รักนี้...เจ้ขอ

รักนี้...เจ้ขอ

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-05-17
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
63Bab
562Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

'กินเด็กเขาว่าเป็นอมตะ แต่กินคนแก่กว่าเขาว่าเป็นนิรันดร์' “ฉันชวนเค้าไปซื้อต้นไม้มาปลูก พอดีวันก่อนได้ซุ้มชิงช้าไม้สวยๆ มา แล้วก็อยากได้พันธุ์ไม้เลื้อยออกดอกสวยๆ มาปลูกงี้”“แหม…โรแมนติกนะยะ มีชวนไปเลือกซื้อต้นมงต้นไม้ด้วย”“ฉันไม่ชวนเขาไปเลือกซื้อที่นอนก็บุญเท่าไหร่แล้วแก จะได้ทดลองนอนด้วยกัน ว่าแบบไหนจะรับแรงกระแทกกระทั้นได้ดีสุด... กรี๊ดด”

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

I woke up sore, every muscle aching, my body still humming with the memory of last night. Heat lingered on my skin, the sweetest kind of ache. My lashes fluttered open and there he was, lying right beside me.

Reid.

My world. My husband.

The steady rise and fall of his chest, the faint stubble shadowing his jaw, the way his arm was already draped across my waist as if he couldn’t let go even in sleep, it all made my heart squeeze.

I shifted closer, snuggling into his warmth, breathing in that intoxicating scent of cedar and skin that was uniquely his. Just as I tilted my face to look at him, his lips brushed the curve of my neck.

A shiver shot through me.

“Mm… Reid…” I whispered, my voice half a moan, half a plea.

His lips curved into a smirk against my skin. “Good morning, my baby,” he murmured, his voice low, rough with sleep, but devastatingly tender. His hand slid over my hip, pulling me closer until not even a breath could fit between us.

I turned in his arms, catching the hunger in his eyes the moment they opened. “You’re insatiable,” I teased, though my voice trembled with want.

“Only with you,” he replied, brushing his thumb over my bottom lip before capturing it with a possessive kiss.

I gasped against his mouth as his weight shifted over me, his body covering mine with protective heat. My hands tangled in his hair, pulling him deeper, needing him closer. His kisses grew urgent, tasting of promises and fire, tracing down my throat as if he couldn’t get enough of me.

“Reid,” I moaned again, my nails raking lightly over his back. “We… we shouldn’t… it’s morning…”

He chuckled, dark and wicked, lips grazing the swell of my chest. “Then let the morning start with you,” he whispered. “Let every day start like this, with my wife in my arms, moaning my name.”

The words melted what little resistance I had left. His touch became bolder, his kisses hotter, until the room blurred around us and the only thing that mattered was him, his hands, his mouth, the way he made me forget the world outside our bed.

Every sigh, every shiver, every whispered endearment became a symphony between us, building again until I was consumed, lost in the love of the man who held me like I was everything he’d ever wanted.

Reid brushed my hair back gently, his lips ghosting over my temple before he rolled onto his back with a satisfied sigh.

I curled against him, still dazed. “Where are you going?” I asked when he started to sit up. My voice came out small, uncertain. “It’s Sunday… we should be spending the day together.”

Reid reached for his shirt, buttoning it lazily while giving me that familiar smile, the one that always made me forgive too easily. “I’m going to meet Natalie,” he said matter-of-factly. “She’s having trouble with that property case in court. She needs my help.”

At the mention of her name, something tightened in my chest. Natalie. His childhood best friend. She always seemed to need him. Always managed to find her way into our weekends, our evenings, our moments.

I tried to keep my voice steady. “But… it’s Sunday, Reid. I thought… maybe just for once, we’d stay in bed, spend the day together. Just us.”

He leaned over and kissed my forehead softly, lingering as if that would erase my unease. “You’re my wife. My everything. But Natalie's been by my side since we were kids. She really needs me today, and I promise I’ll be back before evening.”

I forced a smile, nodding even though doubt pricked at me like needles beneath my skin. “Alright,” I whispered. “I’ll wait.”

