ANMELDENสองสัปดาห์มาหลังจากวันดินเนอร์กันปิ่นอนงค์ก็อยู่อย่างสงบสุขไร้การก่อกวนจากเชอรีนจนสงสัยใคร่รู้ไม่น้อยเพราะตามปกติแล้วไม่เข้ามาก่อกวนก็สร้างปัญหาให้ได้เธอตามแก้ไขอยู่ตลอดเวลาจนพากันปวดหัวไปตามๆ กันอย่างไม่ให้พัก แต่การหายไปเช่นนี้ของเชอรีนไม่ได้ทำให้หญิงสาวสบายใจเลยสักนิดมีแต่จะห่วงใยเสียมากกว่าเพราะอาจเกิดเรื่องไม่ดีกับเชอรีนก็เป็นได้และแน่นอนว่าคนที่ภูเก็ตไม่มีใครกล้าทำอะไรคนของวรรณวิภากิจ ฉะนั้นแล้วที่เธอเป็นห่วงไม่ใช่เรื่องภายในภูเก็ตหากแต่จะเป็นเรื่องนอกจังหวัดภูเก็ตเสียมากกว่า แต่ใครต่างก็รู้ว่าเชอรีนจะออกจากภูเก็ตก็ต้องเมื่อมีเหตุจำเป็นจริงๆ ด้วยเพราะบิดาและลุงของเจ้าตัวอาศัยอยู่ที่นี่เป็นหลัก
การที่เธอครุ่นคิดมากเช่นนี้แม้จะเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น แต่อย่างไรแล้วระหว่างเธอกับเชอรีนก็เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เห็นกันมาตั้งแต่จำความได้ ด้วยเพราะส่วนใหญ่แล้วทั้งเธอและเชอรีนเติบโตที่ภูเก็ตเสียมากกว่า
เตโซซึ่งเดินกลับมาจากไปหาเคนและพฤกษ์ที่พักอยู่ที่โรงแรมเพื่อทำงานแม้จะอยู่ในช่วงฮันนีมูนตามขั้นตอนการเข้าประตูวิวาห์ก็ตาม แต่ชายหนุ่มก็ยังต้องทำงานในตำแหน่งหน้าที่ประธานบริษัทดารีนไดมอนด์จิวเวลรีที่ในตอนนี้เขากลับกลายเป็นท่านประธานอย่างเต็มตัวมาได้หนึ่งปีเต็ม แน่นอนว่าเจ้าของบริษัทก็ยังเป็นดาริกาอย่างที่ได้พูดคุยกันไว้เมื่อหนึ่งปีที่แล้ว การที่เขาเดินกลับเข้ามาในพลูวิลลาแล้วเห็นปิ่นอนงค์นั่งเหม่อลอยทั้งที่มีเจ้านายนอนอยุ่บนโซฟาข้างๆ ที่โต๊ะญี่ปุ่นเต็มไปด้วยเอกสารและแลบท็อปเปิดค้างไว้ทำให้เขาอดที่จะแปลกใจไม่ได้และสงสัยใคร่รู้ว่าด้วยเรื่องอะไรกันที่ทำให้ปิ่นอนงค์นั่งเหม่อทั้งที่กำลังนั่งทำงานอยู่
“ปิ่น...ปิ่นครับ” เตดซเรียกแต่ไม่ได้รับการตอบรับจึงเดินเข้าไปใกล้แล้วนั่งลงยองข้างๆ พลางยื่นมือไปแตะที่ต้นแขนแล้วเรียนกเธออีกครั้งด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม
“คะ ค่ะ คุณโซ คุยงานเสร็จแล้วเหรอคะ” ปิ่นอนงค์ขานรับเมื่อหลุดออกจากภวังค์ความคิดก่อนจะเอ่ยถามกลับไปเมื่อได้สติกลับมา
“ครับ...คุณคิดอะไรอยู่ถึงได้เหม่อ” เตโซเอ่ยถามพลางลุกขึ้นไปนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวข้างๆ
