เข้าสู่ระบบเช้านี้ที่โรงแรมของธันวา นางวีรวรรณ วรางคณา และวรวิทย์ ขนสัมภาระลงไปที่รถ วรางคณาแยกตัวไปที่ประชาสัมพันธ์ เพื่อจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย
“สวัสดีค่ะ ดิฉันมาจ่ายค่าห้องและค่าอื่นๆ”
“ท่านประธานโทรมาบอกว่าไม่ต้องเก็บค่ะ “ประชาสัมพันธ์ตอบหญิงสาว
“ไม่ได้นะคะ ยังไงก็ต้องจ่าย คิดมาเถอะค่ะ เดี๋ยวดิฉันคุยกับท่านประธานเอง”
“ดิฉันไม่กล้าค่ะ เพราะคุณธันวาสั่งไว้ เห็นใจพวกดิฉันเถอะนะคะ ท่านสั่งไว้ว่าไม่เก็บค่ะ”
วรางคณาถอนหายใจ หญิงสาวหยิบโทรศัพท์กดหาธันวาทันที
“สวัสดีค่ะ ตื่นหรือยังคะ”
“กำลังจะกินข้าวเช้าครับ หนูกินข้าวหรือยัง”
“กินแล้วค่ะ กำลังจะกลับบ้าน พี่คะ ให้วอยจ่ายค่าโรงแรมเถอะนะคะ ไม่งั้นพวกเราจะไม่สบายใจ”
“ไม่ครับ ไม่ต้องจ่าย เล็กน้อยเอง พี่ยินดี”
“อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ วอยไม่สบายใจ ของทุกอย่างมีต้นทุน ยังไงก็ต้องจ่ายค่ะ”
“วรางคณา" เสียงธันวาเข้มขึ้น " ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่อง พี่บอกไม่ต้องจ่ายก็ไม่ต้องซิครับ”
“เป็นเรื่องคืออะไร ตกลงไม่ให้จ่ายใช่ไหมคะ” วรางคณาเสียงเปลี่ยนทันทีเมื่อธันวาพูดจบ
“ครับ “
“งั้นแค่นี้นะคะ สวัสดีค่ะ”
“มีอะไรเหรอคะพี่ธันวา ทำไมเสียงแข็งจังเลย เสียงเหมือนดุใคร “สายธารตกใจกับน้ำเสียงของพี่ชาย
“วรางคณาจะจ่ายค่าโรงแรมให้ได้ พี่สั่งผู้จัดการไว้แล้ว ว่าไม่ต้องเก็บเงิน ไม่มีค่าใช้จ่าย เดี๋ยวพี่เซ็นเอง”
“แล้วน้องวอยว่ายังไงคะ”
“ไม่ว่ายังไง “
“แต่ธารว่าต้องมีค่ะ เท่าที่รู้ ธารรู้จักนิสัยของวรางคณานะคะ เขาไม่พอใจพี่ธันวาแน่ๆ ธารเอาหัวเป็นประกันเลย”
“ก็พี่บอกว่าไม่ต้องจ่าย เป็นแขกของพี่ก็น่าจะรู้ ไม่ต้องเสียอะไรทั้งนั้น”
“พี่ธันวาคิดเหรอคะว่าคนอย่างน้องวอยจะยอม ดีไม่ดีจะเป็นเรื่องนะคะ”
“เป็นเรื่องยังไงสายธาร “
“น้องวอยยังไม่ได้เป็นอะไรกับพี่นะคะ ยังไม่ได้เป็นแฟน หรือเป็นภรรยา การที่พี่ใช้คำพูด และน้ำหนักเสียงแบบนี้ แบบที่พูดเมื่อกี้กับเขา น้องไม่พอใจแน่ๆ พี่ลองคิดดูนะคะ เขาอยู่ของเขาปกติ เป็นพี่เองที่เอาตัวเข้าไปหาน้อง คนอย่างน้องวอย ไม่ใช่เหมือนผู้หญิงทั่วไปนะคะ เขาไม่ได้คิดว่าจะต้องมาเป็นแฟนพี่ให้ได้ เขารู้ว่าบ้านเราฐานะเป็นยังไง แต่เขาก็ไม่ได้อยากได้อยากดีกับบ้านเรา ถ้าเป็นคนอื่น คงเข้ามาหาพี่แบบตัวติดไปแล้ว แต่นี่เขาก็เฉยๆ คนแบบนี้ ไม่มีแฟนเขาก็อยู่ได้ ไม่ได้แสวงหา และเมื่อไหร่ที่เขารู้สึกว่า มีคนเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตเขา จะทำให้ชีวิตอิสระของเขาสะดุด เขาจะละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง กลับไปเป็นตัวของตัวเอง ธารว่าธารดูคนไม่ผิดหรอกค่ะ”
