Startseite / โรแมนติก / รักร้ายภรรยา / บทที่ 4 ลอบทำร้าย (1)

Teilen

บทที่ 4 ลอบทำร้าย (1)

last update Zuletzt aktualisiert: 07.03.2026 20:48:52

บทที่ 4

ลอบทำร้าย

ทั้งปิ่นอนงค์และเชอรีนหันขวับไปมองพราวมุกที่เดินเข้ามาพลางพูดด้วยโทนเสียงไม่พอใจเชอรีน ทว่าการปรากฏตัวของพราวมุกทำให้คนเป็นพี่สาวทั้งสองคนสงสัยไม่น้อย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เพิ่งจะไปออกงานการกุศลที่เชียงรายและนานๆ ทีพราวมุกจะลงมาภูเก็ตเพราะโดยปกติแล้วพราวมุกมักจะทำงานตัวติดกับจิรันเสียมากกว่า

“สวัสดีค่ะพี่ปิ่น พี่โซ…พี่เชอรีน” พราวมุกทักทายปิ่นอนงค์และเตโซก่อนจะเงียบลงเพื่อหันไปมองเชอรีนด้วยท่าทางปกติซึ่งแตกต่างจากที่พราวมุกมีรอบยิ้มให้กับปิ่นอนงค์แล้วจึงทักทายออกไปด้วยความเคารพผู้ที่เป็นผู้ใหญ่กว่าอย่างเชอรีน

แต่คนถูกเด็กทักทายอย่างมีมารยาททำเพียงกอดอกมองไปทางอื่นอย่างไม่ใส่ใจแกมไม่ยินดีหรือยินร้ายกับการเจอพราวมุกที่ภูเก็ตด้วยเพราะไม่ได้สนใจพราวมุกมากนัก อย่างไรแล้วพราวมุกก็ดูกิจการกับจิรันมากกว่าจะมาแย่งความดีความชอบที่นี่อีกทั้งส่วนใหญ่แล้วพราวมุกจะบริหารธุรกิจจิวเวลรี่มากกว่า

“มุกรู้จักคุณเตโซด้วยเหรอ” ปิ่นอนงค์ยิ้มรับคำทักทายก่อนจะถามออกไปด้วยความสงสัย

“ไว้จะเล่าให้ฟังนะคะ มุก…” พราวมุกกำลังจะพูดในสิ่งที่ตั้งใจกับการลงมาจากห้องที่โรงแรมเพื่อมาที่นี่

“ตลกดีนะ แต่งงานกับคุณเตโซแต่ไม่รู้ว่ามุกเป็นพาร์ทเนอร์กับน้องชายเขา ลุงจิรันก็เป็นลูกค้าคนสำคัญของบริษัท เธอรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับเขาน่ะปิ่น เป็นเมียเขาแท้ๆ แต่ไม่รู้อะไรเลยเนี่ยนะ” เชอรีนหันขวับกลับมาหัวเราะอย่างขบขันก่อนจะพูดขึ้นด้วยความเย้ยหยัน

“ฉันจะรู้หรือไม่รู้ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่รู้จักเขาเลย เชอรีน เหนื่อยบ้างไหมกับการจะต้องมาแข่งขันกับฉันแทนที่จะพัฒนาตัวเองให้ได้ในสิ่งที่ควรจะได้” ปิ่นอนงค์กระชับมือบีบมือหนาของเตโซที่ยังคงกอบกุมอยู่พลางพูดออกไป

“ฉันไม่เหนื่อย ฉันชอบ ฉันสนุก ยิ่งถ้าได้เห็นเธอแพ้ฉันบ้างปิ่น” เชอรีนโต้ตอบกลับทันทีด้วยท่าทีไม่ลดราวาศอกง่ายๆ เลยสักนิด

“เชอรีน!” ปิ่นอนงค์ขึ้นเสียงเมื่อเชอรีนยังฉุกคิดไม่ได้นอกจากการจะเอาชนะการเป็นที่หนึ่ง

