เข้าสู่ระบบ"หลักฐาน..?"
"ก็หลักฐานที่บอกว่าผมโกงคุณยังไงล่ะครับ" ฉันกระพริบตาปริบๆอีกครั้ง แล้วเขาก็ทำท่าแบมือบ๋อแบ๋ใส่ฉัน แล้วมองฉันทั้งตัวก่อนจะพูดว่า "ไม่มีอะไรเลย" ก็จะเอาอะไรไปมี หลักฐานก็มีแต่เอกสารกู้ยืมเงินที่เขาได้เปรียบกว่า ฉันเลยคอตกอย่างเจ็บใจ แต่พอก้มลงมองตัวเองถึงเพิ่งจะรู้ว่า นั่งแก้ผ้าเถียงกับเขาอยู่ก็ตกใจจนร้องกรี๊ดรีบเอาผ้าห่มขึ้นมาปิด ตาบ้านี่ ก็ไม่ยอมบอกกันบ้างเลย แก้ผ้ากลางวันกับแก้ผ้าตอนกลางคืน มันคนละอารมณ์กันเลยนะ แถมตอนนี้ฉันก็มีสติครบถ้วนแล้ว ยิ่งเห็นสายตาแวววามของเขาที่มองมาก็ยิ่งรู้สึกหน้าร้อนวูบวาบไปหมดเลย "เอายังไงดีครับ" เขาเร่งถามมา ทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาอย่างอับจนหนทางและขอร้องเขา "อย่าเพิ่งให้เรื่องไปถึง สน. ได้มั้ยคะ หนูรู้ว่าพี่คงรำคาญ แต่ว่าหนูจะพยายามหาเงินมาจ่ายค่าตัวพี่จนครบแน่นอน หนูแค่ขอเวลาหน่อยได้มั้ยคะ" "ยังไงล่ะครับ" น้ำเสียงเขาดูอ่อนลง จนฉันใจชื้นขึ้นจนเริ่มกล้าพูดต่อรอง "หนูขอผ่อนได้มั้ยคะ รับรองว่าหนูไม่หนีแน่นอน" "คงไม่ได้หรอกครับ" ฉันกำลังจะร้องไห้แล้ว และเขาก็ถอนหายใจอีกครั้งคล้ายเริ่มอ่อนใจ "ปกติถ้าลูกค้าไม่พร้อมชำระเงิน เราก็พอมีวิธีอยู่บ้าง.." ฉันหูผึ่งทันที รีบเด้งตัวถามเขาอย่างเริ่มเห็นทางรอดแล้ว "วิธีอะไรคะ" แต่สายตาคมที่จดจ้องมากลับทำฉันหนาวๆร้อนๆยังไงก็ไม่รู้ "มันอาจจะซับซ้อน คุณคงรับวิธีนี้ไม่ได้ ผมว่า..." "ถ้าทำให้หนูชดใช้หนี้ได้ ก็ลองบอกมาก่อนได้มั๊ยคะ" ฉันไม่มีทางยอมให้โอกาสทองนี้หลุดไปอย่างแน่นอน ยังไงก็คงจะดีกว่าโดนจับเข้าคุกหรอกนะ ดูเขาทำท่าชั่งใจ ฉันก็ยิ่งเร่งเร้าอีกครั้ง "บอกมาเถอะค่ะ หนูจะพยายามทำให้ทุกอย่างเลย" เขาหรี่ตาลง ก่อนจะขยับเอาเข่าข้างหนึ่งวางลงบนที่นอน แล้วยื่นตัวเข้ามาใกล้ฉันจนสายตาเราประสานกัน "ถ้าคุณอยากใช้หนี้จริงๆ มาเป็น.. " ฉันจ้องริมฝีปากบางสีเข้มของเขาอย่างรอคอยคำตอบ "ผู้ดูแล ..ให้ผม..ดีมั้ย?" ห๊ะ! อีหยังฟระ ฉันทำหน้าไม่เข้าใจ แล้วทวนคำของเขาอีกครั้ง "ผู้ดูแล ..เหรอคะ" เขาพยักหน้า สายตาดูจะวิบวับลับลมคมในยิ่งขึ้น เป็นฉันที่คิดว่า ผู้ดูแล คงคล้ายๆกับคนดูแลผู้สูงอายุตามเนิร์สเซอรี่หรือเปล่านะ ฉันมองเขาขึ้นลงอีกครั้งอย่างงงๆ ดูเขาก็ยังไม่แก่นี่ แล้วจะเอาผู้ดูแลไปดูแลอะไร หรือว่าหมายถึง คนรับใช้ คอยดูแลงานบ้านเรื่องทั่วๆไป ประมาณว่าเขาต้องการแม่บ้านใช่มั๊ยนะ เหมือนกับไปกินข้าวที่ร้านแล้วไม่มีเงินจ่าย ก็เลยต้องไปล้างจานชดใช้แทนค่าข้าว เขาเลยอยากให้ฉันเอาแรงงานตัวเองไปใช้หนี้เขานี่เองล่ะมั๊ง "นานมั๊ยคะ" ต้องถามเรื่องนี่ก่อนเลย ไม่ใช่เอาเราไปคอยรับใช้ทั้งปีทั้งชาติไม่จบไม่สิ้น "หนึ่งปีครับ" ฉันสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ถ้าเทียบกับเงินตั้งสามล้านกว่า หนึ่งปีนี่ก็เท่ากับตกเดือนละประมาณสามแสน เป็นผู้ดูแล เงินเดือนมากกว่างานประจำที่ทำอยู่ไม่รู้ตั้งกี่เท่า ตอนนี้กำลังอยากลาออกพอดี ทำไมดูแล้วฉันน่าจะได้เปรียบนะ แล้วถ้าครบหนึ่งปีจะขอเขาต่ออายุงานออกไปอีกได้มั๊ยอ่ะ รายได้ดีเวอร์ขนาดนี้ เขานี่มันขาทองคำชัดๆ เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ฉันรีบยิ้มหวานอย่างประจบประแจงทันที แล้วพูดจ๋อยๆว่า "ต้องเซ็นต์เอกสารตรงไหนคะ" ดูเขายกยิ้มมุมปากที่ดูร้ายกาจ แต่ทำคนมองใจละลายแล้วละลายอีกจนไม่ทันเห็นความผิดปกติอะไร "คุณไปแต่งตัวก่อนดีมั๊ยครับ ขอผมเตรียมเอกสารสักครู่" ฉันพยักหน้ารับ แล้วมองดูเขาที่ไปหยิบชุดคลุมสีขาวมายื่นให้ ฉันก็รีบลงจากที่นอน แต่แข้งขากลับอ่อนแรงจนทรุดลงไปกองกับพื้น ฉันที่ยังงงงันกับตัวเองก็ถูกเขาอุ้มกลับขึ้นมาบนเตียงอีกครั้ง "เป็นอะไรครับ" เสียงที่ถามมามีความกังวลเจืออยู่ แต่ฉันที่พอจะรู้แล้วว่าเป็นอะไรก็ยิ้มแห้งเหี่ยวไปให้เขา "ขาแข็งค่ะ คงเพราะเอ่อ..." เพราะถูกเขาจับฉีกขาอ้ากว้างทั้งคืน กล้ามเนื้อขามันคงหมดแรงแล้วน่ะสิ แต่จะให้บอกเขาตรงๆฉันขอตายดีกว่า "ตรงไหนครับ" เขาเข้ามาจับขาฉันไว้แล้วบีบนวดให้ แต่ฉันรีบปฏิเสธวุ่นวาย "มะ ไม่ต้องค่ะ หายแล้ว พอแล้วค่ะ" "แน่ใจนะครับ" ดูเขาจริงจังมากจนฉันต้องพยักหน้าอย่างแข็งขันตาม เขาถึงยอมปล่อยมือ ฉันลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ใช้แรงกายแรงใจทั้งหมดที่มีแสดงให้เขาเห็นว่าฉันโอเค แล้วกวาดตามองหาเสื้อผ้าที่ตกกระจายอยู่บนพื้นก่อน แล้วก็เห็นกองเสื้อผ้าตกอยู่ห่างจากเตียงตั้งไกล ฉันโหย่งตัวเองอย่างเก้ๆกังๆจนไปถึง สงสัยจริงๆว่าโดนเขวี้ยงมา หรือถูกถอดทิ้งไว้ตั้งแต่ตรงนี้ เมื่อคืนก็เมามากจนจำรายละเอียดยิบย่อยได้ไม่หมด ตาบ้านี่โยนชุดดิออร่าสุดรักสุดหวงของฉันไว้อย่างนี้ได้ยังไง ตัวนี้แพงมากเลยนะ ฉันรีบก้มลงรวบมาไว้ในมืออย่างทนุถนอม แล้วเข้าไปชำระร่างกายในห้องน้ำด้วยความรู้สึกหลากหลาย ใจนึงก็ราวกับยกภูเขาออกจากอกได้แล้ว ที่เขามีทางออกในการใช้หนี้ให้ แต่อีกใจก็ยังหน่วงๆว่ามันดีแล้วหรือ งานผู้ดูแล หรือเรียกง่ายๆว่าคนใช้ ฉันจะทำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ลำพังแค่ทำความสะอาดห้องในคอนโดของตัวเองแค่เดือนละครั้งยังขี้เกียจเลย เมื่อเข้าไปในห้องน้ำแล้วถอดชุดคลุมออก ในขณะที่เดินผ่านกระจกบานใหญ่ฉันก็ต้องชะงักทันที "โอ้ มาย ก็อดดด..." ฉันร้องแต่เอามือปิดเสียงไว้ สภาพ..!!! ฉันมองตัวเองที่มีรอยจ้ำๆสีแดงกระจายเต็มตัวไปหมด ราวกับโดนดูดมาทั้งตัว ผิวขาวๆแสนสวยของฉันตอนนี้มันคืออะไร..? ตาบ้านั่นเล่นกับร่างกายของฉันจนถึงขนาดนี้เลยหรือเนี่ย ฉันรีบตรวจดูจนทั่วตัว ทั้งข้างหน้า ข้างหลัง ข้างบน และข้างล่าง โดยเฉพาะกลีบดอกไม้ทั้งสองกลีบ ที่บวมฉึ่งจนแค่แตะเบาๆก็แสบไปถึงทรวง หนอย คิดค่าตัวคืนละตั้งสามล้าน แต่ทำฉันซมซานขนาดนี้ ฉันรีบอาบน้ำแต่งตัวทันที เพราะฉันต่างหากที่ควรเป็นคนต้องเรียกค่าเสียหาย..! **********Game On เขาแอบนั่งมองผู้หญิงที่ชื่อ พริ้งพราย ตาไม่กระพริบ เธอกำลังนั่งดูดน้ำในแก้วทำความเย็นทรงสูงด้วยริมฝีปากอิ่มนุ่มน่าจูบเป็นที่สุด ผู้หญิงหน้าตาสวยซึ้งจนใครเห็นก็อดรักไม่ได้แบบนี้ เธอมีเสน่ห์ที่ไม่อาจมองข้ามไปได้ง่ายๆ จนเขายังสนใจ เธอนั่งอยู่ในร้านกาแฟใต้ตึกสำนักงาน ที่มีเหล่าหนุ่มๆหลายคนจับจ้องตาเป็นมันไม่ต่างกันกับเขา แล้วก็มีหนุ่มเนิร์ดใจกล้า ที่เดินเข้าไปหาเธออย่างเขินๆอายๆ เพื่อที่จะมอบขนมคุกกี้เต็มถุงให้ เธอหันมามองแล้วยิ้มแย้มหวานหยด จนมดยังต้องพลีชีพให้กับรอยยิ้มสังหารนี้ รอยยิ้มของเฮเลนแห่งทรอย ที่ฆ่าผู้ชายให้ตายเป็นเบือเพียงแค่รอยยิ้มเดียว “ให้ฉันเหรอคะ.. ขอบคุณค่ะ” เธอรับมาโดยไม่ปฏิเสธ แถมยังส่งยิ้มน่ารักให้เป็นคำขอบคุณ จนไอ้หนุ่มเนิร์ดเดินเป๋ไปเป๋มากลับไปนั่งที่เดิมแทบไม่ถูก ต่อมา ก็มีหนุ่มพนักงานออฟฟิสกล้ามใหญ่รูปหล่อ เดินเข้าไปหาเธออีกคนอย่างมั่นอกมั่นใจ คิดว่ามีหน้าตาที่มีภาษีดีกว่าจะได้เปรียบ แล้ววางแก้วกาแฟยี่ห้อดังให้เธออย่างเอาใจ “ให้ฉันเหรอคะ.. ขอบคุณค่ะ” เธอรับมาโดยไม่ปฏิเสธอีกครั้ง และยังคงส่งยิ้มน่ารักให้เป็นคำขอบคุณเหมือนคนแรก จนไอ้หนุ่มออฟฟิสรู