“ถ้าเป็นแบบนั้น แค่คำพูดแค่นี้ เขาก็เอาแต่ใจตัวเองมากเกินไป”
“ไหนว่าอยากแต่งงานกับเขาคะ ปากไม่ตรงกับใจเลย พี่ไม่ศึกษานิสัยน้องเลย นี่ไงคะธารถึงบอกว่า กับน้องวอยนี่ ทุกเรื่องไม่ง่ายเลย น้องไม่มีพี่ น้องก็อยู่ของน้องได้ อย่าโกรธธารนะคะ มันคือเรื่องจริง”
“พี่ธันวาไม่เชื่อธาร ลองโทรกลับซิคะ ถ้าติดต่อไม่ได้ ไม่ต้องเรียกสายธารเลย”
“พ่อกับแม่เป็นกำลังใจให้นะลูก ทุกอย่างมีทางแก้ไข ลองถามใจตัวเองดู ชั่งน้ำหนักเอา”
ธันวาเริ่มคิดตามคำพูดของน้องสาว เขายอมรับว่าไม่พอใจที่วรางคณาจะจ่ายค่าโรงแรม
“พี่ธันวา ทางโรงแรมแจ้งมาแล้วนะคะว่า น้องวอยโอนเงินค่าโรงแรมทั้งหมดเข้าบัญชีแล้ว น่าจะได้หมายเลขบัญชีจากเพจของโรงแรม ส่งสลิปมาให้เรียบร้อยค่ะ จ่ายทุกบาททุกสตางค์”
นั้นยิ่งทำให้ธันวา หน้าตึงยิ่งขึ้น เหมือนคำพูดของเขาไม่มีความหมายเลย วรางคณาไม่เชื่อฟังเขา ชายหนุ่มกดเบอร์ของหญิงสาวทันทีเหมือนกัน ติด แต่ไม่รับสาย เขาโทรซ้ำๆ หลายครั้ง ทั้งไลน์ ทั้งโทร วรางคณาไม่รับสาย ไม่อ่านไลน์
“พี่ธันวา อย่าลืมนะคะว่า พี่กับน้องวอย ยังไม่เป็นอะไรกัน อย่าไปบังคับน้องให้ทำโน้นทำนี่ เชื่อธารนะคะ”
ธันวาถอนหายใจ กินข้าวต่อ ไว้สักพักล่ะกัน แล้วค่อยโทรใหม่ ใจเขาเริ่มคิดตามคำพูดของสายธารช้าๆ
“ค่อยๆ พูด ค่อยๆ จากันนะลูก ผู้หญิงเขามีหลายอารมณ์ อีกอย่างเขายังเด็ก ต้องให้เวลาเขาหน่อย แม่เป็นกำลังใจให้”
“ขอบคุณนะครับแม่ ไม่น่ามีปัญหาหรอกครับ เดี๋ยวกลับไปผมจะคุยกับน้องเอง”
สายธารมองหน้าพี่ชายแล้ว รู้ว่าเขาเริ่มเครียด นึกหนักใจแทน ระหว่างพี่ชายเธอกับวรางคณา ต่อไปนี้คงไม่ราบรื่นแน่ๆ
“สายธาร เดี๋ยวกินข้าวเสร็จ เดี๋ยวพี่เซ็นเอกสารให้ จะได้ไม่ต้องเข้าไปที่โรงแรม”
“ได้ค่ะ ธารเตรียมไว้ให้แล้ว ขอบอกก่อนนะคะว่า เยอะมาก หลายแฟ้มทีเดียว”
กว่าธันวาจะดูรายละเอียดของงาน เซ็นเอกสารเสร็จ และ กว่าจะได้ออกจากบ้าน เขากินข้าวกลางวันกับครอบครัวอีกครั้ง และทำงานต่อจนเสร็จ กว่าจะได้แแกจากบ้าน ก็เกือบบ่ายสองโมง ช่วงทำงานเขาไม่ได้โทรหาวรางคณาเลย
วรวิทย์เป็นคนขับรถพาแม่กับพี่สาวกลับบ้าน เขารู้สึกได้ว่าพี่สาวอารมณ์ไม่ดี แน่นอนนางวีรวรรณก็เช่นกัน รู้สึกเหมือนลูกชาย
“แม่คะ วอยขออนุญาตไปต่างจังหวัดสักพักนะคะแม่ รู้สึกอารมณ์ไม่ปกติเลย”
“ตามใจลูก ดูแลตัวเองให้ดีล่ะกัน ไว้ใจดีแล้วค่อยกลับมา”
“ดูแลตัวเองนะครับพี่วอย “
“ฝากสร้อยพระนี่ ไว้ให้คุณธันวาด้วยนะว่าน” หญิงสาวถอดสร้อยที่ธันวาเคยให้ออกจากคอ
