เข้าสู่ระบบรอยจูบ (รอยดูด) ทำผิวฉันเป็นรอยเต็มไปหมด ต้องบ้าระห่ำแค่ไหนนะเขาถึงทำได้แบบนี้
ภาพความเร่าร้อนเมื่อคืนทำให้ฉันอดหน้าแดงขึ้นมาไม่ได้ ยิ่งนึกถึงริมฝีปากสีเข้มของเขาที่มีอานุภาพต่อร่างกายฉันจนแทบจะคลั่งตาย ยามเขาเขากระซิบกระซาบคำที่ชวนใจสั่น อย่างเช่น "อ้าขากว้างอีกนิด..ได้มั้ยครับ" "รู้สึกดี แค่ไหนครับ" หรือคำน่าอายนั่นที่ฟังแล้วอยากเอาหน้ามุดลงดินทันที ว่า "ขอดูด...ของคุณแรงๆ ได้มั้ยครับ" อ๊ายยยย.. น่าอายเกินไปแล้ว เมื่อคิดถึงว่าเขาชอบดูดตรงนั้นเป็นพิเศษ ก็ทำให้ต้องรีบเอาฝักบัวฉีดล้างทันที แต่กลับต้องยู่หน้าทันควันเหมือนกัน เมื่อผิวบอบบางบวมช้ำโดนน้ำ มันก็แสบจนทนไม่ไหว นึกไปนึกมาก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า เป็นเขาที่ช่างกระตือรือล้นกับการบริการเมื่อคืนนี้เสียเหลือเกิน เมื่ออาบน้ำเสร็จฉันก็มองตัวเองในกระจกอีกคร้้ง ภาพที่สะท้อนออกมา คือผู้หญิงที่มีใบหน้าสวยไร้ที่ติ โดยเฉพาะดวงตาที่เป็นประกายระยับจับตา แถมยังมีรูปร่างเซ็กซี่เต็มสิบไม่หัก ข้อเสียเดียวที่มีอยู่ก็คือ สวย แต่ จน.. แถมเพิ่งจะสร้างหนี้สินก้อนโต ไม่สิ กำลังจะหาวิธีล้างหนี้ต่างหาก ฉันหันหลังเดินลิ่วออกมาจากห้องน้ำ เพื่อจะไปคิดบัญชีกับตาโฮสต์หน้าหล่อที่ทำให้ร่างกายฉันบุบสลาย ฉันยิ้มอย่างเป็นต่อ คิดในใจว่าบริการห่วยขนาดนี้ ควรเรียกค่าเสียหายเท่าไหร่ดีนะ เมื่อออกมาฉันก็ไม่เห็นเขาในห้องนอนจนต้องเดินหา จึงเพิ่งจะรู้ว่าเปิดประตูออกไปจากห้องนอน ด้านนอกก็เป็นห้องรับแขกกว้างสุดหรูหรา หูย มิน่าล่ะ ค่าบริการถึงแพ๊ง แพง ที่นี่น่าจะเป็นห้องสวีทของทางคลับอาซูร่า ฉันเดินออกไปมองหาเขาแต่ไม่เห็น จนเกิดความคิดร้ายๆว่า แอบหนีไปตอนนี้เลยดีไหม แต่อีกใจก็บอกว่า อย่าโง่ เขามีเอกสารกู้เงินอยู่ อยากโดนตำรวจจับจริงๆใช่มั้ย ความฉลาดอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ทำให้ฉันหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟารับแขกที่นุ่มฟู รอคอยเขาอย่างสงบใจ ไม่นานเขาก็เปิดประตูเข้ามา แถมเปลี่ยนชุดแล้วเป็นเชิ้ตสีเทาฟ้ากับกางเกงสแลคสีขาว ดูไฮโซโก้หรูสุดๆ เขาดูสูงโปร่งเอวสอบไหล่กว้าง ผิวขาวสว่างตา ผู้ชายคนนี้ ต่อให้ใส่ชุดขอทานก็ยังหล่ออยู่ดีล่ะนะ สงสัยเมื่อกี้เขาก็ออกไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่มาเหมือนกัน ฉันก้มดูตัวเองในชุดเดิมของเมื่อวานแล้วอดรู้สึกเปรียบเทียบไม่ได้ ความรู้สึกไม่เป็นธรรมทำให้เปิดปากต่อว่าเขาทันที "ฉันขอร้องเรียนทางคลับค่ะ" เขาหรี่ตาเล็กน้อย