Startseite / โรแมนติก / รักร้ายภรรยา / บทที่ 4 ลอบทำร้าย (2)

Teilen

บทที่ 4 ลอบทำร้าย (2)

last update Zuletzt aktualisiert: 07.03.2026 20:49:26

หลังจากที่เชอรีนกลับไปทุกคนก็พากันกลับมาที่พลูวิลลาส่วนตัวของปิ่นอนงค์เมื่อไม่มีอารมณ์หรือบรรยากาศที่อยากจะอยู่ต่อ หากแต่เตโซก็อดที่จะมองหาพฤกษ์ไม่ได้ตั้งแต่ที่หายตัวไปอีกครั้งในจังหวะที่พราวมุกเดินเข้ามาในวงสนทนา เพราะปฏิกิริยาของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวต้องทักขึ้นมาด้วยความสงสัยใคร่รู้

“คุณมองหาใครอยู่เหรอคะ ตั้งแต่ที่ชายหาดแล้ว” ปิ่นอนงค์เอ่ยถามออกไปอย่างตรงไปตรงมา

“พฤกษ์น่ะครับ ปกติไม่เป็นแบบนี้เลยห่วงนิดหน่อย” เตโซเอ่ยตอบตามปกติ

“อ๋อ ใช่คนที่คุณเล่าให้ฟังว่างานอีกอย่างของเขาคือสายตำรวจ” ปิ่นอนงค์ทำท่านึกออกก่อนจะพูดเมื่อนึกถึงช่วงที่นั่งเครื่องบินมาภูเก็ต ซึ่งชายหนุ่มได้แนะนำให้รู้จักกับคนสนิทผ่านทางคำพูด

“ใช่ครับ ที่ห่วงก็เรื่องงานอีกอย่างของเขาน่ะ” เตโซตอบอย่างไม่ปิดบัง

“คุณดูเป็นคนใส่ใจทุกคนเลยนะคะ แล้วรู้จักกับมุกได้ยังไงเหรอคะ” ปิ่นอนงค์เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มชื่นชมในตัวเตโซที่ใส่ใจคนอื่นโดยไม่สนใจว่าคนคนนั้นจะอยู่ในฐานะไหนก่อนจะเอ่ยถามเรื่องของพราวมุกที่กำลังเดินมานั่งลงบนโซฟาหลังเดินกลับมาจากห้องนอนของเจ้านายพร้อมเคนและสายพิณ

“มุกเป็นเพื่อนสนิทน้องชายของผม จริงๆ แล้วตั้งแต่มุกเรียนมหาวิทยาลัยผมก็รู้จักแล้วครับ เธอเริ่มเข้ามาทำงานที่บริษัทพร้อมเตตั้งแต่ปีหนึ่งครับ” เตโซให้คำตอบอย่างไม่มปิดบังใดๆ ทั้งสิ้น

“อ๋อ แล้วคุณปู่ทำไม…” ปิ่นอนงค์ยังมีคำถามแต่ครานี้เป็นพราวมุกที่ตอบแทนเตโซ

“คุณปู่ไม่รู้เรื่องค่ะ เพราะมุกทำบานนี้ในฐานะตัวแทนลุงจอรันเท่านั้นค่ะ แต่นั่นก็แค่เบื้องหน้าเพราะลุงจิรันไม่ค่อยอยากให้สื่อมาทำข่าวให้วุ่นวาย แต่เบื้องหลังทุกก็ทำงานด้วยตัวมุกเองค่ะ จนถึงตอนนี้ค่ะ” พราวมุกให้คำตอบด้วยคำอธิบายที่รวบรัดเข้าใจ

“แล้วทำไมเชอรีนถึงรู้ได้ล่ะ” ปิ่นอนงค์ยังคงมีคำตอบ

“เมื่อหกปีก่อนพี่เชอรีนเข้าไปซื้อสร้อยคอที่ร้านค่ะ ตอนนั้นเป็นช่วงที่มุกต้องลงไปตรวจร้านพร้อมกับเต พี่เชอรีนก็เลยเค้นเอาคำตอบจนรู้ก่อนจะยื่นข้อแลกเปลี่ยนให้มุกทำตามทุกอย่างที่พี่เชอรีนต้องการค่ะ ใครถึงยังไม่รู้เรื่องด้วย” พราวมุกตอบออกไปอย่างไม่มีปิดบัง