“พี่เชอรีนคะ มุกว่าพี่กลับไปก่อนดีไหมคะ เรื่องที่พี่เชอรีนมาที่นี่คุณอาทราบแล้วนะคะ มุกเป็นคนบอกก่อนมาที่นี่เองค่ะ มุกมองว่าการที่พี่เชอรีนกลับไปมันจะมีผลดีต่อตัวพี่มากกว่านะคะ” ครานี้เป็นพราวมุกที่เริ่มจะอดทนกับสถานการณ์เดิมๆ ของปิ่นอนงค์กับเชอรีนไม่ได้ แม้ที่ผ่านมาพอจะทราบบ้างถึงรอยร้าวระหว่างสองคน

แต่ไม่คิดเลยว่าจะหนักขึ้นทุกวันเช่นนี้

การไม่ลงรอยการแข่งขันกันระหว่างปิ่นอนงค์กับเชอรีนคนภายในครอบครัวรู้เรื่องมาตลอด เพียงแต่เห็นว่าเป็นการมีปากเสียงกันระหว่างพี่น้องอีกไม่นานก็คงจะดีกันได้ แต่จวบจนวันนี้ก็ยังไม่มีทีท่าจะลดลงเลยสักนิดมีแต่จะร้ายแรงขึ้นทุกทีที่ได้ทะเลาะกัน

คนหนึ่งก็ร้ายอย่างเอาแต่ใจ

อีกคนก็ร้ายอย่างไม่ยอมใคร

ต่างคนต่างไม่ยอมถอยคนละก้าวเช่นนี้แล้วเมื่อไรจะจับมือดีกันเหมือนพี่น้องคนอื่นๆ ได้กันนะ คนหนึ่งแรงมาก็แรงกลับอย่างไม่ยอมกันจนสุดท้ายก็จบลงด้วยการทะเลาะวิวาท บ่อยครั้งที่ทำให้คุณปู่ของพวกเธอล้มป่วยหากแต่เจ้าสัวธรรมรงค์ไม่คิดยอมบอกหลานสาวทั้งสองคนให้รู้ก็เพราะห่วงความรู้สึกของหลานสาวทั้งสองคนหากรู้ว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนเป็นปู่ล้มป่วยอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะปิ่นอนงค์ที่เจ้าสัวธรรมรงค์ใส่ใจเป็นพิเศษมาตั้งแต่สูญเสียบิดามารดาไปจนกลายเป็นคนเก็บตัว ยิ่งมีเหตุการณ์ของพี่สาวยิ่งตอกย้ำและสร้างหญิงสาวที่เคยสดใสร่าเริงให้กลายเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง

เพราะคำพูดของพราวมุกทำให้เชอรีนตัดสินใจเดินจากไปอย่างกระฟัดกระเฟียดด้วยความไม่พอใจแกมรู้สึกถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตน ไม่วายทิ้งท้ายคำพูดที่ทำให้ปิ่นอนงค์เก็บไปคิดมากอย่างไม่รู้ตัว

“คนอย่างเธอไม่เจนผู้ชาย ระวังจะมีเขาบนหัวไม่รู้ตัว”

เจ้าสัวธรรมรงค์พยักหน้ารับคำรายงานคนสนิทที่รายงานเรื่องของปิ่นอนงค์ตั้งแต่ไปถึงจนเกิดเรื่องทะเลาะกับเชอรีนำลางใช้ปลายนิ้วชี้ปัดหน้าจอเลื่อนไปดูภาพถ่ายภาพอื่นๆ จนกระทั่งถึงภาพที่พราวมุกเดินเข้ามาร่วมวงในขณะที่สายพิณอุ้มเจ้านายเดินกลับออกไปเพื่อไม่ให้เด็กชายตัวน้อยมาได้ยินสิ่งที่ไม่ควรรับรู้

“ดูสถานการณ์ต่อไปก่อน” เจ้าสัวธรรมรงค์ออกคำสั่ง

“ได้ครับ แล้วเรื่องของคุณเตโซจะทำยังไงดีครับ” สาธิตตอบรับพลางถามถึงสามีของคุณหนู

“ยังไม่ต้องทำอะไรเพราะตอนนี้เตโซก็ดูแลปิ่นเป็นอย่างดีแล้ว แถมยังใส่ใจเกินจำเป็นกับความสัมพันธ์ ดูท่าทีไปก่อน ยังไงเราต้องให้ปิ่นมาเป็นอันดับหนึ่ง…กว่าปิ่นจะผ่านช่วงเวลาร้ายๆ มาได้จนเติบโตขนาดนี้ไม่ได้ง่ายสำหรับปิ่นเลย” เจ้าสัวธรรมรงค์ให้คำตอบออกไปไม่วายอดเป็นห่วงหลานสาวไม่ได้เช่นกัน แม้ว่าปากจะพูดออกไปเช่นนั้น

