Masukฟุ่บ!!
“เธอรู้ไหมว่ายิ่งเธอดิ้น มันยิ่งทำให้ฉันมีอารมณ์” พะพายกล่าวพร้อมกับโยนร่างเล็กลงบนเตียง ตามด้วยขึ้นไปคร่อมเธอเอาไว้หวังจะข่มขวัญเธอให้กลัว
“นะ...นี่นาย...ปล่อยฉันไปเถอะ...” เมื่อหมดหนทางที่จะห้ามเขา เธอจึงใช้น้ำตาเข้ามาช่วย และได้ผล เพราะทำให้คนบนตัวเธอถึงกับชะงัก “ฉัน...ฉันยังลืมคนเก่าไม่ได้...” จริงๆ คำพูดของเธอมันก็ไม่ได้โกหกซะทีเดียว เพราะลึกๆ แล้วเธอเองก็ยังคงลืมคนที่เธอชอบมากๆ ไม่ได้จริงๆ แต่มันก็ทำให้พะพายหมดอารมณ์จนต้องลุกขึ้น ปล่อยให้เธอเป็นอิสระ
“หึ่ย!!” พูดมาขนาดนี้ใครมันจะไปทำลงวะ พะพายสบถขึ้นกับตัวเองในใจ
“เรื่องเงินสามแสน...ฉันจะหามาคืนนายเอง”
“งั้นภายในอาทิตย์นี้ ก็เอามาคืนให้หมดด้วยล่ะ” พูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก็เดินดุ่มๆ ออกจากห้องของเธอไป ขัดขืนไม่ว่า แต่มาบอกว่าลืมคนเก่าไม่ได้โคตรจะหงุดหงิด แล้วเขาเป็นอะไรของเขา ถึงได้เอาตัวมาวุ่นวายกับยัยนี่ ทั้งที่มันก็ไม่ใช่เรื่องของเขาเลย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!
แกร๊ก แอ๊ด!!
“อะไรของเฮียพายคะเนี่ย...ฟ้าก็นึกว่าเฮียกลับไปแล้วซะอีก” ละอองฟ้าโวยวายเมื่อเปิดประตูห้องฝั่งตรงข้ามออกมา โดยมีฟร้องค์เดินตามมาด้วยแบบติดๆ หัวเสียกับยัยนั่นเเล้วยังจะมาหงุดหงิดกับไอ้บ้านี่อีก
“ไม่ต้องมาพูดมากเลย...เข้าไปทำอะไรกับมันตั้งนานสองนาน...” จับร่างของน้องสาวหมุนไปหมุนมาเพื่อสำรวจอย่างละเอียด จากนั้นก็ปรายตาไปมองฟร้องค์ที่เดินถอดเสื้อโชว์ซิกแพคแน่นๆ ออกมาทำลอยหน้าลอยตาใส่พะพายอย่างไม่สะทกสะท้าน แอบยั่วยุกลายๆ ราวกับจงใจให้พะพายเข้าใจผิด
และใช่เขาเข้าใจผิดจริงๆ อุตส่าห์ใจดีให้เข้าไปเปิดใจคุยกัน แต่ทำไมดูเหมือนจะเป็นการเปิดช่องทางให้ทั้งคู่ได้เปิดอย่างอื่นแทนล่ะเนี่ย ตายๆ พ่อรู้เขาตายแน่ๆ พ่ออุตส่าห์ไว้เนื้อเชื่อใจวานให้เขามาสอดส่องดูแลน้องถ้าพ่อรู้มีหวังโดนด่ายับ
“มึงทำอะไรน้องกู...” พะพายเอ่ยถามด้วยเสียงที่ดุดันจ้องมองหน้าฟร้องค์อย่างเอาเรื่อง
“แล้วมึงทำอะไรน้องกู...” ฟร้องค์เองก็ถามกลับกวนๆ เช่นกัน
“กะ...ก็...น้องมึงสมยอมกูเอง” ปั้นน้ำเป็นตัว ทั้งที่เมื่อกี้ก็เพิ่งจะทะเลาะกันมา แถมก็ยังไม่เคยได้กันเลยสักครั้ง แต่ในเมื่อเขาเห็นว่าน้องสาวกับมันเลยเถิดไปแล้ว มีหรือที่เขาจะยอมเสียเปรียบคนเดียว
“น้องมึงก็สมยอมกูเอง...”