“เอาแต่ใจเป็นเด็ก โอเค แล้วเรามาทำอะไรที่…” ปิ่นอนงค์ส่งยิ้มบางให้น้องสาวพลางถามออกไปอีกครั้ง แต่ทว่าถูกเตโซกล่าวแทรกขึ้นมาก่อนด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง

“คุณนี่ก็เป็นเจ้าหนูจำไมเหมือนกันนะ” เตโซเอ่ยขึ้นอย่างเอ็นดูปิ่นอนงค์ที่จะขี้สงสัยจนมีคำถามอยู่เสมอ

“ฉันก็ต้องรู้ความจริงทุกอย่างสิคะ จะได้ตามทันว่าใครเป็นใคร รู้จักกับใครบ้าง ฉันไม่อยากทำทุกอย่างพังด้วยตัวเองนะคะ” หญิงสาวตอบด้วยรอยยิ้มบางพลางฉุกคิดไปถึงคำพูดของเชอรีน

ซึ่งทำให้เธออดที่จะเปรียบเทียบตัวเองกับเชอรีนไม่ได้ เมื่อมองย้อนกลับไปแล้วคนที่ได้เปิดโลกกว้างได้รู้ข่าวสารหรือแม้กระทั่งได้รู้จักใครต่อใครจนไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีคนรู้จักและรู้จักคนมากมายมากกว่าเธอที่เอาแต่สนใจแค่เรื่องตัวเองอย่างเห็นแก่ตัวอย่างที่เชอรีนต่อว่าเธอ

มันคือความจริงที่เธอเพิ่งรู้ตัวสินา…

“เอาล่ะคะ มุกมาพักผ่อนตามเคยแหละพี่ปิ่น พอดีมีคนเห็นว่าพี่เชอรีนมาวุ่นวายดินเนอร์ของพวกพี่ไม่ยอมจบ มุกเลยตัดสินใจลงมาน่ะคะ” พราวมุกดึงทั้งสองคนกลับมาสนใจเรื่องที่คุยค้างไว้ก่อนจะตอบออกไปให้พี่สาวได้คลายความสงสัย

“ช่วงนี้มาเที่ยวกับแฟนบ่อยแบบนี้ ไม่กลัวคุณปู่จำได้เหรอ พยายามหลบอยู่นิเรา” ปิ่นอนงค์พยักหน้ารับรู้ก่อนจะถามออกไปอย่างไม่ตั้งใจอยากได้คำตอบ

“กว่าเขาจะว่างไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ค่ะ” พราวมุกตอบพลางยิ้มขบขันเล็กร้อยเมื่อนึกไปถึงคนรักของตัวเองที่ต้องคอยวิ่งไปมาสองที่เพื่อทำงาน มิหนำซ้ำยังค้องคอยปิดบังคนสำคัญเพื่อไม่ให้รู้เรื่องระหว่างตนด้วยเพราะเธอเป็นคนขอร้องเอาไว้

“แฟน? มุกมีแฟนแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามด้วยความอยากรู้เพราะเขาก็เห็นพราวมุกไปมาที่บริษัทตลอดไม่เคยเห็นคนรักของพราวมุกสักครั้ง

“ใช่น่ะสิคะ สองคนนี้พากันมาพักผ่อนที่โรงแรมเป็นประจำเลยค่ะ น่าจะได้เกือบๆ ปีแล้ว จริงๆ แล้วเพิ่งกลับมาคบกันด้วยค่ะ จริงสิ พรุ่งนี้พาพฤ…” ปิ่นอนงค์ให้คำตอบแทนก่อนจะหันกลับไปมองพราวมุกเพื่อจะชวนคนรักของน้องสาวมาทานข้าวด้วยกัน ทว่าถูกพราวมุกรีบเอ่ยแทรกเสียก่อนจนเตโซฉงนไปกับปฏิกิริยาของพราวมุกที่ดูไม่อยากให้เขารู้จัก