Reid cupped my face, his thumb brushing along my cheek. “Don’t worry,” he said gently, his eyes holding mine. “It’s just Natalie. Nothing more. You have my heart, always.”

I nodded again, this time more hesitant than before. My lips curved, but inside, unease lingered. As the door clicked shut behind him, I lay back against the sheets still warm from his body, my mind whispering questions my heart didn’t want to hear.

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
63 Bab
บทที่ 1
เพียงแค่รูปถ่ายใบเดียว ทำให้ชายหนุ่มมาดเซอร์นัยน์ตาสีน้ำทะเลอย่าง ‘เฟร์เร เบคเคิ้ลบาวร์’ มายืนอยู่ที่เมืองไทย ทั้งๆ ที่เขาเกิดและเติบโตอยู่ที่เยอรมัน เพียงแค่รูปถ่ายใบเดียว ทำให้เขาออกตามหาเธอ…ผู้มีนัยน์ตากลมโตสีดำเข้ม ผู้หญิงที่เขาบังเอิญถ่ายรูปของเธอไว้ได้ขณะที่เธอกำลังเดินเล่นอยู่ที่ ประตูบรันเดนบูร์ก สัญลักษณ์สำคัญของเมืองเบอร์ลิน หนึ่งปี! คือเวลาที่เขาจะตามหาเธอให้พบ คนที่เขาไม่เคยรู้จักแม้กระทั่งชื่อ แต่เป็นคนที่เขาจดจำได้ทุกลมหายใจ เพราะหลังจากนี้ เขาจะทิ้งทุกอย่างไว้ที่เมืองไทยแล้วกลับบ้าน หวังว่าหนึ่งปีนี้ พระเจ้าจะมอบปาฏิหาริย์ให้กับผู้ชายที่ชื่อ เฟร์เร เบคเคิ้ลบาวร์“นายคิดอะไรของนายอยู่” เสียงของ ‘ฟาโรห์ เบคเคิ้ลบาวร์’ น้องชายฝาแฝดเอ่ยถามผ่านโทรศัพท์ทางไกล เพราะคนอย่างพี่ชายเขา ผู้เพียบพร้อมทั้งหน้าที่การงานและหน้าตา ไม่จำเป็นต้องออก ตามหาผู้หญิงที่ไม่เคยรู้จักด้วยซ้ำ “ทำไม” เสียงทุ้มเอ่ยถาม“อยู่ๆ นายก็ไปเมืองไทย เพียงเพื่อตามหาผู้หญิงที่นายไม่รู้จักเนี่ยน่ะเหรอ”“ฉันว่ามันไม่ได้แปลกอะไรที่จะมาตามหาคนที่ฉันชอบ” เฟร์เรเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ฟาโรห์ไม่อาจคัดค้านได
Baca selengkapnya
บทที่ 2
“แน่ะ...มีเขิน”“เออนะ” ยลดาเอ่ยอายๆ อยู่ๆ เพลงพิณก็มาแซวกันซะได้“ข้อเสนอแก ฉันขอผ่านแล้วกัน”“เอ้า!...ไมอ่ะแก” ว่าที่เจ้าสาวสายฟ้าแลบเลิกคิ้วถาม “ฉันไม่อยากเลี้ยงต้อย คุยกับเด็กยิ่งไม่ค่อยรู้เรื่องอยู่ด้วย” “แหม…ลองคบดูก็ไม่เสียหายอะไรนี่แก เอามั้ย ฉันมีคนนึงจะแนะนำ” คนๆ นั้นอยู่ๆ ก็แวบเข้ามาในความคิดของยลดา เขาคือช่างภาพที่ถ่ายรูปพรีเวดดิ้งให้เธอนั่นเอง หนำซ้ำยังเป็นลูกพี่ลูกน้องกับแฟนหนุ่มของเธอด้วย “ไม่เอา บอกแล้วว่าไม่นิยมกินเด็ก แกกินไปคนเดียวเลย...