“นี่...เฮีย...กลับกันได้แล้ว...ฟ้ายังไม่มีอะไรสึกหรอทั้งนั้นแหละ ไปๆๆๆ” ละอองฟ้าเมื่อเห็นว่าทั้งคู่เหมือนจะเปิดศึกจึงรีบดันพี่ชายออกจากห้องแล้วหันไปลากกระเป๋าเดินทางมายัดใส่มือพะพาย เพื่อตัดปัญหาไม่ให้ทั้งคู่มีปากเสียงกัน
“อย่าเผลอนะมึง...กูเจ็ดยับน้องมึงแน่...” ฟร้องค์ตะโกนใส่พะพาย ไม่วายทำหน้ากวนบาทาใส่อีก
“แด๊ดดี๊...” ละอองฟ้าหันไปปราม
“มึงว่าไงนะ...” พะพายเตรียมจะเดินกลับมา แต่ละอองฟ้าก็ยกแขนกันเขาเอาไว้ แล้วรีบเดินเข้าลิฟต์ไปทันที
ก่อนที่ลิฟต์จะปิดลง เธอก็แอบส่งยิ้มหวาน พร้อมกับชูเลิฟให้ฟร้องค์ด้วยท่าทีทะเล้นอีก แต่พอพะพายหันมาจับผิดเธอก็แสร้งทำเป็นเอามือทัดหูตัวเองแบบเนียนๆ
"น้อยๆหน่อยฟ้า ไว้หน้าเฮียบ้าง"ตำหนิน้องสาว ตอนนี้อารมณ์ของเขาพานไปทั่วจริงๆ อยากจะรู้นักผู้ชายที่ยัยนั่นบอกยังลืมไม่ได้มันเป็นใครกัน
“เฮียเลิกบ่นฟ้าได้ไหมเนี่ย บ่นมาตลอดทางแล้วไม่เหนื่อยหรือไง” ว่าแล้วก็เดินไปห้องของตัวเอง แต่ทันทีที่เปิดเข้าไปกลิ่นอาหารก็ลอยตลบอบอวลชวนให้หิว “ว๊าว...หิวพอดีเลย...” เธอกล่าวก่อนจะเดินไปหยิบจานอาหารที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะไปอุ่น แล้วเอามานั่งกินหน้าตาเฉย
ส่วนพะพายก็อยู่กินอาหารที่เฟอร์สั่งมาให้กับน้องสาวจนดึกดื่น กินไปก็ปรับทัศนคติไป แล้วก็ถามย้ำๆ ว่าเธอกับมันได้กันแล้วหรือยัง
“เฮียพาย...ฟ้าก็บอกแล้วไงว่ายังไม่มีอะไรเสียหาย...ว่าแต่ฟ้า...เฮียเองนั่นแหละระวังชะตาขาดนะ...ไปทำน้องสาวแด๊ดดี๊แบบนั้นน่ะ”
“เฮียก็แค่ข่มขวัญเล่นๆ ...”
“หืม...ดูจากท่าทางแล้วไม่เล่นแล้วมั้ง...” ไม่อยากจะพูดเลยจริงๆ เห็นแบบนี้บอกเลยจากคาสโนว่าตัวพ่อ ช่วงนี้คือเหี่ยวเฉาสุดๆ ตั้งแต่วันนั้นก็ยังไม่ได้ปลดปล่อยเลย...สงสัยคงต้องไปหาเด็กแจ่มๆ มาแก้เซ็งสักหน่อยแล้ว
หลังจากทานอาหารค่ำกับน้องสาวเสร็จ เขาก็ต้องขอตัวกลับ บวกกับที่นัดเพื่อนๆ เอาไว้ด้วย แต่ก่อนจะออกจากห้อง ก็ไม่วายหันไปกำชับกับน้องสาวอีกเป็นครั้งที่ร้อย
“อย่าให้รู้นะ ว่าเฮียเห็นฟ้าไปหามันน่ะ”
“งั้นเฮียก็ห้ามไปยุ่งกับพี่เฟอร์”
“ได้ไง...ยัยนั่นเป็นของเฮียไปแล้ว”
“งั้นเฮียก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามฟ้า...เพราะหัวใจฟ้า...เป็นของแด๊ดดี๊ฟร้องค์ไปแล้วเหมือนกัน” พูดด้วยท่าทีเอาแต่ใจ แล้วปิดประตูใส่หน้าพะพายทันที
ปึ้ง!!