“พี่ปิ่นคะ มุกเพิ่งนึกได้ว่าจะออกไปเที่ยวตลาดกับเขา ทิ้งเขาไว้ที่ห้องคนเดียว มุกขอตัวก่อนนะคะ” พราวมุกพูดจบก็ลุกขึ้นพลางส่งยิ้มลาแล้วจึงหมุนตัวเดินกลับออกไปอย่างรวดเร็ว

“ก็ไม่ข้าวใหม่ปลามันแล้วนะ แต่ทำไมขยันแสดงหวานใส่กันตลอดเลย” ปิ่นอนงค์เอ่ยแซวน้องสาวที่ก้าวเดินออกจากพลูวิลลาไป

“ผมชักอยากจะเห็นแฟนของมุกแล้วสิ” เตโซพูดจึ้นด้วยความอยากรู้ไม่น้อยเพราะคำพูดของปิ่นอนงค์ อีกทั้งเขาก็มองพราวมุกเป็นน้องสาวคนหนึ่ง

ไม่แปลกที่เขาจะอยากช่วยพราวมุกพินิจพิจารณาคนรักว่าจะเหมาะสมและดีพอสำหรับน้องสาวคนนี้ของเขาหรือไม่ เพราะพราวมุกเป็นผู้หญิงที่ควรได้รับสิ่งดีๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้ชายที่จะมาอยู่ในฐานะคนรัก

การได้รู้จักกับพราวมุกมานานจึงได้รู้จักนิสัยใจคอว่าพราวมุกเป็นผู้หญิงที่เก่งไปเสียทุกอย่างยกเว้นเรื่องความรัก ครั้งหนึ่งเขาเคยเห็นพราวมุกเสียใจจนไม่เป็นอันทำงานหรือการดูแลตัวเองจนป่วยเข้าโรงพยาบาล ซึ่งในครานั้นทำให้เขากับเตขินกังวลไปตามๆ กันด้วยเพราะเจ้าตัวก็ไม่ยอมให้แจ้งเจ้าสัวธรรมรงค์ให้ทราบ และกว่าพราวมุกจะกลับมาเป็นคนเดิมก็กินเวลาไปถึงหกเดือน

หากเขาอยากจะสแกนคนรักของพราวมุกก็เป็นเรื่องธรรมดามิใช่หรือ

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (8)

    น่ารักสดใสและใจดีแบบนี้สิน่า คนอย่างเตโซถึงตัดใจไม่ได้แบบนี้ มิหนำซ้ำยังอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่โดยไม่ถือตัวที่ตัวเองมีฐานะที่สูงกว่า แค่เธอสัมผัสในระยะสั้นๆ ยังรู้สึกเอ็นดูดาริกาเสียไม่ได้เลย“โธ่ น้องดาคะ ทำไมถ่อมตนอีกแล้ว คุณเตคุณโซได้กินหัวพี่กันพอดีสิคะ” สาลียิ้มพลางห่อไหล่ลงอย่างอ่อนใจใส่เจ้านายสาวผู้แสนดี“ไม่หรอกค่ะ มีดาอยู่” ดาริกาพูดพลางหัวเราะออกมาตามปกติที่แอบแซวเจ้านายหนุ่มกับพนักงานก่อนจะเดินตามสาลีออกไปเมื่ออีกฝ่ายยอมที่จะเดินออกก่อนปิ่นอนงค์เผยอยิ้มเอ็ดูต่อดาริกาออกมาก่อนจะก้าวเดินออกจากลิฟต์ตามคนทั้งสองที่ยังมีบทสนทนาหยอกเย้าราวกับไม่ใช่ลูกน้องเจ้านายแต่เป็นเหมือนพี่น้องกันมากกว่า ก่อนจะหยุดเดินตามเมื่อทั้งสองหยุดเดินทั้งที่ยังสนทนากันอยู่“แน่ใจนะคะว่าจะไม่เจอคุณเตคุณโซ” สาลีถามอีกครั้งพลางสอดสายตามองไปรอบๆ บริเวณอย่างระแวดระวัง“ค่ะ พี่เตเดินไปหาพี่โซที่ด้านหลัง รายนั้นชอบเข้าทางด้านหลังบริษัทตรงเข้าห้องประชุมสะดวก รับรองว่าไม่เจอแน่นอนค่ะ” ดาริกายังยืนยันคำเดิม“โอเคค่ะ ฝากด้วยนะคะน้องดา” สาบียิ้มกว้างอย่างโล่งใจ“ยินดีค่ะ เดี๋ยวรออยู่ที่โต๊ะพี่สาลีก่อนนะคะ ดาคิดว