ชิส์”“ไม่อยากเป็นอมตะเหรอ เขาว่ากินเด็กแล้วอมตะนะแก ฉันลองแล้ว ตีนกาหายในครั้งแรก มันแบบฟินมาก สนมั้ยแก เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ” ยลดายังคงตื้อต่อ “นี่แฟนแกรู้ไหม ว่าแกหื่นแบบนี้เนี่ย”“รู้…แต่เขาก็หื่นไม่แพ้ฉันหรอก แฮะๆ” ว่าที่เจ้าสาวยิ้มอายๆ แล้วเอ่ยต่อ “เออนี่…แต่งงานแล้วฉันจะไปฮันนีมูนที่เยอรมันนะแก”“เยอรมันเหรอ พูดแล้วก็อยากไปเที่ยวที่นั่นอีกจัง ไปมาครั้งก่อนยังเที่ยวไม่หนำใจเลย” แววตาของเพลงพิณดูวิบวับยามเอ่ยถึงสถานที่ที่เธอกับยลดาไปเที่ยวล่าสุดมา “แกจะไปกับฉันไหมล่ะ”“ไม่…ฉันไม่อยากไปเป็นกอขอคองอจอฉอ เกิดต่อมริษยาฉันทำง
Baca selengkapnya
บทที่ 3
“ใช่…นายเป็นโจร ที่จะเข้ามาขโมยของในบ้านฉันกลางวันแสกๆ กล้ามาก ไม่กลัวตายเลยใช่ไหม” ขณะถามก็ทำท่าจะฟาดไม้ เบสบอลใส่ฟาโรห์อีกครั้ง “ไอไม่ได้เป็นโจร” คนถูกฟาดสะดุ้งหลบหลีกแทบไม่ทัน ปากก็แก้ต่างให้ตนเอง นี่ถ้าเป็นพี่สะใภ้จริงโหดขนาดนี้ พี่ชายเขาจะเป็นยังไงบ้างนะ“ไม่ได้เป็นโจร แล้วปีนเข้าบ้านคนอื่นแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ ไหนตอบมาสิ” เจ้าของบ้านคาดคั้นอย่างหาเรื่อง“นี่บ้านยูเหรอ” ชายหนุ่มมองอย่างไม่มั่นใจ เริ่มเชื่อแล้วว่าเธออาจจะเป็นแฟนกับพี่ชายจริงๆ ไม่งั้นจะอยู่บ้านหลังนี้ได้ยังไง“ใช่” คำตอบของหญิงสาวตรงหน้าทำให้ฟาโรห์นิ่ง หรือว่าพี่ชายเขาจะไม่ได้อยู่ที่เมืองไทยคนเดียวเสียแล้ว มิน่า...ติดต่อหาเท่าไหร่ก็เงียบ หรือเธอคนนี้จะใช่คนที่เฟร์เรบอกว่าจะมาตามหาฟาโรห์กวาดสายตามองผู้หญิงตรงหน้า แม้จะสวย แต่เขาฟันธงว่าเธอไม่ใช่สเปคแน่นอน เขาไม่ชอบผู้หญิงที่ดุเป็นเสือแบบนี้ เขาอยากมีเมีย ไม่ใช่ผู้คุม “ยูเป็นอะไรกับพี่ชายไอ” เมื่อสงสัยจึงถามออกไป ดูยังไงก็ไม่เหมือนสาวในฝันที่พี่ชายตามหาอยู่ดี เธอคนนั้นดูหวานกว่านี้ ไม่โหดร้ายทารุณ“พี่ชาย...ใคร นี่อย่ามานอกเรื่อง” เจ้าของบ้านชี้หน้ามองโจร รูปห
Baca selengkapnya
บทที่ 4