“ได้ครับ” สาธิตตอบรับก่อนจะยื่นมือไปรับแท็บเลตมาจากดจ้าสัวธรรมรงค์ก่อนจะหลบให้เจ้านายได้ลุกขึ้นเดินออกจากห้องนั่งเล่นเพื่อขึ้นไปพักผ่อน

“ฉันเกือบลืมไปเลย สืบหาตัวแฟนยายหนูมุกได้หรือยัง อย่าลืมดูแลพราวมุกอีกคนด้วย ต้องสืบให้ได้ว่าเป็นใครและดีพอหรือเปล่า” เจ้าสัวธรรมรงค์ไม่ลืมที่จะกำชับกับสาธิตซึ่งเดินตามหลังมา

“ยังไม่ได้เรื่องครับ ทราบแต่ว่าตอนนี้ทั้งคุณหนูพราวมุกทั้งแฟนคุณหนูอยู่ที่ภูเก็ต คือ คนที่โรงแรมบอกว่าคุณหนูพราวมุกจะมาที่ภูเก็ตกับแฟนประจำเพื่อพักผ่อนครับ” สาธิตแจ้งเรื่องที่ตนทราบมาเท่าที่พูดออกไป

“ภูเก็ต ตอนนี้นะเหรอ…สั่งการลงไปว่าถ้าใครได้ภาพแฟนยายหนูมุกมาได้ โบนัสปลายปีโบนัสสองเท่า” เจ้าสัวธรรมรงค์ออกคำสั่งจบก็โบกมือขึ้นให้สาธิตได้กลับไปพักผ่อนได้แล้วก่อนที่จะเดินขึ้นไปยังชั้นบนด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มกับตัวเองกับการได้รู้เห็นดินเนอร์ของค่ำวันนี้ แม้จะมีปัญหาอยู่บ้างจากเชอรีน

แต่ทว่า เมื่อนึกถึงเชอรีนแล้วเจ้าสัวธรรมรงค์ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะจัดการแก้ไขกับสิ่งที่ตนพลาดไปในด้านที่ดูแลเอาใจใส่เชอรีน จึงหันกลับไปเรียนสาธิตอีกครั้งซึ่งกำลังเดินกลับไปที่ห้องนอนของตัวเองซึ่งอยู่ถัดไปจากห้องนั่งเล่นไปอีกสามห้อง ซึ่งอยู่สุดทางเดิน

“เดี๋ยว”

“ครับ”

“เรียกเชอรีนขึ้นมาหาฉัน”

“ครับคุณท่าน”

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (8)

    น่ารักสดใสและใจดีแบบนี้สิน่า คนอย่างเตโซถึงตัดใจไม่ได้แบบนี้ มิหนำซ้ำยังอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่โดยไม่ถือตัวที่ตัวเองมีฐานะที่สูงกว่า แค่เธอสัมผัสในระยะสั้นๆ ยังรู้สึกเอ็นดูดาริกาเสียไม่ได้เลย“โธ่ น้องดาคะ ทำไมถ่อมตนอีกแล้ว คุณเตคุณโซได้กินหัวพี่กันพอดีสิคะ” สาลียิ้มพลางห่อไหล่ลงอย่างอ่อนใจใส่เจ้านายสาวผู้แสนดี“ไม่หรอกค่ะ มีดาอยู่” ดาริกาพูดพลางหัวเราะออกมาตามปกติที่แอบแซวเจ้านายหนุ่มกับพนักงานก่อนจะเดินตามสาลีออกไปเมื่ออีกฝ่ายยอมที่จะเดินออกก่อนปิ่นอนงค์เผยอยิ้มเอ็ดูต่อดาริกาออกมาก่อนจะก้าวเดินออกจากลิฟต์ตามคนทั้งสองที่ยังมีบทสนทนาหยอกเย้าราวกับไม่ใช่ลูกน้องเจ้านายแต่เป็นเหมือนพี่น้องกันมากกว่า ก่อนจะหยุดเดินตามเมื่อทั้งสองหยุดเดินทั้งที่ยังสนทนากันอยู่“แน่ใจนะคะว่าจะไม่เจอคุณเตคุณโซ” สาลีถามอีกครั้งพลางสอดสายตามองไปรอบๆ บริเวณอย่างระแวดระวัง“ค่ะ พี่เตเดินไปหาพี่โซที่ด้านหลัง รายนั้นชอบเข้าทางด้านหลังบริษัทตรงเข้าห้องประชุมสะดวก รับรองว่าไม่เจอแน่นอนค่ะ” ดาริกายังยืนยันคำเดิม“โอเคค่ะ ฝากด้วยนะคะน้องดา” สาบียิ้มกว้างอย่างโล่งใจ“ยินดีค่ะ เดี๋ยวรออยู่ที่โต๊ะพี่สาลีก่อนนะคะ ดาคิดว