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (7)

    เมื่อเดินออกมาจากโรงแรมปิ่นอนงค์และเตโซก็ขึ้นรถขับออกตรงไปยังวราไดมอนด์ทันทีโดยเป็นรถของชายหนุ่มและสารถีก็คือเจ้าของรถ หญิงสาวเพิ่งสัมผัสได้ว่าเขามีฐานะชื่อเสียงแต่ใช้ชีวิตธรรมดาพึ่งตัวเอง แตกต่างจากคนวรรณวิภากิจที่น้อยนักจะได้ทำอะไรด้วยตัวเอง เธอจึงฉุกคิดได้ว่าการที่ย้ายไปอยู่บ้านของเขาคงจะทำให้เธอโตขึ้นมากกว่านี้ คงได้เรียนรู้สิ่งที่แตกต่างจากเดิมไม่น้อยจากเขาก็เป็นได้ใช้เวลาไม่นานทั้งสองก็มาถึงวราไดมอนด์ เตโซเลือกที่จะเข้าเข้ามาจอดรถที่ลานจอดใต้ตึกตามคำขอของปิ่นอนงค์ที่นึกสนุกอยากแอบเข้าไปโดยไม่ให้ใครรู้ว่าหญิงสาวเป็นใครก็เพื่อประเมินดาริกาตามความตั้งใจ แต่ทว่าไม่คิดเลยว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาทางด้านหน้าบริษัทแทนการเข้าที่ลิฟต์ส่วนตัวผู้บริหารกับเตโซ“น้อง! น้องใช่ไหมที่เป็นพนักงานใหม่ ทำไมมาสายขนาดนี้ ทุกคนกำลังยุ่งๆ กันเลย วันนี้คุณเตโซจะเข้าบริษัท เดี๋ยว ทำไมแต่งตัวแบบนี้ ตายๆ เอชอาร์รับมาได้ยังไง ทำยังไงดีๆ คุณเตโซเป็นคนเนี้ยบซะด้วยสิ”ปิ่นอนงค์มองพนักงานหญิงที่สวมแว่นตาหนาอยู่ในชุดสูทเนี้ยบที่บ่นไปดึงแขนพาหญิงสาวเดินไปก่อนจะชะงักมองเธออีกครั้งอย่างพิจารณา และยิ่งพบความไม่เรี

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (6)