“ไม่มีใครรู้ใจวอยเท่ากับคนในครอบครัวเรา ว่านพี่ฝากดูแลแม่ด้วยนะ พี่จะไปเที่ยวซะหน่อย”
“ครับพี่วอย ไม่ต้องห่วงนะครับ ว่านเข้าใจพี่วอย”
“ไม่ต้องห่วงแม่นะหนูวอย ไปเถอะลูก ไปเที่ยวให้สบายใจ อยากกลับเมื่อไหร่ก็มา กลับมาบ้านเราแล้วแม่ก็สบายใจแล้วล่ะลูก”
“วอยเก็บหีบของคุณทวดไว้ในเซฟในห้องแล้วนะคะแม่”
“จ๊ะลูก ไม่หายหรอก ไม่ต้องห่วง หนูวอยไปเตรียมกระเป๋าเถอะลูก “
“ค่ะแม่ วอยรักแม่กับน้องจังเลย ดีที่วอย ไม่ได้เพ้อฝันอะไรไปมากกว่านี้ บางทีบางอย่างเหมือนจะดี แต่มันอาจไม่ดีกับเราก็ได้ บางสิ่งบางอย่างก็ไม่เหมาะกับวอย และวอยไม่ควรที่จะแสวงหา”
หญิงสาวเล่าให้แม่และน้องฟัง เรื่องที่คุณธันวา พูดกับเธอ “
เขาไม่มีสิทธิ์มาพูดกับวอยแบบนี้ วอยยังไม่ได้เป็นอะไรกับเขาเลย คำพูดแบบนี้วอยไม่ถูกใจวอยเลยค่ะ และวอยโอนเข้าบัญชีโรงแรมแล้วนะคะแม่ วอยหาเอาในเพจของโรงแรม ส่งสลิบให้ฝ่ายบัญชีเขาเรียบร้อยแล้ว วอยไปก่อนนะคะ”
วรางคณาขับรถออกไปแล้ว นางวีรวรรณหันไปมองหน้าลูกชายคนเล็ก ถอนหายใจเฮือกใหญ่ นี่แหละ ลูกสาวนาง ก็ดีเขาจะได้รู้นิสัยกัน นางรู้ว่าวรางคณา ต้องการทบทวนใจตัวเอง คนเราถ้าใช่ก็คือใช่ ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ และนางรู้ว่าจริงๆ แล้ว ลูกสาวนางก็ยังไม่ได้อยากมีคนรัก ไม่มีลูกสาวนางก็อยู่ได้
วรวิทย์ไม่มีปัญหา เขาไม่ได้ทำงานแล้ว มีเวลาดูแลแม่เต็มที่ เขาอยากให้วรางคณา ได้ไปพักผ่อนสมองบ้าง หรือว่าจริงๆ แล้ว พี่สาวเขาอาจจะเหมาะที่จะอยู่คนเดียวก็ได้ ไม่มีคู่ก็ดี อยู่กันเป็นเพื่อนแม่ สบายใจดี เขากับพี่สาวนิสัยเหมือนกัน ไม่อยากให้ใครเข้ามาวุ่นวายในชีวิตมากนัก ยิ่งถ้าล้ำเส้นมากๆ ยิ่งไม่ชอบ ถึงจะสนิทกันขนาดไหน ก็จะพยายามถอยห่าง ดีที่เขายังไม่ได้รับปากว่าจะทำงานกับธันวา ไม่งั้นเขาคงทำใจลำบาก
สองแม่ลูกเข้าบ้าน นางวีรวรรณเตรียมทำกับข้าวสำหรับมื้อกลางวัน ได้กลับมาบ้านก็สบายใจแล้ว นางรู้สึกธรรมดากับท่าทีของลูกสาว เพราะนางเข้าใจลูกดี ว่าเป็นคนยังไง ลูกชายนางก็เหมือนกัน พี่กับน้องนิสัยเหมือนกันมาก นิสัยแบบนี้ก็ไม่ควรมีแฟน เพราะแฟนเอาใจไม่ถูก อยู่คนเดียวดีที่สุด นางวีรวรรณ เข้าใจลูก ทำให้ไม่ได้คิดมาก กับเรื่องวรางคณา ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้ หลายครั้งที่ลูกสาวนางไม่สบายใจ ก็จะออกเดินทาง
“แม่ครับ พี่วอยโอนเงินให้ว่าน ห้าหมื่น ระหว่างที่อยู่กับแม่ อีกสองชั่วโมงให้ไปรับรถที่เดิมที่เคยฝากไว้ครับ” วรวิทย์อ่านข้อความที่แจ้งเตือนจากโทรศัพท์ให้นางวีรวรรณฟัง
“เหมือนกันลูก พี่เขาโอนเข้าบัญชีแม่แล้ว ห้าหมื่น อีกสักพัก ว่านก็ออกไปรับรถเลยลูก แม่ว่าพี่เขาไปแล้วล่ะ รีบไปรีบกลับนะ “