“เรื่องเชอรีนค่ะ สองอาทิตย์แล้วที่เชอรีนหายเงียบไป ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ปกติไม่เงียบแบบนี้” ปิ่นอนงค์พูดออกไปตามตรงทั้งที่เป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่จำเป็นจะต้องบอกกับเตโซก็ได้เพื่อไม่เป็นการรบกวนชายหนุ่มมากไปกว่าการช่วยดูแลเจ้านายเวลาที่หญิงสาวลงไปดูแลแขกของโรงแรมและรีสอร์ต
“ปกติไม่เงียบ คุณกับเธอมีปัญหากันทุกวันเลยเหรอถึงได้กังวลเวลาเธอเงียบไปแบบนี้” เตโซขมวดคิ้วทวนคำก่อนจะถามกลับไปด้วยความฉงนสงสัย
“ทุกวันค่ะ ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยที่ไม่น่าจะทะเลาะกันได้จนไปถึงเรื่องใหญ่โต แต่ถึงจะทะเลาะกันฉันก็เป็นห่วงเธออยู่ดีค่ะ คนในครอบครัว” เธอให้คำตอบพลางพูดเสียงแผ่วลงในท้ายประโยคด้วยความเป็นห่วงมากขึ้น
“ผมจะไม่พูดว่าแปลกเพราะมันเป็นเรื่องปกติของคนในครอบครัวที่จะมีทะเลาะกันบ้าง แต่ที่แปลกก็ตรงที่พวกคุณทะเลาะกันได้ทุกวัน” เตโซพูดออกไปตามตรงอย่างที่นึกคิด หากแต่ปิ่นอนงค์ก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากรับฟังแล้วเลือกที่จะสนทนากับเขาเพื่อคลายความกังวลเรื่องของเชอรีน
“ก็อย่างที่ฉันเคยบอกไปค่ะ ระหว่างเราเหมือนแข่งขันกันมาตลอดแต่จะให้เกลียดกันให้ตัดขาดกันก็ยากค่ะ” ปิ่นอนงค์ตอบอกไปพลางพรูลมหายใจออกมาเบาๆ อย่างกังวล
“หลังจากวันที่คุณกับเธอทะเลาะกันที่ชายหาด สองวันหลังจากนั้นผมเห็นรถโรงแรมพาเธอไปสนามบิน ผมคิดว่าเธอจะไปทำธุระที่อื่น” เตโซพูดออกไปในสิ่งที่ชายหนุ่มเห็นหากแต่ไม่ได้คิดว่าจะเป็นเรื่องไม่ดีขึ้นมาจนทำให้ปิ่นอนงค์เป็นกังวลได้เช่นนี้
“ไปสนามบิน คุณโซรู้ได้ยังไงเหรอคะ” ปิ่นอนงค์ขมวดคิ้วถามกลับด้วยความฉงน
“เธอขึ้นรถไปพร้อมกับแขกโรงแรมที่มีไฟท์กลับน่ะครับ ถ้าไปส่งก็ยิ่งไม่น่าใช่เพราะแขกโรงแรมเป็นลูกค้าทั่วไป น่าจะเข้าไปในตัวภูเก็ตเธอก็มีรถไม่มีทางขอติดรถไปเหมือนกับคุณหรอกปิ่น” เตโซให้คำตอบไม่วายเอ่ยแซวหญิงสาวที่ปประหยัดและรักโลกเสียจนแตกต่างจากเชอรีนที่เห็นถึงความต่างได้อย่างชัดเจน
“งั้นเหรอคะ น่าจะมีธุระจำเป็นและสำคัญจริงๆ ถึงเงียบไปสองอาทิตย์เลย เอาไว้ฉันจะลองถามอาสุพจน์ดูค่ะ” ดาริกาส่งยิ้มขอบคุณให้กับเตโซ