หลังจากจบภารกิจจับผู้ชายที่เธอคิดว่าเขาคือโจรเสร็จ เพลงพิณก็ขับรถไปทำงานที่โรงพยาบาลจนกระทั่งออกเวร จึงไปทำงานที่คลินิกทำฟันที่เธอสร้างมาเองกับมือ คลินิกเล็กๆ แต่เธอก็แสนจะภูมิใจ นั่งทำงานได้สักพัก เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น มือเรียวคว้าขึ้นมาดู ก่อนจะเห็นใบหน้าน้องสาวคนเดียวโชว์อยู่บนหน้าจอ นั่นทำให้เพลงพิณกดรับสายแล้วเอ่ยทักทายไป“ว่าไงพร้าว” ความที่อายุห่างกันเพียงสามปี เพลงพิณกับแพรวพราวหรือมะพร้าว จึงค่อนข้างที่จะสนิทกัน แม้นิสัยใจคอของสองพี่น้องจะแตกต่างกันไปบ้างก็เถอะ แพรวพราวนั้นมุ้งมิ้งน่ารักเวลาอยู่กับพี่ แต่ต่อหน้าคนอื่นก็ห้าวไม่แพ้ใครส่วนพี่สาวอย่างเพลงพิณนั้น หึ…รายนี้เรียกได้ว่า ห้าวเสมอต้น เสมอปลาย “คิดถึงนะพี่พิณ” แพรวพราวหยอดคำหวานออกไปก่อน แอบอมยิ้มกลั้นหัวเราะอย่างเต็มกำลัง“ปากหวานแบบนี้ต้องมีอะไรแน่ๆ” คนรู้ทันก็ตอบกลับทันที น้องสาวเป็นแบบนี้เสมอเวลาที่อยากจะเอาแต่ใจ“แหม…นี่ก็รู้ใจอีก” คนถูกรู้ใจยิ้มหวานกับตัวเอง ทำท่าทางเขินอายเดินไปเดินมารอบห้องราวกับคุยกับคนรัก ก็อ้อนพี่สาวทั้งทีต้องจัดใหญ่สักหน่อย“มีอะไรว่ามา” เพลงพิณไม่หวานตาม ถามตรงประเด็นอย่างไม่รอช้
Baca selengkapnya
บทที่ 5
แต่…ทว่าความใกล้ชิด ในจังหวะที่ทันตแพทย์สาวโน้มตัวลงไปตรวจภายในช่องปากนั้น กลิ่นหอมๆ ที่ลอยออกมาจากตัวเธอก็ทำให้หัวใจของเฟร์เรเต้นไม่เป็นส่ำ ขณะที่ปากก็อ้ากว้างออกเพื่อให้เธอได้ตรวจอย่างถนัด เขาก็เพ่งมองใบหน้าเนียนที่อยู่ห่างไม่ถึงคืบ แม้เธอจะมีหน้ากากอนามัยปิดปากและจมูกไว้ แต่ดวงตาและคิ้วสวยๆ ของเธอกลับเด่นจนน่ามอง“ถ้าเจ็บแล้วบอกนะคะ” เสียงทันตแพทย์สาวดังขึ้น นั่นเพราะเธอเห็นก้างปลาที่ติดอยู่ตรงร่องระหว่างฟันกรามของชายหนุ่มแล้ว เธอขออุปกรณ์จากผู้ช่วย ก่อนจะคีบเจ้าก้างปลาที่เห็นออกมา ก่อนจะเอ่ยบอก“เสร็จแล้วค่ะ” “เสร็จแล้ว” เฟร์เรเอ่ยทวนประโยคที่ได้ยิน เพราะเขาแค่นอนนิ่งๆ แทบจะไม่ได้รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำไป จู่ๆ ทันตแพทย์สาวก็บอกว่าเสร็จแล้ว“อื้อ…นี่ไง หลักฐาน” เพลงพิณคีบก้างปลามาให้เฟร์เรเห็น นั่นทำให้ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจออกมาดังเฮือกที่เห็นว่าก้างปลามันหลุดออกไปจากฟันเขาแล้ว เพราะเขาไม่สนุกที่มีก้างปลาติดฟันแบบนี้“ขอบคุณครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น และเพราะเขาไม่มีก้างปลาชิ้นที่สองให้เพลงพิณเอาออก นั่นทำให้เฟร์เรต้องกลับออกไปจากห้องทำงานของเธอยืนมาอ่านป้ายชื่อที่ติดอยู่หน้าห้อง “ท