จนถึงเวลาส่งตัวบ่าวสาวเข้าเรือนหออเล็กช์อุ้มฉันในท่าเจ้าสาว พาเข้าไปในห้องหอบนเรือนใหญ่ที่เป็นบ้านหลักของตระกูลเขาที่นี่มีกลิ่นอายโบราณคลาสสิคของยุควัฒนธรรมญี่ปุ่นสมัยเมจิ โชคดีที่ยังมีเตียงนอน ไม่ใช่นอนกับพื้นแบบเรียวกังตามสมัยโบราณ ที่จะปูฟูกที่นอนไว้กับพื้นเสื่ออีกทีห้องที่ถูกตกแต่งใหม่แบบร่วมสมัย หรูหราด้วยเตียงใหญ่นุ่มฟูที่ทำให้ฉันผ่อนคลายเมื่ออเล็กซ์วางฉันนอนราบลงอย่างเบามือ ก่อนจะตามลงมาเคียงข้างแล้วท้าวแขนคล่อมฉันไว้“โกรธอะไรพี่ครับ”เขาไม่ถามเปล่า แต่กลับรุกไล่จูบหอมไปทั่วใบหน้าของฉัน แล้วเริ่มถอดชุดกิโมโนออกไปที่ละชั้น“ห้ามจูบนะ”ฉันร้อง เมื่อทนไม่ไหวที่เขาทำอย่างเอาแต่ใจ แล้วก็เริ่มดิ้นหนีไม่ยินยอม แต่เขาก็ไม่เคยสนใจฟังฉันอยู่ดีกว่าจะถอดชุดออกไปจากตัวได้หมด ฉันก็ยื้อยุดปล้ำสู้กับเขาจนเหนื่อยหอบ สุดท้ายเขาก็ทาบทับร่างเปลือยเปล่าลงมา บดเบียดเรียกร้องจนฉันแทบจะต้านทานเขาไม่ไหว“ไม่ได้นะคะพี่อเล็กซ์ พรายท้องอยู่!”ฉันร้องห้ามเมื่อเขาจับขาเรียวของฉันแยกกว้าง เตรียมพร้อมจะดันตัวตนที่แข็งขึงเข้ามาให้ได้“ได้ครับ เลยสามเดือนแล้ว หมอบอกว่าเบาๆได้”แล้วเขาไปปรึกษาเรื่องนี้กับห
ในที่สุด ฉันก็ยอมกลับมาแต่งงานกับอเล็กซ์ที่ญี่ปุ่นงานแต่งของฉันกับอเล็กซ์ถูกจัดอย่างสุดยิ่งใหญ่อลังการก็แหม๋.. ซีอีโอบริษัท อาซูร่า โฮลดิ้งกรุ๊ป บริษัทฯยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นแต่งงานทั้งที จะจัดเล็กๆให้เป็นขี้ปากชาวบ้านได้ยังไงแถมผู้คนยังให้ความสนใจเรื่องเจ้าสาวผู้ลึกลับของเขา จนพากันไปขุดคุ้ยเรื่องของฉันอย่างเอาเป็นเอาตายโชคดีที่ฉันเป็นพวกไม่ค่อยเล่นโซเชี่ยล การจะหาเรื่องราวของฉันมันเลยยิ่งยากขึ้นไปอีกมีแต่คนอยากจะรู้ว่า ฉันกับอเล็กซ์ไปเจอกันได้ยังไง และมีเรื่องราวความรักสุดโรแมนติกแบบไหนฉันคงกล้าพูดเนอะ...จนถึงวันงานแต่งงาน ที่เป็นงานช่วงเช้าแบบญี่ปุ่นฉันสวมชุดกิโมโนสีขาวบริสุทธิ์ตามธรรมเนียมเพื่อไปเข้าพิธีสาบานตน ส่วนอเล็กซ์ก็อยู่ในชุดมอนสึกิ ที่เป็นชุดประจำชาติของผู้ชายญี่ปุ่น โดยมีตราประจำตระกูลเป็นรูปหน้ายักษ์อาซูร่า ห้าจุดบนชุด บ่งบอกฐานะที่สูงส่งของเขาวันนี้เขาดูสง่างามมาก จนทำให้ฉันหวั่นไหวและประหม่าจนแทบไม่กล้าเดินอยู่ข้างๆเขาจนเขาสัมผัสได้ว่าฉันตื่นเต้น จึงยื่นมือใหญ่อบอุ่นมากุมมือนุ่มบอบบางของฉันเอาไว้ และพาก้าวเดินไปพร้อมๆกันฉันถึงสงบใจที่เต้นระรัวลงได้ และเงยหน้าม