“อย่ากังวลเลยครับ เธอเองก็โตแล้วคงมีสติไม่หาเรื่องใส่ตัวหรอก จริงสิ ผมจะบอกว่าบ่ายนี้ผมจะขึ้นกรุงเทพฯ เข้าบริษัทไประชุมบอร์ดที่ดารีนไดมอนด์จิวเวลรี และที่วราไดมอนด์มีการประชุมใหญ่ผมจะต้องเข้าไปในฐานะผู้อาวุโสที่ปรึกษาของเตประมาณสี่วันแล้วจะกลับมาที่นี่ ผมแจ้งให้เจ้าสัวรู้แล้ว ไม่ต้องห่วงว่าท่านจะมาบังคับอะไรคุณได้”
เตโซปลอบปิ่นอนงค์ให้คลายความกงัวลก่อนจะแจ้งเรื่องสำคัญออกไปให้เธอได้ทราบเรื่องจะได้ไม่ต้องเกิดปัญหาหรือมีเรื่องเดือดร้อนมาถึงหญิงสาวได้หากการที่เขาหายไปโดยไม่มีใครรับรู้ก่อน
“จริงๆ คุณไม่จำเป็นจะต้องมาอยู่ดูแลฉันในฐานะภรรยาตลอดเวลาก็ได้นะคะ คุณปู่ก็เว่อร์ไปค่ะ สมัยนี้สามีภรรยากันจริงๆ ก็มีทำงานต่างที่ต่างถิ่นแยกกันทำงานเยอะแยะไป ส่วนเรื่องที่ตกลงไว้กับคุณฉันไม่ลืมหรอกนะคะ เอาไว้ฉันเคลียร์งานที่นี่เสร็จทุกอย่างจะตามขึ้นไปค่ะ”
ปิ่นอนงค์พูดพลางหันหน้าให้ตรงกับเตโซแล้วพูดออกไปด้วยความเกรงใจต่อชายหนุ่ม เพราะหญิงสาวสัมผัสได้ถึงความเป็นคนดีและช่างเอาใส่ใจของเขาที่มีต่อเธอจนรู้สึกเกรงใจอยู่บ่อยครั้ง ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาใช่ว่าเธอจะไม่สังเกตเห็นเสียเมื่อไร แต่เพราะว่าเห็นจึงไม่อยากให้เขาลำบากใจจึงเลือกที่จะให้เขาได้เป็นตัวของตัวเองมาตลอด
น่ารักสดใสและใจดีแบบนี้สิน่า คนอย่างเตโซถึงตัดใจไม่ได้แบบนี้ มิหนำซ้ำยังอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่โดยไม่ถือตัวที่ตัวเองมีฐานะที่สูงกว่า แค่เธอสัมผัสในระยะสั้นๆ ยังรู้สึกเอ็นดูดาริกาเสียไม่ได้เลย“โธ่ น้องดาคะ ทำไมถ่อมตนอีกแล้ว คุณเตคุณโซได้กินหัวพี่กันพอดีสิคะ” สาลียิ้มพลางห่อไหล่ลงอย่างอ่อนใจใส่เจ้านายสาวผู้แสนดี“ไม่หรอกค่ะ มีดาอยู่” ดาริกาพูดพลางหัวเราะออกมาตามปกติที่แอบแซวเจ้านายหนุ่มกับพนักงานก่อนจะเดินตามสาลีออกไปเมื่ออีกฝ่ายยอมที่จะเดินออกก่อนปิ่นอนงค์เผยอยิ้มเอ็ดูต่อดาริกาออกมาก่อนจะก้าวเดินออกจากลิฟต์ตามคนทั้งสองที่ยังมีบทสนทนาหยอกเย้าราวกับไม่ใช่ลูกน้องเจ้านายแต่เป็นเหมือนพี่น้องกันมากกว่า ก่อนจะหยุดเดินตามเมื่อทั้งสองหยุดเดินทั้งที่ยังสนทนากันอยู่“แน่ใจนะคะว่าจะไม่เจอคุณเตคุณโซ” สาลีถามอีกครั้งพลางสอดสายตามองไปรอบๆ บริเวณอย่างระแวดระวัง“ค่ะ พี่เตเดินไปหาพี่โซที่ด้านหลัง รายนั้นชอบเข้าทางด้านหลังบริษัทตรงเข้าห้องประชุมสะดวก รับรองว่าไม่เจอแน่นอนค่ะ” ดาริกายังยืนยันคำเดิม“โอเคค่ะ ฝากด้วยนะคะน้องดา” สาบียิ้มกว้างอย่างโล่งใจ“ยินดีค่ะ เดี๋ยวรออยู่ที่โต๊ะพี่สาลีก่อนนะคะ ดาคิดว