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (7)

    เมื่อเดินออกมาจากโรงแรมปิ่นอนงค์และเตโซก็ขึ้นรถขับออกตรงไปยังวราไดมอนด์ทันทีโดยเป็นรถของชายหนุ่มและสารถีก็คือเจ้าของรถ หญิงสาวเพิ่งสัมผัสได้ว่าเขามีฐานะชื่อเสียงแต่ใช้ชีวิตธรรมดาพึ่งตัวเอง แตกต่างจากคนวรรณวิภากิจที่น้อยนักจะได้ทำอะไรด้วยตัวเอง เธอจึงฉุกคิดได้ว่าการที่ย้ายไปอยู่บ้านของเขาคงจะทำให้เธอโตขึ้นมากกว่านี้ คงได้เรียนรู้สิ่งที่แตกต่างจากเดิมไม่น้อยจากเขาก็เป็นได้ใช้เวลาไม่นานทั้งสองก็มาถึงวราไดมอนด์ เตโซเลือกที่จะเข้าเข้ามาจอดรถที่ลานจอดใต้ตึกตามคำขอของปิ่นอนงค์ที่นึกสนุกอยากแอบเข้าไปโดยไม่ให้ใครรู้ว่าหญิงสาวเป็นใครก็เพื่อประเมินดาริกาตามความตั้งใจ แต่ทว่าไม่คิดเลยว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาทางด้านหน้าบริษัทแทนการเข้าที่ลิฟต์ส่วนตัวผู้บริหารกับเตโซ“น้อง! น้องใช่ไหมที่เป็นพนักงานใหม่ ทำไมมาสายขนาดนี้ ทุกคนกำลังยุ่งๆ กันเลย วันนี้คุณเตโซจะเข้าบริษัท เดี๋ยว ทำไมแต่งตัวแบบนี้ ตายๆ เอชอาร์รับมาได้ยังไง ทำยังไงดีๆ คุณเตโซเป็นคนเนี้ยบซะด้วยสิ”ปิ่นอนงค์มองพนักงานหญิงที่สวมแว่นตาหนาอยู่ในชุดสูทเนี้ยบที่บ่นไปดึงแขนพาหญิงสาวเดินไปก่อนจะชะงักมองเธออีกครั้งอย่างพิจารณา และยิ่งพบความไม่เรี

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (6)