Baca selengkapnya
บทที่ 6
“เออๆ ไม่ต้องพูด ฉันเดาได้” เพลงพิณรีบยกมือขึ้นห้าม “งั้นพรุ่งนี้ผมจะมาถามอาการมันแต่เช้า” เฟร์เรเอ่ยขึ้นบ้าง แม้ลุคเขาจะออกเถื่อนๆ แต่ใครจะรู้ว่าเขาอ่อนโยนกับสัตว์มากเหมือนกัน “ได้ครับ” เสียงทุ้มของสัตวแพทย์โปรดตอบกลับไป ก่อนจะพินิจมองใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้า แล้วหันมากระซิบกระซาบถามเพื่อนสาวที่ยืนตัวเตี้ยอยู่ข้างๆ “พิณ…ใครวะ แฟนแกเหรอ” น้ำเสียงของโปรดนั้นฟังดูตื่นเต้น จนเพลงพิณค้อนให้อย่างหมั่นไส้ “แฟนที่ไหน เพื่อนบ้าน รั้วติดกันเลย เขาชื่อ…” พอจะตอบคำถามโปรด เพลงพิณก็ชะงัก นั่นสิ…ผู้ชายข้างๆ เธอนี่ชื่อว่าอะไร ถ้าจำไม่ผิด เขาน่าจะชื่อว่าเฟร์เรใช่ไหม แต่เพราะฟอร์ม เพลงพิณจึงแสร้งทำเป็นจำชื่อหนุ่มตรงหน้าไม่ได้ เธอหันกลับมามองหน้าเฟร์เร แล้วเอ่ยถามชื่อเขาออกไป “ว่าแต่คุณชื่ออะไรนะ”“เฟร์เร ผมชื่อเฟร์เรหรือจะเรียกผมว่าเบคก็ได้” เมื่อได้ยินแบบนี้ เพลงพิณก็หันมาคุยกับโปรด“แกได้ยินแล้วใช่ไหม เขาชื่อเบค” “ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมโปรด เป็นเจ้าของคลินิก” เอ่ยทักทายเสร็จก็ยื่นมือไปรอสัมผัส เฟร์เรไม่ลังเลที่จะสัมผัสมือของโปรดกลับมา“ส่วนคนข้างๆ นี่พิณ” โปรดแนะนำเพลงพิณเสร็จสรรพ “ยินดีท
Baca selengkapnya
บทที่ 7
“อื้อ…คนที่ฟาดนายด้วยไม้เบสบอลนั่นแหละ เธอยังเข้าใจผิดว่าฉันคือนาย” พูดไปแล้วก็รู้สึกแปลกๆ แม้ก่อนหน้านี้จะมีเหตุการณ์เข้าใจผิดว่าคนไหนคือเขา คนไหนคือน้องชายฝาแฝด แต่เฟร์เรกลับไม่รู้สึกอะไร แต่ครั้งนี้ทำไมเขาถึงไม่ชอบก็ไม่รู้ “เอ้า! แล้วนายได้บอกไปมั้ย ว่านายเป็นใคร” งานนี้น้องชายแปลกใจ ปกติเฟร์เรจะออกตัวว่าตนมีฝาแฝดป้องกันการเข้าใจผิด“ไม่ได้บอก”“อืม…อีกหน่อยเธอก็คงรู้เองว่าเราเป็นฝาแฝดกัน” ฟาโรห์เลิกคิ้วสูง ในเมื่อดูเหมือนพี่ชายไม่อยากบอก ไม่มีเหตุผลอะไรที่ตนจะต้องไปออกตัว“แต่ฉันกลับไม่อยากให้เธอรู้” เฟร์เรเอ่ยกับตัวเอง