ไม่แม้แต่จะตกใจคำพูดของฉันเลยสักนิด แถมเดินมานั่งไขว่ห้างลงตรงข้ามด้วยบุคลิกเรียบนิ่งคล้ายพวกนักธุรกิจ แล้ววางเอกสารสีขาวลง "คุณจะร้องเรียนเรื่องอะไรครับ" ฉันเกิดรู้สึกประหม่าขึ้นมากับสายตานิ่งเรียบของเขา สาบานได้เลยว่าผู้ชายที่สุดแสนจะเซ็กซี่เมื่อคืนนี้คือเขาจริงๆ ผู้ชายที่แสนเร่าร้อน ช่างเอาอกเอาใจเมื่อคืนนี้หายไปไหนแล้ว หรือว่า เมื่อไม่มีตังค์แม้แต่หมาก็ยังเมิน มันให้ความรู้สึกกันแบบนี้นี่เองสินะ ฉันพยายามปลุกปลอบใจตัวเองแล้วเชิดหน้าขึ้นสบตากับเขา "ฉันขอร้องเรียนการบริการค่ะ เมื่อคืนนี้คุณทำให้ฉันได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะทางร่างกายจนฉันไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้อีก ฉันขอเรียกร้องค่าเสียหายสามล้านบาทค่ะ แล้วก็ค่าทำขวัญอีกหนึ่งล้านบาทด้วย" ฉันพูดรวดเดียวจนจบแล้วรู้สึกมีกำลังใจล้นเหลือขึ้นมาทันที ไม่ว่าที่ไหนๆก็กลัวการถูกร้องเรียนกันทั้งนั้นแหละ ไม่เว้นแม้แต่ที่คลับอาซูร่านี่ก็ด้วยเหมือนกัน "แล้ว...บาดเจ็บตรงไหนครับ" เขาถามแล้วใช้สายตาคมๆมองประเมินไปทั่วตัวฉัน จนฉันรู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมา ตาบ้านี่ สายตามีปัญหานะ ตาคมทะลุทะลวงยิ่งกว่าแสงเลเซอร์ซะอีก จู่ๆเขาก็ลุกขึ้นแล้วขยับตัวเข้ามาใกล้ ก่อนจะเท้าแขนกับพนักพิงโซฟาที่ฉันนั่งอยู่ คร่อมตัวฉันไว้จนกลิ่นหอมจากตัวเขาลอยเข้ามา ให้ความรู้สึกลึกลับล่อลวงจนฉันเริ่มสับสน "เจ็บตรงไหนครับ" ฉันกัดปากแน่น จะบอกเขาว่าเจ็บตรงนั้นก็รู้สึกอายขึ้นมาจนพูดไม่ออก แล้วเขาก็ใช้นิ้วเรียวยาวของเขาแตะมาที่ริมฝีปากฉันเบาๆ นิ้วของเขาอุ่นพอดีไม่นุ่มไม่แข็งจนเกินไป เสียงทุ้มกระซิบมาเบาๆจนฉันรู้สึกวูบวาบขึ้นมา "เจ็บตรงนี้หรือครับ" "มะ..ไม่" ฉันตอบปฏิเสธไม่เต็มเสียงนัก ความฮึกเหิมเมื่อครู่เหมือนจะปลิวหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ นิ้วอุ่นๆกรุ่นกลิ่นหอมของเขา ลากจากริมฝีปากนุ่มของฉัน ไล่ลงมาเบาๆที่ลำคอบอบบางและลูบไล้เบาๆจนฉันจั๊กจี้จนต้องหดคอหนี "หรือตรงนี้ครับ" ฉันส่ายหน้า แล้วเตรียมดันตัวเขาออกไป การอยู่ใกล้เขาทำให้ฉันคิดอะไรช้าลงไปหมด แต่แค่ยกมือขึ้นก็ถูกเขาใช้มืออีกข้างรวบมือนุ่มขาวผ่องของฉันไว้แทน "อย่าขยับครับ ขอผมดูก่อนว่าคุณเจ็บตรงไหน" นิ้วมือของเขาลูบลงไปที่หัวไหล่ของฉัน สัมผัสโดนผิวเนื้อเนียนละเอียดที่ชุดเดรสไม่ได้ปกปิด ดวงตาคมดูจริงจังจนตัวฉันอ่อนเหลวแทบละลาย ใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่ อย่าลูบแบบนั้นได้มั้ย ฉันได้แต่ครางประท้วงในใจ จนเขาขยับเข้ามาใกล้อีกนิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจเบาๆของเขาที่รินรดลงมา ความใกล้ชิดที่ไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้ฉันประหม่า เมื่อใบหน้าเขาอยู่ใกล้แค่ปลายจมูกชนกัน ฉันสบตาของเขา และเห็นเพียงดวงตาสีดำสนิทที่ดำจนสะท้อนออกมาเป็นสีเงินได้ มันมีอิทธิพลบางอย่างที่ทำให้คนที่มองเห็นต้องสยบยอมให้กับดวงตาคู่นี้ จนฉันต้องหลับตาลงแล้วกลั้นหายใจ เมื่อเขาเริ่มลากไล้ปลายนิ้วลงไปเรื่อยๆจนหยุดที่เนินหน้าอก ที่หัวใจของฉันกำลังเต้นแรงขึ้นภายใต้ปลายนิ้วอุ่นร้อนของเขา เสียงทุ้มพร่ากระซิบเบาอีกครั้งว่า "ใช่ตรงนี้...หรือเปล่าครับ" **********ดะ เดี๋ยวก่อน ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?นี่ไม่ใช่นิยายสุขนิยมแล้วนะ แต่กลายเป็นนิยายสายลับดราม่า นางคงพยายามจะทำให้ฉันตกใจให้ได้เลยใช่มั้ยเนี่ย"อเล็กซ์พาคุณมาที่นี่ เพื่อทีจะบีบให้แม่ของคุณยอมคืนเอกสารลับทั้งหมด และตอนนี้แม่ของคุณก็ยอมแล้ว แต่มีเงื่อนไขหนึ่งข้อ"ฉันพยักหน้าหงึกหงัก ทำเป็นเชื่อไปตามที่นางเล่า"เงื่อนไขนั้นก็คือ ให้คุณคลอดลูกชายออกมาให้ได้ เพื่อสืบทอดสายเลือดของตระกูลไทระ ให้คงอยู่ต่อไป"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง นางก็พยายามผูกเรื่องให้ได้น่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ"อย่างนั้น ฉันซึ่งก็คือ ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลไทระ ก็ต้องคลอดเด็กผู้ชายออกมาคนนึง เพื่อให้ตระกูลนี้มีทายาทสืบต่อไปใช่มั๊ยคะ ส่วนคนที่จะทำให้ฉันตั้งท้องจะเป็นใครก็ได้ใช่หรือเปล่า"ยัยตุ๊กตาทำหน้าจริงจังมากตอนตอบว่าใช่"คุณจะท้องกับใครก็ได้ค่ะ แต่เมื่อคุณคลอดเด็กคนนั้นออกมา ทางองค์กรผู้ควบคุมกฎก็จะฆ่าทั้งคุณและลูกทันทีที่หาตัวเจอ""อ้าว แล้วจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อสุดท้ายฉันก็ต้องตายอยู่ดี""มีสิคะ ถ้าคุณเป็นผู้หญิงของอเล็กซ์ ตระกู
"เธอไปได้คลิปนั้นมาจากไหน ?"ฉันโพล่งถามอย่างระแวงทันที เรื่องลับมากขนาดนั้น พิมกับพี่วินจะถ่ายคลิปไว้ทำไม หรือถ้าถ่ายไว้จริงๆ ทำไมยัยนี่ถึงมีได้ล่ะฉันมองนางอย่างเคลือบแคลงสงสัยจริงๆ"ก็ไม่ยากหรอกค่ะ เพราะโรงแรมที่พวกเขาไปแอบพรอดรักกัน เป็นโรงแรมที่ฉันรู้จักพอดีสิคะ"โรงแรมที่ไหนแอบถ่ายคลิปลูกค้า ฉันไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดมันต้องมีการวางแผนมาก่อน!"