“ว่านว่างานนี้ยาวแน่เลยครับแม่”
“ตามนั้นล่ะ ถ้าว่านอยากไปเที่ยวบ้าง ก็ไม่เป็นไรนะลูก เรื่องงานไม่ต้องห่วง แม่มีทุนสำหรับลูกทั้งสองคน ไม่ทำงานก็ไม่ลำบากเลย ทำมานานแล้ว ช่วงนี้ก็พักผ่อน อยู่กับแม่ ถ้าว่างก็ไถปรับสวนให้แม่หน่อยนะ คันมืออยากปลูกผักเหลือเกิน”
“วรวิทย์หัวเราะกับคำพูดของแม่ สุดท้ายก็อยากปลูกผัก แม่เขาน่ารัก ทันสมัย และเข้าใจลูกมากที่สุดแล้ว”
วรวิทย์ เช็ดทำความสะอาดจักรยาน ล้างโซ่ เติมลม พรุ่งนี้เขาคงต้องไปปั่นที่สนามคนเดียว ดี เขาชอบ สักพักจะออกไปขับรถกลับมาไว้บ้าน
วรางคณาซื้อตั๋วสำหรับเดินทางไปจีน เธอชอบเดินทางคนเดียว ชอบที่จีนมีหลายมณฑล เอาจริงๆ เธอไปบ่อยมาก ไม่มีใครรู้ว่าเธอพูดจีนได้ นอกจากแม่และน้องชาย เรียกว่าไปเกือบทุกปี ไปครั้งละนานๆ และครั้งนี้เธอคิดว่า จะไปให้นานที่สุด เร็วเท่าใจคิด วรางคณาได้ตั๋วทันที และเดินทางคืนนี้ รู้สึกโล่งใจ ดีใจที่หัวใจตัวเองยังปกติดี หญิงสาวไม่ลืมที่จะเปลี่ยนซิมโทรศัพท์ ทันทีเหมือนกัน นึกโมโหตัวเองนิดเดียว ที่รีบไปให้ความสนิทสนมกับเขา ช่างเถอะ เธอยังไม่พร้อม แบบนี้แหละดีแล้ว ครอบครัวเธอสำคัญที่สุด ต่อไปนี้ปัญหาของเธอจะไม่มีแล้ว นับจากวันนี้เป็นต้นไป ธันวาแค่แวะเข้ามาในชีวิตเธอแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ต่อไปนี้เธอก็จะใช้ชีวิตของเธอตามที่เธอต้องการ
ธันวาพยายามโทรหาวรางคณา หลายครั้ง ตั้งแต่ออกจากบ้าน ไม่มีสัญญาณตอบรับ เขาเริ่มใจไม่ดี หรือที่สายธารพูดจะเป็นความจริง แล้วถ้าเป็นจริง เขาจะคุยยังไง ไว้ค่อยคิด ตอนนี้ไปให้ถึงบ้านสวนวอแหวนก่อนดีกว่า
ธันวาแทบจะลงไปเปิดประตูบ้านเอง ใจเขาร้อนรน แทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ ลงรถได้เขาก็ถลาเข้าไปหานางวีรวรรณ
“คุณน้าครับ น้องวอยอยู่ไหนครับ แล้วว่านล่ะครับ แล้วรถน้องวอยไปไหนแล้วล่ะครับ”
“ใจเย็นๆ นะคะคุณ เข้ามานั่งข้างในบ้านก่อนค่ะ” นางวีรวรรณเดินนำธันวาเข้าไปในบ้าน
“ดื่มน้ำก่อนค่ะ หนูวอยไปต่างจังหวัด ว่านไปรับรถหนูวอยที่ฝากไว้ค่ะ ไม่ต้องถามว่าน้องวอยไปไหน เพราะเขาไม่ได้บอกน้า ไม่รู้ว่าจะกลับเมื่อไหร่ เขาโอนเงินให้น้า กับน้อง คนละห้าหมื่น เดี๋ยวคงติดต่อมาค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ เขาดูแลตัวเองได้ เวลาที่เขาอยากอยู่กับตัวเอง เขาก็จะไปของเขาแบบนี้ “
“คุณน้าครับ แต่ผมอธิบายได้นะครับ “
“ไว้ค่อยรออธิบายกับเขา เพราะถึงน้ารู้ น้าก็ไม่สามารถเรียกให้เขากลับมาได้ “
“แต่ผมอยากเจอน้อง อยากคุย อยากอธิบาย”