เมื่อเดินออกมาจากโรงแรมปิ่นอนงค์และเตโซก็ขึ้นรถขับออกตรงไปยังวราไดมอนด์ทันทีโดยเป็นรถของชายหนุ่มและสารถีก็คือเจ้าของรถ หญิงสาวเพิ่งสัมผัสได้ว่าเขามีฐานะชื่อเสียงแต่ใช้ชีวิตธรรมดาพึ่งตัวเอง แตกต่างจากคนวรรณวิภากิจที่น้อยนักจะได้ทำอะไรด้วยตัวเอง เธอจึงฉุกคิดได้ว่าการที่ย้ายไปอยู่บ้านของเขาคงจะทำให้เธอโตขึ้นมากกว่านี้ คงได้เรียนรู้สิ่งที่แตกต่างจากเดิมไม่น้อยจากเขาก็เป็นได้ใช้เวลาไม่นานทั้งสองก็มาถึงวราไดมอนด์ เตโซเลือกที่จะเข้าเข้ามาจอดรถที่ลานจอดใต้ตึกตามคำขอของปิ่นอนงค์ที่นึกสนุกอยากแอบเข้าไปโดยไม่ให้ใครรู้ว่าหญิงสาวเป็นใครก็เพื่อประเมินดาริกาตามความตั้งใจ แต่ทว่าไม่คิดเลยว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาทางด้านหน้าบริษัทแทนการเข้าที่ลิฟต์ส่วนตัวผู้บริหารกับเตโซ“น้อง! น้องใช่ไหมที่เป็นพนักงานใหม่ ทำไมมาสายขนาดนี้ ทุกคนกำลังยุ่งๆ กันเลย วันนี้คุณเตโซจะเข้าบริษัท เดี๋ยว ทำไมแต่งตัวแบบนี้ ตายๆ เอชอาร์รับมาได้ยังไง ทำยังไงดีๆ คุณเตโซเป็นคนเนี้ยบซะด้วยสิ”ปิ่นอนงค์มองพนักงานหญิงที่สวมแว่นตาหนาอยู่ในชุดสูทเนี้ยบที่บ่นไปดึงแขนพาหญิงสาวเดินไปก่อนจะชะงักมองเธออีกครั้งอย่างพิจารณา และยิ่งพบความไม่เรี
“จริงสิคะ ที่คุณบอกว่าจะเรียกคนที่ดูกระเป๋าเป็นมา คุณมีคนรู้จักแบบนั้นด้วยเหรอคะ” ปิ่นอนงค์ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของเตโซก็ยิ่งดขินอายมากกว่าเดิมจึงตัดสินใจหันกลับไปเปลี่ยนเรื่องทันที“รู้จักน่ะมี แต่เขาอยู่กรุงเทพฯ ผมก็แค่พูดแก้ไขสถานการณ์ไปน่ะ” เตโซตอบตามตรง“คุณเองก็ร้ายค่ะ” เธอขำออกมากับคำตอบของเขาก่อนจะแกล้งว่ากลับไป“ทำไงได้ เจอคนกำลังเอาเปรียบก็ต้องเปิดโปง แล้วคุณดูไม่ออกจริงๆ เหรอเรื่องกระเป๋า” เตโซยักหัวไหล่อย่างไม่ยี่หระก่อนจะถามกลับ“ดูไม่ออกค่ะ ฉันไม่ค่อยใช้ของแบรนด์เนม