โกหก ฉันไม่เชื่อเธอหรอก"ฉันต่อว่าเสียงดัง แล้วจ้องตาใสๆคู่นั้นอย่างค้นคว้าครั้งที่แล้วยัยนี่ก็บอกเองว่า เป็นคนเอารูปของฉันให้อเล็กซ์ดู ทำให้เขาสนใจฉันครั้งนี้ก็ยังมาบอกว่า เป็นคนเอาคลิปลับของสองคนนั่นส่งให้อเล็กซ์อีกนางมีแผนอะไรกันแน่!ฉันชี้หน้ายัยตุ๊กตาแล้วว่า"เรื่องบ้าทั้งหมดนี่ ฉันว่าเธอต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแน่ๆ บอกมานะว่าทำแบบนี้ทำไม!?""อย่าเพิ่งโมโหสิคะ ใจเย็นๆก่อน นี่ฉันทำเพื่อคุณทุกอย่างเลยนะคะ"ยัยตุ๊กตาพยายามบอกให้ฉันใจเย็นๆ ด้วยท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ตอนนี้อารมณ์ฉันมันขึ้นจนเย็นไม่ไหวแล้ว
“อะ..โอ๊ย ..โอย..ยย” ฉันร้องครางอย่างเจ็บปวด เมื่อความเจ็บจากการถูกเขาทับ และขยับตัววุ่นวายทำให้ทั่วร่างประท้วงว่าให้อยู่นิ่งๆ ได้แล้ว ตัวฉันเริ่มสั่นจนน้ำตาคลอคลองขึ้นมา แล้วพยายามส่งสายตาขอความเห็นใจจากเขาออกไป ทำให้สายตาดุดันของอเล็กซ์ถึงยอมอ่อนลงและขยับออกจากตัวฉันลงไปด้านข้าง ฉันใช้โอกาสนี้ร้องโอดโอยเพิ่มอีกหน่อย เพื่อหลอกให้เขาสงสารเห็นใจฉันอีกนิด และไม่มาหาเรื่องฉันที่นอนเจ็บอยู่ “ยังเจ็บอยู่หรือครับ” ฉันพยักหน้าเบาๆ เป็นการยืนยัน แถมบีบน้ำตาให้ไหลออกมาได้อีกสองเม็ด แล้วแกล้งทำท่าออดอ้อนออเซาะเขาอย่างเอาตัวรอดว่า “ฮืออ..พรายฝันร้ายค่ะ น่ากลัวมากเลย” สายตาเคลือบแคลงใจของเขาที่หรี่ลงมองมา คล้ายกับกำลังประเมินว่า ฉันแกล้งทำหรือเปล่า “งั้น เดี๋ยวพี่นวดยาให้นะครับ” นวดตรงไหน? ตรงก้นเหรอ...ไม่มีทาง! “มะ ไม่เป็นไรค่ะ พรายดีขึ้นแล้ว ยังไม่ต้องทายาหรอกค่ะ” ฉันรีบปฏิเสธเขาทันที แต่... “พรายไม่ต้องอายพี่หรอกครับ มากกว่านี้ พี่ก็เห็นมาหมดแล้ว เดี๋ย
เขาว่าคนเรา แข่งอะไรแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนา มันแข่งกันไม่ได้ฉันได้แต่นึกน้อยใจในวาสนาของตัวเองจนต้องนอนคว่ำร้องไห้กระซิกๆกับความโชคร้ายของตัวเองตอนนี้ฉันกลายเป็นคนพิการโดยสมบูรณ์แบบแล้วช่วงล่างตั้งแต่เอวลงไป ไม่สามารถขยับซี้ซั้วได้แม่แต่นิดเดียว แค่นอนหายใจรวยรินเบาๆ ก็ต้องระมัดระวังไม่ให้กระเทือนถึง...จุดนั้น...ด้วยไอ้เลว !ไอ้วิปริต !ไอ้คนไม่ใช่คน !ฉันได้แต่สาปแช่งคนที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้อยู่ในใจ จนตอนนี้ฉันต้องมานอนคว่ำ เพื่อปล่อยให้ช่องทางด้านหลังไม่ให้ถูกกระทบกระเทือนไปมากว่านี้ และสามารถเยียวยาตัวเองให้กลับมาหายเป็นปกติได้ในเร็ววันเมื่อครู่ หมอที่มาดูอาการร่อแร่ของฉัน เอาแต่ยิ้มแบบมีลับลมคมในและพูดเสียงดังมากให้อเล็กซ์ฟังว่าอาการไม่เป็นอะไรมาก หมั่นทายาเช้า เย็น แล้วกินยาบำรุง ไม่เกินสามสี่วันก็จะดีขึ้นเองหมอตรวจผิดหรือเปล่า?ฉันต้องทนอับอายเปิดก้นให้หมอผู้หญิงแก่ๆ ท่าทางอย่างกับหมอตำแยดูก้นของฉันฟรีๆ แล้ววินิจฉัยว่าอาการของฉันมันแค่บาดเจ็บเล็กน้อยได้ยังไงตอ
