เข้าสู่ระบบเมื่อมิเชลคุณหนูบ้านรวยผู้เพียบพร้อมไปหมดทุกอย่างดันมีปัญหากับที่บ้านจนต้องหนีพักเรื่องปวดหัวไปเที่ยวทะเลคนเดียวและได้เจอเข้ากับแดนดินที่เป็นพ่อหนู่มบาร์โฮสตัวท๊อปจนเผลอตัวเผลอใจไปมีวันไนท์สแตนด์กับเขา....แต่การเผลอใจครั้งนี้มันดันไม่จบแค่ครั้งเดียว
ดูเพิ่มเติมเสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่งอย่างอ่อนโยน แสงอาทิตย์สีทองส่องประกายระยิบระยับเหนือผืนน้ำทะเลสีคราม หาดทรายขาวเนียนละเอียดถูกประดับประดาไปด้วยดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ ซุ้มดอกไม้ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ริมทะเล รอคอยการมาถึงของคู่บ่าวสาวมิเชลอยู่ในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ ปักลายลูกไม้สวยงาม ผมยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีต เผยให้เห็นใบหน้าสวยหวานที่แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข เธอเดินเคียงข้างคุณชาญศักดิ์ผู้เป็นพ่อ ที่จูงมือเธออย่างทะนุถนอม มุ่งหน้าไปยังซุ้มดอกไม้ที่แดนดินยืนรออยู่แดนดินอยู่ในชุดสูทสีขาวสง่างาม ดวงตาคมของเขาจับจ้องอยู่ที่มิเชลเพียงคนเดียว เมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาใกล้ หัวใจของเขาก็เต็มตื้นไปด้วยความรักและความสุขบาทหลวงกล่าวเริ่มต้นพิธีด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น ก่อนจะถึงช่วงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะกล่าวคำสาบานรักแดนดิน: "มิเชล... ตั้งแต่วันที่เราพบกันที่นี่ ทะเลแห่งนี้ก็กลายเป็นพยานรักของเรา เธอเข้ามาในชีวิตของฉันเหมือนแสงสว่างในความมืดมิด เธอคือเพื่อนที่ดีที่สุด คนรักที่ฉันปรารถนา และอนาคตที่ฉันใฝ่ฝัน ฉันสัญญาว่าจะรักเธอ ดูแลเธอ ซื่อสัตย์ต่อเธอ ทั้งในยามสุขและยามทุกข์ จะเป็นกำลังใจให้เธ
แสงอาทิตย์สีทองสาดส่องกระทบผืนน้ำทะเลเป็นประกายระยิบระยับ รถสปอร์ตคันหรูของแดนดินแล่นไปบนถนนเลียบชายฝั่งอย่างนุ่มนวล ข้างกายเขามีมิเชลนั่งอยู่ด้วยรอยยิ้มหวานบนใบหน้า ตลอดการเดินทาง ทั้งคู่พูดคุยกันอย่างออกรสถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา เสียงหัวเราะคละเคล้าไปกับเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นระยะในที่สุด รถก็จอดสนิทที่ลานจอดรถเล็กๆ ใกล้กับชายหาดที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง มิเชลจำได้ทันทีว่าที่นี่คือทะเลที่เธอและแดนดินได้พบกันครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ความทรงจำอันแสนหวานไหลบ่าเข้ามาในความรู้สึก"ที่นี่..." มิเชลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุข "ยังคงเหมือนเดิมเลยนะ"แดนดินหันมายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน "ฉันตั้งใจพาเธอมาที่นี่ ที่ที่เราเริ่มต้นทุกอย่าง"ทั้งคู่จูงมือกันเดินเล่นไปตามริมหาด ทรายขาวละเอียดนุ่มเท้า ความทรงจำในวันแรกที่พวกเขาชนกันโดยบังเอิญผุดขึ้นมาในความคิด"จำได้ไหม วันนั้นฉันเดินเหม่อมากแทบไม่มองทางเลย" มิเชลหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกถึงวันแรกที่เจอกัน"จำได้สิ" แดนดินหัวเราะตาม "ฉันเองก็มัวแต่คิดเรื่องงานจนไม่ได้มองทางเหมือนกัน โชคชะตานำพาจริงๆ""ใช่เลย" มิเชลพยักหน้า "ตอนนั้นฉันไม่