เขามีเหตุผลส่วนตัวที่ไม่อยากให้ผู้หญิงบ้านข้างๆ รู้ว่าเขานั้นมีฝาแฝด เพราะถ้ารู้ก็กลัวว่าเธอจะหลงความหล่อของฟาโรห์จนไม่มีใจมองมาที่เขา แต่ทว่า…ความคิดนี้ก็ต้องหยุดลง เพราะเหตุผลหลักๆ ที่เฟร์เรมาที่นี่คือการมาตามหาหญิงสาวในภาพถ่ายคนนั้นให้พบ คนที่เขาหลงรักอยู่ฝ่ายเดียว ไม่ใช่แบ่งใจไปรักผู้หญิงอื่น แต่ก็ไม่วายที่จะมองไปยังบ้านหลังที่อยู่ติดกัน“จะไม่เข้าบ้านเหรอ” พอเห็นว่าพี่ชายเอาแต่ยืนนิ่ง ฟาโรห์ก็เอ่ยขึ้น“อืม” เสียงทุ้มเอ่ยรับในลำคอ ก่อนจะเดินผ่านน้องชาย และเสี
Baca selengkapnya
บทที่ 8
“แล้วใครจะได้สิทธิ์เลี้ยงก่อน” คำถามของเพลงพิณทำเอาโปรดคิ้วขมวด เพราะกำลังหาทางออกให้“เอางี้ เล่นกับดวงเลยแล้วกัน ถ้ารถที่เลี้ยวเข้ามาคลินิกทะเบียนลงท้ายด้วยเลขคู่ พิณเอาไปเลี้ยงก่อน แต่ถ้าลงท้ายด้วยเลขคี่ เบคเอาไปเลี้ยง โอเคนะ” “โอเค” เพลงพิณเอ่ยรับ ใครมันจะไปกล้าขัดสัตวแพทย์โปรดได้...หืม “ครับ” เฟร์เรเอ่ยรับเช่นกัน ก่อนจะภาวนาให้รถที่เล่นเข้ามาภายในคลินิกคันต่อไปทะเบียนลงท้ายด้วยเลขคี่ ส่วนเพลงพิณก็ภาวนาตรงกันข้าม เลขคู่ เลขคู่ เลขคู๊!!! เสียงแอคโค่เธอดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาท แต่ทว่าโชคกลับไม่เข้าข้างคนสวยอยากเลี้ยวแมว“เลขที่ออก...เจ็ด…จบข่าว อาทิตย์แรกเบคได้เลี้ยงเจ้าลัคกี้ก่อน ส่วนอาทิตย์ต่อไปก็แกพิณ” โปรดเอ่ยสรุปให้เสร็จสรรพ ก่อนจะได้ยินเสียงคนผิดหวังเบาๆ “อื้อ” เมื่อตกลงเรื่องใครจะเลี้ยงก่อนเลี้ยงหลังลงตัว เฟร์เรและเพลงพิณจึงเข้าไปดูอาการของเจ้าแมวน้อยใกล้ๆ และคนที่ขอตัวก่อนคนแรกคือเพลงพิณ เพราะใกล้ได้เวลาทำงานแล้ว ตามด้วยเฟร์เรโปรดยืนกอดอกมองรถสองคันที่กำลังขับออกไปจากคลินิก อยู่ๆ เขาก็รู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลแปลกๆ หรือทั้งคู่กำลังชอบพอกันอยู่“ไม่จริงมั้ง” โปรดส่าย
Baca selengkapnya
บทที่ 9