    “จริงสิคะ ที่คุณบอกว่าจะเรียกคนที่ดูกระเป๋าเป็นมา คุณมีคนรู้จักแบบนั้นด้วยเหรอคะ” ปิ่นอนงค์ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของเตโซก็ยิ่งดขินอายมากกว่าเดิมจึงตัดสินใจหันกลับไปเปลี่ยนเรื่องทันที“รู้จักน่ะมี แต่เขาอยู่กรุงเทพฯ ผมก็แค่พูดแก้ไขสถานการณ์ไปน่ะ” เตโซตอบตามตรง“คุณเองก็ร้ายค่ะ” เธอขำออกมากับคำตอบของเขาก่อนจะแกล้งว่ากลับไป“ทำไงได้ เจอคนกำลังเอาเปรียบก็ต้องเปิดโปง แล้วคุณดูไม่ออกจริงๆ เหรอเรื่องกระเป๋า” เตโซยักหัวไหล่อย่างไม่ยี่หระก่อนจะถามกลับ“ดูไม่ออกค่ะ ฉันไม่ค่อยใช้ของแบรนด์เนม มีไม่กี่อย่างเองและที่มีก็ได้มาจากของขวัญที่คนอื่นให้มา” ปิ่นอนงค์ส่ายหัวพรืดตอบกลับไป“ไม่เอามาใช้แล้วคุณเก็บไว้ไหน” ถามกลับด้วยความสงสัย“ห้องเก็บของที่บ้านเล็กที่กรุงเทพฯ ค่ะ” ตอบด้วยท่าทางสบายๆ“ไม่แปลกใจแล้ว อีกเรื่อง ทำไมคนที่นี่ถึงไม่เรียกคุณว่าคุณหนึ่งเหมือนคนที่กรุงเทพฯ แต่เรียกคุณว่าคุณปิ่น” เตโซเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยมานานเมื่ออยู่ที่นี่นานจนจับสังเกตได้ว่าคนทั้งโรงแรมและรีสอร์ตต่างเรียกปิ่นอนงค์ด้วยชื่อมากกว่า ‘คุณหนึ่ง’ ซึ่งบ่งบอกตำแหน่งหลานสาวคนโตของวรรณวิภากิจ“ฉันสั่งเองค่ะ สำหรับ ‘คุณหนึ่ง’

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (5)

    “โชคดีนะคะที่ไม่แตกจนต้องเย็บ คุณนะคุณ ทำไมทำตัวเหมือนตัวเองเป็นเหล็กทั้งตัวด้วยคะ”ปิ่นอนงค์บ่นพลางช่วยปิดพลาสเตอร์ที่แผลหลังล้างแผลพและใส่ยาเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวเปลี่ยนใจให้สายพิณออกไปจัดการกับลูกค้ารายนั้นแทนด้วยคำสั่งใหม่เมื่อคำสั่งแรกทุกคนไม่ยอมทำตามและเป็นเธอเองที่พาเตโซมาห้องพยาบาลของรีสอร์ตโดยมีรุจีรากับภานพตามมาด้วย“เท้ามันไปเอง” เตโซตามเสียงปกติด้วยสีหน้านิ่งเฉยราวกับว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา“เท้าไปเอง!? นี่คุณกวนประสาทฉันอยู่ใช่ไหมคะคุณโซ” ปิ่นอนงค์เอ็ดเล็กน้อยพลางถลึงตาใส่ด้วยความโมโหเตโซเพราะคำตอบ“ขอโทษครับ” เตโซตอบกลับด้วยคำขอโทษเสียงนุ่ม ทว่าทำคนฟังอย่าปิ่นอนงค์ไปต่อไม่ถูกเมื่อจริงๆ แล้วเขาไม่ได้เป็นคนผิด“คุณ…” หญิงสาวได้แต่มองชายหนุ่มอย่างอ่อนใจ“…ทำไมถึงยอมง่ายๆ แบบนี้ ผมพูดไปขนาดนั้นแล้ว” เขาเลือกที่จะส่งยิ้มไปให้เธอเพื่อให้สบายใจก่อนจะเอ่ยถามออกไปอย่างไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุผลอะไรสาวเจ้าถึงยอมง่ายๆ เช่นนั้น“ใครว่าฉันยอมล่ะคะ” ปิ่นอนงค์ตอบกลับพลางนั่งลงบนเตียงคนไข้เตียงข้างๆ หลังจากยืนทำแผลให้กับเขา“ไม่ยอมยังไงถึงปล่อยไป” เตโซถามกลับทันที เพราะสำหรับเขาไม่ควรปล่

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (4)