เวลาหมูจะถูกเชือด มันคงจะรู้สึกอย่างนี้นี่เองหัวใจเต้นรัวเร็วราวกับจะทะลุออกมาจากอกให้ได้ และกรีดร้องเหมือนคนบ้า"กรี๊ด ! อย่านะ อย่าทำนะ!"สะโพกฉันถูกจับยกขึ้นในท่าบังคับให้คลานเข่าขึ้นมาเหมือนหมาสี่ขา ข้อมือทั้งสองข้างถูกรัดแน่นด้วยเข็มขัดหนังของเขาที่คล้องเกี่ยวฉันไว้กับหัวเตียงจนดิ้นหนีไปไหนไม่ได้เขาบีบสะโพกของฉันไว้แน่นจนเจ็บ และแนบตัวตนของเขาเข้ามาราวกับเป็นการทักทายร่างสูงใหญ่ของเขาโน้มลงมาแนบชิดเป็นเนื้อเดียวกับแผ่นหลังเปลือยเปล่าของฉัน ที่เพิ่งถูกเขาฉีกเสื้อผ้าจนขาดครึ่ง ทิ้งตัวร่องแร่งกับต้นแขนทั้งซ้ายขวาลิ้นชุ่มชื้นของเขาแลบไล้เลียที่หลังใบหูขาวนุ่มจนเกิดความรู้สึกเสียววาบไปทั้งตัวมือของเขาข้างหนึ่งจับล็อกสะโพกผายไว้แน่นไม่ให้ขยับ ส่วนอีกข้างก็เข้ากอบกุมหน้าอกนุ่มฟูอวบใหญ่ล้นมือ คอยบีบขยำเล่นวนไปวนมา"พี่อเล็กซ์ ปล่อยพรายนะคะ พรายจะไม่ดื้ออีกแล้ว"ฉันที่พยายามควบคุมความสติแตกกรีดร้องโวยวายก่อนหน้านี้ เปลี่ยนมาเป็นอ้อนวอนเขาดีๆอีกครั้งแต่เขากลับจับแก่นกายที่ร้อนระอุเข้าถูไถกับกล
หลังจากยัยมานามิคู่หมั้นของอเล็กซ์กลับไป ฉันลองประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดในหัวอีกครั้งจนสมองแทบแตก และก็สรุปได้คร่าวๆว่าข้อแรก อเล็กซ์และยัยตุ๊กตา เป็นคู่หมั้นกัน แต่จากที่นางพูดมา ถ้ามันเป็นเรื่องจริง เขาสองคนไม่ได้รักกันข้อสอง คนที่อยากมีลูก คือ อเล็กซ์ข้อสาม ฉันคือคนที่เขาเลือกให้มาอุ้มท้องลูกของเขาข้อสี่ ....ทำไมต้องเป็นฉันล่ะฉันวงชื่อตัวเองไว้ในใจ และคิดว่า ปริศนาทั้งหมดมันอาจจะอยู่ที่ตัวฉันเอง และมีเพียงอเล็กซ์เท่านั้นที่จะตอบได้ว่าทำไมป้าแม่บ้านที่ฉันหมายตาจะแอบฉกโทรศัพท์ เอาขนมของว่างมาเสริฟให้ช่วงบ่าย ตอนที่นางวางถาดลงมา ฉันแกล้งลุกขึ้นจนชนป้าแกจนล้ม ไม่พอยังผลักถาดที่มีน้ำหวานให้คว่ำใส่ตัวป้าจนเลอะเทอะไปหมด"ว้ายตายแล้ว ขอโทษนะคะป้า เลอะเทอะหมดเลย"ป้าแกก็ตกใจจนเงอะงะไปในทันที ฉันแกล้งช่วยพยุงป้าแม่บ้านขึ้นมาแล้วแอบล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากระโปรงของป้าแก เอาซ่อนไว้ในตัวอย่างเงียบเชียบป้าแม่บ้านพูดภาษาญี่ปุ่นเหมือนจะพยายามขอโทษฉันแล้วรีบเก็บกวาดทำความสะอาดฉันเดินเลี่ยงออกมาจากห้องร