“เฮ้อ...กูจะบ้า” สบถกับตัวเองอย่างหัวเสีย พร้อมกับเดินไปขึ้นลิฟต์ ทว่าระหว่างที่กำลังจะก้าวขาออกไปนั้น สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นคู่อริของเฟอร์สองคนที่แอบอยู่ คงจะแอบฟังเขาและน้องสาวคุยกันแน่ๆ แต่พอเขาจะเดินเข้าไปยัยสองคนนั้นก็วิ่งหนีเข้าห้องของตัวเองไปเสียแล้ว
“เหอะ...ตัวใครตัวมันก็แล้วกัน” พะพายกล่าวขึ้นกับตัวเอง และไม่ว่าต่อไปนี้ ยัยนั่นจะเจอเรื่องอะไร เขาจะไม่ยุ่งด้วยแล้ว ปัญหาที่ก่อขึ้นมาเอง ก็แก้เองเถอะ
ด้านเฟอร์...
คนตัวเล็กนั่งเลื่อนมือถือเล่นๆ ไปด้วยความเบื่อหน่าย แต่แล้วจังหวะที่เธอกำลังจะลุกไปอาบน้ำนอน เสียงข้อความในมือถือของเธอก็ดังขึ้นมา
สโนว์ : เฟอร์...พอดีว่าเมื่อวานเราเห็นเฟอร์ใช้กระเป๋าคอลเล็กชั่นใหม่ เราขอยืมหน่อยได้ไหม หรือจะขายเป็นมือสองให้เราก็ได้นะ เราไม่ถือ พอดีว่าเราจะไปออกงานกับเพื่อน แล้วเห็นว่าเฟอร์เองก็มีกระเป๋าตั้งหลายใบ
“บ้าเอ๊ย...มายืมตอนนี้ฉันจะมีให้ไหมล่ะเนี่ย” ร่างเล็กอุทานขึ้นกับตัวเอง แอบหนักใจอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะของใช้พวกนั้น เธอก็ล้วนยืมเด็กของพี่ชายมาถ่ายอัพลงโซเชียลทั้งนั้นเลย แทบจะไม่มีของเธอเลยเเหละ
“เอาไงดีล่ะทีนี้” ยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองเพื่อระบายความหงุดหงิด ไม่น่าอีโก้สูงเลย แล้วสร้างภาพไปซะเยอะ แถมตอนนี้เธอกำลังทุบหม้อข้าวตัวเองอีก แล้วแบบนี้เธอจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย
เฟอร์ : แล้วเธอต้องใช้วันไหนล่ะ ช่วงนี้เราไม่ค่อยอยู่คอนโด พอดีกลับไปอยู่บ้านช่วยป๊าดูแลธุรกิจ
แหน่ะ ยังจะสร้างเรื่องให้ตัวเองเพิ่มอีก เฟอร์เอ๊ย อยากจะจิกหัวตัวเองแล้วตบเรียกสติสักทีสองที แต่พอมาคิดๆ แล้วหากไม่มีของพวกนี้ เธอเองก็คงจะไม่มีคนเข้าหา บางทีการที่เธอให้ยัยนี่ยืม ยัยนี่อาจจะกลายมาเป็นมิตรแท้เธอก็ได้ เอาวะ คงต้องหาทางเอากระเป๋าใบนั้นมาให้ได้
สโนว์ : พรุ่งนี้น่ะ เฟอร์เพื่อนรักพอจะให้เรายืมได้ไหม
“พะ...พรุ่งนี้!! จะบ้าตาย...พรุ่งนี้ฉันจะไปเอามาได้ยังไง...หนี้สามแสนของไอ้บ้านั่นก็ไม่มีใช้...แถมยังโวยวายยัยเด็กนั่นต่อหน้าพี่ชายไปตั้งเยอะ จนทั้งคู่ทะเลาะกันใหญ่โต แล้วแบบนี้...โอ๊ย...” ร่างเล็กเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข ไร้หนทางที่จะแก้ไข เธอรู้ว่าเธอนิสัยไม่ดีเรื่องนี้ ชอบสร้างภาพ ชอบอีโก้สูง มโนโปรไฟล์ตัวเองขึ้นเพราะอยากจะดูดี และเป็นที่สนใจกับคนอื่น เอาง่ายๆ ทุกอย่างในโลกโซเชียล เธออุปโลกน์มันขึ้นมาทั้งหมด
