Startseite / โรแมนติก / รักร้ายภรรยา / บทที่ 3 หลานเขยสายเปย์ (5)

Teilen

บทที่ 3 หลานเขยสายเปย์ (5)

last update Zuletzt aktualisiert: 07.03.2026 20:47:57

“ใครบอกว่าฉันจะไม่เอา น้องนายก็บอกแล้วว่าอยากได้ ฉันก็ต้องเอาสิ อีกอย่าง สามีฉันตั้งใจเปย์สร้อยข้อมือสิบห้าล้านให้ขนาดนี้ ฉันจะต้องรีบคว้าไว้ก่อนหมาแมวจรมันจะมาแย่งไป ขอโทษทีนะ” ปิ่นอนงค์จีบปากจีบคอพูดตอบกลับพลางชูกล่องกำมะหยี่สีขาวที่ถูกเปิดออกให้เห็นสร้อยข้อมือ

หญิงสาวพยายามโชว์ในสิ่งที่ได้ทั้งที่ไม่ได้เอ่ยปากขอจากใครให้เชอรีนได้เห็นด้วยความหมั่นไส้อย่างอดที่จะรู้สึกไม่ได้กับการที่น้องสาวคนนี้ที่ห่างกันสิบนาทีชอบเข้ามาวอแวไม่เลิกแม้กระทั่งช่วงเวลาส่วนตัวเช่นนี้ หนำซ้ำเดินเข้ามาอย่างไม่ให้ใครตั้งตัวจนเคนและสายพิณเข้าไปห้ามไม่ทันเช่นนี้

“ปิ่น!” เชอรีนขึ้นเสียงทำท่าจะพุ่งเข้าใส่ปิ่นอนงค์แต่ก็ต้องยั้งเอาไว้เมื่อเคนและสายพิณเดินเข้ามาใกล้ ทั้งยังมีพฤกษ์ยืนอยู่ไม่ไกลในมุมสลัว

“ฉันจำชื่อตัวเองได้ ถ้าจะเข้ามายุ่งวุ่นวายชีวิตคนอื่นก็กลับไปพัฒนาตัวเองให้ได้ขึ้นมาเป็นผู้บริหารแทนพีอาร์เถอะ เธอไม่สงสัยบ้างหรือไงว่าทำไมคุณปู่ถึงไม่ยอมให้เธอเลื่อนตำแหน่งมาเป็นจีเอ็มสักที ฉันเองก็เหนื่อยนะที่ต้องวิ่งเป็นจีเอ็มเป็นผู้บริหารนะ ฉันเองก็อยากมีจีเอ็มที่ไว้ใจได้คอยช่วยเหลือ โตได้แล้วนะเชอรีน” ปิ่นอนงค์ร่ายยาวตักเตือนสอนเชอรีนด้วยความหวังดี หากแต่เพราะตลอดเวลาไม่เคยจะพูดดีกันเลยเธอจึงไม่รู้จะเลือกใช้คำพูดอย่างไรให้ดูเบามากกว่าจะแรงและไม่รู้ว่าพูดโทนเสียงที่อ่อนลงจะทำให้อีกฝ่ายคิดว่ากำลังกดขี่หรือไม่

“ปิ่น! มันจะมากเกินไปแล้วนะ เธอไม่ได้เป็นพี่ฉันขนาดนั้นนะที่จะมาสั่งสอนกันได้ ฉันจะได้เป็นจรเอ็มหรือไม่ได้เป็นมันก็เรื่องของฉัน ห่วงตัวเองเถอะ รักษาของตัวเองให้ดีก็แล้วกัน ระวังเผลอเมื่อไรจะจับเอาไว้ไม่อยู่จนหายไป” เชอรีนวีนขึ้นมาทันทีด้วยเพราะไม่ชอบให้ปิ่นอนงค์มาสั่งสอนเพียงแค่คิดว่าตัวเองเป็นพี่ทั้งที่อานุเท่ากัน ความสามารถก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก

“ก็คุณน้าไม่เก่ง นิสัยก็ไม่ดี มามี้ก็ต้องสั่งสอน” เจ้านายพูดขึ้นทันทีที่เชอรีนพูดจบ

“น้องนาย ทำไมพูดแบบนี้ครับ เป็นสิ่งที่ไม่ดีนะครับ ยังไงคุณน้าก็เป็นผู้ใหญ่นะครับ” ปิ่นอนงค์หันไปดุเจ้านายทันที หากแต่เสียงของเชอรีนก็ทำให้ปิ่นอนงค์ต้องลุกขึ้นมีปากเสียงด้วยทันที

“เด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่อย่างแกอย่าปากดีให้มากนะ ระวังตัวไว้เถอะ” เชอรีนพูดอย่างไม่ใส่ใจว่าเด็กอายุเพียงห้าขวบจะรู้สึกเช่นไร

“เชอรีน! เธอพูดแบบนี้ได้ยังไง เธอเป็นผู้ใหญ่กว่านะ เด็กกำลังเรียนรู้กำลังอ่อนไหวได้ง่าย เธอไม่ควรพูดแบบนี้ ทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่หน่อยก็ดีนะ!” ปิ่นอนงค์ลุกขึ้นพรวดเดินเข้าไปใกล้เชอรีนอีกนิดแล้วระเบิดออกไปเพราะสิ่งที่อีกฝ่ายพูดก็กำลังหมายถึงพี่สาวกับพี่เขยของเธอ

“มันก็เพราะเธอไม่ใช่หรือไง ถ้าวันนั้นเธอไม่เอาแต่ใจจะไปญี่ปุ่นให้ได้จนพี่ฉัตรต้องมารับหน้าแทนที่ภูเก็ต อุบัติเหตุมันก็คงไม่เกิด อย่ามาทำเป็นน้องสาวที่แสนดีรับดูแลเด็กเพื่อชดเชยเลยจะดีกว่า ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้มีดีเกินกว่าใครเลย อย่ามาทำตัวเหนือกว่าคนอื่นจะดีกว่า คำที่พ่นออกมาช่วยเอาไปสั่งสอนเตือนตัวเองด้วยนะ” เชอรีนวีนกลับอย่างไม่ยอมแพ้ด้วยความอยากเอาชนะและใช้จุดอ่อนมาเล่นงานปิ่นอนงค์

“…” ปิ่นอนงค์ยืนนิ่งกำมือแน่นไร้คำพูดจนลืมไปว่าเชอรีนพูดไม่ดีใส่เจ้านายที่กำลังเบะปากจะร้องไห้จนสายพิณต้องรีบเข้าไปอุ้มปลอบประโลมพร้อมกับเคนทันที

เตโซเริ่มเห็นสถานการณ์แย่ลงจึงตัดสินใจลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้ปิ่นอนงค์ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือของหญิงสาวที่กำเอาไว้แน่นเพื่อให้เธอมีสติแม้จะไม่รู้เรื่องในสิ่งที่ทั้งสองคนกำลังสนทนากันก็ตาม แต่คำพูดของเชอรีนเล่นงานสาวเจ้าได้อยู่หมัด ก่อนจะมองไปที่พฤกษ์ซึ่งยืนเงียบไม่เยอมเข้ามาช่วยทว่าเมื่อมองไปอีกทีก็พบว่าพฤกษ์หายไปแล้วซึ่งทำให้เขาสงสัยในตัวลูกน้องคนนี้ไม่น้อย เพราะตั้งแต่งานวิวาห์ชายหนุ่มก็สังเกตเห็นว่าพฤกษ์พยายามหลบหน้าปิ่นอนงค์ แต่แล้วเรื่องของพฤกษ์ก็ต้องพับเก็บเมื่อตอนนี้ต้องให้ความสนใจปิ่นอนงค์ก่อน