    “จริงสิคะ ที่คุณบอกว่าจะเรียกคนที่ดูกระเป๋าเป็นมา คุณมีคนรู้จักแบบนั้นด้วยเหรอคะ” ปิ่นอนงค์ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของเตโซก็ยิ่งดขินอายมากกว่าเดิมจึงตัดสินใจหันกลับไปเปลี่ยนเรื่องทันที“รู้จักน่ะมี แต่เขาอยู่กรุงเทพฯ ผมก็แค่พูดแก้ไขสถานการณ์ไปน่ะ” เตโซตอบตามตรง“คุณเองก็ร้ายค่ะ” เธอขำออกมากับคำตอบของเขาก่อนจะแกล้งว่ากลับไป“ทำไงได้ เจอคนกำลังเอาเปรียบก็ต้องเปิดโปง แล้วคุณดูไม่ออกจริงๆ เหรอเรื่องกระเป๋า” เตโซยักหัวไหล่อย่างไม่ยี่หระก่อนจะถามกลับ“ดูไม่ออกค่ะ ฉันไม่ค่อยใช้ของแบรนด์เนม มีไม่กี่อย่างเองและที่มีก็ได้มาจากของขวัญที่คนอื่นให้มา” ปิ่นอนงค์ส่ายหัวพรืดตอบกลับไป“ไม่เอามาใช้แล้วคุณเก็บไว้ไหน” ถามกลับด้วยความสงสัย“ห้องเก็บของที่บ้านเล็กที่กรุงเทพฯ ค่ะ” ตอบด้วยท่าทางสบายๆ“ไม่แปลกใจแล้ว อีกเรื่อง ทำไมคนที่นี่ถึงไม่เรียกคุณว่าคุณหนึ่งเหมือนคนที่กรุงเทพฯ แต่เรียกคุณว่าคุณปิ่น” เตโซเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยมานานเมื่ออยู่ที่นี่นานจนจับสังเกตได้ว่าคนทั้งโรงแรมและรีสอร์ตต่างเรียกปิ่นอนงค์ด้วยชื่อมากกว่า ‘คุณหนึ่ง’ ซึ่งบ่งบอกตำแหน่งหลานสาวคนโตของวรรณวิภากิจ“ฉันสั่งเองค่ะ สำหรับ ‘คุณหนึ่ง’

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (5)

    “โชคดีนะคะที่ไม่แตกจนต้องเย็บ คุณนะคุณ ทำไมทำตัวเหมือนตัวเองเป็นเหล็กทั้งตัวด้วยคะ”ปิ่นอนงค์บ่นพลางช่วยปิดพลาสเตอร์ที่แผลหลังล้างแผลพและใส่ยาเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวเปลี่ยนใจให้สายพิณออกไปจัดการกับลูกค้ารายนั้นแทนด้วยคำสั่งใหม่เมื่อคำสั่งแรกทุกคนไม่ยอมทำตามและเป็นเธอเองที่พาเตโซมาห้องพยาบาลของรีสอร์ตโดยมีรุจีรากับภานพตามมาด้วย“เท้ามันไปเอง” เตโซตามเสียงปกติด้วยสีหน้านิ่งเฉยราวกับว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา“เท้าไปเอง!? นี่คุณกวนประสาทฉันอยู่ใช่ไหมคะคุณโซ” ปิ่นอนงค์เอ็ดเล็กน้อยพลางถลึงตาใส่ด้วยความโมโหเตโซเพราะคำตอบ“ขอโทษครับ” เตโซตอบกลับด้วยคำขอโทษเสียงนุ่ม ทว่าทำคนฟังอย่าปิ่นอนงค์ไปต่อไม่ถูกเมื่อจริงๆ แล้วเขาไม่ได้เป็นคนผิด“คุณ…” หญิงสาวได้แต่มองชายหนุ่มอย่างอ่อนใจ“…ทำไมถึงยอมง่ายๆ แบบนี้ ผมพูดไปขนาดนั้นแล้ว” เขาเลือกที่จะส่งยิ้มไปให้เธอเพื่อให้สบายใจก่อนจะเอ่ยถามออกไปอย่างไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุผลอะไรสาวเจ้าถึงยอมง่ายๆ เช่นนั้น“ใครว่าฉันยอมล่ะคะ” ปิ่นอนงค์ตอบกลับพลางนั่งลงบนเตียงคนไข้เตียงข้างๆ หลังจากยืนทำแผลให้กับเขา“ไม่ยอมยังไงถึงปล่อยไป” เตโซถามกลับทันที เพราะสำหรับเขาไม่ควรปล่

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (4)