    ปิ่นอนงค์หันขวับมามองเตโซด้วยความตกใจกับสิ่งที่เขาทำอยู่แม้จะแอบไม่พอใจเขาในตอนแรก แต่ไม่คิดเลยว่าเขากำลังช่วยไม่ให้เธอถูกลูกค้าหัวหมอเอารัดเอาเปรียบสร้างความเสียหายให้กับทางรีสอร์ต และไม่คิดเลยว่าเขาจะช่วยเธอมากมายขนาดนี้ จนเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าถึงเวลาที่จะค้องปล่อยเขาไปเธอจะปล่อยเขาไปได้จริงๆ หรือ…“แก! แกพูดอะไร ฉันชื่อมาเป็นแสนนะยะ พูดมานี่ดูกระเป๋าเป็นหรือเปล่ายะ” ลูกค้ายังคงโวยวายกลับมาแต่เริ่มมีท่าทีลุกลี้ลุกลนขึ้นมาเล็กน้อย“เป็นไม่เป็น ผมรู้จักคนที่ดูกระเป๋าเป็น ผมสามารถเรียกเขามาได้นะครับ” เตโซพูดอย่างกดดันและข่มอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้ม“แก! แกเป็นใคร มายุ่งอะไรด้วยยะ ไม่รู้ล่ะ ถ้าเธอไม่ชดใช้ รีสอร์ตได้เสียชื่อเสียงแน่” เจ้าหล่อนยังคงโวยวายกลบเกลื่อนไม่หยุด“ยินดีครับ ผมเองก็จะฟ้องกลับเรื่องหมิ่นประมาทซึ่งหน้าและทำให้เสียชื่อเสียง และยังมีการฉ้อโกง ยังทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บทางกายและใจ” เตโซตอบโต้กลับไม่วายชี้ไปทางพนักงานชงเครื่องดื่มในท้ายประโยค ซึ่งชายหนุ่มเห็นว่าพรักงานชายคนนี้ถูกทำร้ายร่างกายเมื่อเห็นรอยนิ้วมือและเล็บที่ข่วนแก้ม“แก! นี่หล่อน! มันเป็นใคร คนวรรณวิภากิจบริ

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (3)

    “ภรรยาท่านทูตที่ประจำอยู่สวิตเซอร์แลนด์ค่ะ เวลาคุณหญิงกลับมาพักผ่อนที่ไทยจะเลือกพักโรงแรมวรรณวิภากิจเป็นประจำ อีกอย่างเมื่อปีก่อนฉันไปเรียนที่สวิตซ์ระยะสั้นก็ได้ท่านช่วยหาบ้านพักและดูแลตลอดนี่แหละ คุณปู่เลยจะเลี้ยงข้าวท่านทุกครั้งที่มาไทยค่ะ” ปิ่นอนงค์อธิบายให้เตโซได้ฟังระหว่างเดินไปที่รีสอร์ต“โอเค หลังจากนั้นเราจะอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่ออีกสองเดือน เจ้าสัวอยากจัดงานวันเกิดให้คุณที่กรุงเทพฯ อ้อ ของของคุณถูกย้ายไปไว้ที่บ้านผมแล้วนะ” เตโซพยักหน้าเข้าใจก่อนจะยื่นมือไปดันต้นแขนของปิ่นอนงค์เบาๆ ให้เปลี่ยนมาเดินทางซ้ายของเขาเมื่อมีกลุ่มแขกของรีสอร์ตกำลังเดินลากกระเป๋าออกมาพอดี“คุณปู่อีกตามเคย จริงสิ ก่อนจะเข้าบ้านคุณ ฉันมีโอกาสเจอน้องสะใภ้คุณหรือเปล่า” ปิ่นอนงค์บ่นอุบก่อนจะถามถึงดาริกาตามปกติ“…ไม่ จนกว่าจะเข้าบ้าน” เตโซชำเลืองมองปิ่นอนงค์อย่างไม่ชอบใจเล็กน้อยที่เธอคลายจะเร่งรัดข้อตกลงแต่ก็ยอมตอบออกไป“งั้นฉันขอแวะไปที่วราไดมอนด์ก่อนเข้าบ้านคุณนะคะ อยากจะเห็นหน้าชัดๆ อีกที ตั้งแต่งานแต่งจนตอนนี้ก็ยังไม่เห็นหน้าเธอชัดๆ สักที อย่าบอกใครล่ะว่าฉันเป็นใคร” ปิ่นอนงค์พยักหน้าก่อนจะพูดให้เตโซได้รับรู้

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status