“ดูเหมือนจะรู้ตัวดีนิ คราวหลังก็อย่ามาปากดีสอนคนอื่น” เชอรีนยิ้มเยาะพูดออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นเตโซเดินเข้ามาหาปิ่นอนงค์

“ใช่! ฉันรู้ตัวดี แต่ฉันไม่พูดสิ้นคิดอย่างเธอกับเด็กแน่นอนเชอรีน น้องนายแค่ห้าขวบเองนะ การที่ถูกผู้ใหญ่พูดใส่แบบนี้จะรู้สึกแย่แค่ไหน เธอเองยังไม่ชอบเลยที่ฉันพูดจาแย่ๆ ใส่” ปิ่นอนงค์พูดขึ้นตอบโต้กลับไปหลังเงียบไม่พูด อาจด้วยเพราะได้มืออุ่นๆ ของเคโซที่สอดประสานกอบกุมมือกับเธอกระมัง

เธอจึงรู้สึกดีและมีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้งอย่างน่าประหลาดใจที่เขาทำให้เธอสลัดอดีตที่ส่งผลต่อความรู้สึกเป็นอย่างมากออกไปได้แทบจะทันที

“แล้วยังไง เด็กมันไม่รู้เรื่องหรอก เดี๋ยวก็ลืม” เชอรีนพูดอย่างไม่ใส่ไม่พอแต่ยังมีปฏิกิริยาไม่แยแสจนปิ่นอนงค์รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก

ทว่า…

“คนอย่างพี่ก็คิดไม่ได้เหมือนเดิมเลยนะคะพี่เชอรีน”

“มุก”

“ยายมุก”

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (8)

    น่ารักสดใสและใจดีแบบนี้สิน่า คนอย่างเตโซถึงตัดใจไม่ได้แบบนี้ มิหนำซ้ำยังอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่โดยไม่ถือตัวที่ตัวเองมีฐานะที่สูงกว่า แค่เธอสัมผัสในระยะสั้นๆ ยังรู้สึกเอ็นดูดาริกาเสียไม่ได้เลย“โธ่ น้องดาคะ ทำไมถ่อมตนอีกแล้ว คุณเตคุณโซได้กินหัวพี่กันพอดีสิคะ” สาลียิ้มพลางห่อไหล่ลงอย่างอ่อนใจใส่เจ้านายสาวผู้แสนดี“ไม่หรอกค่ะ มีดาอยู่” ดาริกาพูดพลางหัวเราะออกมาตามปกติที่แอบแซวเจ้านายหนุ่มกับพนักงานก่อนจะเดินตามสาลีออกไปเมื่ออีกฝ่ายยอมที่จะเดินออกก่อนปิ่นอนงค์เผยอยิ้มเอ็ดูต่อดาริกาออกมาก่อนจะก้าวเดินออกจากลิฟต์ตามคนทั้งสองที่ยังมีบทสนทนาหยอกเย้าราวกับไม่ใช่ลูกน้องเจ้านายแต่เป็นเหมือนพี่น้องกันมากกว่า ก่อนจะหยุดเดินตามเมื่อทั้งสองหยุดเดินทั้งที่ยังสนทนากันอยู่“แน่ใจนะคะว่าจะไม่เจอคุณเตคุณโซ” สาลีถามอีกครั้งพลางสอดสายตามองไปรอบๆ บริเวณอย่างระแวดระวัง“ค่ะ พี่เตเดินไปหาพี่โซที่ด้านหลัง รายนั้นชอบเข้าทางด้านหลังบริษัทตรงเข้าห้องประชุมสะดวก รับรองว่าไม่เจอแน่นอนค่ะ” ดาริกายังยืนยันคำเดิม“โอเคค่ะ ฝากด้วยนะคะน้องดา” สาบียิ้มกว้างอย่างโล่งใจ“ยินดีค่ะ เดี๋ยวรออยู่ที่โต๊ะพี่สาลีก่อนนะคะ ดาคิดว