มีไม่กี่อย่างเองและที่มีก็ได้มาจากของขวัญที่คนอื่นให้มา” ปิ่นอนงค์ส่ายหัวพรืดตอบกลับไป“ไม่เอามาใช้แล้วคุณเก็บไว้ไหน” ถามกลับด้วยความสงสัย“ห้องเก็บของที่บ้านเล็กที่กรุงเทพฯ ค่ะ” ตอบด้วยท่าทางสบายๆ“ไม่แปลกใจแล้ว อีกเรื่อง ทำไมคนที่นี่ถึงไม่เรียกคุณว่าคุณหนึ่งเหมือนคนที่กรุงเทพฯ แต่เรียกคุณว่าคุณปิ่น” เตโซเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยมานานเมื่ออยู่ที่นี่นานจนจับสังเกตได้ว่าคนทั้งโรงแรมและรีสอร์ตต่างเรียกปิ่นอนงค์ด้วยชื่อมากกว่า ‘คุณหนึ่ง’ ซึ่งบ่งบอกตำแหน่งหลานสาวคนโตของวรรณวิภากิจ“ฉันสั่งเองค่ะ สำหรับ ‘คุณหนึ่ง’
“โชคดีนะคะที่ไม่แตกจนต้องเย็บ คุณนะคุณ ทำไมทำตัวเหมือนตัวเองเป็นเหล็กทั้งตัวด้วยคะ”ปิ่นอนงค์บ่นพลางช่วยปิดพลาสเตอร์ที่แผลหลังล้างแผลพและใส่ยาเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวเปลี่ยนใจให้สายพิณออกไปจัดการกับลูกค้ารายนั้นแทนด้วยคำสั่งใหม่เมื่อคำสั่งแรกทุกคนไม่ยอมทำตามและเป็นเธอเองที่พาเตโซมาห้องพยาบาลของรีสอร์ตโดยมีรุจีรากับภานพตามมาด้วย“เท้ามันไปเอง” เตโซตามเสียงปกติด้วยสีหน้านิ่งเฉยราวกับว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา“เท้าไปเอง!? นี่คุณกวนประสาทฉันอยู่ใช่ไหมคะคุณโซ” ปิ่นอนงค์เอ็ดเล็กน้อยพลางถลึงตาใส่ด้วยความโมโหเตโซเพราะคำตอบ“ขอโทษครับ” เตโซตอบกลับด้วยคำขอโทษเสียงนุ่ม ทว่าทำคนฟังอย่าปิ่นอนงค์ไปต่อไม่ถูกเมื่อจริงๆ แล้วเขาไม่ได้เป็นคนผิด“คุณ…” หญิงสาวได้แต่มองชายหนุ่มอย่างอ่อนใจ“…ทำไมถึงยอมง่ายๆ แบบนี้ ผมพูดไปขนาดนั้นแล้ว” เขาเลือกที่จะส่งยิ้มไปให้เธอเพื่อให้สบายใจก่อนจะเอ่ยถามออกไปอย่างไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุผลอะไรสาวเจ้าถึงยอมง่ายๆ เช่นนั้น“ใครว่าฉันยอมล่ะคะ” ปิ่นอนงค์ตอบกลับพลางนั่งลงบนเตียงคนไข้เตียงข้างๆ หลังจากยืนทำแผลให้กับเขา“ไม่ยอมยังไงถึงปล่อยไป” เตโซถามกลับทันที เพราะสำหรับเขาไม่ควรปล่