เช้าวันต่อมา.... ณ บริษัท"ไปไหนมาทำไมถึงไม่กลับบ้าน" เสียงดุของคุณหญิงเขมจิราเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อเห็นลูกสาวของตนเดินเข้ามาภายในห้องประชุม"เมื่อคืนมิเชลมีปาร์ตี้กับเพื่อนขับรถกลับไม่ไหวเลยนอนคอนโดค่ะ" มิเชลเอ่ยตอบอย่างพยายามข่มเสียงไม่ให้ประมาทเอาไว้ก่อนจะนั่งลงข้างพี่ชายของตนที่มารออยู่ก่อนแล้ว"งั้นหรอ?""ค่ะ""ดีอย่าให้ฉันรู้นะว่าแกใฝ่ต่ำไปเอาไอบาร์โฮสนั้นอีก" หลังจากผู้เป็นแม่เอ่ยจบผู้บริหารและผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยกันเข้ามานั่งในห้องประชุมวันนี้เป็นวันนัดหมายสำคัญของบริษัทเพราะว่าจะมีนักลงทุนรายใหญ่จะเข้ามาสนับสนุนเรื่องสปอนเซอร์ให้แก่ผลิตภัณฑ์ของพวกเขา เพราะอย่างงั้นเล่าเหล่าผู้บริหารทุกคนต่างมารวมตะวกันเพื่อต้อนรับสปอนเซอร์รายใหญ่คนนี้....แล้วไม่ใช่แค่เพียงพวกเขาอยากมาต้อนรับเท่านั้น แต่พวกเขายังอยากจะเห็นหน้าตาของเจ้าของบริษัทสื่อโฆษณาที่กำลังมาแรงอย่างมากในตลาดนี่ด้วยทั้งที่บริษัทพึ่งจดทะเบียนได้เพียงแค่ 2 ปีเศษๆ เท่านั้นกับทำกำไรได้มากมายหลายพันล้านในเวลาไม่นานที่สำคัญบริษัทสื่อโฆษณานี้จดทะเบียนบริษัทที่ต่างประเทศและเจ้าของบริษัทยังไม่ชอบออกหน้าออกตาให้สื่อได้เห็น
หลายวันผ่านไป...หลังจากกลับมาจากทริปทะเลครั้งนั้น มิเชลก็กลับมาใช้ชีวิตภายใต้ความกดดันของครอบครัวเช่นเดิม ....แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือหัวใจของเธอไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไปตอนนี้หัวใจของเธอกับพองโตและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เธอและแดนดินหลังจากกลับมาก็คงยังติดต่อกันอย่างลับๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ และแอบเจอกันบ้างเป็นครั้งคราวเมื่อมีโอกาสเหมือนกับในครั้งนี้....."ฉันต้องไปแล้วนะ" มิเชลเอ่ยขณะนอนเปลือยเปล่าอยู่ในอ้อมอกของแดนดินวันนี้เธอและเขานัดเจอกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่ต่างจังหวัดซึ่งอยู่ติดกับกรุงเทพและใช้เวลาเดินทางกลับไม่นานมาก"แต่ฉันยังไม่หายคิดถึงเลยนะ" แดนดินเอ่ยพร้อมกับใช้สันจมูกซุกไซร้ซอกคอขาวอย่างคลอเคลีย"นายก็รู้ว่าที่บ้านฉันเป็นยังไง ขืนทำตัวมีพิรุธอีกคราวนี้ไม่มีทางมีอิสระอีกแน่" มิเชลเอ่ยด้วยแววตาที่เศร้าหมอง"ฉันจะทำให้เธอเป็นอิสระเอง" แดนดินเอ่ยก่อนจะพลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างบางเอาไว้"นายจะทำยังไง ลักพาตัวฉันหรอ? " มิเชลเอ่ยอย่างขบขันเพราะเธอคิดไม่ออกจริงๆ ว่าเธอจะหลุดพ้นจากครอบครัวตนเองไปได้ยังไง"เดียวเธอก็รู้เอง...แต่ตอนนี้อยู่กับฉันก่อนนะ" แดนดินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร
3 ปีผ่านไป...นับตั้งแต่วันที่ถูกพากลับคฤหาสน์ศิริพันธ์ ชีวิตของมิเชลก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อิสระที่เคยมีถูกจำกัดทันทีเมื่อเธอเหยียบเข้ามาในบ้าน ไม่ว่าเธอจะขยับตัวไปทางไหนก็มีแต่ลูกน้องของผู้เป็นแม่คอยจับตาดูอยู่ตลอดเวลาเธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องมาทำงานที่บริษัทของครอบครัวและสวมบทบาททายาทบริ
ณ คอนโดหรูของมิเชล... หลังจากที่ขึ้นมาถึงห้อง มิเชลก็รีบมาอาบน้ำชำระร่างกายของตัวเองก่อนที่สายตาของเธอจะเหลือบไปเห็นร่างเปลือยเปล่าของตนเอลในกระจก "ตาบ้านั้นชาติที่แล้วเป็นปิงรึไง" มิเชลเอ่ยด้วยใบหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นรอยรักทั่วเนินอกที่ชายหนุมได้ฝากเอาไว้ 3 ชั่วโมงผ่านไป แกร้ก~ เสียงประตูคอ
"นายอยากได้ค่าตอบแทนเป็นอะไร?" มิเชลเอ่ยถามพร้อมกับช้อนสายตามองชายหนุ่มอย่างยั่วยวน"เธอรู้อยู่แล้ว มิเชล" แดนดินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งก่อนจะรั้งใบหน้าสวยเข้ามาใกล้และประกบจูบอีดครั้งเรียวลิ้นของทั้งคู่เกี่ยวพันกันอย่างดูดดื่มพร้อมกับที่ทั้งคู่ช่วยกันปลดเปลือเสื้อผ้าของกันและกันอย่างเร่งรีบ"แล้ว
ช่วงเย็นของวัน...ด้วยความหวังเล็กๆ ว่าแดนดินอาจจะมีช่องทางหรือคอนเนคชั่นที่จะช่วยให้เธอปิดดีลสำคัญได้ มิเชลตัดสินใจที่จะไปหาแดนดินที่บาร์ เมื่อเธอเดินทางมาถึงบาร์หรูอีกครั้ง บรรยากาศภายในยังคงคึกคักและเต็มไปด้วยแสงสีสลัว เธอสอดส่ายสายตามองหาแดนดิน และในที่สุดก็พบเขานั่งอยู่ที่โต๊ะในโซน VIP กับลูก