“คุณคะ น้าไม่ได้รังเกียจอะไรคุณเลยนะคะ แต่น้าว่า คุณกับหนูวอย ยังทำความรู้จักกันไม่ดีพอ น่าจะยังต้องใช้เวลาศึกษานิสัยใจคอกันอีกสักหน่อย ลูกสาวน้านิสัยไม่ค่อยดีนัก เขาไม่เคยต้องพี่งใคร และไม่เคยคิดที่จะพึ่งด้วย เป็นตัวองตัวเองมาตลอด เลยรู้สึกว่าเวลาที่มีอะไร ที่ผิดแปลกไปจากการใช้ชีวิตปกติ ของเขาที่เป็นมายี่สิบหกปี เลยทำให้เขารู้สึกต่อต้าน และถ้าเขารู้สึกว่า ไม่ได้เป็นผลดีต่อชีวิตเขาต่อไป เขาก็จะตัดทิ้งไปเลย”
วรวิทย์เห็นรถของธันวาจอดในบริเวณบ้านแล้ว เขาลงมาเปิดประตูบ้านเอง รู้ว่าแม่กำลังคุยกับธันวาอยู่
“สวัสดีครับพี่ธันวา”
“แล้วพี่วอยล่ะว่าน ทำไมไม่มาด้วยกัน”
“พี่วอยไปต่างจังหวัดแล้วครับพี่ธันวา ให้ว่านไปรับรถที่จอดฝากไว้ที่ปั้มน้ำมันมาเก็บไว้ที่บ้าน”
“แล้วว่านติดต่อพี่เขาได้ไหม”
“ไม่ครับ พี่วอยเปลี่ยนซิม นี่ไงครับ ซิมเดิมอยู่ในรถ “
“ไม่ต้องห่วงพี่วอยหรอกครับพี่ธันวา เดี๋ยวก็กลับครับ ไปไม่นานหรอก พี่วอยก็ไปแบบนี้แหละเวลามีเรื่องให้คิด”
“นานไหมเวลาที่ไป “
“ไม่นานหรอกครับ บางทีก็วัน สองวัน สามวัน หนึ่งอาทิตย์ แล้วแต่อารมณ์พี่วอยครับ สบายใจก็กลับเร็ว”
ธันวาใจหาย นี่คนบ้านนี้เป็นแบบนี้เหรอ ทำตามใจตัวเองได้ขนาดนี้เลยเหรอ เขาไม่อยากเชื่อเลย
“พี่ธันวาครับ ว่านอยากแนะนำ อย่าโกรธกันนะครับ”
“พูดมาเลยว่าน มีอะไรอยากแนะนำพี่”
“พี่ธันวาเลิกคิดเรื่องพี่วอยเถอะครับ ปวดหัวเปล่าๆ “
“ว่านจะให้พี่ทำแบบนั้นได้ยังไง มันเกินกว่าจะให้พี่เลิกคิดแล้ว ใจพี่มันไปไกลมากแล้ว”
นางวีรวรรณ และวรวิทย์ มองหน้ากันนิ่ง
“ผมขอพักที่นี่ต่อนะครับคุณน้า ผมจะรอน้องที่นี่”
“ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ จะอยู่นานเท่าไหร่ก็ได้ เดี๋ยวน้าขอตัวไปทำกับข้าวก่อนนะคะ จะได้กินข้าวเย็นกัน”
นางวีรวรรณ ปลีกตัวไป เหลือแต่วรวิทย์ ที่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เขาไม่อยากคิดเรื่องพวกนี้เลย ปวดหัว
ธันวาทำอะไรไม่ถูก เขาไม่คิดว่าเรื่องมันจะบานปลายแบบนี้ จริงอย่างที่สายธารพูดไว้ เขาไม่น่าชะล่าใจเลย น่าจะกลับมาที่บ้านสวนวอแหวน ตั้งแต่ที่คุยกับวรางคณา ถ้าเขากลับมาเขาคงมาทันวรางคณา ไม่คิดว่าแค่คำพูดแค่นั้นจะทำให้วรางคณา คิดมาก จริงทุกอย่าง เขาไม่ควร ที่จะไปพูดคำนั้น น่าจะรู้ว่าวรางคณานิสัยยังไง แล้วถ้าเป็นอย่างที่คุณน้าพูด วรางคณา ไม่ได้อยากที่จะมีใครอยู่แล้ว เป็นเขาเองที่เอาตัวเข้ามาหา ที่ความสัมพันธ์ดีมาได้ขนาดนี้ ก็นับว่าดีมากแล้ว เป็นเขาเองที่ลำพองตัว พูดอะไรไม่คิด