สุดท้าย..ฉันก็พาตัวเองมาถึงทางตันที่มีป้ายตัวเบอเร่อเขียนเอาไว้ว่า“แต่งงาน!”และเจ้าบ่าวก็คือ ..ปิศาจอเล็กซ์!..หลังจากหลอกเอาฉันมากินที่เพนเฮ้าส์หรูหราหมาเห่าของเขาได้สำเร็จ ก็ดูเขาจะอารมณ์ดีมากจนเชิญเจ้าหน้าที่เขตมาทำเรื่องจดทะเบียนสมรสให้ถึงที่ริมฝีปากสีเข้มข่มขู่ฉันสารพัดให้เซ็นชื่อลงไปไวๆอย่าได้ตุกติกฉันร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่ยินยอมเด็ดขาดนี่ไม่ใช่การแต่งงาน แต่นี่คือการจับฉันล่ามโซ่ขังฉันไว้กับเขาในคุกนี่ไปตลอดชีวิตเขาถึงขั้นจับมือที่สั่นเทาของฉันเซ็นชื่อให้ด้วยตัวเอง เมื่อได้ตามที่เขาต้องการแล้ว เขาก็ทิปให้เจ้าหน้าที่เป็นซองสีขาวที่ใส่เงินไว้แน่นจนซองแทบแตกเพราะอะไรน่ะเหรอที่เขาถึงทำกับฉันแบบนี้เพราะท้องของฉันมันนูนขึ้นเล็กน้อยจนเขาสังเกตได้ว่าฉันกำลังท้องอยู่แต่บอกก่อนนะว่าฉันไม่รู้ฉันไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าฉันท้อง!แล้วเขาจะมารู้ดีไปกว่าร่างกายของฉันได้ยังไงก็ไม่รู้ฉันอาจจะแค่อ้วนขึ้นแบบลงพุงนิดๆ แล้วเขาจะมาตู่เอาเองแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกันคนท้องมันนต้องมีอาการแพ้ท้องอะไรบ้างสิ ที่เป็นสัญญาณว่ากำลังจะเป็นแม่คนแล้วน่ะฉันมองเขาผ่านม่านน้ำตา ยามเขาอุ้มฉันกลับเข้าห้องและวาง
ฉันยืนหลบมุมอยู่ในลิฟท์ด้วยใจตุ๊มๆต่อมๆ ว่าจะถูกบอดี้การ์ดของอเล็กซ์โยนออกจากลิฟท์ตอนไหนจนลิฟท์ขึ้นมาถึงชั้นเพนเฮ้าส์ ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของตัวตึก อเล็กซ์ก็ก้าวออกไปคนเดียวฉันมองไปที่เหล่าบอดี้การ์ดหน้ายักษ์ทั้งหลายที่จ้องฉันเป็นตาเดียวราวกับจะฆ่าแกงกัน ฉันก็รีบวิ่งตามอเล็กซ์ออกไปน่าจะดีกว่าอยู่ตรงนี้เมื่อออกจากลิฟท์ ก็จะเจอห้องโถงที่เป็นส่วนรับรองแขกด้านหน้าก่อน ฉันเห็นอเล็กซ์เปิดประตูโดยใช้รหัสลายนิ้วมือแล้วเข้าไปยังด้านใน ซึ่งน่าจะเป็นส่วนเพนเฮ้าส์ที่เขาพักอาศัยก่อนที่ประตูนิรภัยจะปิดลงและล็อคอัตโนมัติ ฉันก็รีบตามเขาเข้าไปก่อนเมื่อผ่านเข้าไปด้านในได้ ฉันถึงเห็นว่าที่ๆเขาอยู่มันหรูหราอลังการแค่ไหนเพนเฮ้าส์ราคาหลายร้อยล้านบนยอดตึก ที่มีสระว่ายน้ำและสวนส่วนตัว ทำให้ฉันมองจนตาค้างคนรวยอย่างเขา ยังจะมารีดไถเงินร้อยล้านจากฉันไปอีกทำไมฉันหยุดยืนอยู่แค่ตรงทางเข้า ไม่กล้าตามเขาไปมากกว่านี้จนเขาเดินกลับออกมาอีกครั้ง โดยถอดสูทและเน็คไทด์ออกไปแล้ว เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในก็ถูกปลดกระดุมออกเกินครึ่ง เปิดเผยอกแกร่งโชว์ร่องกล้ามเนื้อแน่นตึงอยู่รำไรเขาเดินไปที่บาร์เครื่องดื่มชงเหล้าให้กับตัวเ