    ปิ่นอนงค์หันขวับมามองเตโซด้วยความตกใจกับสิ่งที่เขาทำอยู่แม้จะแอบไม่พอใจเขาในตอนแรก แต่ไม่คิดเลยว่าเขากำลังช่วยไม่ให้เธอถูกลูกค้าหัวหมอเอารัดเอาเปรียบสร้างความเสียหายให้กับทางรีสอร์ต และไม่คิดเลยว่าเขาจะช่วยเธอมากมายขนาดนี้ จนเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าถึงเวลาที่จะค้องปล่อยเขาไปเธอจะปล่อยเขาไปได้จริงๆ หรือ…“แก! แกพูดอะไร ฉันชื่อมาเป็นแสนนะยะ พูดมานี่ดูกระเป๋าเป็นหรือเปล่ายะ” ลูกค้ายังคงโวยวายกลับมาแต่เริ่มมีท่าทีลุกลี้ลุกลนขึ้นมาเล็กน้อย“เป็นไม่เป็น ผมรู้จักคนที่ดูกระเป๋าเป็น ผมสามารถเรียกเขามาได้นะครับ” เตโซพูดอย่างกดดันและข่มอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้ม“แก! แกเป็นใคร มายุ่งอะไรด้วยยะ ไม่รู้ล่ะ ถ้าเธอไม่ชดใช้ รีสอร์ตได้เสียชื่อเสียงแน่” เจ้าหล่อนยังคงโวยวายกลบเกลื่อนไม่หยุด“ยินดีครับ ผมเองก็จะฟ้องกลับเรื่องหมิ่นประมาทซึ่งหน้าและทำให้เสียชื่อเสียง และยังมีการฉ้อโกง ยังทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บทางกายและใจ” เตโซตอบโต้กลับไม่วายชี้ไปทางพนักงานชงเครื่องดื่มในท้ายประโยค ซึ่งชายหนุ่มเห็นว่าพรักงานชายคนนี้ถูกทำร้ายร่างกายเมื่อเห็นรอยนิ้วมือและเล็บที่ข่วนแก้ม“แก! นี่หล่อน! มันเป็นใคร คนวรรณวิภากิจบริ

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (3)

    “ภรรยาท่านทูตที่ประจำอยู่สวิตเซอร์แลนด์ค่ะ เวลาคุณหญิงกลับมาพักผ่อนที่ไทยจะเลือกพักโรงแรมวรรณวิภากิจเป็นประจำ อีกอย่างเมื่อปีก่อนฉันไปเรียนที่สวิตซ์ระยะสั้นก็ได้ท่านช่วยหาบ้านพักและดูแลตลอดนี่แหละ คุณปู่เลยจะเลี้ยงข้าวท่านทุกครั้งที่มาไทยค่ะ” ปิ่นอนงค์อธิบายให้เตโซได้ฟังระหว่างเดินไปที่รีสอร์ต“โอเค หลังจากนั้นเราจะอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่ออีกสองเดือน เจ้าสัวอยากจัดงานวันเกิดให้คุณที่กรุงเทพฯ อ้อ ของของคุณถูกย้ายไปไว้ที่บ้านผมแล้วนะ” เตโซพยักหน้าเข้าใจก่อนจะยื่นมือไปดันต้นแขนของปิ่นอนงค์เบาๆ ให้เปลี่ยนมาเดินทางซ้ายของเขาเมื่อมีกลุ่มแขกของรีสอร์ตกำลังเดินลากกระเป๋าออกมาพอดี“คุณปู่อีกตามเคย จริงสิ ก่อนจะเข้าบ้านคุณ ฉันมีโอกาสเจอน้องสะใภ้คุณหรือเปล่า” ปิ่นอนงค์บ่นอุบก่อนจะถามถึงดาริกาตามปกติ“…ไม่ จนกว่าจะเข้าบ้าน” เตโซชำเลืองมองปิ่นอนงค์อย่างไม่ชอบใจเล็กน้อยที่เธอคลายจะเร่งรัดข้อตกลงแต่ก็ยอมตอบออกไป“งั้นฉันขอแวะไปที่วราไดมอนด์ก่อนเข้าบ้านคุณนะคะ อยากจะเห็นหน้าชัดๆ อีกที ตั้งแต่งานแต่งจนตอนนี้ก็ยังไม่เห็นหน้าเธอชัดๆ สักที อย่าบอกใครล่ะว่าฉันเป็นใคร” ปิ่นอนงค์พยักหน้าก่อนจะพูดให้เตโซได้รับรู้

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status