพระคลัง ทว่ายังสามารถนำไปช่วยเหลือราษฎรที่ยากไร้และบำรุงกองทัพได้อีกหลายสิบปี ข้าขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ควบตำแหน่งหัวหน้าศาลต้าหลี่ มีอำนาจตร

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 42

    สตรีร่างบางนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง นางเดินไปเปิดหีบไม้ใบเล็กที่นางนำติดตัวมาจากจวนอันหยางโหว ภายในนั้นมีสมุดบันทึกปกดำที่บันทึกอักษรลับของพวกกบฏ ซึ่งนางเคยช่วยเขาถอดไขความในคืนก่อนเกิดเหตุการณ์วุ่นวายนางนำสมุดบัญชีลับนั้นมากางลงบนโต๊ะ พลิกหน้ากระดาษไปยังส่วนที่บันทึกการเบิกจ่าย "ท่านโหว ท่านจำได้หรือไม่ว่าในบันทึกนี้ มีการอ้างถึงการขนส่งสมุนไพรต้านหนานซิงจำนวนมากไปยังทิศอุดร ทว่าเรามุ่งความสนใจไปที่ผาดวนหุนซึ่งเป็นโรงตีเหล็ก จนละเลยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไป"หลิ่วเฉินขยับตัวเข้ามาดูใกล้ๆ เขามองตามปลายนิ้วเรียวของนางที่ชี้ไปยังกลุ่มสัญลักษณ์รูปภูเขาและแม่น้ำที่ถูกสลับตำแหน่งกันอย่างซับซ้อน"ในทางการค้าของพ่อค้าเผ่าตงหู สัญลักษณ์รูปน้ำที่หันเหไปทางทิศตะวันออก มิได้หมายถึงแม่น้ำเสมอไป ทว่ามันยังหมายถึงสถานที่ที่เคยเป็นเส้นทางน้ำทว่าเหือดแห้งไปแล้ว" เจียงลั่วเสวี่ยอธิบายด้วยความเชี่ยวชาญ นางลากเส้นเชื่อมโยงสัญลักษณ์เหล่านั้นเข้าด้วยกัน "และสัญลักษณ์รูปดอกไม้นี้ หากอ่านตามตำราอักษรภาพโบราณ มันคือดอกบัวที่เหี่ยวเฉา""สระบัวแห้งทางทิศตะวันออกของเมืองอุดร" หลิ่วเฉินดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อสามารถปะต

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 41

    แสงตะวันยามเช้าตรู่สาดส่องลอดผ่านหน้าต่างที่ประดับด้วยลวดลายมงคลสีแดงคู่ แสงสีทองอ่อนจางทาบลงบนพื้นไม้กระดานขัดเงา ภายในห้องหอยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกำยานดอกกุ้ยฮวาผสมผสานกับกลิ่นสุรามงคลที่หลงเหลือจากค่ำคืนอันแสนหวาน เทียนมงคลเล่มใหญ่บนโต๊ะไม้จันทน์มอดดับลงเหลือเพียงน้ำตาเทียนสีแดงสดที่อาบไล้เชิงเทียนทองเหลืองบนเตียงไม้สลักลวดลายพยัคฆ์คู่มังกร ม่านมุ้งสีแดงถูกปล่อยทิ้งตัวลงมาปิดบังความอบอุ่นภายใน ร่างสูงใหญ่ของหลิ่วเฉินนอนตระกองกอดสตรีอันเป็นที่รักไว้แนบอก ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เขาตื่นขึ้นมาได้สักพักแล้ว ชายหนุ่มทอดสายตามองดวงหน้างดงามที่ซบอยู่กับแผงอกของตนเองแพขนตางอนยาวของเจียงลั่วเสวี่ยทาบทับลงบนผิวแก้มเนียนละเอียด ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจ หลิ่วเฉินมิกล้าขยับเขยื้อนกายด้วยเกรงว่าจะทำให้สตรีในอ้อมกอดต้องตื่นจากการหลับใหล เขาเพียงแต่ใช้ปลายนิ้วสากกร้านเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนของนางออกอย่างเบามือที่สุดสัมผัสแผ่บเบานั้นทำให้นางรู้สึกตัว เจียงลั่วเสวี่ยขยับตัวเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันก่อนที่ดวงตากลมโตจะค่อยๆ ปรือขึ้น สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตา

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 38

    “สวรรค์ยุติธรรมเสมอ ท่านสร้างกรรมอันใดไว้ ย่อมได้รับผลแห่งกรรมนั้นตอบแทน” หลิ่วเฉินกล่าวเสียงหนักแน่น “ฝ่าบาททรงมีพระเมตตา ละเว้นโทษประหารให้แก่ท่าน ทว่าท่านจะต้องถูกจองจำอยู่ในคุกเหมันต์แห่งนี้ไปจนสิ้นอายุขัย ไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยม ไม่มีแสงตะวันให้เชยชม ท่านจะมีเวลาทบทวนความผิดของตนเอ

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 37

    หลังจากอาการบาดเจ็บพ้นขีดอันตราย หลิ่วเฉินได้ทูลขอพระราชทานอนุญาตย้ายกลับมาพักฟื้นที่จวนของตนเอง ฮ่องเต้ทรงพระเมตตาประทานโอสถล้ำค่าและสิ่งของบำรุงร่างกายมากมายมาให้ถึงจวน พร้อมทั้งมีรับสั่งให้ตวนอี้จวิ้นจู่สามารถเข้าออกจวนฉางหนิงโหวได้อย่างอิสระเพื่อดูแลอาการของเขา นับเป็นการเปิดทางให้แก่หนุ่มสาวทั

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 31

    ณ จวนแม่ทัพหลี่ ซึ่งตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของเมืองหลวงรถม้าคันเรียบง่ายประทับตราจวนอันหยางโหวเคลื่อนตัวมาจอดเทียบหน้าประตูจวนอันใหญ่โต พ่อบ้านเฉิน ชายชราผู้มีใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความซื่อสัตย์และภักดีต่อตระกูลเจียง ก้าวลงจากรถม้าพร้อมด้วยกล่องไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง ในมือของเขาคือของขวัญตามธรรมเนียม

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 13

    ภายในห้องนอนของจวนอันหยางโหว เจียงลั่วเสวี่ยขยับตัวตื่น ความเหนื่อยล้าจากการหลบหนีการตามล่าเมื่อคืนบรรเทาลงไปมาก นางยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง ปล่อยให้ผมยาวสลวยทิ้งตัวสยายเต็มแผ่นหลังอิงเกอและลู่จูเดินถืออ่างน้ำทองเหลืองและผ้าเข้ามาปรนนิบัติเจ้านาย สีหน้าของสาวใช้ทั้งสองดูตื่นเต้นผิดปกติ"ท่านห

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status