“บ้า…มาจูบสิ รสปลาร้าเต็มๆ” พี่ใหญ่ของกลุ่มค้อนควักให้คนแซวเรื่องปาก ที่มาแซวอะไรเอาตอนนี้ เดี๋ยวตบด้วยข้าวเหนียวในมือซะเลย “เผ็ดเหรอเจ้” สีหน้าของลลินดานั้นแสดงออกว่าห่วงเจ้ของเธอแบบสุดๆ “อื้อ…วันนี้ป้าแกโกรธอะไรเจ้เปล่า ใส่พริกซะเยอะซะแยะ เคี้ยวคำไหนเจอแต่พริก”“ไม่ได้โกรธหรอก คงเป็นพริกค้างครกมากกว่า เอ้า...น้ำๆ จะได้แก้เผ็ด” เอ่ยเสร็จ ลลินดาก็ส่งน้ำเย็นๆ ให้เพลงพิณดื่มดับเผ็ด“ขอบใจจ้ะ”“นี่เจ้…เค้ากำลังจะแต่งงานแหละ” ประโยคนี้ของลลินดาทำเอาเพลงพิณแทบจะบ้วนน้ำเย็นๆ ลงแก้วที่ถืออยู่ ก่อนจะหันมามองหน้าเพื่อนรุ่นน้องตาปริบๆ “นี่เจ้เผ็ดจนหูแว่วไปเลยเหรอที่ได้ยินมิ้นบอกว่าจะแต่งงาน” เพลงพิณยิ้มแห้งๆ ให้ เพราะคิดว่าตัวเองหูฟาด “ไม่ได้หูแว่ว เค้ากำลังจะแต่งงานจริงๆ” ลลินดาย้ำให้ได้ยินอีกครั้ง ส่วนบุหลันนั้นก็ดูจะอึ้งไปอีกคน อึ้งจนข้าวเหนียวที่เพิ่งส่งเข้าปากหล่นมากองบนโต๊ะอย่างไม่รู้ตัว “แต่งกับใคร” คนที่เอ่ยถามถึงว่าที่เจ้าบ่าวของลลินดาคือเพลงพิณ เพราะดูท่าเธอจะตั้งสติได้แล้ว “ก็มีอยู่คนเดียวนั่นแหละเจ้ก็” ท่าทางของว่าที่เจ้าสาวดูขัดเขินอย่างเห็นได้ชัด เพราะผักบุ้งที่อยู่ในมือตอนน
Baca selengkapnya
บทที่ 10
งานแต่งงานของยลดาและเจ้าบ่าวร้อยล้าน ที่ได้ชื่อแบบนี้เพราะเจ้าบ่าวอย่างบูรพานั้น เป็นเจ้าของธุรกิจเครื่องสำอาง แค่เอ่ยชื่อ คนครึ่งค่อนประเทศก็ร้องอ๋อ ภายในงานประดับประดาด้วยดอกไม้สีม่วงขาว ซึ่งเป็นสีโปรดของเจ้าสาว และคนที่โดดเด่นที่สุดของงานก็คงหนีไม่พ้นยลดา ที่วันนี้มาในชุดแต่งงานสีขาวจากแบรนด์ดัง ยิ่งส่งให้เธอเหมือนเจ้าหญิงที่ควงแขนมากับเจ้าชายผู้หล่อเหลา ธีมงานแต่งงาน คือธีมในฝันของสาวโสดหลายๆ คน ทุกอย่างดูโรแมนติกมาก มากเสียจนต่อมอิจฉาของเพลงพิณทำงานอย่างแรง“เฮ้อ...เราจะมีงานแบบนี้กับเขาบ้างมั้ยน้อ” คนโสดที่รั้งตำแหน่งคนสุดท้ายของกลุ่มตัดพ้อในโชคชะตา เรื่องเรียน เรื่องกิจกรรม เธอมักจะคว้าที่หนึ่งหรือลำดับต้นๆ มาครองเสมอ แต่เรื่องสละคานกลับรั้งที่สุดท้ายเสียได้ แต่ขณะที่กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เพลินๆ ช่อบูเก้เจ้าสาวก็หล่นตุ้บมาอยู่บนตัก สายตาแทบทุกคู่ในงานจับจ้องมาที่ทันตแพทย์คนสวยทันที เพลงพิณยิ้มแห้งๆ ให้ทุกคน ก่อนจะถูกลากตัวขึ้นไปบนเวที“ว่าที่เจ้าสาวคนต่อไป” คำพูดของพิธีกรในงานยิ่งทำให้เพลงพิณเป็นจุดสนใจ และยิ่งสนใจยกกำลังสอง เมื่อทุกคนในงานรู้ว่าเธอยัง ‘โสด’“ว้าว! ไม่น่าเชื่อ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status