เมื่อรู้ว่าบทที่พี่พอร์ชส่งให้ ค่อนข้างร้อนแรงจนแทบจะติดเรท ฉันก็ต้องขอกลับมาคิดดูก่อนอีกอย่าง เมื่อมีอเล็กซ์นั่งอยู่ใกล้ๆ ทำให้ฉันไม่กล้าพูดอะไรออกไปเลยซักอย่าง สุดท้ายก็รีบกินแล้วรีบกลับ แยกย้ายกับพี่พอร์ชแล้วรีบเดินหนีออกมานอกร้านเพื่อเรียกรถกลับคอนโดฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ถึงได้บังเอิญเจอเขาบ่อยนักฉันแอบเหล่มองเขาบ่อยๆ แต่ก็เห็นเขาทำตัวปกติเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมก็คือ เขาทำเป็นไม่รู้จักฉันเชอะ! ฉันก็ไม่ได้อยากจะสนใจคนอย่างเขาเหมือนกันดูท่าวันนี้จะไม่ใช่วันที่ดีของฉันเสียแล้วตั้งแต่เจอเขา ฉันก็ทั้งอดเซ็นต์สัญญา รถก็ชนตอนประกันหมดพอดีอีก แถมบทละครของพี่พอร์ชก็ดูจะเรทหนักเกินไปวันนี้วุ่นวายทั้งวัน แต่ไม่ได้อะไรกลับมาเลยซักอย่างเดียวเฮ้อออฉันถอนหายใจอย่างปลงตกเมื่อขึ้นลิฟท์มาถึงชั้นของตัวเอง ตอนฉันเดินไปถึงหน้าห้อง เพื่อจะเจอกระดาษหมายศาลแปะไว้ที่กลางประตูฉันดึงมันมาอ่านด้วยใจที่เต้นกระหน่ำ แล้วถึงได้ทำความเข้าใจกับเอกสารนี้ได้ว่าบริษัทฯอาซูร่าคลับ ฟ้องฉัน ที่ไม่ยอมชำระหนี้กู้ยืมเงินพร้อมดอกเบี้ย เป็นวงเงินเกือบห้าล้านบาทและจะทำการยึดทรัพย์เพื่อทำการใช้หนี้ โดยทรัพย์ที่จ
ฉันพยายามตั้งสติ แล้วตอบกลับเสียงห้วน"ใช่"เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นก็เพราะไอ้สารเลวคนนี้คนเดียวรวมทั้งความเศร้ามากมายของฉันที่สุดสงสารพี่วินแฟนตัวเองด้วยเหมือนกัน"ครับ ผมฟังอยู่"ฉันกล้ำกลืนความแค้นลงไป พยายามฝืนพูดด้วยเสียงสองอย่างอ่อนหวานว่า
"รอยนี่...ใครมันเป็นคนทำ!"เสียงพี่วินดุจัดเอาเรื่องจนฉันไม่กล้าสู้สายตาทำไมเรื่องทั้งหมดมันกลับตาลปัตรไปหมดแบบนี้ล่ะ แล้วฉันจะตอบเขาว่ายังไงดีตอบว่า พอดีพรายเข้าใจพี่วินผิดไป เมื่อคืนเลยไปซื้อผู้ชายมานอนด้วยอ่ะค่ะไม่ได้ ตอบแบบนี้พี่วินต้องจับฉันหักคอแน่
ฉันชะงักมือที่กำลังจะคล้องสายโซ่ประตูนี่เป็นเสียงพี่วินแฟนนักบินของฉันนี่เองไปบินยุโรปมา ปกติต้องกลับพรุ่งนี้นี่ ทำไมครั้งนี้กลับมาก่อนล่ะหรือว่าฟาดสาวๆหมดยุโรปละ ถึงได้กลับมาก่อนเสียงเดินเร็วๆมาถึงฉัน ก่อนที่เขาจะจับฉันให้หันไปเผชิญหน้ากับเขา"เมื
ฉันรีบลุกตามแต่ไม่ทัน ในตอนที่คิดว่าควรจะไล่ตามเขาไปประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง และมีผู้ชายที่ไม่รู้จักอีกคนเดินสวนกลับเข้ามาแทน เขาอยู่ในชุดสูทพนักงานอาซูร่าคลับ ท่าทางคล้ายพวกอยู่กับเอกสารทั้งวัน ผมสีน้ำตาลเข้มและสวมแว่นสายตา แถมหน้าก็เรียบเหมือนกระดาษขาวที่ไร้ความรู้สึก