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (7)

    เมื่อเดินออกมาจากโรงแรมปิ่นอนงค์และเตโซก็ขึ้นรถขับออกตรงไปยังวราไดมอนด์ทันทีโดยเป็นรถของชายหนุ่มและสารถีก็คือเจ้าของรถ หญิงสาวเพิ่งสัมผัสได้ว่าเขามีฐานะชื่อเสียงแต่ใช้ชีวิตธรรมดาพึ่งตัวเอง แตกต่างจากคนวรรณวิภากิจที่น้อยนักจะได้ทำอะไรด้วยตัวเอง เธอจึงฉุกคิดได้ว่าการที่ย้ายไปอยู่บ้านของเขาคงจะทำให้เธอโตขึ้นมากกว่านี้ คงได้เรียนรู้สิ่งที่แตกต่างจากเดิมไม่น้อยจากเขาก็เป็นได้ใช้เวลาไม่นานทั้งสองก็มาถึงวราไดมอนด์ เตโซเลือกที่จะเข้าเข้ามาจอดรถที่ลานจอดใต้ตึกตามคำขอของปิ่นอนงค์ที่นึกสนุกอยากแอบเข้าไปโดยไม่ให้ใครรู้ว่าหญิงสาวเป็นใครก็เพื่อประเมินดาริกาตามความตั้งใจ แต่ทว่าไม่คิดเลยว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาทางด้านหน้าบริษัทแทนการเข้าที่ลิฟต์ส่วนตัวผู้บริหารกับเตโซ“น้อง! น้องใช่ไหมที่เป็นพนักงานใหม่ ทำไมมาสายขนาดนี้ ทุกคนกำลังยุ่งๆ กันเลย วันนี้คุณเตโซจะเข้าบริษัท เดี๋ยว ทำไมแต่งตัวแบบนี้ ตายๆ เอชอาร์รับมาได้ยังไง ทำยังไงดีๆ คุณเตโซเป็นคนเนี้ยบซะด้วยสิ”ปิ่นอนงค์มองพนักงานหญิงที่สวมแว่นตาหนาอยู่ในชุดสูทเนี้ยบที่บ่นไปดึงแขนพาหญิงสาวเดินไปก่อนจะชะงักมองเธออีกครั้งอย่างพิจารณา และยิ่งพบความไม่เรี

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (6)

    “จริงสิคะ ที่คุณบอกว่าจะเรียกคนที่ดูกระเป๋าเป็นมา คุณมีคนรู้จักแบบนั้นด้วยเหรอคะ” ปิ่นอนงค์ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของเตโซก็ยิ่งดขินอายมากกว่าเดิมจึงตัดสินใจหันกลับไปเปลี่ยนเรื่องทันที“รู้จักน่ะมี แต่เขาอยู่กรุงเทพฯ ผมก็แค่พูดแก้ไขสถานการณ์ไปน่ะ” เตโซตอบตามตรง“คุณเองก็ร้ายค่ะ” เธอขำออกมากับคำตอบของเขาก่อนจะแกล้งว่ากลับไป“ทำไงได้ เจอคนกำลังเอาเปรียบก็ต้องเปิดโปง แล้วคุณดูไม่ออกจริงๆ เหรอเรื่องกระเป๋า” เตโซยักหัวไหล่อย่างไม่ยี่หระก่อนจะถามกลับ“ดูไม่ออกค่ะ ฉันไม่ค่อยใช้ของแบรนด์เนม มีไม่กี่อย่างเองและที่มีก็ได้มาจากของขวัญที่คนอื่นให้มา” ปิ่นอนงค์ส่ายหัวพรืดตอบกลับไป“ไม่เอามาใช้แล้วคุณเก็บไว้ไหน” ถามกลับด้วยความสงสัย“ห้องเก็บของที่บ้านเล็กที่กรุงเทพฯ ค่ะ” ตอบด้วยท่าทางสบายๆ“ไม่แปลกใจแล้ว อีกเรื่อง ทำไมคนที่นี่ถึงไม่เรียกคุณว่าคุณหนึ่งเหมือนคนที่กรุงเทพฯ แต่เรียกคุณว่าคุณปิ่น” เตโซเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยมานานเมื่ออยู่ที่นี่นานจนจับสังเกตได้ว่าคนทั้งโรงแรมและรีสอร์ตต่างเรียกปิ่นอนงค์ด้วยชื่อมากกว่า ‘คุณหนึ่ง’ ซึ่งบ่งบอกตำแหน่งหลานสาวคนโตของวรรณวิภากิจ“ฉันสั่งเองค่ะ สำหรับ ‘คุณหนึ่ง’