ปิ่นอนงค์หันขวับมามองเตโซด้วยความตกใจกับสิ่งที่เขาทำอยู่แม้จะแอบไม่พอใจเขาในตอนแรก แต่ไม่คิดเลยว่าเขากำลังช่วยไม่ให้เธอถูกลูกค้าหัวหมอเอารัดเอาเปรียบสร้างความเสียหายให้กับทางรีสอร์ต และไม่คิดเลยว่าเขาจะช่วยเธอมากมายขนาดนี้ จนเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าถึงเวลาที่จะค้องปล่อยเขาไปเธอจะปล่อยเขาไปได้จริงๆ หรือ…“แก! แกพูดอะไร ฉันชื่อมาเป็นแสนนะยะ พูดมานี่ดูกระเป๋าเป็นหรือเปล่ายะ” ลูกค้ายังคงโวยวายกลับมาแต่เริ่มมีท่าทีลุกลี้ลุกลนขึ้นมาเล็กน้อย“เป็นไม่เป็น ผมรู้จักคนที่ดูกระเป๋าเป็น ผมสามารถเรียกเขามาได้นะครับ” เตโซพูดอย่างกดดันและข่มอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้ม“แก! แกเป็นใคร มายุ่งอะไรด้วยยะ ไม่รู้ล่ะ ถ้าเธอไม่ชดใช้ รีสอร์ตได้เสียชื่อเสียงแน่” เจ้าหล่อนยังคงโวยวายกลบเกลื่อนไม่หยุด“ยินดีครับ ผมเองก็จะฟ้องกลับเรื่องหมิ่นประมาทซึ่งหน้าและทำให้เสียชื่อเสียง และยังมีการฉ้อโกง ยังทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บทางกายและใจ” เตโซตอบโต้กลับไม่วายชี้ไปทางพนักงานชงเครื่องดื่มในท้ายประโยค ซึ่งชายหนุ่มเห็นว่าพรักงานชายคนนี้ถูกทำร้ายร่างกายเมื่อเห็นรอยนิ้วมือและเล็บที่ข่วนแก้ม“แก! นี่หล่อน! มันเป็นใคร คนวรรณวิภากิจบริ
“ภรรยาท่านทูตที่ประจำอยู่สวิตเซอร์แลนด์ค่ะ เวลาคุณหญิงกลับมาพักผ่อนที่ไทยจะเลือกพักโรงแรมวรรณวิภากิจเป็นประจำ อีกอย่างเมื่อปีก่อนฉันไปเรียนที่สวิตซ์ระยะสั้นก็ได้ท่านช่วยหาบ้านพักและดูแลตลอดนี่แหละ คุณปู่เลยจะเลี้ยงข้าวท่านทุกครั้งที่มาไทยค่ะ” ปิ่นอนงค์อธิบายให้เตโซได้ฟังระหว่างเดินไปที่รีสอร์ต“โอเค หลังจากนั้นเราจะอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่ออีกสองเดือน เจ้าสัวอยากจัดงานวันเกิดให้คุณที่กรุงเทพฯ อ้อ ของของคุณถูกย้ายไปไว้ที่บ้านผมแล้วนะ” เตโซพยักหน้าเข้าใจก่อนจะยื่นมือไปดันต้นแขนของปิ่นอนงค์เบาๆ ให้เปลี่ยนมาเดินทางซ้ายของเขาเมื่อมีกลุ่มแขกของรีสอร์ตกำลังเดินลากกระเป๋าออกมาพอดี“คุณปู่อีกตามเคย จริงสิ ก่อนจะเข้าบ้านคุณ ฉันมีโอกาสเจอน้องสะใภ้คุณหรือเปล่า” ปิ่นอนงค์บ่นอุบก่อนจะถามถึงดาริกาตามปกติ“…ไม่ จนกว่าจะเข้าบ้าน” เตโซชำเลืองมองปิ่นอนงค์อย่างไม่ชอบใจเล็กน้อยที่เธอคลายจะเร่งรัดข้อตกลงแต่ก็ยอมตอบออกไป“งั้นฉันขอแวะไปที่วราไดมอนด์ก่อนเข้าบ้านคุณนะคะ อยากจะเห็นหน้าชัดๆ อีกที ตั้งแต่งานแต่งจนตอนนี้ก็ยังไม่เห็นหน้าเธอชัดๆ สักที อย่าบอกใครล่ะว่าฉันเป็นใคร” ปิ่นอนงค์พยักหน้าก่อนจะพูดให้เตโซได้รับรู้