กำลังจะดีอยู่แล้ว ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้ เพราะเขาที่พูดไม่คิด วรางคณาโกรธเขาเหรอ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีนะซิ แต่ถ้าไม่โกรธล่ะ ถ้ากลายเป็นรำคาญล่ะ ทำไมถึงไม่รอพูดคุยกับเขา มาหนีหน้ากันแบบนี้ทำไม ธันวาคิดวนไปวนมา นึกโมโหตัวเอง ผู้หญิงเข้าใจยากจังเลย ทำไมวรางคณาไม่พูดง่ายๆ เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ บ้างนะ นึกจะไปก็ไป ชายหนุ่มถอนหายใจ แล้วเมื่อไหร่ถึงจะกลับ เขาควรไปตามที่ไหน ถ้าจะรอให้ติดต่อคุณน้ากลับมา เมือไหร่ล่ะ
เขาจะยอมทุกอย่าง เขาจะปรับตัวเอง ขอแค่วรางคณากลับมา ถึงจะเริ่มต้นใหม่เขาก็ยอม ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้เลย เขากลัวใจของวรางคณา ถ้าไม่รักเขา ก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้กลับมาเถอะ
"อ่อ พี่ธันว่าครับ นี่สร้อยพระครับ พี่วอยฝากคืนพี่"
"ว่าไงนะว่าน "
"สร้อยครับพี่ สร้อยพระ นี่ครับ "วรวิทย์ยื่นสร้อยพระให้ธันวา เมื่อเห็นว่าเขานิ่ง
เขายื่นมือไปรับสร้อยพระจากวรวิทย์ ด้วยอาการมึนงง รู้ตัวดีว่าต่อไปนี้ ชีวิตเขาจะไม่มีความสุขแน่นอน วรางคณาถอดสร้อยที่เขาเคยให้ หมายความว่ายังไงกัน
วรวิทย์มองหน้าธันวา ด้วยความเห็นใจ แต่เขาก็ช่วยอะไรไม่ได้ แล้วแต่พี่วอย นึกเห็นใจธันวาเหมือนกัน แต่เขาช่่วยอะไรไม่ได้จริงๆ
เจ้านางพวงหอม ไม่คิดว่าวรวิทย์จะกล้ามาพบพ่อกับแม่ของเธอที่บ้าน ปกติท่านจะไม่ต้อนรับใคร คงเพราะว่าเขามากับ พี่สายขิ่นมั้ง นี่อย่าบอกนะว่าเขามาพูดเรื่องที่พูดกับเธอเมื่อเช้า กล้ามากเลยนะ ถ้าเป็นอย่างที่เธอคิดไว้ จะจัดการยังไงดี เรื่องแบบนี้ไม่เหมือนทำงานเลย จัดการยากจริง“พวงหอม มาเร็ว กินข้าวเช้าด้วยกัน แม่ครัวคนไทยคนนี้ทำอาหารอร่อยมากนะ ทำอาหารอองตานได้ด้วย พ่อกับแม่ชอบมาก ขอบใจพวงหอมนะที่หาคนเก่งๆ มาทำงานกับเรา”“ขอบคุณค่ะพ่อ”“พูดไทยก็ได้ แขกของเราเป็นคนไทย เดี๋ยวเขาจะไม่เข้าใจ ว่าเราคุยอะไรกัน” เจ้านางแพงหอมเตือนบุตรสาว“ค่ะแม่”“แล้วนี่จะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้ค่ะพ่อ พวงหอมเตรียมกระเป๋าเดินทางแล้ว”“ต้องไปนานแค่ไหน”“ตามกำหนดสองสัปดาห์ค่ะ แต่ถ้าเอกสารยังไม่เรียบร้อย ก็น่าจะหนึ่งเดือน หรือสองเดือน”“พ่อกับแม่มีเรื่องจะถามลูก ตอบมาตามความจริง ไม่ต้องอ้อมค้อม ลูกมีคนที่ชอบรึยัง “เจ้านางพวงหอมนิ่งไป เริ