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (5)

    “โชคดีนะคะที่ไม่แตกจนต้องเย็บ คุณนะคุณ ทำไมทำตัวเหมือนตัวเองเป็นเหล็กทั้งตัวด้วยคะ”ปิ่นอนงค์บ่นพลางช่วยปิดพลาสเตอร์ที่แผลหลังล้างแผลพและใส่ยาเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวเปลี่ยนใจให้สายพิณออกไปจัดการกับลูกค้ารายนั้นแทนด้วยคำสั่งใหม่เมื่อคำสั่งแรกทุกคนไม่ยอมทำตามและเป็นเธอเองที่พาเตโซมาห้องพยาบาลของรีสอร์ตโดยมีรุจีรากับภานพตามมาด้วย“เท้ามันไปเอง” เตโซตามเสียงปกติด้วยสีหน้านิ่งเฉยราวกับว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา“เท้าไปเอง!? นี่คุณกวนประสาทฉันอยู่ใช่ไหมคะคุณโซ” ปิ่นอนงค์เอ็ดเล็กน้อยพลางถลึงตาใส่ด้วยความโมโหเตโซเพราะคำตอบ“ขอโทษครับ” เตโซตอบกลับด้วยคำขอโทษเสียงนุ่ม ทว่าทำคนฟังอย่าปิ่นอนงค์ไปต่อไม่ถูกเมื่อจริงๆ แล้วเขาไม่ได้เป็นคนผิด“คุณ…” หญิงสาวได้แต่มองชายหนุ่มอย่างอ่อนใจ“…ทำไมถึงยอมง่ายๆ แบบนี้ ผมพูดไปขนาดนั้นแล้ว” เขาเลือกที่จะส่งยิ้มไปให้เธอเพื่อให้สบายใจก่อนจะเอ่ยถามออกไปอย่างไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุผลอะไรสาวเจ้าถึงยอมง่ายๆ เช่นนั้น“ใครว่าฉันยอมล่ะคะ” ปิ่นอนงค์ตอบกลับพลางนั่งลงบนเตียงคนไข้เตียงข้างๆ หลังจากยืนทำแผลให้กับเขา“ไม่ยอมยังไงถึงปล่อยไป” เตโซถามกลับทันที เพราะสำหรับเขาไม่ควรปล่

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (4)

    ปิ่นอนงค์หันขวับมามองเตโซด้วยความตกใจกับสิ่งที่เขาทำอยู่แม้จะแอบไม่พอใจเขาในตอนแรก แต่ไม่คิดเลยว่าเขากำลังช่วยไม่ให้เธอถูกลูกค้าหัวหมอเอารัดเอาเปรียบสร้างความเสียหายให้กับทางรีสอร์ต และไม่คิดเลยว่าเขาจะช่วยเธอมากมายขนาดนี้ จนเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าถึงเวลาที่จะค้องปล่อยเขาไปเธอจะปล่อยเขาไปได้จริงๆ หรือ…“แก! แกพูดอะไร ฉันชื่อมาเป็นแสนนะยะ พูดมานี่ดูกระเป๋าเป็นหรือเปล่ายะ” ลูกค้ายังคงโวยวายกลับมาแต่เริ่มมีท่าทีลุกลี้ลุกลนขึ้นมาเล็กน้อย“เป็นไม่เป็น ผมรู้จักคนที่ดูกระเป๋าเป็น ผมสามารถเรียกเขามาได้นะครับ” เตโซพูดอย่างกดดันและข่มอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้ม“แก! แกเป็นใคร มายุ่งอะไรด้วยยะ ไม่รู้ล่ะ ถ้าเธอไม่ชดใช้ รีสอร์ตได้เสียชื่อเสียงแน่” เจ้าหล่อนยังคงโวยวายกลบเกลื่อนไม่หยุด“ยินดีครับ ผมเองก็จะฟ้องกลับเรื่องหมิ่นประมาทซึ่งหน้าและทำให้เสียชื่อเสียง และยังมีการฉ้อโกง ยังทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บทางกายและใจ” เตโซตอบโต้กลับไม่วายชี้ไปทางพนักงานชงเครื่องดื่มในท้ายประโยค ซึ่งชายหนุ่มเห็นว่าพรักงานชายคนนี้ถูกทำร้ายร่างกายเมื่อเห็นรอยนิ้วมือและเล็บที่ข่วนแก้ม“แก! นี่หล่อน! มันเป็นใคร คนวรรณวิภากิจบริ

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (3)

    “ภรรยาท่านทูตที่ประจำอยู่สวิตเซอร์แลนด์ค่ะ เวลาคุณหญิงกลับมาพักผ่อนที่ไทยจะเลือกพักโรงแรมวรรณวิภากิจเป็นประจำ อีกอย่างเมื่อปีก่อนฉันไปเรียนที่สวิตซ์ระยะสั้นก็ได้ท่านช่วยหาบ้านพักและดูแลตลอดนี่แหละ คุณปู่เลยจะเลี้ยงข้าวท่านทุกครั้งที่มาไทยค่ะ” ปิ่นอนงค์อธิบายให้เตโซได้ฟังระหว่างเดินไปที่รีสอร์ต“โอเค หลังจากนั้นเราจะอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่ออีกสองเดือน เจ้าสัวอยากจัดงานวันเกิดให้คุณที่กรุงเทพฯ อ้อ ของของคุณถูกย้ายไปไว้ที่บ้านผมแล้วนะ” เตโซพยักหน้าเข้าใจก่อนจะยื่นมือไปดันต้นแขนของปิ่นอนงค์เบาๆ ให้เปลี่ยนมาเดินทางซ้ายของเขาเมื่อมีกลุ่มแขกของรีสอร์ตกำลังเดินลากกระเป๋าออกมาพอดี“คุณปู่อีกตามเคย จริงสิ ก่อนจะเข้าบ้านคุณ ฉันมีโอกาสเจอน้องสะใภ้คุณหรือเปล่า” ปิ่นอนงค์บ่นอุบก่อนจะถามถึงดาริกาตามปกติ“…ไม่ จนกว่าจะเข้าบ้าน” เตโซชำเลืองมองปิ่นอนงค์อย่างไม่ชอบใจเล็กน้อยที่เธอคลายจะเร่งรัดข้อตกลงแต่ก็ยอมตอบออกไป“งั้นฉันขอแวะไปที่วราไดมอนด์ก่อนเข้าบ้านคุณนะคะ อยากจะเห็นหน้าชัดๆ อีกที ตั้งแต่งานแต่งจนตอนนี้ก็ยังไม่เห็นหน้าเธอชัดๆ สักที อย่าบอกใครล่ะว่าฉันเป็นใคร” ปิ่นอนงค์พยักหน้าก่อนจะพูดให้เตโซได้รับรู้

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status