แต่ที่เธอทำเพราะเธอก็แค่อยากมีเพื่อน เธอชอบให้คนอื่นเข้าหาเธอเยอะๆ ชอบเป็นที่สนใจ แต่ไม่คิดว่ายิ่งเธอโกหก เรื่องมันก็ยิ่งบานปลายเข้าไปใหญ่
“แต่เธอจะโกหกคนอื่นตลอดไปไม่ได้ไง สักวันคนอื่นก็ต้องรู้ ว่าชีวิตหรูๆ ไฮโซที่เธอสร้างมันขึ้นมา มันไม่มีอยู่จริง ทำไมไม่ยอมรับความจริงไปเลย จะได้ไม่ต้องมาเหนื่อยสร้างเรื่อง”
“งั้นเธอก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมา เมื่อไหร่ก็ตามที่ความจริงเปิดเผย สุดท้ายแล้วเธอจะไม่เหลือใครจริงๆ สักคน”
“แต่ฉันก็ไม่ได้ทำใครเดือดร้อนนี่”
“ไม่เดือดร้อนน่ะใช่ แต่ไม่มีใครชอบเรื่องโกหก”
อยู่ๆ บทสนทนาของเธอกับใครสักคนก็ดังขึ้นในหัว เธอคลับคล้ายคับคาว่าเธอเคยไประบายความในใจให้ใครบางคนฟัง แต่เธอจำมันไม่ได้ ซึ่งตอนนี้เธอเริ่มคิดแล้วว่าสิ่งที่เธอสร้างมันขึ้นมา มันกำลังทำให้เธอเดือดร้อนจริงๆ หากทุกคนรู้ว่าทั้งหมดคือเรื่องโกหก เธอจะถูกคนอื่นมองว่ายังไง?
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
1อาทิตย์ต่อมา...“ม๊าคะ...วันนี้มีอะไรทานบ้างคะ” ร่างเล็กในชุดเดรสสีหวานเดินลงมาถามหาอาหารกับแม่ ในช่วงสายของวัน“ข้าวผัดกุ้งจ้ะ...แล้วนี่จะไปไหน...” เอ่ยตอบ ก่อนที่จะถามกลับเมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่ได้อยู่ในชุดนอนอย่างเช่นทุกวันช่วงหลังๆ มานี้ เวลาที่เธออยู่บ้านเธอก็มักจะใส่ชุดนอนทั้งวัน ถ้าวันไหนไม่
จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งรอ แต่ระหว่างที่รอก็นั่นหยอกเย้ากันอยู่ที่โซฟา ผลัดกันดูคลิปตลก หัวเราะคิกคักกันอย่างมีความสุข ราวกับไม่เคยผ่านความทุกข์ใจมาเลย“พะพาย...ดูนี่ดิ...คิคิ...ตลกเนอะ” คนตัวเล็กที่นอนหนุนตักแฟนหนุ่มอยู่ยื่นมือถือให้เขาดู แล้วระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกัน รอยยิ้ม แววตาที่เปล่งประกายความส
พรึ่บ!มือที่กุมกันอยู่ก่อนหน้านั้นรีบปล่อยออกจากกัน และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฟงเห็นหน้าพะพายชัดเจน“ไอ้หนุ่มนี่มัน...” ฟงเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาพะพาย “ลูกไอ้ฝุ่นวันนั้นใช่ไหม?”“อุ๊ย...สวัสดีครับป๊า...เจอกันซะแล้วนะครับ”“นี่แกอย่าบอกนะว่า...เป็นแฟนลูกฉันน่ะ”“ครับคุณป๊า...ผมขอแนะนำตัว
“ถึงแล้ว...” หลังจากที่นั่งรถมาเกือบ20นาที พะพายก็เอ่ยขึ้น พร้อมกับดึงเบรกมือขึ้น ตามด้วยปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธอและเขา จากนั้นก็กำชับเธอว่าอย่าเพิ่งเอาผ้าปิดตาออกส่วนเขาก็รีบลงจากรถ อ้อมไปเปิดประตูให้เธอ แล้วดึงแขนเธอออกมาจากรถ โดยใช้มือบังศีรษะของเธอเอาไว้เพราะกลัวว่าหัวเธอจะชน ทุกอย่างที่เขาตั้งใ