เช้าวันอาทิตย์ วรวิทย์ตื่นแต่เช้ามืด ทันทีที่เห็นแสงไฟจากบ้านของเจ้านางพวงหอมสว่าง เขารีบเดินไปเคาะประตูบ้าน ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในชุดนอน“มีอะไรคะคุณ มาแต่เช้าเลย” เจ้านางพวงหอม ยังอยู่ในชุดนอนผ้าสำลี เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ที่นี่อากาศเย็นมาก กลางคืนนอนแทบไม่ต้องเปิดแอร์“สวัสดียามเช้าครับ ที่นี่อากาศดีจัง วันนี้เจ้านางพวงหอมทำงานรึเปล่า พี่มาขอกินกาแฟด้วยได้ไหม”เขาเพิ่งเห็นหน้าของพวงหอมชัดๆ ก็วันนี้ หน้าขาวเนียนธรรมชาติมาก ทำไมผู้หญิงคนนี้ สวยจัง สวยคนละแบบกับพี่วอย ผิวขาวเหลือง น่าจะสูงประมาณ 165 ได้ ตาสวยมาก พวงหอมเหมือนคนไทยมากกว่า กิริยา ก็อ่อนน้อม เขาชอบแบบนี้ ถ้าเขาไม่เริ่มตั้งแต่ตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มเมื่อไหร่ เสียดายสมัยก่อน นั่งรถไปด้วยกันทุกวัน แต่เขาละเลย ไม่ได้สนใจ“หยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเข้ามา ต้องการอะไร มีอะไรก็พูดมาเลย ฉันไม่ว่าง ““พี่มาขอกินกาแฟด้วย”“เป็นพี่ฉันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ฉันมีพี่สายขิ่นคนเดียว พ่อกับแม่มีลูกแค่สองคน”“เจ้านางพวงหอม นี่ผ่า
สองปีผ่านไป ที่บ้านสวนวอแหวน ทุกคนยังคงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข วรางคณามีลูกคนที่สองเป็นผู้หญิง ธันวาและวรางคณา ขยายกิจการโรงแรม และร้านอาหาร ไปที่รัฐอองตาน โดยมีเจ้าสายนที และสายธาร เป็นหุ้นส่วน ครอบครัวธันวาจะเดินทางไปอยู่ที่อองตาน ปีละสามเดือน เพื่อดูแลกิจการครอบครัวของเจ้าสายนที ก็เช่นกัน สองครอบครัวสลับกัน ดูแลกิจการและบริหารงาน เจ้านทีและสายธาร ได้ลูกแฝดอีกสองคน สรุปว่ามีลูก 4 คน ชายสองคน หญิงสองคน เจ้าสายนทียอมทำหมัน โดยส่วนตัวแล้ว เจ้าสายนทีชอบเมืองไทยมาก ชอบเวลาที่ได้มาเมืองไทยล่าสุดคุณทนงและคุณทิพย์อาภา ทำท่าว่าจะชอบอยู่ที่อองตาน เพราะยังคงความเป็นธรรมชาติ และได้อยู่ใกล้ชิดกับหลานตาหลานยายทั้งสี่คน คุณตาทนงและคุณยายทิพย์อาภา อยู่ที่เมืองไทยหกเดือน ที่อองตานหกเดือน ยังแข็งแรง ทั้งคู่สวนนางวีรวรรณ รับหน้าที่ดูแลหลานยายทั้งสองคนเหมือนเดิม มีความสุขกับการทำอาหาร และได้ดูแลลูกหลาน“ว่าน เป็นยังไงบ้างลูก ทำไมเครียดจังเลย เมื่อไหร่จะหาซื้อข้าวของเครื่องใช้เข้าบ้านสักที นี่ถ้าไม่อยากไปอยู่ ไม่รู้ว่าจะสร้างทำไม อยู่กับแม่ก็ดีอยู่แล้ว”“ไม่ต้อง
1 ปีผ่านไป ณ.บ้านสวนวอแหวน“ทามครับ คืนนี้ไปนอนกับยายนะครับ บ้านยายมีขนมเยอะแยะเลย”“เห็นไหมหนูวอย แม่ว่าหลานติดแม่มากเลยนะ ซบยายตลอด เกาะแน่นไม่ยอมปล่อยเลย”นางวีรวรรณ พูดคุยกับธันวาและวรางคณา อาทิตย์ละ 1 วัน เพื่อพาหลานชายมานอนด้วย และเด็กชายทาม ก็ติดยายมาก แต่ก็นั่นแหละ เมื่อถึงคิวที่จะต้องไปนอนบ้านปู่กับย่า เด็กชายทามก็ติดปู่กับย่าแจเหมือนกัน วรวิทย์บอกกับพี่สาวว่า หลานชายของเขาอยู่เป็น อยู่กับใครก็ติดคนนั้นจริงๆ มารับช่วงเย็นก็ได้ แต่นางวีรวรรณ จะเดินมารับหลานชายแต่เช้า ถ้ารับไปเช้าวันเสาร์ เย็นวันอาทิตย์นางถึงจะ พาหลานชายมาส่ง และฝั่งบ้านของปู่กับย่า ก็เช่นกัน ทำเหมือนนางวีรวรรณทุกอย่าง เด็กชายทาม กำลังน่ารัก ไม่งอแง ดูเหมือนจะรู้ว่า คนรอบข้างทั้งหมดจะเป็นญาติพี่น้อง“หนูวอย คืนนี้เรานอนกันแต่วันนะครับ ลูกไปนอนกับยาย พี่ก็ว่าง หนูก็ว่าง บรรยากาศดี”“คิดอะไรอยู่คะเนี้ย ชวนนอนแต่วันเลย” วรางคณาแซวสามี เธอคิดไม่ผิดที่เลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่กับเขา ธันวา รักเธอ ตามใจเธอทุกอย่าง แรกที่เขาเริ่มด
ธันวาและวรางคณาเข้าพิธีแต่งงาน กันอย่างเรียบง่าย คุณทนงและคุณทิพย์อาภา จัดเตรียมสินสอดให้กับฝั่งบ้านของวรางคณาเต็มที่ ให้สมกับลูกสะไภ้คนเดียว ของมหาเศรษฐีเมืองนนทบุรี ทั้งสองดีใจที่ลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝา ได้คู่ครองที่ดี หลังแต่งงานทั้งสองคนอาศัยอยู่ที่บ้านเดิมของวรางคณา กระทั่งสร้างบ้านเรือนไทยของตัวเองเสร็จ ทั้งสองย้ายเข้าไปอยู่บ้านใหม่ แบบบ้านเหมือนบ้านป้าปิ่นทุกอย่าง เพียงแต่ใหญ่กว่า เพราะธันวาตั้งใจ“พี่คะ รูปภาพของท่านทวดปราบ พี่ว่าจะแขวนหรือตั้งดีคะ”“พี่ตั้งดีกว่า ตั้งไว้บนสุด เพราะเราถือว่าท่านคือต้นตระกูล “ก่อนแต่งงาน วรางคณาระลึกถึงท่านทวดปราบ บอกกล่าว ว่าเธอจะแต่งงาน ชาตินี้เธอรู้สึกมีความสุขมาก ถ้าหากว่าบุญวาสนาของเธอยังมี ชาติหน้าเธอขอไม่เกิด เพราะเธอคิดว่า พอแล้ว ทวดปราบบอกว่าเธอเกิดมาหลายชาติแล้ว ชาติไหนเธอก็มีความสุขหลังจากงานแต่งงานของธันวาและวรางคณาผ่านไปไม่ถึงสองเดือน เจ้าสายนทีกับสายธารก็ได้ฤกษ์แต่งงานกัน ทั้งสองคนมีความประสงค์ที่จะจัดงานแต่งแบบเรียบง่าย เช่นเดียวกับคู่ของธันวาและวรางคณา ส่วนสินสอด ไม่ต้องให้พูด
ทั้งธันวาและวรางคณาเปลี่ยนใจไม่แวะพักระหว่างทาง เปลี่ยนใจขับรถกลับบ้าน“แม่คะ วอยกับคุณธันวากำลังกลับบ้านนะคะ น่าจะถึงเย็นๆ คิดถึงแม่กับน้องนะคะ คิดถึงกับข้าวฝีมือแม่”“ดีมากลูก แม่เพิ่งบ่นกับน้องเมื่อกี้ ว่าคิดถึงวอย งั้นแม่เตรียมกับข้าวนะลูก”“ขอบคุณมากค่ะแม่ รักแม่ที่สุดเลยค่ะ”“ดีมากเลยนะ ที่เราตัดสินใจกลับบ้าน แม่กับน้องดีใจมากเลยค่ะ”“หนูคุยกับแม่ ทำให้พี่คิดถึงพ่อกับแม่ขึ้นมาทันทีเลย ““คิดถึงก็โทรหาซิคะ จอดปั้มข้างหน้านี่ก็ได้ค่ะ วอยจะขอลงไปซื้อกาแฟกับขนม”ธันวามองตามหลังของคนรักไป เขาชอบอยู่กับวรางคณา ไม่งอแง ไม่เรื่องมาก เป็นตัวของตัวเอง ที่สำคัญวรางคณาเตือนให้เขารักครอบครัว ทำให้หัวใจเขาโอนโยนลงมาก เขากดโทรศัพท์หาพ่อกับแม่ทันทีเหมือนกัน“พ่อครับ แม่อยู่ด้วยไหมครับ คิดถึงนะครับพ่อ แม่”







